ขจรเปลี่ยนร่างกลับมาขจรตามเดิม แล้วเข้าไปหา ผู้กองนพพรที่ยืนสั่งการอยู่ ตำรวจหลายนายก็บุกเข้าไปช่วยเด็กที่ถูกจับออกมา โดยมีรถพยาบาลมารอหลายคัน
“ นี่คุณรู้เรื่อง โรงงานขายอวัยวะนี่ได้ยังไงกัน ทางตำรวจเราพยายามสืบหากันแทบตาย นึกไม่ถึงมันจะซ่อนตัวอยู่กลางกรุงเช่นนี้”
“ ผู้กองอยากรู้จริงๆ หรือครับ”
“ ใช่ซิ ผมจะต้องเขียนรายงาน สรุปคดีนี้”
“ จ่าแบล็คเล่า อยากรู้เหมือนผู้กองด้วยหรือเปล่า”
ขจรเอ่ยกับ จ่าแบล็ค ที่ยืนอยู่กับผู้กอง ซึ่งก็พยักหน้าอยากรู้เช่นกัน
ขจรเลยเดินเข้ามาใกล้ๆ ทั้งสองคน แล้วท่องคาถาเปิดเนตร ใช้นิ้วโป้ง ปาดเข้าไปที่เหนือคิ้วข้างซ้ายของทั้งสองคน
“ นี่คุณจะทำอะไร?” ผู้กองเอ่ยด้วยความสงสัย
“ อาซวง ออกมาได้แล้ว” ผีเด็กน้อย ค่อยๆ ปรากฏร่างวิญญาณขึ้นต่อหน้า ตำรวจทั้งสอง
“ ผะ ...ผี” จ่าเบล็ครีบเข้ามาหลบหลังขจรทันที ผู้กองก็ค่อยๆ ขยับมายืนข้างๆ กับขจรเช่นกัน
แล้วก็มีพวกกู้ภัย กำลังช่วยกันนำศพมาวางเรียงกัน บนพื้นได้หลายสิบศพ หนึ่งในนั้น คือศพของ อาซวง
อาซวงชี้นิ้วไปที่ ซากศพของตัวเอง ผู้กองนพพรกับ จ่าแบล็ค ถึงกับเขยิบเข้าใกล้ขจรมากกว่าเดิม
“ เด็กคนนี้ ชื่อ อาซวง เขาเป็นเด็กเดินยา เขานำยามาส่งให้พวกมัน แล้วพวกมันก็ฆ่าเขา เพื่อแยกอวัยวะไปขาย เขากลับบ้านไม่ได้ อยากให้ผมไปบอกแม่ของเขา ผมก็จะนำศพของเขากลับไป แต่มาพบว่า ที่นี่มันคือโรงงานนรก ผมเลยโทรแจ้งผู้กองให้มาช่วยจัดการกับพวกมัน”
“ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนร้ายถึงได้ตายเกลื่อนแบบนี้”
จ่าแบล็ครีบรายงานว่า
“ ผมถามเด็กที่ถูกจับมา พวกเขาบอกว่ามียักษ์ตัวดำมีเขี้ยว มาช่วยพวกเขาไว้ครับ”
“ ยักษ์ตัวดำ ?”
“ ได้โปรด พาผมกลับบ้านไปหาแม่ด้วยเถอะนะครับ คุณตำรวจ” อาซวงวาร์ปมายืนต่อหน้า ผู้กองนพพร ทำให้ผู้กองถึงกับถอยไปหลบอยู่หลัง ของขจร
“ เรื่องนี้ให้ คุณขจรพาไปดีกว่า ได้ไหมครับ”
“ ได้ครับ รบกวนจ่าแบล็คขับรถไปส่งผมด้วย”
“ ฮ้า.ให้คนอื่นไปไม่ได้หรือครับ”
“ จ่านั่นแหละไป” ผู้กองรีบตัดบท แล้วรีบเดินไป หน้างานแล้วไม่หันหลังกลับมาอีกเลย
“ ไปกันเถอะจ่า อาซวงไม่ทำอะไรจ่าหรอก” ขจรอดหัวเราะไม่ได้ จ่าแบล็ครีบขับรถพาขจรกับ อาซวงไปบ้านของเขา เพื่อแจ้งข่าวร้าย แต่พออาซวงจะออกไปจากนอกบริเวณ ก็คล้ายกับว่ามีอะไรบางอย่าง ขวางเอาไว้ ไม่ให้เขาไปจากบริเวณนี้ได้ ขจรเลยให้จ่าแบล็คหยุดรถ
“ เกิดอะไรขึ้น”
“ วิญญาณของอาซวง ไม่สามารถออกห่างไกลจาก ร่างของตัวเองได้”
“ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้” ขจรถามหินเจ้าปัญญา
“ พลังวิญญาณของเขาอ่อนแอและยังเด็กนัก ไม่อาจออกนอกเขตได้ พาเขามาอยู่ในแผ่นหนังมิติของเจ้า แล้วค่อยพาเขาไป” หินเจ้าปัญญาแนะนำ
ขจรเลยยกแขน แล้วเรียกวิญญาณอาซวงเข้าไป รวมทั้งผีจ๋อมก็เข้าไปด้วย
“ เรียบร้อย พวกเราไปกันได้แล้ว”
แล้วจ่าแบล็คก็พาขจร มาถึงชุมชมริมน้ำ แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านของอาซวง ที่เป็นบ้านเดี่ยว สองชั้นมีเนื้อที่กว้างพอสมควร คล้ายกับว่าเป็นบ้านของคนที่มีเงิน แต่ไม่น่าปล่อยให้อาซวง ไปเป็นเด็กเดินยาเลย
ขจรกับ จ่าแบล็ค กดออด เรียกคนในบ้านออกมา มีหญิงสาววัย 25 ปีใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เดินเข้ามาหา แต่ไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไป
“ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“ พวกเรามาขอพบคุณเหม่ยอิงครับ”
“ แม่ไม่อยู่ มีอะไรคะ?”
“ อาซวงตายแล้ว อยากให้คุณเหม่ยอิง ไปช่วยยืนยันตัวตนที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยครับ”
“ ได้ค่ะ แล้วจะบอกแม่ให้นะคะ” หญิงสาวพูดจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป ไม่ได้เสียใจกับการตายของน้องชายเลย ขจรกับจ่าแบล็คถึงกับมองหน้ากันอย่างงงๆ
“ อาซวงทำไมพี่สาวของเธอ ดูไม่สนใจเลยว่าเธอจะอยู่หรือตาย” ขจรเอ่ยถามอาซวงที่ ออกมายืนอยู่หน้าบ้าน
“ เธอไม่ใช่พี่สาวของผม”
คราวนี้ขจรถึงกับงงหนัก จ่าแบล็คที่ถูกขจรเบิดเนตร แม้ไม่ได้ยิน แต่ก็รู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ เข้าไปดูซิ ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น” ขจรรีบสั่งให้ ผีจ๋อมกับ อาซวงเข้าไปดูในบ้านทันที แต่พอจะเข้าไป ก็ถูกพลังงานบางอย่าง ผลักดันออกมา
“ พวกสัมภเวสีเร่ร่อน ห้ามเข้ามาในบ้านหลังนี้เป็นอันขาด” ตาแก่คนหนึ่ง เอ่ยออกมาด้วยเสียงคำราม พวกผีทั้งสอง กับ ขจรได้ยินชัดเจน
“ เขาป็นลูกชายเจ้าของบ้าน ทำไมถึงห้ามไม่ให้เขาเข้าไป”
“ คนตายไปแล้ว ก็หาใช่คนในครอบครัวอีกแล้ว ไปซะ”
“ หากคนข้างในมีอันตราย พวกเราจะได้เข้าไปช่วย ท่านเป็นเจ้าที่ยังไงกันเนี่ย ไม่ช่วยปกป้องคนในบ้านเลยหรือไง” ขจรเริ่มไม่พอใจ
“ ข้ามีหน้าที่คอยป้องกันไม่ให้พวกวิญญาณแร่ร่อนเข้ามาในเขตของข้าเท่านั้น เรื่องของกรรมใครกรรมมันข้าไม่เกี่ยว”
ขจรกำหมัดด้วยความโมโห แล้วร่ายเวทย์หายตัวเข้าไปด้วยตัวเองทันที
จ่าแบล็คหันกลับมา ก็ไม่เห็นขจรแล้ว เลยไม่รู้จะกลับไปก่อน หรือว่าจะลุยเข้าไปดี
ได้แต่เดินกลับไปรอขจรที่รถก่อน
ขจรเข้าไปตรงประตู มีกระจกบานเล็กๆ มองเข้าไปก็เห็น ด้านใน มีชายอยู่ ห้าคน ผู้หญิงสองคน กำลังข่มขู่ผู้หญิงคนหนึ่ง ให้เซ็นเอกสารบางอย่าง โดยมีผู้ชายคนหนึ่งปากเบี้ยว พยายามจะพูดแต่พูดออกมาไม่ได้แขนขาลีบ นอนอยู่กับพื้นพยายามดิ้นไปมา มีเด็กสาววัย 18 ปีอีกคน ถูกผ้ามัดปากเอาไว้ พร้อมกับจับมัดมือไพร่หลัง ร่ำไห้ออกมา
“ ฉันยอมแล้ว ฉันจะเซ็นโอนให้ ต่อไปอย่าได้มายุ่งกับเราอีกเลย”
“ ฉันก็ไม่ได้อยากมายุ่งกับคนชั้นต่ำอย่างเธอ รีบเซ็นเอกสารซะ ฉันเสียเวลามามากแล้ว” ขจรจำเสียงนี้ได้แม่นยำ ที่แท้คนนี้ก็คือยัยเจ้ที่ส่งคนมาตบ คุณรัตติกาลในห้าง เป็นแม่ของคุณชายจางเฉิน แล้วพาคนมาข่มขู่แม่ของอาซวงทำไมกัน
ในขณะที่แม่ของอาซวงกำลังจะเซ็นเอกสาร ขจรก็ถีบประตูเข้าไปในบ้านทันที
“ นี่แก.เองรึ? แกเข้ามาได้ยังไงนี่?”
“ ผมไม่รู้ว่า เจ๊ จะทำอะไร แต่ คุณเหม่ยอิง ไม่จำเป็นต้องเซ็นเอกสารเหล่านี้ ถ้าไม่อยากเซ็น”
“ แกวอนหาเรื่องเจ็บตัวเสียแล้ว” เจ้ใหญ่ หันไปบอกลูกน้องทั้งหมด ให้จัดการกับขจรทันที พวกมันกรูกันเข้ามาจะจับแขนของขจรเพื่อล็อกแล้วซ้อม แต่ว่า พวกมันกลับถูกจับมือบิดแขนจนหักไปทีเดียวสองคน อีกคนก็ถูกเตะเข้าเป้ากลางลงไปนอนกุมเป้า อีกสองคนกำลังจะชักปืน ก็ถูกมือทั้งสองของขจรกระแทกเข้าไปที่ปลายคาง สลบเหมือด ผู้หญิงอีกคน ชักปืนออกมาจะยิงขจร แต่ว่าขจรเคลื่อนตัวเร็วกว่า ยื่นมือมาแล้วสอดนิ้วที่ไกปืน หญิงสาวไปอาจลั่นไกได้ ขจรเลยใช้สันมือฟันเข้าที่ต้นคอ ลงไปนอนสลบอีกคน
“ ยังข้องใจอีกไหม” ขจรยืนเผชิญหน้ากับ เจ๊ใหญ่ที่บัดนี้หน้าซีด
ขจรเรียกจ่าแบล็คเข้ามา พาทั้งหมดไปโรงพักทันที
“ บุกรุกบ้านผู้อื่นในยามค่ำคืน ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เอาพยายามฆ่าด้วยไหมครับ” จ่าแบล็คเอ่ยถามกับขจรเพื่อความแน่ใจ
“ ก็ตามหลักฐาน พวกเขามีปืนด้วย ยัยเจ๊นี่เป็นผู้บงการ จับเข้าคุกไปให้หมดเลยก็ดี”
“ เดี๋ยวก่อนค่ะ”
เหม่ยอิงแม่ของอาซวง รีบเอ่ย
“ อย่าให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ฉันไม่อยากมีเรื่อง”
“ เธอคิดถูกแล้ว เหม่ยอิง” เจ๊ใหญ่ยิ้มอย่างมีชัย
ขจรก็ไม่อยากให้เหม่ยอิงมีปัญหา เพราะว่า หากรู้ว่า ลูกชายของตนต้องตายไป ไม่รู้ว่าจะเสียใจมากแค่ไหน จึงพยักหน้ากับจ่าแบล็ค ให้ปล่อยพวกเขาไป
แล้วจ่าแบล็คก็เอ่ยทันทีว่า
“ คุณเหม่ยอิง ที่เป็นแม่ของเด็กชาย อาซวงใช่ไหมครับ”
“ ใช่ค่ะ อาซวงหายไปสองสามวันแล้ว ยังไม่กลับมาเลย พวกเราไปแจ้งความแล้วแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย”
“ อาซวงตายแล้วครับ ตอนนี้ศพน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ” จ่าแบล็คพูดออกมาเป็นชุด เหมือนกับว่า เคยพูดแบบนี้มาก่อน
แม่ของเหม่ยอิงได้ยินชัดเจนไม่ถามอะไรสักคำ เป็นลมสลบไปเลย
ขจรเข้าไปแก้มัดให้กับ อาหลิงให้มาดูแลแม่ ส่วนอาเฟยพี่ชาย ก็ร้องไห้เข้ามาหาแม่ ทั้งสามคนร่ำไห้พร้อมกัน ขจรเดินออกมาเห็นตาแก่เจ้าที่ทำหน้าถมึงตึง ไม่ยอมให้จ๋อมกับ อาซวงเข้าบ้าน เลยใช้ดาบฟัน เปรี้ยง ศาลเจ้าที่หักสะบั้น พลังที่คอยกั้นไม่ให้ อาซวงกับจ๋อมเข้าบ้านถูกทำลายทันที ตาแก่เจ้าที่ กระเด็นไปติดกำแพง ชี้หน้า กำลังจะลุกขึ้นมาจัดการกับขจร
“ หากท่านยังวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง ผมจะทำให้ท่านกลายเป็นสัมภเวสี วิญญาณแร่ร่อนไปเลย อยากลองก็เข้ามา” พอเจอขจรขู่เช่นนี้ ตาแก่เจ้าที่ก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ยืนมองอย่างไม่พอใจ
ขจรรีบกลับเข้ามา แล้วช่วยปฐมพยาบาล แม่ของอาซวงจนฟื้น อาซวงก็ได้แต่คุกเข่าร้องไห้ ทั้งหมดร้องไห้กันหนักมาก ผีสาวจ๋อมก็พลอยร้องไห้ไปกับพวกเขาด้วย
“ คนตายไปแล้ว เหลือแต่คนที่ยังอยู่ อย่าเสียใจนักเลย” จ่าแบล็คปลอบใจ
“ เจ้ใหญ่นั่น เขามาวุ่นวายอะไร กับคุณน้าครับ” ขจรเอ่ยอย่างสงสัย
“ เขาต้องการหุ้นของพ่อเด็กๆ นี่คืนไป และยังต้องการโรงงานอีกด้วย”
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับยัยเจ้นั่น”
“ พ่อของเด็กๆ คือ จางเว่ย เป็นนายท่านรองของ ตระกูลจาง มารดาของท่านเป็นภรรยาน้อย ของท่านเจ้าสัวจาง พอจางเว่ยตายไปด้วยอุบัติเหตุ คุณนายใหญ่ก็ส่งคนมาบีบบังคับให้ฉันขายหุ้นทั้งหมด พร้อมกับโรงงาน ในราคาที่ถูก ฉันไม่อยากขายอยากเก็บเอาไว้ให้เด็กๆ แต่พวกเขาก็ส่งคนมาทำร้าย อาเฟย และตัดค่าใช้จ่ายของเราสี่คนแม่ลูก ทำให้ พวกเราจนหนทาง อาซวงออกไปหางานทำ แต่สุดท้าย...” เหม่ยอิงก็ร้องไห้โฮขึ้นมาอีก
“ เจ้าสัวจางรู้เรื่องหรือไม่”
“ ฉันไม่รู้ พวกเขากีดกันไม่ให้ฉันเข้าพบ เขาบอกว่า เด็กๆ พวกนี้ไม่ใช่ลูกของจางเว่ย”
“ แล้วราคาหุ้นและโรงงานนี้มูลค่าปัจจุบันเท่าไร”
“ เป็นสามีบอกว่า ประมาณ พันล้านบาท แต่คุณนายใหญ่จะจ่ายให้แค่ สิบล้านเท่านั้น”
“ บัดซบจริงๆ นี่พวกคนรวยชั่วช้ากันแบบนี้ทั้งหมดเลยหรือไง” จ่าแบล็คฟังอยู่ด้วยเริ่มมีอารมณ์ขึ้นเช่นกัน
“ ฉันสู้อิทธิพลพวกเขาไม่ได้ คงต้องยอมรับ แล้วพาลูกๆ ไปหาบ้านต่างจังหวัดอยู่และรักษาอาเฟยให้ดีที่สุด” เหม่ยอิงกอดลูกชายที่พิการร่ำไห้อย่างหนัก
อาซวงเข้ามาคุกเข่าขอให้ขจรช่วยเหลือแม่ของเขาด้วย
“ คุณช่วยพวกเขาด้วยนะ” จ๋อมเข้ามาทำหน้าเศร้าต่อหน้าขจรด้วย
ขจรขอดูอาการของ อาเฟยก่อนเป็นอันดับแรก
พอขจรจับกระดูกขาที่ดูเหมือนว่าจะถูกตีจนผิดรูป ซึ่งเป็นเช่นเดียวกันทั้งสองข้าง แม้ว่ากล้ามเนื้อจะลีบเล็กลงเหมือนคนเป็นโปลิโอ แต่ว่าก็แค่มีปัญหากระดูกทับเส้นชีพจรเท่านั้น ทำให้เลือดไม่ไปไหลเวียน ยิ่งตรวจสอบไปทั่วร่างกายแล้วอาการปากเบี้ยวก็เกิดมาจากเลือดไม่สามารถหล่อเลี้ยงสมองได้ตามปกติ เพราะตรงต้นคอมีรอยถูกตีจนเส้นเลือดโป่งพองขึ้นมา
ขจรเลยเริ่มจากการจับข้อหัวเข่าทั้งสองข้างที่เคยถูกทำร้ายมา แล้วจับมันให้เข้าที่ ทั้งสองข้าง แล้วมาจับแขนทั้งสองข้างให้เข้าที่อีกด้วย จากนั้นก็ถ่ายพลังปราณเข้าไปในร่างของ อาเฟย เพื่อกรุยชีพจรให้เลือดลมได้หมุนเวียนไปให้ทั่วร่าง พอเจอจุดที่ติดขัด อุดตัน ปราณของขจรก็ช่วยกรุยชีพจรจนเลือดไหลเวียนกลับมาสู่ปกติ แขนขาที่ไม่อาจขยับได้ ก็เริ่มขยับได้บ้าง แล้วก็มีความรู้สึกขึ้นมา ปากที่เบี้ยว พูดไม่ชัด ก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สร้างความยินดีให้กับอาเฟย ยิ่งนัก
“ แม่ ”
“ อาเฟย ปากของลูกเหมือนเดิมแล้ว โอ้ ดีเหลือเกิน”
“ พี่เฟย มือของพี่ขยับได้ด้วย”
“ ขาของพี่ก็ขยับได้แล้ว”
ทั้งสามคนต่างโผเข้ากอดกันอีกครั้ง
“ พรุ่งนี้ก็ไปโรงพยาบาลหาหมอตรวจร่างกายอีกครั้ง และขอให้ทางฝ่ายโภชนาการเขาแนะนำเรื่องอาหารการกินให้ด้วย หมอจะแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสมให้เอง ผมว่าไม่เกินสามเดือน อาเฟยต้องกลับมาเดินได้เหมือนคนปกติอย่างแน่นอน”
“ ขอบคุณมากจริงๆ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครแล้วรู้จักอาซวงได้อย่างไรกัน”
“ เขาชื่อขจร เป็นนักศึกษาแพทย์ และเป็นอาจารย์น้อย เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรื่องเหนือธรรมชาติ ของโรงพักของเราครับ” จ่าแบล็คตอบให้เสร็จ แต่ไม่ทำให้เหม่ยอิงคลายความสงสัย
“ อาซวงขอร้องให้ผมมาช่วย น้าเหม่ยอิงกับลูกๆ ทั้งสองคนครับ”
ขจรไม่รอให้พวกเขาถามต่อ รีบใช้นิ้วป้ายไปที่ หัวคิ้วของทั้งสามคน แล้วก็พาจ่าแบล็คเดินออกมาจากบ้านมายืนข้างนอก ให้พวกเขาได้คุยสื่อสารกันเป็นครั้งสุดท้าย
“ ผมอายุจะจะห้าสิบแล้ว ไม่เคยคิดว่า ผีจะมีอยู่ในโลก ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้”
“ สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ใช่ว่ามันไม่มีอยู่จริง”
“ อาจารย์น้อยเรียนหมอสมัยใหม่ ทำไมถึงได้เชื่อเรื่องพวกนี้ครับ”
“ ผมเติบโตมากับวัด คลุกคลีกับศพมาตลอด หลวงตาก็ให้ผมสวดมนตร์ ท่องคาถาบูชาพระ บูชาเทพเทวดาต่างๆ จนกระทั่งสอนให้ท่องตำราไสยเวทย์ขาว เวทย์ดำ ผมก็ท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นรู้เรื่องราว ก็เห็นคนตายมายืนอยู่ข้างเมรุเผาศพทุกครั้ง ทีแรกก็หวาดกลัว แต่พอเห็นบ่อยๆเข้า มันก็กลายเป็นความเคยชิน หลวงตาบอกว่า ผลที่เกิดขึ้น ล้วนต้องมีเหตุเสมอ บางทีการที่ผมเห็นผีเช่นนี้ ฟ้าเบื้องบน อาจมอบภาระกิจบางอย่างให้ผมทำก็ได้”
“ ก็คงจะให้อาจารย์น้อย ช่วยปราบผียังไงเล่า” จ่าแบล็คหัวเราะออกมา
แล้วอาหลิงก็มาเชิญให้ทั้งสองกลับเข้าบ้านไป ทั้งสามคนแม่ลูกคุกเข่าต่อหน้า ขจรกับจ่าแบล็คทันที
“ อย่าทำแบบนี้เลย”
“ พวกเราไม่รู้จะตอบแทนพวกคุณอย่างไร ได้แต่คุกเข่าขอบคุณในชาตินี้หากชาติหน้ามีจริง พวกเราจะขอเป็นม้าเป็นลาชดใช้ให้กับคุณทั้งสองอีก”
“ โอ้ อย่าได้คิดขนาดนั้น ผมแค่ทำตามหน้าที่” จ่าแบล็คเข้าไปประคอง เหม่ยอิงให้ลุกขึ้น
“ เรื่องหุ้นกับโรงงานนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องขายให้กับพวกเขา ถ้าราคา 1 พันล้านจริง ผมจะให้ราคา 2 พันล้านเพื่อซื้อขึ้นมาเอง ต่อไปพวกเขาก็จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับ พวกคุณทั้งสามอีก”
“ อะไรนะ สองพันล้านบาทเลยรึ” จ่าแบล็คหันมามองหน้าขจรอย่างตกใจ
สามคนแม่ลูกก็เช่นกัน....