Pioneer Era

    ตอนที่ 56 พลังของเยลโล่

    ***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    “นี่มันเป็นการเที่ยวสวนสนุกชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือยังไงดอง! ”

    เรียกได้ว่าการผจญภัยของพวกเขาต่างกับของพวกฉันราวฟ้ากับเหว

    “ฟังดูไม่มีอันตราย เจ้าสัตว์เฮเดสเองก็โง่กว่าที่คิด แถมอาการบาดเจ็บของไฮเจนกับแฟตยังเกิดจากอุบัติเหตุทำตัวเองเสียส่วนใหญ่ แสดงว่าที่โฮปแขนหักกับเยลโล่ที่โดนน้ำกรดลวกทั้งตัวมา ก็ไม่ต่างกันสินะดอง? ”

    ฉันหันไปมองโฮปกับเยลโล่

    ด้วยวิทยาการณ์ของพวกเรา บาดแผลแค่นั้นสามารถรักษาให้หายได้ภายในหนึ่งวันอยู่แล้ว

    แต่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นหรืออาการร้ายแรงเร่งด่วน พวกแพทย์มักจะเสนอให้ร่างกายรักษาด้วยตัวเองตามธรรมชาติมากกว่า

    ดังนั้นโฮปกับไฮเจนจึงอยู่ในสภาพที่ต้องมีผ้าพันแผลเอาไว้

    ส่วนเจ้าเยลโล่นั้น มันอยู่ในสภาพที่ผิวพรรณสมบูรณ์แบบไร้บาดแผล เพราะว่าได้รับการรักษาปลูกผิวหนังใหม่ทั้งหมด

    ถ้าไม่บอกว่าโดนน้ำกรดลวกทั้งตัวมา ก็จะไม่มีทางรู้ได้เด็ดขาดดอง

    สิ่งเดียวที่ต่างไปจากเดิม มีเพียงแค่หัวเกรียนเพราะถูกตัดหัวล้านมาในตอนรับการรักษาเท่านั้น

    “เถียงไม่ออกเลยแฮะตรู”

    โฮปพูดพึมพำเบา ๆ ออกมาด้วยใบหน้าของคนสำนึกผิด

    “อย่ากล่าวหากันอย่างงั้นสิปิว! อันตรายนะมีแน่นอน! ปิว! ”

    แต่เยลโล่โต้กลับด้วยน้ำเสียงที่ดุเดือด

    ดูเหมือนคำพูดของฉันจะไปดูถูกศักดิ์ศรีบางอย่างของเขาเข้าให้ละมั้ง ดอง~

    “งั้นก็เล่ามาได้เลย! ดอง~”

    ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวจึงถูกส่งต่อจากซุนไกท์ไปเป็นเจ้าเยลโล่แทน



    ***เจ้าแห่งขาวลือ [เยลโล่ คาร์เนชั่น]

    “จงฟังเรื่องราวการผจญภัยอันกล้าหาญของภูติสุดแกร่ง [เยลโล่ คาร์เนชั่น] คนนี้ซะปิว! ”

    เรื่องราวมันมีอยู่ว่า---

    ---ให้ตายสิ ไม่น่าเชื่อว่าแฟตคนนั้นจะมาตกม้าตายเอาง่าย ๆ

    ดูเหมือนตอนแรกเธอจะเข้าใจผิดไปเอง ว่า [รถไฟเหาะ] คันนี้ จะจอดที่อีกจุดใกล้ทางออกของสวนสนุก

    แต่กลายเป็นว่ามันทำเพียงวิ่งร่อนไปทั่วสวนสนุก แล้วพากลับมาจุดเริ่มต้นเสียอย่างงั้น ปิว~

    เอาเถอะ

    สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

    แฟตคนฉลาดของพวกเราเองก็คงมีพลาดกันได้บ้างละนะ

    สภาพของแฟตตอนนี้ คือกำลังนั่งตายซากด้วยความอับอายจากความผิดพลาดของตน อยู่ที่หัวมุมของลานเทียบท่ารถไฟเหาะละ ปิว~

    “ฉันคนนี้… มาพลาดท่าง่าย ๆ กับของแบบนี้…. ขอตายดีกว่าค่ะ…”

    ดูท่าจะเป็นหนักเอาการแฮะ

    แถมพอมองไปรอบตัว ยังพบว่าแต่ละคนมีอาการที่ไม่สู้ดีเท่าไหรนัก

    พรุนที่ยังคงเมารถไม่สร่าง

    โฮปกับไฮเจนที่วิ่งไปคายอาหารเช้า (อ้วก) อยู่ตรงมุมของลาน

    โทแพนที่ขาสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ข้าง ๆ ไพไรต์

    หน่อย… มีสาวน่ารักมาเกาะแบบนี้ แม่งน่าอิจฉาจริงวุ้ย!

    ซุนไกท์ ชายกอลิล่าผู้ที่ดูขยาดรถไฟเหาะจนไม่กล้ายืนเข้าใกล้

    วานาดิไนต์ที่ยังคงนั่งคาอยู่บนรถเพราะหมดสติไปแล้ว

    “ [เครื่องกำลังจะออกตัว ขอให้ทุกท่านรัดเข็มขัดด้วยค่ะ] ”

    เสียงของเครื่องเล่นดังขึ้นมาจากลำโพงที่ติดอยู่กับเสา

    ลำโพงของอารยะธรรมนี้ประหลาดมาก เพราะมันใช้แค่เส้นด้ายบาง ๆ สีดำเพียงเส้นเดียว ขึงจากบนลงล่างตามความยาวของเสาในการให้เสียงออกมาเท่านั้น

    ว่าแต่รถไฟเหาะกำลังจะวิ่งออกไปอีกรอบอย่างงั้นหรือปิว?

    “อ๊ะ? ”

    พี่หมีของพวกเรากลับมามีสติอีกครั้งในระหว่างที่รถเริ่มวิ่งออกไป

    “เดียวก่อน! ขอลงไปก่อน! ข้าไม่เอาอีกรอบ ไม่อ้าววววววว! ”

    เขากรีดร้องลั่นเลย ปิว~

    เป็นผู้ชายตัวใหญ่แท้ ๆ แต่ทำเป็นขี้ขลาดไปซะได้ปิว

    สู้เราไม่ได้เลยนะ ของแค่นี้ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลยปิว~

    แบบนี้คงมีแต่เราที่ทุกคนสามารถพึ่งพาได้สินะ ปิว~

    เพราะทุกคนไม่อาจทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มได้แล้วยังไงละ!

    ในตอนที่คิดเช่นนั้น ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

    มีเฮเดสขนาด 5 เมตร ตัวหนึ่ง ถูกจาฝูงขนาด 15 เมตร ซัดลอยขึ้นท้องฟ้ามากระแทกใส่เสาค้ำของรางรถไฟเหาะ

    ดูเหมือนว่าจะเกิดสงครามขนาดย่อมระหว่างพวกมัน เพื่อแย่งชิงสิ่งของที่ทอประกายแสงอยู่ในสวยสนุกแห่งนี้

    ร่างสีขาวของเฮเดสกระทบกับผิวเสาเหล็กสีเทาจนเกิดเป็นรอยยุบ แล้วตามมาด้วยเสียงของโครงสร้างที่ล้มตัวลงมาราวกับเป็นโดมิโน่

    เส้นทางได้ขาดลงกลางคัน พร้อมกับที่รถไฟเหาะพุ่งดิ่งลงพสุธาอย่างน่ากลัว

    “แวกกกกก! ”

    เสียงของพี่หมีกรีดร้องดังลั่นอย่างน่าสงสาร ก่อนจะเงียบหายไปท่ามกลางกลุ่มควันจากการถล่มลงมาของโครงสร้างเมื่อกี้นี้



    “ทุกคน รีบไปช่วยพี่หมีของพวกเราเร็ว! ปิว~”

    เราตัดสินใจทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มด้วยการสั่งการออกไปก่อนใคร

    ปีกภูติของเราถูกกางออกกว้าง แล้วเตรียมทำการโบยบินออกไปในทันทีที่สั่งการเสร็จ

    “เดียวก่อนเยลโล่ พวกเราบินไม่ได้นะเฟ้ย! ”

    “เออ ลืมไปเลยแฮะ ปิว~”

    โฮปรีบวิ่งเข้ามารั้งตัวเราเอาไว้ ไม่ให้บินออกไปจากลานเทียบท่ารถไฟ

    “ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นวิ่งไปก็ได้ ปิว~”

    ดังนั้นจึงเปลี่ยนแผนมาวิ่งด้วยเท้าแทน

    พวกเราเริ่มออกตัววิ่งลงไปชั้นล่างกันอย่างรวดเร็ว

    "ท่านโนอาร์ ท่านกลัทโทนี่ย์ พอจะมีเส้นทางลัดไปตรงนั้นไหมครับ!? "

    ไพไรต์หันไปถามน้องเมดสุดสวยในตอนที่มาถึงชั้นล่างสุด

    "เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบควบคุมเตาที่ 3… อยู่ทางนั้นค่ะนายท่าน"

    เมดแมวสีเงินตอบบุรุษสิงโตด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แล้วใช้นิ้วที่เรียวบางเต็มไปด้วยขนฟูหลังมือ ชี้ไปทางเครื่องเล่นที่อยู่ทางด้านขวามือของพวกเรา



    มันเป็นเครื่องเล่นที่แปลกตามาก ปิว~

    มันมีวงแหวนโลหะหนาหนึ่งเมตร กำลังลอยตัวสูงประมาณแปดเมตรอยู่เหนือแท่นบางอย่างที่มีสีขาว

    วงแหวนนั้นถูกออกแบบให้มีผิวแข็งกระด้าง มีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในราวสิบเมตร และมีแสงสีแดงแทรกตามผิวสีดำของมัน

    เป็นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกของเครื่องจักกลดุดันน่ากลัว และให้ความรู้สึกที่ล้ำสมัยในเวลาเดียวกัน

    "วิ่งไปที่แท่นสีขาว แล้วจิ้มตำแหน่งลงบนแผนที่ค่ะ เดียวมันจะส่งท่านไพไรต์ไปที่หมายเองค่ะ"

    "อืม? "

    หนูทดลองยาคนแรกคือไอหน้าหล่อสิงโต

    เขาเดินขึ้นแท่นสีขาวด้วยความสงสัย

    เมื่อรองเท้าผ้าใบของเขาเหยียบลงบนแผ่นสีขาวตรงพื้น แท่นนั้นก็ส่องเส้นแสงสีแดงเจิดจ้าขึ้นมารอบตัว

    เส้นแสงสีแดงที่ก่อตัวขึ้นมานั้น เริ่มรวมตัวกลายเป็นภาพแผนที่สามมิติขึ้นมาตรงหน้าของเขา

    "สุดยอด… สมกับเป็นดินแดนของเทพเจ้า… "

    ไพไรต์พึมพำออกมาอย่างชื่นชม

    แต่สำหรับเราแล้ว มันก็แค่ภาพโฮโลแกรมเท่านั้นเอง ปิว~

    ไพไรต์ใช้นิ้วจิ้มลงบนจุดที่พี่หมีร่วงลงไป

    แล้วทันใดนั้น…

    " [พร้อมเคลื่อนย้าย ขออวยพรให้ผู้เล่นตื่นเต้น ระทึกใจและสนุกสนานค่ะ] "

    ก็มีเสียงชวนน่ากังวลเช่นนั้นเกิดขึ้น

    ถึงจะเห็นเราเป็นแบบนี้ แต่วิชาภาษานี่เราติดท๊อปของรุ่นเลยนะเออ~

    เราพูดได้ทุกภาษา แถมภาษาของชนเผ่าท้องถิ่นยังเข้าใจง่ายกว่าภาษาอังกฤษของเผ่ามนุษย์อีก

    "เดียว---"

    เสียงของพี่สิงโตปลิวหายไปกับสายลม

    ร่างสีทองของเขาถูกวงแหวนจักกลลอยฟ้าดูดขึ้นไปอย่างรุนแรง

    มันดูดแล้วดีดตัวเขาไปที่อีกวงซึ่งลอยห่างออกไปราวสิบเมตรในอากาศ แล้วถูกดีดออกไปอีกรอบสู่วงถัดไป

    เขาถูกกระทำซ้ำเช่นนี้ติดต่อกัน จนดูเหมือนว่ากำลังบินไปในอากาศ ผ่านรูตรงกลางของวงแหวนจักกลเหล่านั้น

    "$###$! "

    ชายสิงโตกรีดร้องไม่เป็นภาษา

    ร่างขนฟูสีทองวิ่งตัดผ่านอากาศต่อเนื่อง วาดเป็นเส้นโค้งสวยงาม แล้วตกลงไปที่หมายซึ่งห่างออกไปไกลเกินขอบเขตที่สายตาจะมองเห็นแล้ว

    เพราะเห็นว่าดูตลกดี เลยใช้กล้องแอบบันทึกภาพของยอดบุรุษสิงโตนั้นเอาไว้อย่างเงียบ ๆ

    เดียวกลับไปแล้ว เอาไปตั้งกระทู้เล่นทีหลังดีกว่า ฮิ ฮิ ฮิ



    " [เชิญท่านต่อไปค่ะ] "

    เสียงของเครื่องเล่นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

    "... นี่เขาทำเป็นเครื่องขนส่งดี ๆ ไม่เป็นหรือยังไงกันคะ? "

    แฟตที่อยู่ในสภาพสองขาสองแขนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง

    เนื่องจากเผ่ามนุษย์มดมีหกขา และพวกเขาสามารถใช้ขาแมลงเหล่านั้นแทนแขนได้ทั้งหมด เลยทำให้ปกติเห็นว่ายืนสองขาและมีสี่แขนกัน

    ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่ต่อให้ขาขาดสองข้างไปแล้ว จึงยังเห็นเธอเดินไปมาได้อย่างปกติแบบนี้

    "งั้นตาต่อไปขอเป็นเรานะ ปิว! "

    เพราะไม่มีใครลองของต่อจากไพไรต์ เราเลยอาสาเองเสียเลยปิว

    เราขึ้นไปบนแท่น แล้วใช้นิ้วจิ้มลงไปบนโฮโลแกรม

    " [ที่หมาย สวนน้ำดอกบัวค่ะ] "

    "ปิว? "

    จิ้มผิดที่ซะอย่างงั้น

    "โอ๊ววว! "

    พอรู้ตัวอีกที ภาพรอบตัวก็เป็นเส้นแสงไปแล้ว

    ความรู้สึกที่ถูกแรงดึงดูดจับเหวี่ยงกลางอากาศนั้น ช่างเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก

    สายลมพุ่งปะทะผ่านใบหน้าอย่างรวดเร็ว

    ความรู้สึกที่เรากับชีวิตถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย

    หัวใจที่เต้นเร็วขึ้นจนปีกภูติส่องแสงสว่างอย่างรุนแรงออกมา

    "มันโว้ย! ฮะ ฮะ ฮะ! "

    มันเป็นความรู้สึกที่สนุกอย่าบอกใครเลยละปิว!

    "ตรงนั้นคือแท่นจอดสินะปิว? "

    การถูกจับเหวี่ยงด้วยแรงดึงดูดเริ่มช้าลง จนภาพรอบตัวกลับมาเป็นปกติ

    แท่นสีขาวขนาดใหญ่ที่มีวงแหวนแสงสสีแดงได้มาปรากฏขึ้นตรงพื้นดินข้างหน้า

    มันเป็นแท่นจอดที่ตั้งบนใจกลางทะเลสาบ---

    *เปรี๊ยง! *

    มีเฮเดสขนาด 5 เมตร ตัวหนึ่งกระโจนขึ้นมาจากผิวน้ำด้านข้าง

    มันกระโจนตัวได้สูงอย่างน่าทึ่ง แล้วใช้ขากรรไกรอันแข็งแกร่งกัดวงแหวนจักกลตัวสุดท้ายก่อนถึงแท่นจอด แล้วลากวงแหวนนั้นกลับลงไปในทะเลสาบด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

    เออ… นั่นไม่ใช่ของ ๆ แกนะเฟ้ย!

    ไม่มีวงแหวนวงสุดท้ายสุดท้าย แล้วแบบนี้จะพุ่งลงไปที่ไหนกันละเนี่ย?



    "แว๊กกกกก! "

    ปลายทางที่ไร้การควบคุมคือทะเลสาบที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีดำสวยงาม

    ต่อให้พยายามใช้ปีกภูติควบคุมการลอยตัวแค่ไหน ก็ไม่อาจต่อต้านแรงเฉื่อยที่เหลือจากการเหวี่ยงออกมาเมื่อกี้ได้

    “อั๊ก! ”

    ร่างกายของเรากระแทกเข้าใส่ใจกลางของดอกบัวใบหนึ่งเต็มแรง

    คลื่นทะเลสาบแตกตัวออกสาดกระเซ็นขึ้นสูงเป็นกำแพงน้ำราวสี่เมตร

    ทั้งที่รุนแรงขนาดนี้ แต่ร่างกายของเรากับดองบัวสีดำ กลับไม่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นเลย

    ราวกับว่าดอกบัวดอกนี้คอยช่วยดูดซับแรงกระแทกทั้งหมดเอาไว้ให้แทนแล้ว

    “รอดตายแล้วปิว…”

    เราคิดเช่นนั้น

    แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่

    “อ๊ะ? ”

    ระยางปลายแหลมรอบเกสรมันทิ่มลงมาบนร่างกายของเรา

    เจ็บ ๆ ๆ!

    มันแทงทะลุคอ แขน กับขา จนเลือดไหลลงมาเป็นสาย

    กลีบดอกบัวสีดำหุบปิดลงจนโลกทั้งใบนั้นมืดมิด

    ของเหลวที่ร้อนระอุจำนวนมากเริ่มถูกเติมถ่ายเข้ามาข้างในดอกบัว

    รู้สึกว่าผิวทั้งร่างถูกแผดเผา กัดกร่อน

    เป็นความเจ็บปวดที่สุดจะบรรยายได้



    นี่เรากำลังจะตายเช่นนั้นหรือปิว?

    เรามีความฝันหนึ่งที่อยากทำก่อนตาย

    นั่นคือการกอดผู้หญิงสวย ๆ สักครั้งในชีวิตละ ปิว~

    เพราะแบบนี้ เราจึงจะมาตายตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาดปิว!

    จงเค้นพลัง!

    ถ้าหากว่าพลังมีไม่พอ ก็จงแผดเผาร่างกายด้วยพลังใจของตัวเองซะ!

    นึกถึงภาพงดงาม (18+) ของหญิงสาวเผ่ามนุษย์เผ่ายักษ์ เผ่าภูติที่เก็บเอาไว้ในคอมซะสิ!

    จงนึกถึงงานวาดภาพโดจินของสาว ๆ หูสัตว์ (18+) ที่เก็บเอาไว้ในคอมซะสิ!

    เจ้ายังไม่ได้เปิดดูสักรูปเลยนะเยลโล่!

    “ย๊ากกกกกก! ”

    ปีกภูติทั้งสองของเราส่องแสงเจิดจ้าออกมาเป็นสีทอง

    เส้นผมสีเงินได้ฉับพลันเปลี่ยนเป็นสีทองคำสุกสว่าง

    ปีกภูติที่โปรงแสงถูกย้อมไปด้วยทองคำส่องประกายแสง

    นี่มัน… ร่างของ [ภูติในตำนาน-ซุปเปอร์ภูติ] เช่นนั้นหรือปิว!?

    รู้สึกได้เลยว่าทั่วทั้งร่างกายกำลังเปี่ยมไปด้วยพลังงานจำนวนมาก

    “ควบคุมประกายไฟฟ้า! ”

    สิ่งแรกที่เราทำ คือการใช้ปีกภูติควบคุมอากาศโดยรอบเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า

    ควบคุมอุณหภูมิ มวลน้ำ อากาศ ให้ทั้งหมดเสียดสีกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นประจุไฟฟ้า

    ประจุบวกกับลบที่ต่างกันสุดขั้วได้ถือกำเนิดขึ้น และเริ่มส่องเป็นกระแสไฟฟ้าออกมารอบตัวของเรา

    “ซุปเปอร์ภูติขั้นที่ 2! ปิว! ”

    พลังที่ระเบิดออกมานั้น ทำให้กลีบของดอกบัวแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    ร่างของเราที่ถูกหุ้มไปด้วยกระแสไฟฟ้านั้น กำลังลอยตัวขึ้นสูงอยู่ ณ ใจกลางทะเลสาบ

    “นั่นมัน! ”

    เมื่อเบนสายตามองออกไป ก็พบว่าพรรคพวกของตนเองกำลังถูกพวกเฮเดสล้อมเอาไว้ โดยมีตัวจ่าฝูงรวมอยู่ในนั้นด้วย

    พวกเขาต่างบาดเจ็บหนัก และเริ่มหมดแรงที่จะต่อกรศัตรูจำนวนมากตรงหน้า

    ดังนั้นเราจึงรวมพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเอง

    “พลัง-”

    ประกายไฟฟ้าจำนวนมากถูกรวบรวมเอาไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้างจนเกิดเป็นพลังงานมหาศาลสีทองขนาดใหญ่

    คลื่นพลังงานไฟฟ้านั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่ายี่สิบเมตร

    “-มหาคลื่นอสนีบาต! ”

    สายฟ้าสีเหลืองทองขนาดใหญ่กว่ายี่สิบเมตรสองเส้นถูกยิงออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง

    เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้องราวกับว่าโลกทั้งใบจะปริแตก

    ทุกสิ่งทุกอย่างถูกย้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามงดงาม

    ลำแสงอันไร้เหตุผลได้กวาดทุกสิ่งตรงหน้า

    กวาดทุกสิ่ง… สู่โลกแห่งความตาย

    ร่างของเฮเดสที่ใหญ่โตถึง 15 เมตร ถูกแสงสีทองนั้นกลืนกินหายไปจากโลก

    ไม่มีสิ่งใดที่รอดจากการโจมตีนั้นของเราไปได้---



    --- “และด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงปลอดภัยด้วยพลังของเรายังไงละปิว! ”

    “เยลโล่สุดยอดไปเลยดอง! ”

    ลิลลี่ดูประทับใจกับเรื่องเล่าของเรามากทีเดียว

    เยี่ยม! ดูท่าจะสร้างคะแนนความนิยมจากเธอได้มากเลยทีเดียว ปิว~

    แต่ว่า…

    “โกหกหน้าด้าน ๆ เลยนะแก”

    “อย่าไปเชื่อนะคะ”

    เจ้าพวกคนที่เหลือดันไม่ช่วยรับมุขตามนี่สิปิว…

    “โกหกหรือ? ดอง? ”

    ลิลลี่หันไปถามพรุนด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา

    เป็นใบหน้าที่น่ารัก ที่ทำให้หัวใจของเราหวั่นไหวเสมอทุกครั้งที่เห็นตั้งแต่เข้าเรียนวันแรกแล้ว

    “ความจริงคือหลังจากที่เยลโล่จิ้มแผนที่ผิด แล้วถูกดอกบัวเฮเดสจับกิน พวกเราก็ต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพื่อไปช่วยเขาออกมากัน โดยที่พวกไพไรต์ไปช่วยวานาดิไนต์ออกมาจากซากรถไฟเหาะ ส่วนพวกเราไปช่วยเยลโล่ออกมาจากดอกบัวค่ะ”

    พรุนแฉเราออกมาเช่นนั้น

    “มันไม่มีหรอก ที่ว่าโดนฝูงเฮเดสล้อมนะ เจ้าพวกเต่างี่เง่ามันเอาแต่สู้กันเองกับจ่าฝูงอยู่ พวกเราเลยสบายไปเลย ส่วนเจ้าเยลโล่นะ นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังต้องมาลำบากพรุนช่วยแบกมันเพราะมันสลบไม่ได้สติไปตั้งแต่ตอนนั้นนะ”

    ก่อนจะถูกซ้ำจมดินด้วยคำพูดของโฮป

    “ลำบากแย่เลยนะดอง”

    “ใช่ ลำบากมากเลยละ”

    ดวงตาสีมรกตใต้แว่นสายตาของลิลลี่ได้กลายเป็นสายตาที่กำลังเวทนาให้กับบางสิ่งบางอย่างไปแทนแล้วละปิว…

    ให้ตายสิ อุสาคิดว่าจะใช้โอกาสนี้เรียกคะแนนความนิยมมาจากเธอสักหน่อยแท้ ๆ เชียว

    ลูกครึ่งภูติที่หน้าตาสวยงาม เก่ง รวย ร่าเริง ขี้แกล้งคน ยิ่งหายากอยู่ด้วยนะปิว

    พรุนกับโฮป… หน่อย… ไม่ช่วยตบมุขแต่ยังบังอาจมาแฉความจริงของเราอีก!

    ก็ได้ งั้นรอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะพวกเอ็ง รับรองสนุกแน่นอน ปิว~

    วะ ฮะ ฮะ ฮะ!

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน