ณ บ้านสวนหลังหนึ่งที่ถูกปลูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงามและน่าอยู่ในบริเวณที่ดินสิบสามไร่ พื้นที่โดยรอบที่ดินผืนนี้ล้วนเต็มไปด้วยต้นผลไม้ต่างๆและพืชผักสวนครัวที่เ้าของที่ดินนั้นได้ปลูกเอาไว้รอบๆ โอบล้อมรอบที่ดินไปด้วยูเาที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ บรรยากาศที่เงียบสงบนี้ช่างเหมาะสำหรับใช้เป็สถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุด
ภายในบ้านมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งกินแซนวิสพร้อมกับนั่งมองบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนในตอนเช้าด้วยความหงุดหงิดนิดๆภายในใจ เพราะดูท่าอีกไม่นานฝนก็คงจะตกลงมาแล้ว นี่คือสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวไม่สบอารมณ์เท่าไรเพราะวันนี้เธอมีเรียนตอนเช้านั่นเอง มะนาวเป็นักศึกษาวิศวะชั้นปีที่สามที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในเชียงใหม่และปีนี้เธอก็อายุยี่สิบปีแล้ว
ชีวิตของมะนาวกว่าจะเดินมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่ใช่เื่ง่ายๆเลยสำหรับเด็กกำพร้าที่ถูกแม่แท้ๆนำมาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพั้แ่เธออายุได้เพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น มะนาวเติบโตในสถานที่นั้นจนกระทั่งเธออายุได้เก้าขวบก็ถูกสามีภรรยาเศรษฐีครอบครัวหนึ่งรับไปเลี้ยงดูเพราะทั้งสองคนไม่มีลูก ในวันที่คู่สามีภรรยามารับเธอไปอยู่ด้วยเป็วันที่มะนาวมีความสุขและเริ่มมีความหวังกับการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น เพราะด้วยความที่เธอเป็เด็กกำพร้านั้นสิ่งที่เธอโหยหามากที่สุดก็คือครอบครัว
ั้แ่วันที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสหลังใหญ่กับครอบครัวใหม่แล้ว ชีวิตเธอมีความสุขมาก คุณพ่อคุณแม่บุญธรรมก็ดูแลและมอบความรักให้กับเธอเสมอมา ทั้งสองท่านส่งให้เธอเรียนในโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงและค่าเทอมที่เรียกได้ว่าแทบสร้างบ้านหลังใหญ่ได้เลย จนกระทั่งเธออายุได้สิบสองปีทุกอย่างก็ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีก เพราะแม่บุญธรรมของเธอนั้นได้ตั้งครรภ์และคลอดเด็กแฝดผู้หญิงตัวน้อยที่น่ารักออกมา นั่นจึงเป็จุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
พ่อแม่บุญธรรมของเธอต่างก็หมางเมินไม่สนใจเธอเหมือนแต่ก่อน ในแต่ละวันเธอแทบจะไม่ได้เจอหน้าของทั้งสองคนเลย แม้กระทั่งเธอขอไปเล่นกับน้องสาวทั้งสองคนบ้าง ท่านทั้งสองคนก็ไม่อนุญาตจนทำให้ระยะห่างของเธอและพ่อแม่บุญธรรมก็ยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆจนดูเหมือนกับเธอนั้นไร้ตัวตนไปทุกที
มะนาวใช้ชีวิตในบ้านหลังนั้นอย่างคนใจสลาย แต่ละวันเธอมีแต่ลุงคนขับรถไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียนเท่านั้นที่คอยพูดให้กำลังใจและคอยปลอบใจเธอ จนกระทั้งมะนาวอายุสิบสี่ปี ในวันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ได้เรียกเธอเข้าไปคุยในห้องทำงานของคุณพ่อ มะนาวดีใจมากที่ท่านทั้งสองเรียกหา เธอจึงได้รีบวิ่งไปที่ห้องทำงานของคุณพ่อด้วยความสุขในใจ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนพูดกับเธอนั้นมันทำให้ใจของเธอแตกสลายลงแล้วจริงๆ เพราะพ่อแม่บุญธรรมของเธอนั้นได้ขอให้เธอย้ายออกไปอยู่ที่อื่น
"มะนาว ตอนนี้พ่อกับแม่มีความจำเป็ที่ต้องขอให้หนูย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนนะลูก เราสองคนจะให้เงินหนูยี่สิบล้านในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่พ่อกับแม่ต้องทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าเราสองคนไม่ได้รักหนูนะลูก ยังไงเราก็ยังรักหนูเหมือนเดิม แต่หนูคงจะเข้าใจพ่อกับแม่ใช่มั้ยที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เราสองคนก็มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้จริงๆ หวังว่าลูกจะไม่โกรธพ่อกับแม่นะลูก" คุณพ่อพูดขึ้นหลังจากที่มะนาวเข้ามานั่งในห้องเรียบร้อยแล้ว
มะนาวนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ จิตใจของเธอสับสนไปหมด เธอไม่รู้ว่าเธอต้องทำยังไงต่อไปหลังจากนี้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอคิดได้คือ…จากนี้ไปเธอจะไม่เหลือใครอีกแล้ว เธอจะกลับไปเป็คนไม่มีครอบครัวอีกแล้ว ไม่มีพ่อแม่และกลายเป็เด็กกำพร้าเหมือนเดิม ชั่วขณะที่ความคิดของเธอตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด อยู่ๆน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
แต่ต่อให้เธอจะร้องไห้ออกมาหรือขอร้องอ้อนวอนที่จะอยู่ที่นี่ต่ออย่างไร มะนาวก็รู้ตัวเองดีว่ามันคงไร้ประโยชน์อยู่ดี ตอนนี้เธอทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับและปลอบใจตัวเองเท่านั้น
"หนูเข้าใจค่ะคุณพ่อ ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ" มะนาวพูดขึ้นทั้งน้ำตา เธอไม่คิดจะถามหาเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพราะก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้จริง ตอนนี้ทั้งสองคนมีลูกเป็ของตัวเองแล้ว เธอต้องยอมรับความจริงว่าเธอเองก็คือส่วนเกินของบ้านหลังนี้ไปแล้ว เป็แค่กาฝากคนหนึ่งก็เท่านั้น
และต่อให้เธอจะถูกพวกเขาเชิญออกจากบ้าน แต่อย่างน้อยๆก็ยังมีเงินก้อนหนึ่งให้เธอได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ มะนาวไม่คิดจะปฏิเสธเงินยี่สิบล้านนี้อย่างแน่นอน เพราะเงินก้อนนี้คือหลักประกันว่าเธอจะไม่ออกไปอดตายข้างนอกอย่างแน่นอน หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
กลับมาที่ปัจจุบัน….
หลังจากกินแซนวิสเสร็จแล้ว มะนาวก็รีบขับรถออกจากบ้านตรงไปที่มหาวิทยาลัย ขับรถมาได้ครึ่งทางก็บังเอิญเจอกับเพื่อนที่จอดมอไซต์บิ๊กไบท์อยู่ข้างทางและดูเหมือนรถเพื่อนเธอจะมีปัญหาซะด้วย มะนาวจึงขับรถยนต์คู่ใจจอดข้างทางแล้วเดินลงจากรถเพื่อทักทายเพื่อน
"ริกเกอร์ รถนายเป็ไรอ่ะ"
"มะนาว มาได้จังหวะพอดีเลย ขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิ รถเรายางรั่วอ่ะโทรศัพย์ก็แบตหมดกะว่าจะไปชาร์ตที่มหาลัย" ริกเกอร์ตอบกลับหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด
"ได้สิ" มะนาวเดินกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือในรถแล้วยื่นส่งให้เพื่อนทันที จากนั้นก็ยืนรอช่างซ่อมเป็เพื่อนริกเกอร์ไปก่อน ระหว่างรอทั้งสองคนก็พูดคุยกันไป
ทั้งสองคนยืนพูดคุยกันอยู่ท้ายรถยนต์ของมะนาว ในจังหวะที่ทั้งสองคนหันหลังกับไปเปิดท้ายรถเพื่อจะหยิบเอาแซนวิสมาให้ริกเกอร์กินนั้น อยู่ๆก็มีรถพ่วงคันใหญ่ที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งเข้ามาชนที่ด้านหลังของทั้งสองคน เป็เหตุให้ทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ทันที