“ข้าเข้าใจแล้ว”เยี่ยซางกระโดดลงด้านหลังต้นไม้ใหญ่ ขณะจับจ้องราชาหมาป่ากระหายเลือดที่อยู่อีกฝั่งของต้นไม้ขณะนี้ต้นไม้โบราณอยู่ระหว่างหนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์อสูรความเร็วของราชาหมาป่ากระหายเลือดนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อยังมีต้นไม้โบราณที่ขวางอยู่ทำให้มันเคลื่อนไหวได้ช้าลง
ราชาหมาป่ากระหายเลือดชะลอความเร็วลงและเปลี่ยนทิศทางไปยังด้านข้างของเยี่ยซางมันกระโดดข้ามแนวรากต้นไม้โบราณ พร้อมอ้าปากออกกว้างเพื่อกัดเยี่ยซางแต่คราวนี้เยี่ยซางรีบขยับหลบไปอีกด้านหนึ่งโดยไม่เผชิญหน้าทันที
เยี่ยซางยังไม่ต้องการโจมตีดังนั้นเขาจึงวิ่งวนไปรอบๆ ต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ขณะที่ราชาหมาป่ากระหายเลือดยังคงพยายามโจมตีตนเองอยู่ เมื่อพบการโจมตีของราชาหมาป่ากระหายเลือดเยี่ยซางก็วิ่งวนไปอีกฝั่งของต้นไม้ทำให้มันไม่สามารถโจมตีเขาได้
เมื่อเห็นเยี่ยซางยังคงวิ่งวนรอบต้นไม้โบราณราชาหมาป่ากระหายเลือดก็โจมตีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆระยะที่มันกระโดดไล่ล่าเยี่ยซางก็ยิ่งกว้างขึ้น ขณะพยายามที่จะสังหารเด็กหนุ่มอย่างต่อเนื่อง
โม่เฉินถือดาบยาวไว้ในมือของตนเองเขากังวลมากว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเยี่ยซาง
เยี่ยซางใช้เวลาหลอกล่อราชาหมาป่ากระหายเลือดอย่างอดทนเขาต้องการให้ราชาหมาป่ากระหายเลือดหมดความอดทนเพื่อหาโอกาส
ตอนนี้ราชาหมาป่ากระหายเลือดโกรธจัดแล้วมันกระโดดสูงขึ้นเพื่อไล่ตามเยี่ยซาง ทำให้เขาพบโอกาสที่รออยู่
เมื่อราชาหมาป่ากระหายเลือดกระโดดขึ้นอีกครั้งเยี่ยซางก็ใช้พลังปราณทั้งหมดจากเลือดเนื้อของตนเองส่งไปยังหอกสังสารวัฏในคราวเดียวจากนั้นปราณแท้จริงในตันเถียนก็ระเบิดออกสร้างคลื่นสั่นสะเทือนสิบสองระลอกผ่านหอกสังสารวัฏราชาหมาป่ากระหายเลือดที่กระโจนเข้าหาจะถูกแทงเข้าที่หน้าอกด้วยหอกสังสารวัฏ
เมื่อหอกถูกแทงออกไปเยี่ยซางก็เอนตัวไปด้านหลังโดยไม่ได้ชักหอกกลับเขากังวลเกี่ยวกับความว่องไวของราชาหมาป่าตัวนี้
เมื่อเห็นหอกของเยี่ยซางราชาหมาป่าผู้กระหายเลือดก็ขยับตัว มันตวัดกรงเล็บไปขวางทางหอกสังสารวัฏขณะเดียวกันก็อ้าปากของตนเองไปทางเยี่ยซางเพื่อขย้ำเด็กหนุ่ม
“ตายซะ!”เยี่ยซางระเบิดปราณทั้งหมดใส่ลงไปในหอกสังสารวัฏพร้อมดันแทงไปข้างหน้า
หึ่ง!หอกสังสารวัฏสั่นจนเกิดเสียง มันขวางกรงเล็บทั้งสองของราชาหมาป่ากระหายเลือดทั้งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนจะทะลุเข้าไปในหน้าอกของราชาหมาป่ากระหายเลือด
หลังเห็นว่าหอกทะลุเข้าไปในหน้าอกของราชาหมาป่ากระหายเลือดแล้วมือซ้ายของเยี่ยซางก็ต่อยลงที่ปลายด้ามหอก เขาอาศัยแรงปะทะที่สะท้อนกลับมากลิ้งตัวออกห่างจากร่างของราชาหมาป่ากระหายเลือด
หลังจากที่หลบออกไปพ้นแล้วเยี่ยซางก็กระโดดขึ้นและทิ้งตัวลงบนหลังของราชาหมาป่ากระหายเลือดที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ
ในเวลานี้ราชาหมาป่ากระหายเลือดที่โดนโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสกำลังมีหอกยาวสองจั้งแทงทะลุท้องของมันจนปลายหอกทะลุออกไปด้านหลังทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดิม
ฝ่ายเยี่ยซางที่ทิ้งตัวลงบนหลังของราชาหมาป่ากระหายเลือดเขาจับหลังคอของราชาหมาป่าด้วยมือขวาและใช้หมัดซ้ายของตนเองทุบลงที่หัวของราชาหมาป่ากระหายเลือดอย่างรุนแรง
ด้วยการต่อยหกถึงเจ็ดครั้งติดต่อกันร่างกายของราชาหมาป่ากระหายเลือดก็อ่อนลงจนตายในที่สุดนอกจากบาดแผลจากหอกที่แทงจากช่วงอกทะลุหลังกะโหลกศีรษะของมันยังถูกเยี่ยซางต่อยจนแตกร้าวด้วยเช่นกัน
เยี่ยซางลุกขึ้นแล้วดึงหอกสังสารวัฏออกก่อนจะเช็ดหอกเปื้อนเลือดกับขนของราชาหมาป่ากระหายเลือดด้วยความโล่งอก
“นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของเจ้าหรือ?” โม่เฉินมองไปที่เยี่ยซางราวกับเห็นสัตว์อสูร
“ไม่ใช่หรอกตอนที่ข้าอยู่ในหมู่บ้านจู๋หยวน ข้าเคยออกไปล่าสัตว์ แต่ตอนนั้นข้าไม่ได้บ่มเพาะข้าจึงจัดการได้แค่กับพวกสัตว์อสูรระดับหนึ่งแต่ถ้าพบสัตว์อสูรระดับสองก็ต้องหนีเหมือนกัน”เยี่ยซางคิดเกี่ยวกับวิธีจัดการกับหมาป่ากระหายเลือดขณะที่เก็บหัวของราชาหมาป่าเอาไว้
“เอ่อ...เจ้าคิดว่าข้าไม่ได้ถามแล้วกันศพของราชาหมาป่ากระหายเลือดสามารถใส่เข้าไปในเข็มขัดมิติได้เจ้าเก็บมันเข้าไปดีหรือไม่?” เยี่ยซางทำให้เอาโม่เฉินพูดไม่ออกเขาสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้ทั้งที่ยังไม่เคยบ่มเพาะนั่นเป็นความสามารถในการต่อสู้แบบไหนกัน? โม่เฉินตกใจเล็กน้อย
“ย่อมได้”เยี่ยซางขยับแขนก่อนจะตบมือลงบนเข็มขัดมิติ แล้วเก็บหมาป่ากระหายเลือดเข้าไปเข็มขัดมิติที่กงเสวียนนำมาให้เขามีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว
“เข็มขัดมิติของเจ้าเหมือนกับของข้ามันยอดเยี่ยมมาก ถ้าเจ้าแข็งแกร่งมากพอเจ้าสามารถรับภารกิจระดับสวรรค์ของสำนักหรือภารกิจป้ายทองคำของหอค้ำสวรรค์ได้จากนั้นเจ้าจะได้รับแหวนมิติมา” โม่เฉินกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นรอก่อนก็ได้ที่นี่คืออาณาเขตของหมาป่ากระหายเลือด ไม่มีสัตว์อสูรอื่นแล้วพวกเราไปล่าสัตว์อร่อยๆ ที่อื่นมากินกันดีหรือไม่?” เยี่ยซางถามความคิดเห็นของโม่เฉิน
“แน่นอนทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” โม่เฉินพยักหน้า
หลังจากออกจากหุบเขาหมาป่ากระหายเลือดทั้งสองก็ขึ้นไปบนหลังสัตว์อสูรบินเมื่อบินไปได้สองร้อยลี้พวกเขาก็ฆ่าจูเชวี่ยไปสองตัว จากนั้นจึงค่อยลงมาหาที่พักแรมแล้วเยี่ยซางก็เริ่มย่างจูเชวี่ยหลังจากจุดไฟเสร็จ
หลังจากกินและดื่มเสร็จแล้วทั้งสองก็พักผ่อนเยี่ยซางเห็นถึงความสบายอกสบายใจของโม่เฉินอินทรีปีกทองอยู่บนต้นไม้โบราณโดยมีโม่เฉินนอนอยู่บนหลังมันเขายังให้อินทรีปีกทองยกปีกขึ้นเพื่อบังลมให้ตนเองด้วย
เยี่ยซางนำหนังหมีออกมาปูบนพื้นแล้วปล่อยให้เทียนอวี่นอนลงบนนั้นเพื่อพักผ่อน ในขณะที่เขาทำสมาธิและฝึกฝน
หลังจากฝึกฝนมาคืนหนึ่งเยี่ยซางและโม่เฉินก็ขึ้นหลังเทียนอวี่และอินทรีปีกทองไปยังภูเขาเฮยหลิน
เยี่ยซางยังมีภารกิจเก็บหญ้าเฮยเถี่ยด้วยคำแนะนำของภารกิจบอกไว้ว่าในภูเขาเฮยหลินไม่มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่มีเพียงแมงป่องมีพิษสีดำซึ่งมักจะซ่อนอยู่ใต้ดิน และจู่โจมอย่างกะทันหันเมื่อเผชิญหน้ากับมนุษย์ทำให้ยากต่อการป้องกัน
เยี่ยซางไม่กลัวเรื่องนี้เทียนอวี่กินแมงป่องได้ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นมาก่อน เมื่อแมงป่องเจอเทียนอวี่ มันจะนิ่งงันขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเทียนอวี่มีความสามารถในการยับยั้งแมงป่องได้ตามธรรมชาติ
“ระดับของแมงป่องมีพิษสีดำนั้นต่ำก็จริงแต่มันมีจำนวนมาก เจ้าต้องคอยระวังตลอดเวลา สิ่งนี้คือผงไล่พิษหลังจากเข้าไปในภูเขาเฮยหลินแล้วให้โรยบนร่างกายด้วย” โม่เฉินพูดกับเยี่ยซาง ภารกิจนี้เป็นของเยี่ยซางเขาไม่จำเป็นต้องออกหน้าจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะคัดค้าน ทั้งเขายังมีผงไล่พิษอยู่เมื่อโรยบนร่างกายแล้วจะสามารถขับไล่แมลงมีพิษ งูและมดได้
“ศิษย์พี่แมงป่องธรรมดาและงูพิษไม่กล้าขยับเมื่อเห็นเทียนอวี่ ให้เทียนอวี่ตามข้าลงไปเถิด แมงป่องมีพิษสีดำไม่อาจโจมตีข้าได้”เยี่ยซางกล่าว
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมพร้อมแล้วเทียนอวี่มีสายเลือดโบราณของชิงเผิง มันเกิดมาเพื่อควบคุมงูพิษและแมงป่องพิษนี่เป็นวิธีที่ดีจริงๆ ดูเหมือนว่างานนี้ไม่ยากแล้ว” โม่เฉินพยักหน้าเขาไม่คิดว่าเยี่ยซางจะวางแผนไว้แล้ว
เมื่อมาถึงภูเขาเฮยหลินเยี่ยซางก็รู้ได้ว่าที่นี่เป็นภูเขาที่ไม่มีทั้งพืชไม่มีทั้งใบไม้เขาไม่เคยเห็นภูเขาแบบนี้มาก่อน
หมู่บ้านจู๋หยวนล้อมรอบไปด้วยภูเขาลึกและป่าไม้โบราณจากเมืองกู่หนานถึงนครชื่อเหยียนก็เป็นการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารล้วนมีอายุนับพันปีนับหมื่นปีแต่ที่นี่ทุกอย่างล้วนเป็นหินสีดำ มีอันตรายอยู่บ้างเป็นบางจุด
“แมงป่องมีพิษสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนอาศัยอยู่ใต้ภูเขาเฮยหลินผืนดินเต็มไปด้วยพิษทำให้ปลูกพืชได้ยาก แต่มันเหมาะกับการเจริญเติบโตของหญ้าเฮยเถี่ยมากอินทรีปีกทองกับข้าจะไม่ลงไป เราจะคอยสังเกตเจ้าอยู่บนฟ้าเจ้าอย่าให้เทียนอวี่ทิ้งระยะห่างจากเจ้ามากเกินไปเล่าไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถยับยั้งพวกแมงป่องได้”โม่เฉินพูดกับเยี่ยซางเมื่อพวกเขามาถึงพื้นที่ของภูเขาเฮยหลิน
“ตกลงศิษย์พี่ ท่านรอข้าก่อน” เยี่ยชางกล่าวกับโม่เฉิน สั่งให้เทียนอวี่ร่อนลงบนพื้นดินเทียนอวี่ก็จ้องไปที่พื้นดินสีดำด้วยดวงตาสีทองของมันจากนั้นจึงเดินไปตามพื้นและจิกลงไป แมงป่องยาวครึ่งจั้งถูกเทียนอวี่ดึงจากพื้นก่อนจะถูกมันกลืนเข้าไปโดยไม่ทันได้ขัดขืน
“เทียนอวี่เจ้านำทางที ข้าต้องการค้นหาหญ้าเฮยเถี่ย”เมื่อเห็นเทียนอวี่จัดการแมงป่องพิษสีดำได้ เยี่ยซางก็รู้สึกมั่นใจขึ้น
หลังจากผ่านไปสองชั่วยามเยี่ยซางชางก็เก็บหญ้าเฮยเถี่ยได้เกือบหนึ่งร้อยต้นซึ่งเพียงพอสำหรับการทำภารกิจให้สำเร็จแล้ว แต่เยี่ยซางเรียนรู้การปรุงยาด้วยดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะรวบรวมพวกมันให้มากขึ้น
สองชั่วยามต่อมาเยี่ยซางรวบรวมหญ้าเฮยเถี่ยได้มากกว่าห้าร้อยต้นเขากังวลว่าอินทรีปีกทองที่บินนิ่งๆ รอเขาจะเหนื่อยเอา เยี่ยซางจึงขี่เทียนอวี่กลับขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ดูเหมือนเจ้าจะเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือ?” โม่เฉินกล่าวเมื่อเยี่ยซางและเทียนอวี่กลับขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ใช่ข้าเก็บหญ้าเฮยเถี่ยหมื่นปีได้ด้วย ผลที่จะได้รับนั้นยอดเยี่ยมมาก”เยี่ยซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม