ร่างสูงใหญ่นอนกระสับกระส่ายไปมาบนเตียงกว้างเพราะความร้อนที่เข้ามาปกคลุมทั่วร่างกายเหงื่อเม็ดโตแตกพลั่ก เต็มลำตัวแกร่ง เครื่องปรับอากาศที่ว่าประหยัดพลังงานแล้วก็หาทำให้พลังกายของเขาลดลงไม่ เพราะเวลานี้เขาไม่ได้ร้อนเพียงกาย หากแต่ภายในอกก็ร้อนรุ่มไม่แพ้ไปกว่ากันสาเหตุก็มาจากหญิงสาวใบหน้าหวานที่กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขานั่นเอง
...เธอเป็ใครมาจากไหนเขาไม่รู้!!....
รู้เพียงแค่ว่าเธอช่างเร่าร้อนดังไฟแผดเผาทำเอาเขาแทบคลุ้มคลั่งควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่
ร่างหญิงสาวนิรนามโยกตัวไปมาทั้งที่เสื้อผ้ายังคงอยู่ครบทุกชิ้นหากแต่ความเสียวซ่านระหว่างแก่นกายกับความสาวที่ได้เสียดสีกันไม่ลดน้อยลงไปเลยโดยมีเสียงหวานส่งเสียงน่าฟังให้ได้ยินตลอด
ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มอย่างนึกตื่นเต้นเมื่อเห็นหญิงสาวเลื่อนตัวต่ำลงไป ใช้มือเล็กๆ ปลดเข็มขัดเส้นยาวตามด้วยรูดซิปกางเกงสแล็กส์ตัวเก่งก่อนที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มจะเข้าเล้าโลมแก่นกายที่ตื่นตัวแล้ว เขาชอบใจกับการบริการของเธอทว่าคนอย่างเขาหรือ จะปล่อยให้ผู้หญิงเป็ฝ่ายคุม เกม ยิ่งเป็เกมมันๆ อย่างนี้ด้วยแล้วเขาจึงจัดการจับหญิงสาวพลิกตัวให้อยู่ใต้ร่างอย่างไวจนเส้นผมสลวยของเธอแผ่กระจายเต็มหมอนใบใหญ่
รอยยิ้มยั่วยวนปรากฏยิ่งเพิ่มความฮึกเหิมแก่เขาร่างบางที่บิดตัวเป็เกลียวเย้ายวนอย่างน่าหลงใหล และทุกครั้งที่เธอขยับตัวกลิ่นกายความสาวก็มักกระตุ้นอารมณ์ของเขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าได้ปลุกราชสีห์ตัวร้ายเข้าเสียแล้ว
มือเรียวยาวจับมือเธอทั้งสองข้างไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วใช้มืออีกข้างถลกชุดกระโปรงสีสวยขึ้นมา กองตรงสะโพกงามจากนั้นถึงค่อยรูดสายคล้องคอลง เผยให้เห็นปทุมคู่งามภายใต้ชุดชั้นในสีสวยเขาซุกใบหน้าคมเข้มเข้าระหว่างซอกคอขาว ดูดเม้มแรงๆ จนเกิดรอยแดงจ้ำที่แสดงถึงความเป็เ้าของแล้วลากลิ้นเปียกชื้นยาวลงมาถึงเนินอกสวยไม่นานนักชุดชั้นในซึ่งเป็เกราะป้องกันตัวน้อยก็หลุดออกจนร่างสูงใหญ่ต้องลอบกลืนน้ำลายครั้งหนึ่ง
เขารู้ดีว่าไม่ควรเร่งรีบกินสิ่งตรงหน้าแบบมูมมามนักดังนั้นเรียวปากหยักลึกจึงเข้าเมล็ดปทุมสีอ่อนที่เป็ตุ่มไตชูชันสู้กับเรียวลิ้นดูดเพียงเบาๆ พอให้เธอรู้สึกเสียวซ่านจากนั้นถึงค่อยดูดเม้มเร็วรัวจนเธอต้องแอ่นลำตัวขึ้นเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่เขาบรรจงมอบให้ กอปรกับมือเรียวยาวลูบไล้สีข้างเรื่อยลงมาตามสะโพกเนียน
นิ้วร้ายบีบคลึงหยอกล้อกับความสาวผ่านเนื้อผ้าบางเบาที่เธอใส่ไว้ปกปิดที่ในเวลานี้มีน้ำหวานไหลออกมาให้เห็นมือใหญ่เคล้นคลึงกับความนุ่มหยุ่นอย่างย่ามใจสักพักหนึ่งก็เลื่อนตัวไปหาแหล่งน้ำหวานธรรมชาติที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนใจเขาจับแก่นกายที่แข็งแกร่งถูไปมากับความสาว จนร่างบอบบางบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน
ชั้นในตัวจิ๋วซึ่งเป็ผ้าเพียงชิ้นเดียวที่ยังติดตัวหญิงสาวถูกมือใหญ่รูดยาวลงมาถึงปลายเท้า แล้วใช้หมอนใบใหญ่อีกใบรองสะโพกงามไว้ใบหน้าคมเข้มเข้าประชิดความสาว ขณะที่มือทั้งสองข้างจับเรียวขาขาวยกสูงเขาใช้เรียวปากหยักลึกดูดซับเบาๆลิ้มรสน้ำหวานจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกตอบรับมือทั้งสองข้างขยุ้มเส้นผมดกดำให้เข้าหาตัวเองมากขึ้น เมื่อลิ้นร้อนชื้นตวัดรัวๆ เคลื่อนไหวไปมาอย่างซุกซน
ดวงตากลมโตส่งสายตาหวานฉ่ำสุดท้ายแล้วความปรารถนาที่พยายามกักเก็บเป็อันสิ้นสุดลงเขาจับให้เธออยู่ในท่าที่สะดวกต่อการส่งแก่นกายซึ่งกำลังผงาดอยู่ ถูไถระหว่างทางเข้าเพื่อเรียกน้ำหวานให้มากขึ้นกว่าเดิม
สายตาหวานสื่อความหมายให้เขาเร่งรีบขณะที่เขากดสะโพกแกร่งอย่างช้าๆ เสียงหวานก็ร้องครวญครางตลอดเวลาโดยที่ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวเพราะการตอดรัดที่เริ่มจะถี่ขึ้นเขาััได้ว่าหญิงสาวใต้ร่างใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้วเต็มทีสะโพกหนาเคลื่อนไหวช้าบ้างเร็วบ้างเพียงไม่นานเขาก็กระตุกสองสามครั้งและเกร็งไปพร้อมกับเสียงหวีดร้องของเธอ
'ไปก่อนนะคะ’เสียงหญิงสาวเอ่ยบอกเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้มตรึงใจคนมอง
“เดี๋ยวก่อน” ไม่ทันที่มือใหญ่จะคว้าร่างบางก็หายวับไปกับตาและเมื่อตื่นขึ้นมาจากความฝันที่เสียวซ่านก็พบว่าตัวเองยังคงเอื้อมมือค้างกลางอากาศอยู่เช่นนั้นก่อนมือใหญ่จะทิ้งลงข้างลำตัวมองไปรอบๆ ห้องนอนอันว่างเปล่า
“ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย!!ฝันเปียกอย่างกับวัยรุ่นเก็บกดไปได้”เสียงเข้มบ่นงึมงำหากแต่ใบหน้าคมเข้มกลับปรากฏรอยยิ้มให้เห็น เมื่อพลันนึกถึงใบหน้าผีสาวจอมยั่วสวาท
เท้าเรียวยาวก้าวลงจากเตียงนอนแล้วเดินไปยังห้องน้ำใบหน้าคมเข้มในกระจกในเวลานี้มีเหงื่อไหลเล็กน้อยแสงไฟสีเหลืองได้ทำให้คนส่องใบหน้าสีเหลืองตามไปด้วยนี่ถ้าไม่ติดตรงที่เขามีหน้าตาดีแถมหล่อแล้วละก็ คงคิดว่าตัวเองเป็ผีตองเหลืองเป็แน่แท้
กฤษณะใช้เวลาอาบน้ำอยู่นานก็ออกมาแต่งตัวด้วยสูทตัวเก่งที่ถูกแขวนไว้ตรงตู้เสื้อผ้า ร่างสูงใหญ่หล่อเซี๊ยะั้แ่หัวจรดเท้าจัดการประแป้งฝุ่นอีกนิดเพื่อเพิ่มความหอม เมื่อใช้มือเซ็ตผมเสร็จ กฤษณะก็เดินออกจากห้องไปทันทีเพราะป่านนี้มารดาคงจะรอกินข้าวเช้าอยู่แล้วอย่างแน่นอน
ผมสลับสี...ซะแล้วซิเราเกือบแก่ใกล้เก๋า เพราะเราเกิดนานนิดหน่อย อยู่มานานแล้วยังแคล้วหลานเอยก็เลยเหงาหงอย เ้าเพื่อนเราก็ใช่ย่อย ถามว่าแก้วจ๋าแล้วหลานอยู่ไหน...
“แม่อยากอุ้มหลาน”
ทันทีที่เท้าเรียวยาวของกฤษณะเดินมาถึงโต๊ะอาหารนางกรองแก้วก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยพร้อมกับเสียงเพลงลูกกรุงเพี้ยนๆของนาง
กฤษณะเหลียวไปมองเพียงเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินประโยคนี้ของมารดามาหลายต่อหลายครั้งจนชักจะชินเสียแล้วแต่จะบอกว่าไม่สะทกสะท้านก็คงจะเป็ไปไม่ได้เพราะทุกครั้งที่มารดาเอื้อนเอ่ยทวงถามถึงลูกสะใภ้ เขาเป็อันต้องสะดุ้งทุกครั้ง
“ลูกสาวคุณหญิงพลอยก็ดีลูกสาวคุณหญิงรัญจวนก็น่ารัก...”
'เฮ้อ!! เริ่มอีกแล้วสินะ’ร่างสูงใหญ่ทอดถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ แล้วนั่งลงตรงกันข้ามกับมารดา โดยมีแม่แช่มคอยจัดการรินกาแฟให้ระหว่างนั้นมือเรียวยาวก็เอื้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมากางเปิดอ่านข่าว ไม่ได้ใส่ใจมากนักกับคำพูดของมารดา
แต่ทว่า...ประโยคถัดมา กลับทำให้คนไม่ทุกข์ร้อนถึงกับร้อนๆ หนาวๆ ซาบซ่านไปทั้งตัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“แม่จะให้แกแต่งงาน”
พรวด!!
“ตายแล้วคุณกฤษ เสื้อเลอะหมดเลยค่ะ”
กาแฟที่เพิ่งจิบเข้าไปถูกพ่นเป็ทางยาวออกมาจากริมฝีปากหยักลึกกฤษณะรีบคว้ากระดาษทิชชู่มาเช็ดปาก ขณะที่แม่แช่มวุ่นอยู่กับการเช็ดคราบกาแฟบนตัวเขา
“คุณแม่พูดว่าอะไรนะครับ”
“จะใไปทำไมกัน”มารดาว่าด้วยสีหน้าจริงจัง ก็จะไม่ให้เขาใได้ยังไง
“แต่งกับใครยังไงครับทำไมอยู่ดีๆ คุณแม่ถึงพูดเื่นี้ขึ้นมาล่ะครับ”ถึงมารดาจะบ่นว่า้าอุ้มหลานสักแค่ไหนหรือออกไปผูกสัมพันธ์อันดีงามกับพวกคุณหญิงคุณนายสักเพียงใดทว่าครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่มารดาพูดออกมาอย่างชัดเจน มองดูใบหน้ามารดาตอนนี้เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น
นางกรองแก้วยิ้มให้กับลูกชาย “ก็นะพอดีแม่ไปเจอกับเพื่อนสมัยเรียนมาแถมตอนนี้ลูกสาวก็โตเป็สาวสวยและเพิ่งจะเรียนจบกลับมาเมืองไทยเมื่อเร็วๆ นี้เอง”กฤษณะหน้านิ่วเพราะการแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวเลยสักครั้ง
“ขอโทษด้วยนะครับแต่ผมไม่คิดจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก คุณแม่ก็คงจะทราบดีอยู่แล้ว”บอกมารดาน้ำเสียงเครียด จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับสูทสีดำตัวเก่ง“ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อแล้วไปทำงานก่อนนะครับ”
ผู้เป็มารดายิ้มนิดๆ“เอาไว้ให้แกกลับมาตอนเย็น เราค่อยคุยเื่นี้กันใหม่แล้วกัน”ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่นางก็ได้ตระเตรียมแผนการนัดหมายให้ฝ่ายหญิงสาวมากินข้าวที่บ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“..........” กฤษณะไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเลือกที่จะเดินออกไปจากโต๊ะอาหารเงียบๆนั่นก็เพราะไม่้าที่จะทะเลาะกับมารดาให้อีกฝ่ายต้องเสียความรู้สึกนั่นเอง...
...................................................................................................................................................................