เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    แหวนเจ้าปัญหา


    ตอนที่ 39


    แหวนเจ้าปัญหา




                    จิวซินมองดูเสวี่ยหมิงที่กำลังเรอใส่หน้าตัวเองด้วยอาการตาค้าง หล่อนไม่เคยพบใครที่กล้าเสียมารยาทเช่นนี้ต่อหน้าตัวเองมาก่อน หมายจะก้าวเท้าเข้าไปต่อว่า แต่ยังคงรั้งเท้าเอาไว้ก่อน เพราะที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมกิจการของครอบครัว แม้จิวซินจะนิยมการต่อยตี แต่ยังคงมีเหตุผลและสติปัญญายับยั้ง รู้สิ่งใดควรสิ่งใดมิควร แต่แล้วสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นแหวนงดงามที่มือขวาของเสวี่ยหมิง จิวซินพลันใช้สายตาคมกล้าจ้องเขม็งไปยังแหวนวงนั้น สำรวจดูจนถี่ถ้วน...อัญมณีสีน้ำเงินเม็ดนั้นทำให้จิวซินรำลึกถึงความทรงจำในอดีตของตัวเอง


     


                    ...เป็นไปไม่ได้


                    เมื่อเห็นแหวนวงนี้ สาวงามในชุดบุรุษก็ไม่รั้งเท้าเอาไว้อีก ก้าวตรงไปยังโต๊ะอาหารที่ตั้งไว้ด้วยชามบะหมี่ว่างเปล่าซึ่งซ้อนทับกันอยู่ถึงเจ็ดใบ


     


                    เสวี่ยหมิงเห็นเช่นนั้นก็ย่นหัวคิ้วเข้าหากัน เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้รู้จักกับจิวซินมาก่อน แม้ชื่อเสียงของเสวี่ยหมิงจะเป็นที่เรื่องลือในเมืองหยกม่วงเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ตอนนี้เขาก็อยู่ในสภาพปลอมแปลงโฉม หาใช่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง


     


                    "เจ้า !" แม้น้ำเสียงจะปนความขุ่นเคืองเล็กน้อย แต่ยังคงหวานหูน่าฟัง


     


                    เสวี่ยหมิงหันข้อมือเข้าหาตัวใช้นิ้วชี้มุ่งเป้ามาที่ตัวเอง


     


                    จิวซินยิ่งเห็นกิริยาของเสวี่ยหมิงยิ่งมิถูกใจ แต่เพราะตัวเองอยากรู้เรื่องของผู้อื่น จึงได้แต่ฝืนพยักหน้ารับ


     


                    "แม่นาง..."เสวี่ยหมิงที่เห็นจิวซินเป็นหญิงแต่ตัวไม่ต่างจากชายหนุ่มจึงลังเลที่จะเรียกขาน ถึงแม้ว่าความสง่างามของจิวซินจะไม่ด้อยไปกว่าเฟยเซียง แต่หาได้มีผลต่อจิตใจของเสวี่ยหมิงดุจเดียวกับสาวงามรายแรก เขาจึงไม่ได้แสดงท่าทางขวยเขินหรืออึดอัดเช่นเดียวกับยามที่เจรจากับเฟยเซียง


     


                    "เจ้าจะเรียกข้าว่าอันใดก็สุดแล้วแต่เจ้า" จิวซินขมวดหัวคิ้วใบหน้าหงิกงอ "แต่เจ้าต้องตอบคำถามข้ามา ว่าเจ้าได้แหวนวงนั้นมาจากที่ใด"


     


                    ...เวรละหรือว่านางจะเป็นโจรปล้นชิงแหวน แต่ไม่น่าใช่ดูจากที่ผู้คนพูดคุยก่อนหน้านาง อ๋อนางชื่อ...จิวซิน


                    "ข้าก็ซื้อหามาจากร้านค้าทั่วไป" เสวี่ยหมิงที่รับรู้ตัวตนของจิวซินแล้ว แต่ไม่รู้จุดประสงค์การมาของนาง จึงได้ตอบคำถามแบบเลี่ยง ๆ ไปก่อน


     


                    "เหลวไหล แหวนมิติทั่วไปยังงั้นรึ" ครานี้จิวซินดูไม่ค่อยพอใจคำตอบของเสวี่ยหมิง "แหวนมิติวงนี้เป็นของที่ทำขึ้นมาเฉพาะ" จิวซินใช้สายตาจ้องเขม็งไปยังแหวนบนนิ้วมือของเสวี่ยหมิง


     


                    แต่ไม่ทันที่หล่อนจะคาดคั้นต่อ สายลมหอมหนึ่งก็พัดพาเข้ามายังโรงเตี๊ยมชะตามงคล จู่ ๆ ก็ปรากฏชายวัยกลางสูงสง่าขึ้นที่ด้านข้างของจิวซินอย่าง


     


                    จิวซินแม้ได้ชื่อว่าเก่งกาจมีพรสวรรค์สูงส่ง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างยกย่องให้เกรียติ แต่เมื่อชายคนดังกล่าวปรากฏกายขึ้น จิวซินยังต้องคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม


     


                    จิวซินและบุคคลลึกลับหาได้ส่งเสียงพูดคุยออกมา แต่เสวี่ยหมิงล้วนดูออกว่าทั้งสองลอบสื่อสารกันด้วยเสียงทางลมปราณ


     


                    อีกเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาชายคนดังกล่าวก็จากไปพร้อมกับจิวซินที่ยังใช้สายตาจับจ้องมองเสวี่ยหมิงอยู่มิวางตา จนกระทั่งร่างทั้งสองกลายเป็นสายลมหอบหนึ่งพัดหายลับไป ทิ้งให้ผู้คนทั้งโรงเตี๊ยมงุนงงสงสัย


     


                    จนกระทั่งมีผู้คนที่เคยพบเห็นชายผู้นี้มาก่อนเอ่ยขึ้น ทุกคนถึงได้หายสงสัยในฐานะของชายลึกลับคนดังกล่าว เพราะเขาคือประมุขสำนักมังกรฟ้านาม...ซือไฉ ผู้เดียวในเมืองหยกม่วงที่มีความสำเร็จในการฝึกตนถึงระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นสุดปลาย


     


                    หลังจากที่ซือไฉนำตัวจิวซินไปแล้ว เสวี่ยหมิงที่หลุดรอดมาได้ก็ถอดหายใจโล่งอก เพราะไม่คิดว่าแหวนมิติของเขาจะดึงดูดเรื่องวุ่นวายมาใส่ตัว ทำให้เสวี่ยหมิงตัดสินใจเก็บแหวนเอาไว้ก่อน และใช้กระเป๋ามิติแทน และกะเอาไว้ว่าจะนำแหวนไปใส่เฉพาะตอนที่ต้องการเจรจาซื้อขายเท่านั้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการปลอมเป็นพ่อค้าร่ำรวยของตัวเอง


    .


    .


                    รุ่งเช้าวันใหม่ เสวี่ยหมิงออกจากโรงเตี๊ยมไปแต่เช้าตรู่เพื่อสอบถามร้านขายโอสถต่าง ๆ ว่าเขาจะหาซื้อยาหยินหยางเทียนฟงได้ที่ไหน แต่ล้วนได้รับคำตอบเดียวกันว่าไม่สามารถหาซื้อได้ในเมืองหยกม่วง การที่พ่อค้าบอกว่าหาไม่ได้ในเมืองหยกม่วง ไม่ได้แปลว่าหาไม่ได้ในเมืองอื่น และแน่นอนว่ายังมีสถานที่ค้าขายพิเศษ ที่มีสาขาการค้าไม่จำกัดอยู่แค่ในเมืองหยกม่วงเท่านั้น


     


                    สมาคมพ่อค้า...ยามที่ไม่ได้มีการจัดการประมูล นั้นจะเปิดกิจการอยู่ถัดไปไม่ไกลจากโดมใหญ่นัก ซึ่งพื้นที่เลยจากเขตเจรจาการค้าของสมาคมพ่อค้าก็คือที่อยู่อาศัยอันหรูหราของพ่อค้าคหบดีทั้งหลาย


     


                    เสวี่ยหมิงที่เพิ่งเคยเดินทางมาติดต่อการค้ายังสมาคมครั้งแรก มองซ้ายมองขวาด้วยความลังเล เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มเจรจาการค้ายังไง เพราะที่ด้านหน้าสมาคมเป็นอาคารสูงทรงกระบอก ตรงกลางอาคารโปร่งทะลุขึ้นไปไร้ซึ่งเพดาน หากแหงนหน้ามองขึ้นไปยังเบื้องบนยังมองเห็นชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปได้ ซึ่งอาคารแห่งนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 4 ชั้น แบ่งแยกตามระดับธุรกิจที่เจรจา ยิ่งมีสิ่งของสูงค่า สถานที่เจรจาก็จะอยู่ในชั้นที่สูงขึ้นตามไปด้วย


     


                    เมื่อแรกพนักงานต้อนรับเห็นเสวี่ยหมิงยืนงก ๆ เงิ่น ๆ ยังไม่กล้าเดินเข้ามาติดต่อตนเอง แต่หลังจากใช้สายตาสำรวจดูจากเครื่องแต่งกาย และหน้าตาที่ไม่คุ้นเคย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพ่อค้ามาจากต่างถิ่น และไม่เคยติดต่อกับสมาคมการค้าที่ใหญ่แบบสมาคมพ่อค้ามาก่อน ทำให้ติดประหม่าอยู่บ้าง พนักงานของสมาคมพ่อค้าจึงชิงเป็นฝ่ายรุก เดินเข้าไปสอบถามสวี่ยหมิงก่อน


     


                    "นายท่านผู้นี้ ไม่ทราบว่านายท่านมีกิจธุระใดกับสมาคมพ่อค้าของเราหรือขอรับ"


     


                    "อา..."เมื่อพนักงานเปิดบทสนทนาขึ้นเสวี่ยหมิงจึงไม่รั้งรออีก "ข้าอยากซื้อหาโอสถวิเศษ"


     


                    "โอสถวิเศษ" พนักงานของสมาคมพ่อค้าฉีกยิ้มให้เสวี่ยหมิง "ไม่ทราบว่านายท่านผู้นี้ต้องการโอสถชนิดใดขอรับ"


     


                    "ข้าต้องการโอสถหยินหยางเทียนฟง"


                   


                    พนักงานของสมาคมพ่อค้าชะงักค้างไปครู่หนึ่ง เพราะยาหยินหยางเทียนฟงนั้น ถือเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าสูงลิบ แถมยังไม่มีอยู่ในเมืองหยกม่วงแห่งนี้ หากอยากได้จำต้องมัดจำและให้สมาคมพ่อค้าสั่งซื้อให้จากเมืองใหญ่เป็นกรณีพิเศษ แต่เมื่อโอสถมีมูลค่าสูง การขนส่งและเก็บรักษาย่อมทำได้ไม่ง่ายนัก ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ที่มันสงสัยใจที่สุดหาใช่เรื่องของราคา แต่เป็นเหตุผลที่ว่าไม่มีใครในเมืองมีความจำเป็นต้องใช้โอสถชนิดนี้ เพราะเท่าที่การข่าวของสมาคมมีข้อมูลอยู่ ผู้เดียวที่จำเป็นต้องใช้ยาชนิดนี้ในการฝึกปรือก็คือประมุขของสำนักมังกรฟ้าซือไฉเท่านั้น "นายท่านต้องการโอสถหยินหยางเทียนฟง ข้าน้อยฟังมิผิดไปใช่ไหมขอรับ"


     


                    "ใช่ ๆ เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ข้าอยากได้โอสถหยินหยางเทียนฟง ว่าแต่พวกเจ้ามีไหมละ"


     


                    "เออ...แม้ที่สมาคมเราจะไม่มี แต่สมาคมพ่อค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าชนิดนี้ให้กับนายท่านได้อยู่ขอรับ"


     


                    "เยี่ยมถ้าได้ยังงั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลย"


     



                    "เพียงแต่..."



                    "มีปัญหาอะไรรึ"


     


                    "เรื่องราคา..."


     


                    "ราคา"เสวี่ยหมิงทำท่าเบ้ปาก ก่อนจะแสดงท่าทางยกแหวนมิติวงเก่งขึ้นมาลูบคลำตรงหน้าพนักงานของสมาคมพ่อค้า โดยหวังว่าจะใช้ภาพลักษณ์ภายนอกช่วยให้ การเจรจาการค้าเป็นไปด้วยดี แม้เขาจะไม่รู้ราคาของโอสถหยินหยางเทียนฟง แต่เสวี่ยหมิงตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่ามันจะแพงเท่าไหร่ เขาก็ต้องหาซื้อมันมาให้จงได้


     


                    "นั่นมัน..."พนักงานสมาคมพ่อค้าอ้าปากกว้างก่อนจะรีบใช้มือปิดป้องปากตัวเองเอาไว้ ก่อนจะรีบเชื้อเชิญเสวี่ยหมิงให้นั่งคอยอยู่ในห้องรับรองที่จัดเตรียมเอาไว้ ก่อนเดินหายลับไปยังด้านหลังของสมาคมพ่อค้า


    .


    .


                    ณ คฤหาสน์จระกูลเฟย พนักงานผู้ที่ต้อนรับเสวี่ยหมิงกำลังรายงานบางสิ่งให้กับ ยอดหญิงงามผู้เป็นบุตรสาวสุดที่รักของผู้นำตระกูลเฟยอยู่ สีหน้าของพนักงานวัยกลางคนแสดงออกถึงความเคารพเด็กสาวที่มีอายุรุ่นราวคราวลูกตัวเองอย่างเห็นได้ชัด


     


                    หลังจากที่ได้รับรายงานเรียบร้อย บนใบหน้างามซึ้งของเด็กสาวก็ฉายแววเริงร่าเบิกบานอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มงามพลางปรากฏขึ้นพร้อมเสียงเอ่ยอันแผ่วเบา..."ปล่อยให้ติดตามหาอยู่นานก็มิพบ แต่ในที่สุดท่านก็มาเอง"



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน