ตรีทิพยนิภารู้สึกเย็นๆ หนาวๆ จึงขยับเข้าหาไออุ่นมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งไออุ่นที่เธอได้รับนั้น พอรับรู้ว่าคนตัวเล็กขยับเข้าหา ก็กระชับร่างบางเข้าหาอกแกร่งให้แแ่ เพื่อให้ไออุ่นแผ่กระจายให้คนตัวเล็กได้มากยิ่งขึ้น
“อือออ!!!!??......”
ตรีทิพยนิภาส่งเสียงครางกระหึ่มออกมาจากลำคอ ก่อนจะขมวดคิ้วโค้งโกงคู่สวยเข้าหากัน แล้วค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น กะพริบตาถี่ๆ เพื่อทบทวนความทรงจำ ว่าตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน ซึ่งความทรงจำก็ค่อยๆ ทยอยแสดงภาพต่างๆ ที่ผ่านมาให้เห็นเด่นชัด
ตรีทิพยนิภามองอกแกร่ง ที่ตอนนี้ใบหน้าสวยซึ้งของเธอแนบชิด ค่อยเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มติดดุ ของคนตัวโตที่กำลังสวมกอดเธอ ก็เห็นคนตัวโตกำลังหลับตาพริ้ม เธอจึงมองสำรวจตรวจตราอย่างเพลิดเพลิน
ตรีทิพยนิภายอมรับว่าผู้ชายคนนี้หล่อมากจริง ไม่ใช่หล่อตามแบบฉบับพระเอกหนังพระเอกภาพยนตร์ แต่หล่อแบบดุๆ คือหากเป็ตอนที่เขาอยู่ใน่เวลาปกติ ซึ่งเขาจะดูเป็คนยิ้มยากมาก แต่ผิดกับเวลานี้ ที่เขาดูผ่อนคลาย ดูไม่ดุ ดูไม่เ้ากี้เ้าการวางอำนาจเลยสักนิด
‘ถ้าคุณมีหัวใจให้ฉันบ้าง ก็คงดีนะ’
ตรีทิพยนิภาพูดบอกกับตัวเองอยู่ภายในใจ ด้วยหัวใจที่รู้สึกหดหู่ จุกแน่น เศร้าใจแปลกๆ หญิงสาวเผลอยื่นมือเรียวเล็กไปจับแก้มสากเบาๆ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว มารู้ตัวก็ตอนที่คนตัวโต เลื่อนมือใหญ่ขึ้นมาจับมือเรียวเล็กที่วางทาบอยู่ที่แก้มสากของเขานั้นล่ะ ซึ่งจะดึงให้หลุดออกก็ดึงไม่ได้
ออสตินลืมตาขึ้น โดยไม่มีอาการงัวเงียให้เห็นเลยสักนิด ซึ่งนั้นก็แปลได้ว่าเขาตื่นนานแล้วนั้นเอง เขาจ้องมองสบประสานสายตากับดวงตากลมโตคู่สวย ที่ตอนนี้ดูตื่นตระหนก เพราะถูกจับได้คาหนังคาเขา ว่ากำลังจ้องมองสำรวจ และยังลูบคลำเขาใน่เวลาที่เขาไม่รู้สึกตัว
ซึ่งชายหนุ่มก็รู้แหละว่า ตัวเองนั้นมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมากอยู่แล้ว แต่ติดที่ว่าเขาเป็มาเฟียตัวพ่อ ที่ยิ้มยาก และติดไปในทางดุดัน เด็ดขาด จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าที่จะมาวุ่นวายด้วย และอีกอย่างเขาก็ไม่ชอบให้มีผู้หญิง มาวุ่นวายกับเขาด้วยเช่นกัน
เพราะโดยส่วนตัวแล้วออสตินคิดว่า พวกผู้หญิงที่เข้าหาเขาโดยส่วนมาก จะหวังผลประโยชน์แทบทุกคน และเขาก็ไม่เชื่อเื่ความรัก และคิดว่าจะไม่รักใครอย่างเด็ดขาด ความรักคือความโง่งมหลงใหล ซึ่งเขาไม่ชอบให้ตัวเองเป็เช่นนั้น หากเขาจะรักก็คือรักตัวเองเพียงเท่านั้น
“อุ๊ย!! คุณออสติน......”
ตรีทิพยนิภาไม่อาจทานทนต่อสายตาคมเข้มนั้นได้ จึงเลี่ยงหลบมองที่อกแกร่ง แต่ก็ต้องเบิกตากว้าง และเงยหน้ากลับขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้นอีกครั้ง อย่างใ เมื่ออยู่ๆ คนตัวโตก็พลิกกายแกร่งขึ้นคร่อม ทาบทับอยู่บนตัวเธอ แบบไม่ทันให้ตั้งตัว
ออสตินจับมือเรียวเล็กที่เขาจับเอาไว้ก่อนหน้านี้ เลื่อนมาจูบที่ใจกลางมือ ซึ่งสายตาคมเข้มก็จับจ้อง มองสบตากลมโตคู่สวยอยู่อย่างไม่วางตา ซึ่งนั้นก็ทำให้ตรีทิพยนิภาใบหน้าร้อนผะผ่าว เกิดอาการวาบหวาม สยิว จนขนอ่อนลุกชูชันขึ้นมาทั่วตัว และแถมร่างบางยังสั่นเทานิดๆ ด้วยอีกต่างหาก
ออสตินปล่อยมือเรียวเล็กให้เป็อิสระ ก้มใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มเข้าหาใบหน้าสวยหวานซึ้งช้าๆ โดยที่สายตาคมเข้มที่มองจ้องสบประสานสายตากลมโต ก็เลื่อนลงมามอง ที่ปากบางอวบอิ่มอย่างมาดหมาย
ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
แต่ยังไม่ทันที่ออสตินจะได้ทำอะไรตามที่ใจ้า เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน ซึ่งนั้นทำให้ชายหนุ่มกัดกรามแน่น หลับตาลงอย่างไม่สบอารมณ์ ที่ถูกทำให้อารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง ค้างเติ่งอยู่อย่างนี้
“อะไร!!??......”
ออสตินร้องะโถามคนที่มาเคาะประตูห้อง ด้วยน้ำเสียงดุดัน ผสมกับอารมณ์กรุ่นโกรธ
“เอ่อ!! ขอโทษครับ ถึงที่หมายแล้วครับ เครื่องบินกำลังจะบินลงแล้วครับ”
เสียงเอวาโด้ร้องตอบกลับเข้ามาภายในห้อง เอวาโด้ฟังจากน้ำเสียงผู้เป็เ้านายรู้เลยว่า ไม่ใคร่สบอารมณ์เท่าไรที่ถูกกวนอย่างนี้ นั้นก็หมายความว่าเขาดันมาขัด ตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเข้าให้แล้ว พอเอวาโด้พูดจบก็เดินออกห่างจากตรงนั้นทันที อย่างไม่รอช้า
“เราออกไปข้างนอกกัน”
ออสตินพูดบอกคนตัวเล็กใต้ร่าง แล้วพลิกกายแกร่งออกไปยืนอยู่ข้างๆ เตียงนอน แต่กระนั้นก็ไม่ลืมที่จะ่ฉุดดึงร่างบางให้ลุกขึ้นตาม เพื่อจะได้ออกจากห้องไปที่เก้าอี้ เพราะล็อคเข็มขัดนิรภัย ขณะที่เครื่องบินร่อนลงสู่พื้นดิน
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒