หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 : ของเหลวศักดิ์สิทธิ์ผสานสวรรค์

            ด้านในอัดแน่นไปด้วยอักขระเต๋าคลื่นพลังที่น่ากลัวแผ่ซ่านออกมา  ประตูโบราณเก่าแก่ปรากฏขึ้นซึ่งมันเกิดขึ้นมาจากการผสานกันของอักขระที่นำไปสู่พื้นที่ที่ไม่มีใครล่วงรู้

            เต้าหลิงน้อยเบิกดวงตาสีดำสนิทมองไปรอบๆคนสามคนในตระกูลเข้าไปข้างใน ก่อนปรากฏร่างขึ้นในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย

            สถานที่โบราณที่มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งยังอบอวลไปด้วยไอพลังวิญญาณแห่งยุทธ์ที่เหมือนกับกดทับลงมาจากห้วงนภา ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

            ภายในวิหารถูกตกแต่งอย่างสวยงามตรงประตูมีผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งอยู่

            ชายแก่ใบหน้าน่าเกรงขามนั่งอยู่บนตำแหน่งของตนสายตามองไปยังจดหมายที่พวกเขาหยิบออกมาแล้วถอนหายใจยาว “ข้าจำได้ว่าครั้งนั้น หากไม่ได้ตระกูลเต้าช่วยเหลือเอาไว้ ข้าจะต้องตายเป็นแน่พวกเจ้ามีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ ถ้าข้าสามารถช่วยได้ ข้าก็จะช่วย”

            ใบหน้าของเต้าเสี้ยวเทียนเต็มไปด้วยความยกย่องเขากล่าวออกมาอย่างนอบน้อมว่า “คุณสมบัติกายของลูกชายข้ามีปัญหาเล็กน้อยจึงอยากจะให้ท่านช่วยตรวจสอบเสียหน่อย”

            แม่ของเต้าหลิงน้อยรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากผู้อาวุโสท่านนี้เป็นปรมาจารย์นักปรุงโอสถฝีมือดี ถ้าขนาดเขายังทำอะไรไม่ได้เช่นนั้นจะต้องกลายเป็นปัญหายุ่งยากแน่

            อู่หวังต้งขมวดคิ้วขึ้นรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่พวกเขาใช้บุญคุณที่ล้ำค่านี้กับเรื่องไร้สาระทั่วทั้งดินแดนลึกลับต่างก็มีคนมากมายอยากจะให้เขาหลอมโอสถให้ทั้งนั้น

            ทว่าอู่หวังต้งก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเดินเข้ามาอุ่มร่างของเด็กน้อยขึ้น คลื่นพลังจิตสวรรค์มหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กน้อยเพื่อเริ่มตรวจสอบคุณสมบัติกายของเขา

            จิตสวรรค์นี้แทรกทะลวงเข้าทุกรูขุมขนพลังยิ่งใหญ่มหาศาลไร้ที่สิ้นสุด ราวกับมหาสมุทรสวรรค์เส้นพลางหลายหมื่นเส้นฝ่าทะลวงผิวหนังของเต้าหลิง ในตอนนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเก่าแก่ ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมา

            “แปลกเสียจริงเหตุใดในร่างของเด็กคนนี้ถึงได้มีพลังเก่าแก่อยู่?”

            นัยน์ตาของเขาฉายประกายแสงคลื่นจิตสวรรค์ที่ปลดปล่อยออกมาแข็งแกร่งมากขึ้นหลายเท่าก่อนที่เขาจะใช้มายาลับจิตสวรรค์วิชาหนึ่งไหลตามพลังเก่าแก่นั่นไปเพื่อหาว่าต้นกำเนิดของพลังนั้นอยู่ที่ไหน

            ภายในส่วนลึกของเต้าหลิงน้อยเหมือนมีถ้ำสีดำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นอยู่ จิตสวรรค์ของอู่หวังต้งไหลเข้าไปข้างในพลันสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของกายนี้ จิตสวรรค์ของเขาแผดเผารุนแรงเมื่อมาถึงในส่วนลึก แววตาของเขาก็ฉายสีความตกตะลึง

            นี่คือพลังต้นกำเนิดชนิดหนึ่งที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยความดุดันเหมือนกับว่าเขาได้มาถึงในยุคสร้างโลก พลังวิญญาณเต๋าไหลเวียนล่องลอยตามอากาศทุกสรรพสิ่งเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้น พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา

            พลังงานต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์กำลังฟื้นตัวขึ้นเหมือนกับพลังงานเปิดฟ้า น่ากลัวจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน

            “พลังศักยภาพไร้ซึ่งขีดจำกัด” ร่างของอู่หวังต้งหนักอึ้ง นี่มันเป็นพลังศักยภาพแบบไหนกันเหตุใดกายนี้ถึงได้หวนกลับไปอยู่ในยุคสมัยที่เก่าแก่ที่สุดได้เล่า? หากเติบใหญ่ขึ้นจะต้องกลายเป็นสุดยอดของใต้หล้าที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้!

            เพราะพลังงานต้นกำเนิดนี้น่ากลัวมากถึงกับทำให้ร่างของเขาสั่นเทา ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในกายของหมูทว่าในภายภาคหน้าเมื่อมันเติบโตขึ้นมามันก็สามารถกลายเป็นหมูสวรรค์เบิกนภาได้!

            “ท่านผู้อาวุโสอู่เป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อเห็นว่าเขาขมวดคิ้วครุ่นคิดเต้าเสี้ยวเทียนก็ถามขึ้นอย่างเป็นกังวล

            ได้ยินดังนั้น อู่หวังต้งก็ยิ้มพลางกล่าวออกมาว่า “ร่างกายของเด็กคนนี้มีปัญหานิดหน่อยทว่าในวันนั้นเพราะตระกูลเต้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าจะใช้พลังทั้งหมดของข้ารักษาเด็กคนนี้พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักครู่ก็แล้วกัน”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสอู่มาก” เต้าเสี้ยวเทียนกล่าวแล้วรีบผสานมือคำนับในทันทีคนที่แข็งแกร่งมากอย่างเขาก็อดที่จะก้มหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้อย่างไรเสียนี่ก็เป็นอนาคตของลูกชายของเขา

            อู่หวังต้งอุ้มเต้าหลิงน้อยเดินเข้าไปด้านในผู้เป็นแม่ของเต้าหลิงพลันขมวดคิ้วขึ้น นางรู้สึกว่าอู่หวังต้งนั้นดูแปลกๆเหตุใดเขาถึงได้เดินไปอย่างไม่รีบร้อนเลยสักนิด อีกทั้งยังอุ้มลูกของนางไปอีกทว่านางก็ไม่สามารถถามซักไซ้อะไรได้ หากทำให้ปรมาจารย์นักปรุงโอสถโกรธขึ้นมาแล้วเขาไม่รักษาลูกของนางจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่

            เต้าหลิงน้อยกะพริบตาปริบ ถึงจะอยู่ต่อหน้าสถานที่แปลกตาแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวเลย ทว่าในตอนที่เข้ามาถึงในห้องลับ เขาก็กวาดสายตารอบๆพลางกล่าวออกมาอย่างไร้เดียงสา “ท่านปู่ พวกเรามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

            เมื่อได้ยินเสียงอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อยที่ดังขึ้นมาอู่หวังต้งก็ยิ้มแล้วกล่าวตอบกลับไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

            ไม่นานนัก ก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามาทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังที่น่าหวั่นเกรง แสงภายในตาทั้งสองประกายออกมาพลางเอ่ยถามขึ้นว่า“ผู้อาวุโสสาม เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องอันใด?ทั้งยังให้ข้านำกระจกถ้ำนภามาอีก”

            อู่หวังชิงสงสัย กระจกถ้ำนภาเป็นสมบัติล้ำค่าของวิหารยุทธ์คนธรรมดาไม่สามารถใช้มันได้

            ปรากฏกระจกโบราณสีดำทมิฬขึ้น ดูเก่าแก่มากซึ่งมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ ทั้งยังเป็นอาวุธวิญญาณผ่านฟ้าที่นับได้ว่าเป็นสมบัติของยุคโบราณ

            อู่หวังต้งไม่ได้กล่าวอะไรพลางฟื้นพลังของสมบัติชิ้นนี้ขึ้นมา บานกระจกโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัวตนได้กระโดดข้ามผ่านห้วงเวลาไปในยุคโบราณแสงสีดำทมิฬส่องออกมาปกคลุมร่างของเต้าหลิงเอาไว้

            กระจกล้ำค่าพลันน่ากลัวขึ้น อู่หวังต้งที่ใช้สมบัติชิ้นนี้ดวงตาทั้งสองประกายแสงสว่าง เขามองเห็นภาพที่น่ากลัวอยู่ในร่างของเขาพลังเต๋าไหลทะลักออกมาเหมือนกับมหาสมุทร ทั้งยังแฝงไปด้วยไอพลังเบิกฟ้า

            นี่คือพลังบรรพกาลที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง ยิ่งอู่หวังต้งมองหัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นเทา พลังศักยภาพของเขาน่ากลัวมากเกินไปแล้วเพราะพลังงานบรรพกาลนี้สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างไร้ซึ่งขีดจำกัดทำเอาหัวใจของเขาสั่นสะท้าน

            “หรือว่านี่จะเป็นกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่เล่าขานกัน?” เขากล่าวเสียงหลงออกมาในใจ ใบหน้าพลันขึงขังขึ้นถ้าเด็กคนนี้โตขึ้นมา ใครเล่าจะสามารถประมือกับเขาได้

            วิหารยุทธ์ก็เพิ่งจะให้กำเนิดอัจฉริยะรุ่นหลังที่น่ากลัวขึ้นมาซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาจะกลายเป็นสุดยอดจักรพรรดิของดินแดนลึกลับ

            ทว่าการปรากฏขึ้นของกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ทำให้ในใจของเขาพลันเย็นยะเยือกขึ้นจะปล่อยเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้เด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะต้องกลายเป็นตัวปัญหาในภายภาคหน้าแน่

            ไม่นานนัก อู่หวังต้งก็ส่งตัวเต้าหลิงน้อยคืนให้กับเต้าเสี้ยวเทียนและภรรยาเมื่อทั้งสองรู้ว่าสามารถรักษาอาการนอนหลับของเด็กน้อยได้ พวกเขาก็ดีอกดีใจกันมาก

            อู่หวังต้งบอกกับพวกเขาทั้งสองว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็เข้ามาอยู่ข้างในวิหารยุทธ์ โดยที่มีเด็กหญิงฝาแฝดสองคนมาเป็นเพื่อนเล่นของเต้าหลิง

            “พวกเขาจะเกรงใจไปหน่อยหรือเปล่า?” ผู้เป็นแม่ของเต้าหลิงขมวดคิ้วขึ้น พลางใช้สายตามองไปที่ลูกน้อยของตนที่กำลังเล่นอยู่กับเด็กหญิงทั้งสองนางรู้ดีว่าสถานะของอู่หวังต้งนั้นสูงส่งขนาดไหน จึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจทว่าอย่างไรเสีย พวกเขาเป็นคนรุ่นหลัง อีกทั้งตำแหน่งของอีกฝ่ายก็ยังสูงมาก

            “เจ้าไม่ต้องกังวลไปอู่หวังต้งเป็นคนที่มีคุณธรรมและบารมีสูงทั้งตระกูลเต้าของเราก็เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ครั้งนึงพวกเขาไม่มีทางทำอะไรที่ไม่ดีหรอก”เต้าเสี้ยวเทียนโบกมือ

            “ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”นางพยักหน้าพลันรู้สึกได้ว่าตนนั้นคิดมากไป เด็กน้อยเพียงคนเดียวพวกเขาไม่ทำอะไรหรอก

            ภายในที่ประชุมกลุ่มคนใหญ่คนโตของวิหารยุทธ์รู้สึกไม่สบายใจมากข่าวที่พวกเขาได้มานั้นทำให้พวกเขาตื่นตระหนกอู่หวังต้งคิดว่าเด็กน้อยคนนี้กำลังเก็บสะสมพลังงานเอาไว้ เมื่อไรที่พลังตื่นขึ้นมาถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครสามารถต้านทานเขาเอาไว้ได้

            “กายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์เป็นกายโบราณเก่าแก่ซึ่งกายนี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานหลายทศวรรษแล้วในสมัยโบราณกาลมีเพียงแค่นักบุญหญิงโบราณอิสตรีเพียงคนเดียวที่มีกายนี้เป็นเรื่องเล่าขานน่ากลัวมาก คิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลเต้าจะมีทายาทที่มีกายเช่นนี้”ชายชราคนหนึ่งเอ่ยเสียงเบา

            “ตระกูลเต้าไม่มีทางฟื้นกลับขึ้นมาได้หรือว่าพวกเขาต้องการเฉิดฉายขึ้นมาในยุคสมัยนี้อย่างนั้นหรือ?” มีคนกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนักทั้งยังแฝงไปด้วยพลังสังหาร

            “ในยุคสมัยนี้จะต้องเป็นตี้เอ๋อของตระกูลเราเท่านั้นที่จะอยู่เหนือใต้หล้านี้ จะมีที่สองเกิดขึ้นมาไม่ได้” อู่หวังต้งกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชาพลังที่น่ากลัวเอ่อล้นจากภายในร่าง พลังโกลาหลถูกปลดปล่อยออกมาราวกับเทพสวรรค์

            “ข้าเห็นด้วยตระกูลเต้าไม่อาจจะฟื้นพลังกลับคืนมาได้เหมือนในอดีตกาลทั้งพวกเขาก็ยังไม่รู้เรื่องกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ แค่ฆ่าขยะไปตัวหนึ่งพวกเขาจะต้องไม่กล้าว่ากล่าวอันใดแน่”

            “ใช่แล้วผู้อาวุโสสามเป็นคนตรวจดูร่างกายของเขา ก็แค่บอกไปว่าเกิดอุบัติเหตุก็เท่านั้น” หญิงชราคนหนึ่งเอ่ย

            กลุ่มคนพลันกล่าวปรึกษากัน รอบๆ ตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหารหลังจากนั้นราวๆ หนึ่งชั่วยาม อู่หวังต้งก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฟ้าช่างเข้าข้างพวกเราวิหารยุทธ์เสียจริงฮ่าๆๆ”

            “ผู้อาวุโสสามมีเรื่องอันใดถึงได้ดีใจขนาดนั้น?” อู่หวังชิงถามขึ้น ในตอนนี้จะมีเรื่องอะไรที่น่าดีใจอีก

            “ข้าเพิ่งจะไปที่หอคัมภีร์มาแล้วก็ได้พบวิชาโบราณวิชาหนึ่งซึ่งสามารถเอาพลังต้นกำเนิดของกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมเข้าไปในร่างกายของตี้เอ๋อได้ไม่อยากคิดเลยถ้าหลอมรวมสำเร็จแล้ว อู่ตี้จะแข็งแกร่งมากขนาดไหน”

            อู่หวังต้งกล่าวออกมาด้วยความดีใจ หากมีวิชาโบราณนี้โอกาสสำเร็จจะต้องเพิ่มขึ้นสูงมากแน่

            “ว่าไงนะ” เหล่ากลุ่มคนพลันตกตะลึงไปตามๆ กันพวกเขาลุกยืนขึ้นมาพลางแผดเสียงคำรามกล่าวออกมาว่า “เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”

            กายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์เป็นกายที่น่ากลัวมากยิ่งหากสามารถนำพลังต้นกำเนิดในร่างของเด็กน้อยคนนี้ออกมาแล้วหลอมรวมใส่เข้าไปในร่างของอู่ตี้ได้ล่ะก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าในภายหลังอู่ตี้จะน่ากลัวมากแค่ไหน

            หลังจากนั้นอู่หวังต้งก็เข้ามาหาพวกเขาพลางถามขึ้นมาอย่างใจกว้างว่า “เสี้ยวเทียนพวกเจ้าทั้งสองคนอยู่กันสบายดีหรือไม่?”

            “ท่านผู้อาวุโสอู่ข้าเกรงใจท่านยิ่งนัก” เต้าเสี้ยวเทียนผสานมือคำนับพลางถามออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “ขออภัยท่านผู้อาวุโส คือว่า แล้วเรื่องของคุณสมบัติกาย”

            ได้ยินดังนั้นอู่หวังต้งก็ถอนหายใจออกมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “มีวิธีแก้ไข ทว่า”

            “ทว่าอะไรอย่างนั้นหรือ?” เต้าเสี้ยวเทียนตกใจมากก่อนรีบกล่าวออกมา “ขอแค่สามารถรักษาลูกชายของข้าให้หายได้ไม่ว่าจะราคาเท่าไรข้าก็ยอม”

            “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” อู่หวังต้งโบกมือพลางกล่าว “ทว่าข้าต้องการของเหลวศักดิ์สิทธิ์ผสานสวรรค์เจ้าก็รู้ว่าของสิ่งนี้หายากมาก ขนาดข้ายังไม่สามารถหามาได้ว่ากันว่ามันเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ต้องหาจากเหมืองโบราณเหวลึกเท่านั้น”

            “เหมืองโบราณเหวลึก” เต้าเสี้ยวเทียนถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างใจหายที่นั่นเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก ถ้าไปก็เหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้งเขาครุ่นคิดพลางกล่าวออกมา“เรื่องนี้วางใจข้าได้ข้ารู้ว่ามีที่ที่มีของสิ่งนั้นอยู่”

            “เช่นนั้นก็ดีมาก” อู่หวังต้งยิ้มออกมาด้วยความปีติ

            ผู้เป็นแม่ของเต้าหลิงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากนางรู้ว่าสถานที่นั้นไม่ใช่สถานที่ที่ดี ง่ายต่อการเอาชีวิตไปทิ้งในคืนนั้นเขาก็ได้เตรียมตัวและออกไปที่เหมืองโบราณเหวลึกเพื่อออกตามหาหินผสานสวรรค์

            “ท่านแม่ท่านพ่อไปไหนแล้ว?” เต้าหลิงน้อยกะพริบดวงตาสีดำสนิทปริบๆเขาน่ารักมาก เหมือนกับตุ๊กตากระเบื้อง น้ำเสียงกล่าวออกมาอย่างไร้เดียงสา ทว่าคำพูดที่เปล่งออกมานั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก

            ใบหน้าสะสวยของนางฉายสีความวิตกนางโอบกอดเต้าหลิงน้อยอยู่ภายในวิหารยุทธ์ จนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไปคืนนั้นเป็นคืนที่ฝนตก เต้าเสี้ยวเทียนกลับมาพร้อมกับร่างที่ชโลมไปด้วยเลือดเขาพบเจอกับภัยอันตรายในเหมืองโบราณเหวลึกจนเกือบตายทว่าใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมา เพราะเขาได้หาหินผสานสวรรค์เจอ

            ในคืนนั้นสายฟ้าฟาดลงมาดังสนั่นหวั่นไหวฝนเทลงมาชุดใหญ่น่ากลัว ทั้งยังรุนแรงมาก บรรยากาศทั่วฟ้าดินแปรเปลี่ยน

            ภายในห้องลับ เต้าหลิงน้อยกำหมัดเบาๆ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองไปที่ชายชราพลางกล่าวถามออกมาด้วยความดีใจว่า “ท่านปู่ พวกท่านจะรักษาข้าใช่หรือไม่?”

            คำพูดไร้เดียงสาของเขาไม่ได้ทำสีหน้าของอู่หวังต้งเปลี่ยนไปเขากล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า“ใช่แล้วอีกไม่นานก็เสร็จแล้วล่ะ”

            อู่หวังชิงเดินเข้ามาใกล้ภายในมือโอบอุ้มของเหลวที่ล้อมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งภายในนั้นยังมีพลังวิญญาณเต๋าสีดำไหลเวียนอยู่มันปรากฏขึ้นในห้วงมิติเป็นระลอกๆ

            ด้านหลังของเขามีเด็กอยู่คนหนึ่งเดินตามมา อายุราวๆสี่ห้าขวบ ท่าทางดูฉลาดหลักแหลม​ ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยพลังธาตุสวรรค์ดูโดดเด่นมาก ราวกับเทพสวรรค์ในยุคสมัยใหม่

            ใบหน้าของอู่หวังต้งเต็มไปด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวกับเด็กชายว่า“เด็กน้อย เมื่อครู่ที่ข้าสอนเจ้าเอาไว้ เจ้าจำได้แล้วใช่หรือไม่?”

            เด็กชายพยักหน้า ดวงตาทั้งสองประกายแสงสวรรค์พลางนั่งขัดสมาธินิ่งไม่ขยับไปไหน

            เต้าหลิงน้องเบิกดวงตากว้างมองไปที่เด็กชายคนนั้นเขารู้สึกว่าเด็กคนนี้แตกต่างออกไปทั้งยังเหมือนกับตอบสนองอะไรบางอย่างต่อร่างกายของเขา

            สีหน้าของอู่หวังต้งพลันหนักอึ้ง เขาหยิบกระจกถ้ำนภาออกมาแสงสีดำที่น่ากลัวพุ่งออกมา ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังจิตสวรรค์ที่ล้นทะลัก

            เขากลับมาที่ฟ้าดินนี้อีกครั้งซึ่งครั้งนี้น่ากลัวกว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนมากพลังเต๋าเหมือนดั่งนภาที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

            หัวใจของอู่หวังต้งพลันสั่นไหว เขาเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผาพลังจิตสวรรค์ระเบิดออกมาเส้นแสงนับพันหมื่นแทรกชอนไชเข้าไปในส่วนลึกของร่างกายเต้าหลิงน้อยแต่ละเส้นจิตสวรรค์ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นกระบี่ล้ำค่าที่ทะลวงเข้าไป

            “เจ็บเจ็บ” ร่างเล็กของเต้าหลิงน้อยสั่นไหวใบหน้าขาวอมชมพูได้กลายเป็นสีขาวซีด

            “ท่านปู่เจ็บ” เต้าหลิงน้อยกล่าวเสียงสั่นร่างเล็กที่เหมือนกับตุ๊กตาดิ้นไปมาเลือดไหลซึมออกมาจนอาบไปทั่วเตียงหินจนกลายเป็นสีแดงฉาน

            “จับเขาเอาไว้อย่าให้เขาขยับตัว” อู่หวังต้งแผดเสียงคำราม “ระวังอย่าให้เขาตายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพลังต้นกำเนิดจะถูกทำลาย”

            อู่หวังชิงพยักหน้าพลางใช้มือข้างหนึ่งจับร่างของเต้าหลิงน้อยเอาไว้ถึงแม้ว่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพียงไรทว่าสายตาของเขาก็ยังเฉยชาราวกับมองมดตัวหนึ่ง และด้วยความรำคาญที่เด็กน้อยร้องเสียงดังเขาจึงเอามืออีกข้างหนึ่งมาปิดปากเต้าหลิงน้อยเอาไว้

            เต้าหลิงน้อยหวาดกลัวมาก เขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรมีเพียงความหวาดกลัวที่เข้าปกคลุม ก่อนที่เด็กน้อยจะร้องในใจว่า “ท่านแม่ ข้ากลัว ท่านอยู่ที่ไหน?”

            ผู้เป็นแม่รอยคอยอยู่ด้านนอกวิหารอย่างร้อนอกร้อนใจฝ่ามือทั้งสองกุมเอาไว้ตรงอกพลันขมวดคิ้ว

            ร่างของเต้าเสี้ยวเทียนอาบโฉกไปด้วยเลือดยังไม่ทันที่เขาจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในตอนนั้นเขาก็พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเหมือนกับจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน