อาซันขี่เมฆมาถึงกลางทะเลลึกก็กระโดดลงไปในทะเลและดำลงไปจนลึกที่สุด
ในที่สุดก็เห็นภูเขาไฟใต้ลูกใหญ่เริ่มมีลาวาไหลออกมาบ้างแล้ว มันกำลังจะระเบิดออกมา ถ้าเป็นไปตามที่พลังต้นกำเนิดโลกได้คำนวณไว้ อีก 3 วันภูเขาไประเบิด
พื้นดินใต้น้ำจะมีรอยแยกขยายมากขึ้น ผืนน้ำแถบนี้จะมีคลื่นขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้น
ด้วยการที่ภูเขาไฟใหญ่ขนาดนี้ และรอยแยกที่กว้าง ชายหาดรอบบริเวณนี้ต้องถูกทำลายด้วยคลื่นยักษ์เป็นแน่แท้ ประชาชนต้องล้มตายอีกนับไม่ถ้วน
อาซันคงต้องกลับเข้าเมืองเพื่อคุยกับเจ้าเมือง แต่ว่าจะคุยเช่นไรให้พวกเขาเชื่อกัน
ต้องลองคุยดูก่อน อาซันกระโดดขึ้นเมฆสีดำแล้วบินไปที่เมืองกรีน อย่างเร็ว
มาถึงเมืองกรีน อาซันบินเข้ามาในวังหลวงแล้วขอพบท่านเจ้าเมืองทันที
ทหารองครักษ์เห็นอาซันขึ่เมฆสีดำเข้ามาก็คิดว่าเป็นเซียน จึงคุกเข่าเคารพแล้วไปรายงานเจ้าเมืองทันที
“ ท่านเซียน เชิญเข้ามาด้านในก่อน” เจ้าเมืองออกมาต้อนรับอาซันทันที
“ ท่านเจ้าเมือง อีกไม่เกิน 3 วันจะมีคลื่นยักษ์เข้าถล่มบ้านเมืองของท่านจนอาจจมหายไปในทะเล ข้าจะมาบอกให้ท่านเตือนชาวเมือง ให้หนีไปอยู่บนภูเขาสูงสัก2วัน พอน้ำลดแล้วค่อยลงมา” อาซันพูดสั้นๆ และชัดเจน
“ อะไรนะ คลื่นยักษ์ อีก 3 วัน จะเป็นไปได้อย่างไร” เจ้าเมืองตกใจ ไม่อยากเชื่อ
“ เรื่องนี้เรื่องจริงข้าไปดูมาแล้วภูเขาไปกำลังจะระเบิด หากพวกท่านไม่รีบย้ายชาวเมือง พวกเขาคงไม่รอดแน่” อาซันเตือนอีกครั้ง เจ้าเมืองกรีน ใจคอไม่ดี
เรียกขุนนางทุกคนเข้ามาในวังโดยด่วน
ทั้งหมดพอฟัง แต่ละคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต่างทุ่มเถียง กันว่าควรย้ายหรือไม่ควรย้าย เจ้าเมืองประกาศบอกว่า
" พรุ่งนี้ประกาศออกไป ว่าให้ทุกคนเตรียมขนย้ายออกนอกเมืองขึ้นภูเขาภายใน 3 วัน เพราะจะมีคลื่นยักษ์มา ใครเชื่อก็ตาม ไม่เชื่อ ก็ต้องปล่อยไปแล้วแต่ชะตากรรม”
เจ้าเมืองประกาศออกไป มีชาวเมืองเริ่มเคลื่อนย้ายเป็นบางส่วน อีกกว่าครึ่งไม่ยอมย้ายไป อาซันจึงต้องหาวิธีช่วยเมืองนี้ โดยการใช้พลังปฐพีสร้างกำแพงดินขึ้นมากั้นเอาไว้อีกชั้น พอครบสามวันมีคนยังอยู่ในเมืองอีกเกือบหมื่นคนที่ไม่ยอมออกไป อาซันมองเห็นน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว จนบริเวณชายหาดแห้งลง ฝูงปลาว่ายตามไม่ทันดิ้นขลุกขลักอยู่ชายหาด จากนั้นคลื่นยักษ์สูงกว่ากำแพงที่สร้างไว้ สองเท่า ก็ไหลเข้ามาอย่างเต็มที่
อาซันยืนอยู่บนกำแพงดินไม่ถอยไปไหน แล้วใช้พลังทั้งหมดที่มีหยุดคลื่นน้ำทะเลที่กำลังพุ่งมาหาอย่างแรง โครม อาซันปล่อยใช้พลังวารีบังคับน้ำให้ไหลย้อนกลับไปในทะเล แต่ด้วยความที่คลื่นมันใหญ่มากสูงกว่าที่ อาซันทำแนวป้องกันไว้ โครม ร่างของอาซันไม่สามารถแบกรับพลังธรรมชาติที่ใหญ่เกินตัวของเขาได้ทำให้ร่างของอาซันถูกคลื่นยักษ์กระแทกเข้าไปในเมืองอย่างแรง
ในขณะที่ชาวเมืองที่ไม่ยอมเชื่อฟัง ต่างถูกพลังคลื่นยักษ์ทำลายล้ายชีวิตไปเป็นจำนวนมากซากศพตายกันเกลื่อน เมืองไม่ต่ำกว่า 8 พันคน ถูกทะเลดึงกลับไปในทะเลอีกหลายร้อยคน บ้านเมืองราบเป็นหน้ากลอง กำแพงไม่มีเหลือให้เห็น
เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยซากศพ อาซันลุกขึ้นมาแล้วรู้สึกสลดใจ ที่เขาช่วยอะไรได้ไม่มาก และแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงกระอักเลือดออกมา แล้วสลบไป
จากนั้นอาซันก็ตื่นขึ้นมาอยู่บนที่แห่งหนึ่ง คล้ายอยู่บนดาวอีกดวงไม่ใช่โลกมนุษย์
“ สวัสดี” เสียงชายผู้หนึ่งเอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ
“ ที่นี่ที่ไหนกัน “ อาซันตกใจ เพราะที่นี่เขาไม่คุ้นเคยเลย
“ ที่นี่คือปิรามิด ชั้น 7 “ ชายชราวัย70ปีเอ่ยขึ้น
“ แล้วท่านเป็นใครกัน เมื่อครู่ข้ายังอยู่ในเมืองกรีน แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้”
“ เจ้ามีจิตใจที่พร้อมจะช่วยผู้อื่นแต่ว่าเจ้ามีพลังที่อ่อนแอนัก จึงไม่สามารถช่วยผู้อื่นได้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเจ้าผ่านชั้น 6 มาได้สำหรับ เมืองกรีนเป็นเมืองที่จำลองเพื่อ เป็นด่านทดสอบจิตใจของคนเท่านั้น ไม่ใช่เมืองจริงๆ แต่ว่าเจ้าก็ผ่านขึ้นมาชั้น 7 จนได้เป็นคนแรก” ชายชรา เอ่ยอย่างยินดี
“ ข้าชื่อ โนแลนด์ คือคนที่ควบคุมปิรามิด แห่งนี้” อาซันทำความเคารพ ท่านโนแลนด์ทันที
“ ในเมื่อเจ้าได้ผ่านขึ้นมาถึงชั้นที่ 7 ได้ ชั้นนี้คือชั้นที่เจ้าจะได้รับรางวัลที่เจ้าผ่านด่านทั้งหมดมาได้ นั่นคือ ได้รับพลังจากแก่นเพลิงสุริยะ เป็นพลังของเทพราหรือสุริยะทพ ถ้าเจ้ารับไปได้แค่สองส่วนในโลกนี้ก็หาคนต่อกรกับพลังเพลิงนี้ได้ยาก ตามข้ามา”
โนแลนด์พาอาซันประตูหินแห่งหนึ่ง แล้วพาอาซันผ่านประตูหินเข้าไป ภายในมีความร้อนที่คนทั่วไปไม่สามารถทนได้อย่างแน่นอน แต่ชายชราเดินเข้าไป โดยไม่รู้สึกใดใด อาซันก็เช่นกัน
“ บนแท่นหินนั่น คือแก่นเพลิงสุริยะ ข้าให้เวลาเจ้า 1 วัน ดูดซับพลังจากแก่นเพลิงสุริยะ ได้เท่าไรก็เท่านั้น “ โนแลนด์เดินออกไปจากที่นี้ทันที
“ นายท่านนี่คือพลังเพลิงสุริยะของของบิดาท่าน ข้าเคยได้รับจากท่านเทพสุริยะมาสองส่วน นายท่านใช้พลังต้นกำเนิดโลกดูดซับ ท่านจะได้รับได้มากที่สุด” อีกาดำสามขาบอกกับอาซัน
อาซันนั่งสมาธิแล้วเริ่มโคจรเปิดพลังต้นกำเนิดโลก แล้วสัมผัสกับแก่นเพลิงสุริยะ
แล้วเริ่มดูดซับเข้ามาในร่างกายเข้าสู่ร่างกายเข้าสู่หินต้นกำเนิดแล้วกระจายไปทั่วร่างกายพลังจ้าวเมฆา พุ่งทะลุขึ้นขอบเขตจ้าวนภาทันที พลังจากแก่นเพลิงสุริยะเข้ามาในร่างกายเกือบ 5 ส่วน 6 ส่วน 7 ส่วน 8 ส่วน 9 ส่วน 10 ส่วน อาซันลืมตาขึ้น
เขาสามารถรับพลังจากแก่นดวงเพลิงสุริยะครบ สิบส่วน อาซันลองใช้มือของเขาเรียกพลังเพลิงออกมา พรึบ ไปลุกติดมือขึ้นมาทันที อาซัน ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากที่แห่งนี้
“ เจ้ามีอะไรหรือเปล่า เข้าไปแปบเดียวก็ออกมาแล้ว” ท่านโรแลนด์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้ารับพลังมาพอแล้ว ข้าอยากรู้ว่า โลกชั้น 2 ข้าควรจะเข้าไปอยู่สำนักใดกัน”
อาซันเอ่ยถาม ท่านโรแลนด์ให้อาซันไปยืนที่แท่นเลือกสำนัก พออาซันขึ้นไปเหยียบก็มีป้ายสำนักเอกภพ เป็นป้ายสีทอง ลอยมาต่อหน้าอาซัน
“ อีก 30 วันเจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อพร้อมเจ้าแค่ส่งพลังจิตเข้าไปที่แผ่นป้าย ร่างของเจ้าก็จะขึ้นไปที่สำนักเอกภพ โลกชั้น 2 ทันที” ท่านโนแลนด์พูดจบก็ส่งอาซันออกจากปิรามิดไป ส่วนท่านโลแลนด์ก็เดินไปปิดประตู ห้องแก่นพลังสุริยะ แต่ว่าสงสัยทำไมไอความร้อนทำไมหายไป พอเข้าไปดูแก่นเพลิงสุริยะ ถึงกับตื่นตะลึง เพราะว่าแก่นเพลิงสุริยะ เหลือพลังไม่ถึง 2 ส่วนเท่านั้น......
อาซันมาถึงด้านล่างพบทุกคนกำลังเฝ้ารออยู่
“ ทุกคนมารอกันตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมเพิ่งจะลงมา เจ้าผ่านชั้น 5 แล้วหรือไม่” มู่จาเอ่ยถามเป็นคนแรก อาซันยื่นป้ายสำนักเอกภพให้ทุกคนดู ทุกคนดีใจด้วยโดยเฉพาะทอม กับ พี่มู่จา ทั้งสองก็ได้ผ่านเข้าไปเรียนที่สำนักเอกภพด้วยพร้อมกัน แต่อีก 7 คนนั้นไม่สามารถผ่านด่านที่ห้ามาได้ เพราะไม่กล้าที่จะฆ่าตัวตาย
เพราะวิธีที่จะผ่านด่านที่ 5 คือต้องฆ่าตัวตาย แล้วหยกช่วยชีวิต จะทำให้ฟื้นในภายหลัง อาซันเข้าใจแล้ว วิธีสู้กับตัวเองคือ ฆ่าตัวตายก็ชนะปีศาจมายานั่นเองเพราะว่ามันไม่กล้าฆ่าตัวเองตายตาม
“ แล้วเจ้าไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอกหรือ” พี่มู่จาถามด้วยความสงสัย
“ ไม่ ข้าทุบหินมายาแตกก็เลยผ่านมาได้” พูดจบก็หยิบหินมายามาให้ทุกคนดู
ทอมต้องรีบให้อาซันเก็บ หากใครเห็นเข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เหมือนที่สำนักเทพสุริยันอีก
คืนนี้อาซัน คิดว่าจะเข้าไปจวนแม่ทัพใหญ่ และพระราชวังจัดการให้เรียบร้อย เป้าหมายคือ แม่ทัพใหญ่ ซาร์อี กับ จักรพรรดิซาร์ลาเมนเดอร์
อาซันพุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ซาร์อี
อาซันเตะประตู เปรี้ยง ประตูใหญ่มีคนเฝ้าอยู่ สองคนกระเด็นไปพร้อมประตูแน่นิ่งไป อาซันต่อยหมัดพลังจิตเข้าไปในกลางบ้าน ตูม ! จวนแม่ทัพทั้งหลังล้วนพังลงมาเป็นแนวหมัดของอาซัน คราวนี้ทหารออกมากับเต็มไปหมด นับได้เกือบสองร้อยคน ทั้งหมดมีธนูครบมือ มีหัวหน้าทหารสั่งยิงอาซันก่อนทันที ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ลูกธนูไม่สามารถผ่านม่านพลังจ้าวนภาได้ อาซันยิงธนูปรานเทพกลับไปบ้าง ทหารธนูทุกคนล้วนถูกยิงตายคาที่ทุก คน แม่ทัพใหญ่สวมชุดเกราะทหารออกมากับ องครักษ์ ทั้งสี่คน และผู้ตรวจการจากวิหารศักดิ์สิทธิ์อีก 2 คน แม่ทัพใหญใช้หยกสื่อสารกับใครบางคน ไม่นานนักจักร์พรรดิซาร์ลาเมนเดอร์ ก็ออกมาและองครักษ์อีกสิบกว่าคน และไม่นานก็มีชายชุดขาว วัย 60 ปี ถือคทาสีขาวโผล่ออกมาเป็นคนสุดท้าย แต่ทุกคนทำการคำนับไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิซาลาเมนเดอร์
“ นายท่านนั่นคือจอมเวทย์ซาร์มาน ที่เคยจับข้าขังเอาไว้” เรอา จิ้งจอกพันปีเอ่ยอย่างหวาดกลัว
“ ดี มากันให้หมดพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตามเก็บทีละคน” อาซันมั่นใจ
ว่าจะจัดการกับทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว
อาซันใช้ปืนกลเหล็กไหล ยิงใส่ทุกคนทันที ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลูกกระสุนปลิวว่อนไปทั่ว แต่จอมเวทย์ซาร์มาน แค่ใช้มือยกขึ้นมา ลูกกระสุนทุกเม็ดกลับหยุดกลางอากาศไม่สามารถเคลื่อนตัวไปกระทบอะไรได้ และสุดท้ายมันก็ร่วงหล่นลงไปหมด
อาซันเห็นแล้ว คิดว่าปืนกลภูมะใช้กับจอมเวทย์ซามานไม่ได้แล้ว จึงใช้หมัดพลังจิตมฤตยู ปล่อยออกมานับร้อยๆ หมัด ตูม ๆ ๆ ๆๆๆๆๆ เหมือนมีกำแพงเหล็กมากั้นเอาไว้ไม่สามารถบุกเข้าใกล้จอมเวทย์ซามานได้เลย จอมเวทย์ซาร์มานใช้คทาชี้มาที่อาซัน มีลำแสงคล้ายกับแสงเลเซอร์ แต่มันหมุนเป็นเกลียวสีน้ำเงิน พุ่งเข้าใส่ร่างอาซัน
อาซันพยายามเรียกพลังจากต้นกำเนิดมาเป็นเกราะไม่ทันแล้ว เปรี้ยง ! ร่างของอาซันลอยลิ่วเหมือนว่าวขาด ลอยไปถูกกำแพงบ้านพังทะลุออกเป็นตัวคน
พออาซันขยับตัวได้ ก็เหมือน มีคนมาบีบคอเอาไว้ จนร่างกายขยับไม่ได้ แล้วร่างอาซันก็ลอยเข้ามาตรงหน้าจอมเวทย์ซาร์มาน
“ ไม่เคยมีใครกล้าพังวิหารของข้า แล้วลอยนวลไปได้ ตายซะ” ขณะที่จอมเวทย์ซาร์มานจะบีบคอหอยอาซัน เทพอีกาดำก็โผล่ออกมาพร้อมกับ เรอา ปีศาจจิ้งจอกโดยเทพอีกาดำพ่นไฟใส่จอมเวทย์ซาร์มานจนต้องปล่อยมืออาซัน เพื่อมาป้องกันไฟของเทพอีกาดำสามขา ส่วนเรอา จิ้งจอกสาวรีบพาตัวอาซันออกมาจากระยะต่อสู้ของเทพอีกาดำกับจอมเวทย์ซาร์มาน ขณะจะหลบหนีออกไปให้ไกล
ก็มีคนของสำนักแดนเหนือพิภพคนหนึ่งกระแทกฝ่ามือใส่ โครม อาซันกับ เรอา กระเด็นกลับเข้ามา ไม่สามารถหนีไปได้ อาซันกระอักเลือดออกมา อาซันหยิบธนูปราณเทพยิงเข้าใส่ คนของสำนักแดนเหนือพิภพ ฟิ้วๆๆๆๆ แต่ไม่สามารถผ่านม่านพลังไปได้ แล้วเทพอีกาสามขาก็ถูกกระแทกเข้ามารวมกันกับอาซัน
“ วันนี้โชดดีของข้าจริงๆ จะได้ดวงจิตพลังเปลวเพลิงของเทพอีกาสามขา กับ ดวงจิตพันปี ของจิ้งจอกเก้าหาง” จอมเวทย์ซาร์มานมีพลังระดับจอมเทพระดับ 14 แล้ว อาซันไม่ใช่คู่มืออย่างแน่นอน จากนั้นจอมเวทย์ซาร์มาน ยกมือขึ้นบนท้องฟ้า
แล้วใช้ไม้เท้าหมุนวนไปมา แล้วชี้มาที่อาซันและพวก กลายเป็นกรงขังโลหะสีเงิน
มาครอบอาซันและพวกเอาไว้
“ เฮ้อ ข้าไม่อยากใช้วิธีนี้จัดการกับพวกแกจริงๆ แต่ช่วยไม่ได้พลังของข้ายังห่างชั้นกับพวกแกมากเกินไป” อาซันพูดจบ ก็เอามือกำหยกพลังที่พี่ใหญ่เทียนให้ไว้
ตูม ! พลังจอมเทพระดับ 17 พุ่งเข้าสู่ร่างอาซันจนอาซันระเบิดพลังออกมาจนกรงขังล้วนแตกสลายหายไป
“ คราวนี้พวกแกจะได้รู้บ้างว่า ถูกคนที่มีพลังมากกว่า กระทำบ้างจะรู้สึกอย่างไร”
อาซันดีดนิ้วชี้ส่งไปที่จอมเวทย์ซาร์มาน เปรี้ยง ! แขนขวาที่ถือคทาระเบิดขาดออกเป็นชิ้นๆ พลังดัชนีช่างมีอานุภาพรุนแรงนัก ขณะที่จอมเวทย์ซาร์มานใช้เวทย์ป้องกันเอาไว้แล้วยังไม่สามารถต้านพลังอำนาจของดัชนีนี้ได้เลย ต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด