ขอโทษที่ผมเป็นหนุ่มสุดฮอต

    บทที่ 32 คงไม่มีวันเทียบเท่าเธอได้!

    บทที่ 32 คงไม่มีวันเทียบเท่าเธอได้!


    หลังจากที่โม่เฟิงปลอบโยนติงหรูจวินเรื่องที่เธอจับเขาได้คาหนังคาเขาเรื่องนี้สอนให้โม่เฟิงรู้ว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าจะรีบแค่ไหน ก่อนทำอะไรต้องเช็คให้แน่ใจว่าปิดประตูแล้ว ไม่งั้นอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้


    ทั้งสองคนนั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้า มองดูความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหนานผิงในตอนกลางวัน เฟยอวิ๋นกรุ๊ปในฐานะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก แน่นอนว่าต้องมีระบบและรูปแบบการดำเนินงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตอนนี้ตึกเฟยอวิ๋นแห่งนี้ ถือเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับสองในเมืองหนานผิง ส่วนอันดับหนึ่งก็คือตึกตงฟางหมิงซิง


    ดังนั้นการที่ได้นั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกเฟยอวิ๋น จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะไม่ชัดเจนนัก แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่พิเศษ การที่ได้มองดูสิ่งเหล่านี้ทุกวัน ทำให้รู้สึกว่าจิตใจของตัวเองกว้างขึ้น ในขณะนั้นเองโม่เฟิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงรีบถามติงหรูจวินว่า “หรูจวิน วันนี้คุณมาที่ห้องทำงานผมทำไมเหรอ?”

    ติงหรูจวินยิ้มแล้วตอบว่า “ช่วงนี้ฉันได้ยินมาว่า บรรยากาศในบริษัทไม่ค่อยดี ฉันเลยไปดักจับคนเล่นชู้ไง ใครจะไปรู้ว่าจับได้ซะจริง ๆ”


    โม่เฟิงเกาหัวแล้วพูดว่า “หรูจวิน คุณแซวผมอีกแล้วนะ ผมแค่ปลดปล่อยความต้องการทางร่างกายเอง ใครใช้ให้ผมมีแฟนดี ๆ แบบนี้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ แถมรูปร่างคุณยังเย้ายวนซะขนาดนี้”


    ติงหรูจวินยิ้มอย่างมีเลศนัย ดูเหมือนว่าเธอจะเตรียมคำตอบไว้แล้ว       “ฉันก็ไม่ได้ห้ามนายนี่ เพียงแต่นายขี้ขลาดไม่กล้าขอฉันเอง แล้วยังจะมามีข้ออ้างอีก”


    แน่นอนว่าโม่เฟิงไม่คิดจะยอมแพ้ง่าย ๆ  อยู่แล้ว เขาจึงค่อย ๆ เอื้อมมือไปที่หน้าอกของติงหรูจวิน แสร้งทำเป็นตกใจและพูดว่า “ไม่คิดเลยว่าไม่ได้เจอกันไม่กี่วัน จะใหญ่ขึ้นขนาดนี้ ดูเหมือนว่าต่อไปผมต้องบำรุงมากกว่านี้ซะแล้ว”




    ติงหรูจวินไม่สนใจโม่เฟิง เธอลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ หลบมือของโม่เฟิง  เธอไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเธอแล้วไปหาผู้หญิงคนอื่น  นั่นคงเป็นความสูญเสียของเธอ เพราะเรื่องแบบนี้ยิ่งน้อยยิ่งดี            ติงหรูจวินมองโม่เฟิงอย่างพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “วันนี้ตอนเที่ยงว่างไหม?  ไปกินข้าวกับฉันหน่อยสิ?”


    โม่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจอยากจะตอบตกลง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะรับปากจูลี่ไปแล้วว่าจะไปพบพ่อแม่ของเธอ จึงได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างจนใจ “เอาไว้ก่อนนะ พรุ่งนี้แล้วกัน วันนี้ผมติดธุระ”


    ติงหรูจวินขมวดคิ้วแน่นและพูดด้วยความโกรธว่า “คงไม่ได้ไปมั่วกับผู้หญิงคนนั้นอีกหรอกนะ ฉันจะบอกไว้ก่อนเลยนะ หลัวเสี่ยวเฟิ่งน่ะแต่งงานแล้ว วันนี้ฉันเห็นเองกับตา ถ้าสามีของเธอเห็นเข้า นายคิดว่าจะอยู่ในบริษัทต่อได้เหรอ? ทำอะไรก็ระวังหน่อย สาวสวยในบริษัทมีตั้งเยอะแยะ จะจีบใครก็ได้ ดีกว่านี้มีตั้งเยอะ”



    ตอนนี้โม่เฟิงรู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดเลยว่าแฟนตัวเองจะยุให้ไปหาผู้หญิงคนอื่น เรื่องแบบนี้ต่อให้พูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ แม้แต่โม่เฟิงในตอนแรกก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอฟังชัด ๆ แล้วก็รู้สึกอับอายขึ้นมาบ้าง “วันนี้ตอนเที่ยง ผมจะไปพบพ่อแม่แฟน”


    “เพี๊ยะ!”


    “เพี๊ยะ!”


    ครั้งนี้ติงหรูจวินโกรธจริง ๆ ความจริงแล้วเธอแค่พูดไปงั้น ๆ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีแฟนแล้ว แล้วยังไปมั่วกับหลัวเสี่ยวเฟิ่งอีก เรียกได้ว่าหื่นกามเกินมนุษย์ สมควรโดนลากไปประหารชีวิต


    โม่เฟิงผู้ถูกกระทำ มองติงหรูจวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ  เกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ผู้หญิงคนนี้ชอบรังแกคนอื่นจริง ๆ พูดทีก็ตีที แถมทุกครั้งยังตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอีก ในขณะที่โม่เฟิงกำลังจะอ้าปากบ่น ติงหรูจวินก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตามฉันมา!”


    โม่เฟิงเหมือนกับนักเรียนที่ทำความผิด กำลังเดินตามหลังคุณครูไปอย่างว่าง่าย ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ไม่กล้าบ่นอะไรออกมา เพราะตอนนี้เขากลัวจริง ๆ เพราะผู้หญิงคนนี้มือหนักมาก ดูเหมือนว่าต่อไปจะต้องหลบให้ดี ไม่งั้นใบหน้าอันหล่อเหลานี้คงถูกเธอบดขยี้แน่ ๆ


    สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของโม่เฟิงก็คือ ติงหรูจวินไม่ได้ทรมานเขาต่อ เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนหลังจากที่เขาได้เปรียบติงหรูจวิน เธอมักจะโกรธ แล้วเขาก็จะดีใจ 


    แต่ตอนนี้เธอก็เหมือนกับเป็นผู้หญิงของเขาครึ่งหนึ่งแล้ว เพียงแค่วางเธอไว้ตรงนั้นรอวันให้เขาได้สัมผัส แต่ในตอนนี้เขายังไม่กล้าสัมผัสเท่านั้นเอง ดังนั้น ตอนนี้การต่อสู้กับติงหรูจวิน โม่เฟิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่นอน  นานวันเข้า โม่เฟิงก็เลือกที่จะยอมแพ้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การต่อสู้รุนแรงขึ้น


    ในตู้เก็บของภายในห้องทำงาน ติงหรูจวินหยิบชากล่องหนึ่งออก มาแล้วยื่นให้โม่เฟิง ชานี้บรรจุภัณฑ์ดูหรูหรามากและจากภาพวาดก็ดูออกทันทีว่าไม่ใช่พิมพ์ด้วยเครื่องจักร แถมลายเส้นยังดูเก่าแก่ ภาพวาดก็สวยงามมาก เห็นได้ชัดว่าเป็นของหรูหราที่มีค่ามาก บนฝากล่องชามีตัวอักษรสามคำว่า “เถี่ยกวนอิน”  นอกจากนี้ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นใดอีก


    โม่เฟิงรู้สึกงงงวย มองติงหรูจวินด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามว่า      “ผมไม่ได้จะดื่มชาสักหน่อย และอีกอย่างผมไม่รู้เรื่องชาเลย”


    ติงหรูจวินจ้องเขม็งไปที่โม่เฟิง เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน มองดูเวลาแล้วพูดว่า “เพราะว่าเป็นนายหรอกนะ ฉันถึงเอามาให้ และฉันไม่ได้จะให้นายดื่มชาราคาแพงนี่สักหน่อย นี่เป็นของขวัญเอาใจพ่อตาในอนาคตของนายต่างหาก!”


    จู่ ๆ โม่เฟิงก็รู้สึกว่าโลกนี้ช่างสดใส เขาเดินไปหาติงหรูจวินด้วยท่าทางเจ้าชู้  ถ้าหากมีภรรยาแบบนี้  ต่อไปนี้คงไม่ต้องกังวลเรื่องมีเมียหลวงเมียน้อยแล้ว


    ติงหรูจวินรู้ทันความคิดของโม่เฟิง เธอจึงหัวเราะเยาะออกมา ก่อนจะพูดว่า “เก็บความคิดสกปรก ๆ ของนายไปซะ ฉันช่วยนาย ไม่ใช่เพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้  แต่ฉันแค่อยากปล่อยให้นายไปฝึกฝนกับคนอื่น  รอให้นายประสบความสำเร็จแล้ว ฉันจะไปรับนายกลับมา แต่ถ้านายพลาด ฮึ่ม! ก็ไปตายไกล ๆ เลย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นายเป็นผู้ช่วยของฉัน  ไม่ต้องเก็บของในห้องทำงานแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้คนจัดการตามกล้องวงจรปิด ถ้าพบอะไรผิดปกติ ฉันจะอัปโหลดวิดีโอลงเน็ตซะ แค่นี้นายก็ไปต่อได้แล้ว”


    แม้ว่าโม่เฟิงจะรู้สึกหมดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อมองดูชาในมือก็รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันที จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมาถามว่า “ผู้จัดการติง ชานี่ราคาเท่าไหร่เหรอ? เผื่อพ่อตาผมถาม ผมจะได้ตอบได้”


    ติงหรูจวินรู้ทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่ คงไม่พ้นเรื่องเสียดายเงิน เธอจึงแสร้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หนึ่งพันหกร้อย”


    โม่เฟิงอ้าปากค้างทันที รู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าเลย ชาแค่นี้ก็ราคาพันหก แล้ว แพงชะมัด!  ในขณะที่โม่เฟิงกำลังจะปิดประตู เสียงของติงหรูจวินก็ดังขึ้นมาพอดี “ขีดละ!”


    คราวนี้มือของโม่เฟิงสั่นจริง ๆ ชานี้มีค่ามากเกินไปแล้ว กล่องนี้หนักเกือบครึ่งกิโลก็ปาไปหมื่นกว่าแล้ว โม่เฟิงรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย นี่มันเงินเดือนสองเดือนของเขาเลยนะ แต่เมื่อคิดว่ายังไงซะของพวกนี้ก็มีอยู่แล้ว เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าต้องให้เขาไปซื้อใหม่ก็ต้องใช้เงินสด ไม่คุ้ม งั้นก็ใช้ ๆ ไปเถอะ


    ในตอนนี้ติงหรูจวินเริ่มเดาสีหน้าของโม่เฟิงออกแล้ว ทันใดนั้นประตูก็ถูกโม่เฟิงผลักเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ติงหรูจวินตกใจมาก ไม่รู้ว่าทำไมโม่เฟิงถึงกลับมาอีก


    โม่เฟิงพูดอย่างเขินอายว่า “เอ่อ...  ผมเห็นคุณไม่ค่อยได้ขับรถ ผมขอยืมขับเล่น ๆ สองวันได้ไหม?”


    ติงหรูจวินรู้สึกทึ่งกับผู้ชายคนนี้จริง ๆ  ทั้งที่ตามจีบเธออยู่แท้ ๆ แต่ก็ยังจะไปพบกับผู้หญิงคนอื่น แถมของขวัญที่จะเอาไปให้ผู้หญิงคนอื่น ยังต้องเป็นของ ๆ เธออีก ที่มากไปกว่านั้นคือ ยังจะมายืมรถของเธอไปอวดอีก ติงหรูจวินเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง หรือว่าเธอจะใจดีกับโม่เฟิง มากเกินไป ถึงทำให้เขากล้าทำแบบนี้

    ตอนนี้โม่เฟิงรู้ตัวแล้วว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี จึงรีบพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมล้อเล่นน่ะ ผมไปล่ะนะ!”


    “กลับมาก่อน!” ในขณะที่โม่เฟิงกำลังจะปิดประตูออกไป ติงหรูจวินก็พูดขึ้นมาทันที ก่อนจะโยนกุญแจรถให้โม่เฟิง จากนั้นจึงพูดว่า “อย่าทำให้ฉันขายหน้าล่ะ ถ้าเกิดทางนั้นไม่ชอบนาย นายก็ไสหัวไปให้ไกล ๆ เลย ฉันไม่เอาของไร้ค่าแบบนี้หรอก! รถน่ะ นายเอาไปขับเถอะ ต่อไปฉันจะหักเงินเดือนนายสองพัน ถือว่าเป็นค่าเช่า รออะไรอยู่ล่ะ ยังไม่รีบไปอีก?”


    ความจริงแล้ว ติงหรูจวินไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น แต่เธอรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้โม่เฟิงค่อย ๆ เลื่อนขั้นแบบนี้ คงไม่มีวันเทียบเท่าเธอได้ เพราะนอกจากตัวตนของผู้จัดการแผนกแล้ว เธอยังมีฐานะที่สูงกว่านี้อีก ไม่งั้นคงไม่สามารถซื้อ BMW ได้หรอก เธอเองก็เพิ่งทำงานได้แค่ครึ่งปี ดังนั้น ติงหรูจวินจึงตัดสินใจเด็ดขาด โดยการปูทางให้โม่เฟิง แม้ว่าในช่วงแรกโม่เฟิงอาจจะเกลียดเธอ แต่วิธีนี้จะส่งผลดีต่อการเติบโตของเขามากกว่า


    หลังจากรับกุญแจมาแล้ว โม่เฟิงก็กลุ้มใจ แค่รถคันเดียวก็สองพันแล้ว  ต่อไปจะใช้ชีวิตยังไง แต่ไม่นานก็นึกขึ้นได้ว่า เงินจำนวนนี้เป็นของภรรยาในอนาคตของเขา  โม่เฟิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เพราะปกติเขาก็ไม่ได้ทำดีกับผู้หญิงพวกนั้นสักเท่าไหร่  


    นอกจากจูลี่ที่เขาซื้อของขวัญให้ในวันเกิดของเธอแล้ว เวลาอื่น ๆ เขาก็ไม่เคยซื้อให้เลย แถมเสื้อผ้าที่เขาซื้อให้จูลี่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เคยใส่  โม่เฟิงก็ไม่ได้โง่ เขารู้ว่าเขาซื้อให้ไม่ถูกใจเธอ ดังนั้นจึงคิดว่าจะทำดีกับพวกเธอ ถือว่าสองพันนั้นเป็นค่าซื้อของขวัญให้ติงหรูจวินแล้ว ถึงจะน้อย แต่ก็แสดงถึงความจริงใจ


    ที่จริงแล้ว โม่เฟิงมีใบขับขี่ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เขาคิดอะไรขึ้นมาไม่รู้ ถึงได้ไปสอบใบขับขี่กับเพื่อน แต่พอได้มาแล้วก็รู้ว่ามันเป็นภาระ ซื้อรถก็ไม่ไหว มีแค่ใบขับขี่ จะทำอะไรได้ แถมทุกปียังต้องต่ออายุอีก แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว แต่ถ้าไม่ต่อ ที่สอบมาก็เสียเปล่า ดังนั้นโม่เฟิงจึงพกใบขับขี่ติดตัวไว้หกปีโดยไม่เคยได้แตะรถเลย ตอนนี้มีรถแล้ว  โม่เฟิงก็อยากจะลองขับดู แถมยังเป็นรถ BMW อีก แค่คิดโม่เฟิงก็รู้สึกเท่ แล้ว ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ชายที่ถูกผู้หญิงเลี้ยงดู


    โม่เฟิงเคยเห็นรถ BMW ของติงหรูจวินหลายครั้ง ดังนั้นจึงหารถในโรงรถเจออย่างง่ายดาย  ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงตอนเที่ยง โม่เฟิงต้องไปฝึกซ้อมในโรงรถให้ดี ๆ อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เพราะเรื่องมันผ่านมาหกปีแล้ว


    การตกแต่งภายในของรถ BMW นั้นหรูหรา เบาะหนังนุ่มมาก นั่งสบายจริง ๆ ตอนนี้โม่เฟิงถึงได้เข้าใจความคิดของติงหรูจวิน ที่แท้คนรวยก็มีความสุขแบบนี้นี่เอง เธอแค่อยากจะเพิ่มแรงจูงใจให้เขา โม่เฟิงก็รู้สึกว่า  ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาวิธีแล้ว ไม่งั้นปล่อยไว้แบบนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เลื่อนตำแหน่ง ถ้าตำแหน่งหน้าที่การงานยังเป็นแบบนี้ เกรงว่าโม่เฟิงจะไม่มีปัญญาทำให้ติงหรูจวินมีความสุขได้