ผ่านไปอีกครู่หนึ่งจึงได้แผดร้องออกมาสุดเสียงด้วยหัวใจที่แตกสลาย : “กระจก!กระจก! ฉันอยากได้กระจก!”
แม้จะบอกว่าแผดร้องะโโหยหวนอย่างสุดเสียงทว่าเสียงร้องที่เปล่งออกมานั้นกลับเป็เพียงสุ้มเสียงแหลมเล็กกังวานใสด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวซูเจี๋ยนสะดุ้งโหยงสะท้านขึ้นทั้งร่าง เขาคิดว่าหากไม่ใช่โลกนี้มันบ้าไปแล้วก็คงเป็เขาเองนี่แหละที่บ้า
ได้ยินเสียงกรีดร้อง พยาบาลจึงรีบวิ่งเข้ามาดูทันที
แม้คำร้องขอกระจกของซูเจี๋ยนจะชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้างแต่คุณนางพยาบาลคนนั้นก็ช่วยไปหากระจกมาให้เขาบานหนึ่งอย่างใจดีคิดเอาเองว่าเขาคงเป็กังวลเื่ว่าจะเสียโฉมหรืออะไรเทือกๆ นั้นจึงยื่นกระจกให้เขาพร้อมกับพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน : “คุณผู้หญิงอันคุณวางใจเถอะค่ะ ใบหน้าของคุณไม่ได้รับาเ็ร้ายแรงอะไรยังดูสวยน่ารักอยู่เหมือนเดิมค่ะ”
ซูเจี๋ยนได้ยินถ้อยคำปลอบโยนประโยคนี้แล้วยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้หนักกว่าเดิมเอื้อมมือสั่นเทาหยิบกระจกมาส่องดูใบหน้าของตัวเองอย่างเชื่องช้า ครู่ต่อมาซูเจี๋ยนก็ต้องแข็งค้างไป
หากจะให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็กลางแล้ว ใบหน้าที่อยู่ในกระจกนั้นเรียกได้ว่าดูดีอย่างยิ่งจริงๆดวงตากลมโต ขนตายาวงอนเรียงตัวเป็แพ ริมฝีปากบางดุจผลเชอร์รี่ ใบหน้าเรียวเล็กโดยเฉพาะผิวพรรณที่ทั้งขาวทั้งเนียน แทบมองไม่เห็นรูขุมขนเลยสักนิดสาวงามที่สะสวยชวนมองโดยไร้การเติมแต่งเช่นนี้นับว่าเป็ของหาได้ยากยิ่งในโลกยุคปัจจุบันโดยเฉพาะเครื่องหน้าทั้งห้าที่เข้ากันได้ดีอย่างไร้ที่ติทั้งสวยสง่าทั้งน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งยังบังเอิญเป็แบบที่เขาชอบพอดีหากเป็เวลาปกติ เขาคงตื่นเต้นหวั่นไหวจนต้องชูกำปั้นกู่ร้องว่า : ‘น่าร้ากก!’ ไปแล้ว
ทว่ายามนี้ ใบหน้าแสนน่ารักนั้นดันมาปรากฏอยู่บนหน้าของตัวเอง......
กระจกในมือซูเจี๋ยนค่อยๆ ร่วงหล่น
เมื่อเห็นสีหน้าแข็งทื่อและดวงตาที่เหม่อลอยราวกับไร้ิญญาของซูเจี๋ยนพยาบาลจึงอดถามด้วยความเป็ห่วงไม่ได้ : “คุณผู้หญิงอันคะคุณเป็อะไรรึเปล่าคะ”
ซูเจี๋ยนค่อยๆ หันไปมองเธออย่างเชื่องช้าเค้นเสียงถามออกมาทีละคำ : “ฉัน-เป็-ใคร”
คุณพยาบาลยิ่งมีสีหน้าเป็กังวลหนักกว่าเดิม : “คุณ.....ก็คือคุณผู้หญิงอันไงคะคุณประสบอุบัติเหตุรถยนต์ กระดูกขาซ้ายหัก แต่คุณไม่ต้องกังวลนะคะคุณผ่านการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ แค่ต้องคอยระวังหน่อยเท่านั้น อีกไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิมแล้วล่ะไม่มีอาการาเ็เรื้อรังตกค้างอยู่แน่นอน”
“ฉัน…. แซ่….อัน?งั้นเหรอ” ซูเจี๋ยนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
พยาบาลคนนั้นอึ้งงันไป แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่ก็ยังคงอธิบายต่ออย่างอดทน : “คุณไม่ได้แซ่อันค่ะนี่เป็แซ่ของสามีคุณ.....”
ได้ยินคำว่า ‘สามี’สองพยางค์นี้ซูเจี๋ยนถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาครั้งหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้
“งั้น…. ฉันชื่อว่าอะไร?”
คุณพยาบาลคนนั้นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างได้อย่างชัดแจ้ง: “คุณแซ่ซู มีชื่อเรียกว่าซูเจี๋ยนค่ะ....คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่าคะ?”
ไม่สบาย? นี่มันไม่ใช่แค่ไม่สบายแล้ว!ป๊ะป๋าคนนี้รู้สึกเ็ปรวดร้าวใจแทบตายแล้วนะ!ป๊ะป๋าคนนี้เป็ผู้ชายอกสามศอกทั้งแข็งแรงทั้งสูงใหญ่ แม่แกเถอะ จู่ๆก็มีสามีก็โผล่ขึ้นมา มันใช่เหรอ!
ซูเจี๋ยนพยายามควบคุมตัวเองอย่างหนักฝืนเค้นรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมาได้ครั้งหนึ่ง : “ฉันดูเหมือนจะ.....จำอะไรไม่ได้เลย......”
คุณพยาบาลแลดูจะตื่นใอยู่บ้างรีบเอ่ยออกมารัวเร็ว : “คุณอย่าเพิ่งกังวลนะคะเดี๋ยวฉันจะรีบไปตามคุณหมอมาให้”
ซูเจี๋ยนได้แต่คิดอย่างขมขื่นรันทดเรียกหมอมาแล้วจะช่วยอะไรได้ไม่ทราบ? หมอช่วยรักษาแขนได้รักษาขาก็ได้แต่หมอจะรักษาอาการของเขาที่ตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวบอบบางแบบนี้ได้อย่างไร?เื่แบบนี้มีแต่เทพมีแต่องค์พุทธเ้าที่จัดการได้ไม่ใช่รึไง?
เหม่อมองส่งพยาบาลคนนั้นซอยเท้าถี่ๆออกไปจากประตูแล้ว ซูเจี๋ยนก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวอย่างเงียบงันไร้วาจาจะกล่าวเื่นี้น่าหวาดหวั่นขวัญผวาจนเกินไปแล้ว เขา้าเวลาย่อยสลายย่อยสลายเื่ราวสักพัก….
“มีเื่อะไร”
ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มลึกของผู้ชายดังขึ้นที่หน้าประตู
“อ๊ะคุณผู้ชายอันมาพอดี! คุณผู้หญิงอันเพิ่งพูดออกมาว่า ดูเหมือนเธอจะจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ”พยาบาลคนนั้นอธิบาย
คุณผู้ชายอัน? ซูเจี๋ยนตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้งรีบเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อครู่พยาบาลคนนั้นเพิ่งจะกล่าวว่าเขามี ‘สามี’ แซ่อัน งั้นก็ไม่ใช่หมายความว่าผู้มาเยือนคนนี้เป็ ‘สัมมี’ [2] ของร่างกายอันวิปริตของเขาตอนนี้หรอกเหรอ?
ชายหนุ่มคนนั้นเดินก้าวผ่านประตูเข้ามาแล้วหลังจากได้ฟังคำบอกของพยาบาล คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันแน่นจากนั้นจึงปรายตาหันมามองซูเจี๋ยนเป็จังหวะเดียวกับที่ซูเจี๋ยนเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายพอดี
ซูเจี๋ยนเบิกตาโพลง สูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกใหญ่!
เงาร่างที่ก้าวเข้ามานั้นเป็ชายหนุ่มจำพวกที่หากถูกจัดอยู่ในกลุ่มโฮสชายชั้นเลิศก็จะต้องถูกหญิงสาวพุ่งเข้าใส่ทันทีที่ได้พบเห็นอย่างไม่ต้องสงสัยแม้ตัวเขาเองจะเป็พวกขี้แพ้ แหยกับทุกเื่อยู่ร่ำไปแต่สำหรับกับพวกเพศชายสูงหล่อรวยประเภทนี้ซูเจี๋ยนมักจะเกลียดชังิ่แคลนเป็พิเศษ อย่างไรก็ดีนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เขาตื่นตระหนกใเสียจนรู้สึกเหมือนไข่แตกอยู่ตอนนี้ ฮึกฮือ ขอแก้ใหม่ เขาก็แค่ตื่นตระหนกเสียจนเกิดความรู้สึกหลอนไปเองว่ากำลังเจ็บ ‘ขาที่สาม’ ในจินตนาการอยู่ต่างหาก
ดวงตาทั้งสองข้างของซูเจี๋ยนเบิกกว้างเสียจนแทบเหมือนลูกลำไยในใจมีสายฟ้าฟาดโหมกระหน่ำ ขบวนตัวอักษร ‘เช*ดแม่’ ที่เพิ่งวิ่งควบผ่านทุ่งหญ้าโคลนเลนไปเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนเป็โขลงสัตว์อสูรดุร้ายเดือดดาลที่วิ่งโถมกันเข้ามามืดฟ้ามัวดินถึงขั้นปิด์ะเืปฐีนำพาความแตกตื่นขุ่นแค้นและสิ้นหวังในใจของเขาลงไปถึงกระเพาะปัสสาวะ!
บัดโซ๊บบบ! ใครก็ได้ช่วยบอกเขาทีว่าเื่แม่ๆทั้งหมดนี่มันเป็เพียงแค่ความฝัน! เหยดแม่!ตื่นมากลายเป็ผู้หญิงก็น่าขนลุกพออยู่แล้ว ทำไมทำไมยังต้องมาเป็ผู้หญิงที่มีสามีเป็เ้าหมอนี่ด้วย?! เ้านี่มันเป็ปีศาจร้ายตัวฉกาจเป็ศัตรูหัวใจตลอดกาลของเขาซูเจี๋ยนคนนี้ ไอ้เ้า ‘อันอี่เจ๋อ’!
-------------------------
เชิงอรรถ
[2] คำนี้ต้นฉบับใช้老公 (lǎogōng) ซึ่งพ้องรูปและออกเสียงคล้ายกับ老公 (lǎogong)ที่สามารถใช้เรียก ‘ขันที’ ได้ด้วย
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ขอคนละคอมเมนต์นะครับ
นิยายเื่นี้มีลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย