“โว้ย!...ปึก! ปึก!”
เสียงคำรามดังพร้อมกับหมัดหนักๆกระแทกไปบนฝาผนังห้องอย่างไม่ยั้ง เืสีแดงข้นไหลซึมออกจากบางส่วนของนิ้วมือแต่ชายหนุ่มนามพีรายุก็ไม่คิดจะสนใจเจ็บกายไม่เท่ากับเจ็บใจที่ถูกกรีดเฉือนด้วยคมมีด เพราะคนที่รักถึงสองคนมอบให้
“โว้ย!!ไอ้พี่ชายบ้า ไอ้พี่ชายสารเลว แกแย่งคนรักของฉันได้ยังไงสุดาเป็คนรักของฉันนะ”
ร่างใหญ่ทรุดตัวลงกองกับพื้นห้องโดยมือยังไม่หยุดทุบไปบนฝาผนัง อีกมือก็ยกเหล้าขึ้นมาดื่มก่อนจะคร่ำครวญอย่างเ็ปจนไม่รู้จะเอ่ยออกมาเป็คำพูดได้อย่างไรแล้วเพราะหัวใจหนุ่มที่กลัดหนอง
“ทำไม...ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้สุดาทำไม...เวลาที่เราคบกันมาห้าปีไม่มีความหมายกับเธอเลยหรือไง นั่นสินะ...ถ้ามีความหมายเธอคงไม่ทิ้งฉันไปแต่งงานกับไอ้พี่ชายตัวดีนั่นหรอกแต่ก็ดีหญิงร้ายชายเลว ขอให้มันเจริญๆ ทั้งคู่”พีรายุตัดพ้อต่อว่าด่าทอสลับหัวเราะ
ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลลงในลำคอแต่ก็มีบางส่วนก็กระฉอกออกไปด้านนอก ทำให้เสื้อผ้าเปียกชื้น แต่เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจยังคงดื่มๆ และดื่ม ก่อนจะอารมณ์เสียเมื่อน้ำเหม็นๆ ที่ไหลเข้าไปในปากนั้นหยุดลง
“อะไรวะหมดอีกแล้ว” ชายหนุ่มสบถอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะเขวี้ยงขวดแก้วใสไปกระทบกับผนังห้องพร้อมกับสะบัดศีรษะทุยแรงๆ เพื่อไล่ภาพของแฟนเก่านามรวิสุดาให้หายไปจากสมอง
มีคนเคยบอกว่าเหล้าช่วยให้เราลืมความเจ็บช้ำได้ผิดกับเขา ยิ่งกินมาเท่าไหร่ ภาพรวิสุดาในอิริยาบถต่างๆก็แล่นผ่านเข้ามาเหมือนกับภาพยนตร์ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอกย้ำถึงความเ็ปและพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น
“ยายแม่มด!”ชายหนุ่มกัดฟันพูด น้ำเสียงอ่อนหวานและนุ่มนวลยามออดอ้อนให้เขาทำอย่างใจ้าที่เมื่อได้ก็จะะโโลดเต้นดีใจเหมือนกับเด็กๆน้ำเสียงกระงอดกระเง้าเวลาที่เขาทำผิด ไหนจะใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาแวววาวเป็ประกายมองมายังเขาด้วยความรัก
“โว้ย!!เธอจะตามมาหลอกหลอนฉันทำไมอีกสุดา ไปตายซะทีได้ไหมยายผู้หญิงใจร้าย”
ไม่อยากนึกถึงไม่อยากจดจำ หากเหตุการณ์วันนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนเขาตลอดเวลา
“อ้าวสุดา...ไหนบอกว่าวันนี้มีธุระจะไม่มาหาผมไงแล้วทำไมถึงไม่โทรบอกกันล่ะ ผมจะได้รีบกลับ คุณจะได้ไม่ต้องนั่งรอแบบนี้”พีรายุที่เพียงเห็นคนรักนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็ตรงปรี่เข้ามาถามไถ่ทันทีโดยไม่มองหน้าคนรักที่มีสีหน้าจืดเจื่อนเลย
“สุดามีเื่จะคุยกับกลางค่ะ”
พีรายุทรุดกายลงนั่งใกล้กับคนรักพาดแขนข้างหนึ่งไปตามของโซฟาเสมือนกอดร่างรวิสุดากลายๆ
“สุดาตกลงใจเื่ของเราแล้วใช่ไหมหมายความว่า...” พีรายุโผเข้ากอดแฟนสาว เพราะคิดว่าเธอตกลงใจรับคำขอของเขาแล้ว
รวิสุดารีบผลักดันร่างหนาให้ถอยห่างไปพลางเขยิบกายให้ห่างพีรายุ และนิ่งเงียบอยู่เป็ครู่ก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า ในแววตาฉายแววเศร้าสร้อยระคนขอโทษ
“สุดาขอโทษนะกลาง”
“หือ...ขอโทษสุดาจะขอโทษผมเื่อะไร” ชายหนุ่มถามคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานใบหน้ายังคงกระจ่างสดใส “ยังตัดสินใจเื่ที่ผมขอยังไม่ได้ ไม่เป็ไรนะ ค่อยๆคิดไปนะ ผมรอสุดาได้เสมอ”
“เปล่าค่ะไม่ใช่เื่นั้น คือสุดา...มีเื่จะบอกกลางค่ะ”
ไม่เพียงแค่น้ำเสียงหากใบหน้าของรวิสุดาก็ทำให้พีรายุเริ่มจะแปลกใจ จะว่าไปเขารู้สึกว่า่นี้แฟนสาวเหินห่างไปโทรหาก็ไม่ค่อยรับ หรือไม่ก็บอกติดธุระ จะไปหาที่บ้านก็มีจะข้ออ้างให้ไม่ต้องไปเสมอ
“สุดามีเื่อะไรจะบอกผมหรือ”ชายหนุ่มถามอย่างเป็การเป็งานสองมือประสานกันตรงขณะมองตามร่างของรวิสุดาที่เดินไปยังมุมหนึ่งของห้องที่ซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
“พี่ใหญ่!”พีรายุร้องครางในลำคอ เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติที่ทำให้เขาเริ่มใจไม่ค่อยดี
“คงไม่ได้หมายความว่า...”พีรายุได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่คิดอยู่คงจะไม่เป็ความจริง ก่อนหัวใจเขาจะแตกสลายเพราะคำพูดจากปากแฟนสาวที่ไปยืนให้ผู้เป็พี่ชายร่วมสายเืเขากอดอย่างแนบสนิทชิดเชื้อ
“ใช่ค่ะกลางสุดากับใหญ่...เราจดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว”
“สุดาล้อผมเล่นแน่เลยสุดาจะจดทะเบียนกับพี่ใหญ่ได้ไง ในเมื่อตลอดเวลา...”ั้แ่เมื่อไหร่ที่เขาถูกคนรักและพี่ชายแทงข้างหลัง ทั้งคู่แอบคบกันทำไมเขาถึงไม่ระแคะระคายเลย หรือตลอดเวลารวิสุดาเห็นเขาเป็เพียงแค่...สะพานเพื่อข้ามไปหาพี่ชายเท่านั้นถึงได้หักหลังอย่างเืเย็นเช่นนี้
พีรายุอยากที่จะเอาศีรษะตัวเองไปโขกกับอะไรก็ได้เพื่อจะได้ลบความทรงจำที่เ็ปออกไปจากสมองเขาเสียที แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ลบภาพรวิสุดาที่ออกไปจากสมองและหัวใจไม่ได้
“...”
ชายหนุ่มแผดเสียงดังลั่นลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้เสียน้ำตา หากตอนนี้น้ำตาเขากลับไหลออกมาไม่ขาดสายมันเ็ปใจจากการกระทำของคนที่เคยบอกว่ารักเขา...รักมากชั่วชีวิตนี้จะอยู่กับเขา แต่งงาน...สร้างครอบครัวที่มีความสุขด้วยกันแต่ไหนละ...คนที่พูดตอนนี้อยู่ไหน?
ก็แหงละ คนที่พูดตอนนี้ได้ทอดกายให้ชายอีกคนเชยชมเหมือนกับผู้หญิงไร้ค่าท้องก่อนแต่ง ต้องรีบจดทะเบียนสมรส เพื่อไม่ให้ลูกที่เกิดออกมามีปมด้อย
“ฉันขอสาปแช่งขอเธอตกนรกหมกไหม้ไปชั่วชีวิตรวิสุดา!”
พีรายุหัวเราะเหมือนกับคนบ้าช่างน่าขำเหลือเกิน เขาสู้อุตส่าห์ทะนุถนอม ดูแลอย่างที่ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมมาตั้งห้าปีแต่เพียงแค่พี่ชายกลับมาจากต่างประเทศไม่ทันจะข้ามปีรวิสุดาก็ดันไปมีความสัมพันธ์ลับหลังจนตอนนี้มีไอ้ตัวมารหัวขนอยู่ในท้องแล้วสองเดือนทั้งคู่เลยต้องรีบแต่งงานกันโดยที่ทุกคนต่างเห็นดีเห็นงามไปด้วย
“ทำไมพี่...ทำไมพี่ถึงทำกับผมแบบนี้”สายสัมพันธ์ของความเป็พี่น้องไม่มีค่าเลยหรือไงกัน พี่แท้ๆ ถึงได้หักหลังน้องอย่างเืเย็นแบบนี้
ทำไม!พีรายุทุบอกตัวเองแรงๆ ทำไม! ถึงไม่มีใครคิดถึงหัวอกเขาบ้างผู้ชายคนนี้จะเจ็บช้ำเพียงไหน เขาไม่ดีตรงไหน ทำไมแฟนที่คบกันมาหลายปี ถึงได้นอกใจไปมีคนอื่นถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สายเืเดียวกัน เขาคงไม่เจ็บช้ำถึงขนาดนี้ แต่นี่...เป็พี่ชายที่คลานตามกันมาอยากจะรู้นัก ใจสองคนนั้นทำด้วยอะไร ถึงได้ทำร้ายกันอย่างเหี้ยมเกรียมเช่นนี้
“กับผมคบกันมาห้าปี ยังหักหลังได้ลงคอ แล้วกับพี่ เพิ่งจะคบกันได้ไม่นาน มีหรือที่จะไม่หักหลังนะหมดผลประโยชน์เมื่อไหร่ พี่ก็เหมือนหมาตัวหนึ่งนั่นแหละผมจะคอยดูวันที่พี่เจ็บบ้าง”
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเลเดินเอียงซ้ายเอียงขวาไปเปิดประตูห้องนอนจุดหมายปลายทางคือบาร์เหล้าที่อยู่เบื้องล่าง แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เหล้าที่มีอยู่ในบ้านหลังนี้ถูกเขาขนมาดื่มจนหมดแล้ว
“โว้ย!”พีรายุคุมสติตัวเองเอาไว้ไม่ได้เขาอาละวาดใส่ข้าวของจนพลัดตกลงมากระจัดกระจายก่อนจะเดินไปยังนอนบนเตียงนอนที่อยู่ไม่ไกลอย่างคนหมดอาลัยตายอยากแต่แล้วเขาก็พลาด เท้าเหยียบไปบนขวดแก้วสีใสกลมๆ ที่กลิ้งไปกลิ้งมา
โครม!!
ร่างหนาล้มลงนอนแผ่แม้ศีรษะจะกระแทกกับพื้นพรมหากชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาแต่อย่างใดกลับมีเสียงหัวเราะอย่างข่มขื่น น้ำตาหยดไหลออกจากสองตา
“สุดา”ในคอเขายังคงร้องเรียกที่มาพร้อมกับภาพรวิสุดาที่ลอยวนอยู่เหนือหัวทำให้ต้องหลับตาหนี...และเขาก็เผลอหลับไปโดยอัตโนมัติ
เสียงดังจาก้าของบ้านทำเอาบุษกรถึงกับสะดุ้งเฮือกเธอแหงนหน้าขึ้นมอง้าโดยอัตโนมัติ ขณะหัวใจก็วูบหล่นไปกองอยู่ที่ปลายเท้าขณะร่างกายก็เย็นเฉียบอย่างกะทันหัน
หญิงสาวเกือบจะปล่อยกระบอกไฟฉายหลุดออกจากมือแล้วดีว่าดึงสติเอาไว้ได้ทัน แต่กระนั้นความใก็ทำให้เธอเผลอก้าวไปด้านหลัง
ปึก!!
“โอ๊ย!”บุษกรรีบยกมือปิดปากเมื่อรู้ว่าเผลอร้องออกไปแต่ความเจ็บที่ส้นเท้าก็ทำให้เธอถึงกับนิ่วหน้า จนต้องรีบยกเท้าขึ้นมาจับดูก่อนจะโล่งอก เพราะไม่ได้เจ็บตัวอะไรมากมาย แต่...
“ไม่!แกจะกลัวอะไรนักหนาฮึบัว บ้านไม่มีคนอยู่เป็เดือนเกือบจะเป็ปีแบบนี้คงมีหนูมาก แมวมันเลยเข้ามาวิ่งไล่จับก็เท่านั้น”
หญิงสาวพยายามคิดว่าสิ่งที่ทำเสียงดังเมื่อครู่เป็แค่สัตว์ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่ไม่มีตัวตนอย่างที่คนทั่วไปเขาเรียกกันว่า ผอสะอี...ผี
“ใช่...ผีไม่มีในโลกไอ้ที่ทำเสียงดังตะกี้มันก็แค่แมวไล่จับหนู”คิดได้ดังนั้นความกล้าก็เข้ามาแทนที่ความกลัว หญิงสาวส่องไฟฉายไปตามส่วนต่างๆของบ้านอย่างระมัดระวัง แล้วต้องเบะหน้ากับสิ่งที่ได้เห็นข้าวของเครื่องแต่งบ้านล้วนแล้วแต่สวยงาม ดูมีราคา แต่ก็ชิ้นใหญ่การขนออกไปดูท่าจะลำบาก อีกทั้งเธอก็ไม่รู้แหล่งที่ขายด้วยเอาไปรังแต่จะเป็ภาระและอาจจะส่งผลให้ถูกจับได้ง่ายๆสิ่งของที่จะนำไปเป็ค่ายารักษาแม่พรพรรณ ควรจะเป็ชิ้นที่พกพาได้ง่ายแต่ราคาสูงจะได้คุ้มกับการเสี่ยงเข้ามา
หญิงสาวย่องเบาๆขึ้นไปบนชั้นสองบ้าน “หู...มีตั้งหลายห้องแบบนี้ ฉันจะเข้าห้องไหนดีละนี่ ถึงจะได้เจอของมีค่ามีราคาพอจะขายได้เป็หมื่นบาท”บุษกรบ่นพึมพำ เมื่อตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเริ่มต้นที่ห้องไหนดี
“เอาวะ...เสี่ยงดู”แต่ห้องที่เธอเลือกกลับติดล๊อค “บ้าจริง คนยิ่งรีบๆ อยู่ ลางก็ไม่คอยดีแล้วจะทำต่อหรือกลับบ้านดีละเรา” แต่อาการป่วยของแม่พรพรรณก็ทำให้บุษกรยังต้องตัดสินใจเช่นเดิม
“เ้าบ้านเข้าเรือนเ้าขาลูกไม่ได้คิดมาขโมยนะคะ แค่จะมาขอยืมไปชั่วคราว มีเมื่อไหร่จะรีบมาใช้คืนสาธุ...ขอให้ลูกเจอของที่้าด้วยนะคะ” บุษกรยกมือไหว้ท่วมหัวก่อนรีบรุดไปเปิดประตู แต่ทุกห้องกลับติดล๊อคจนหมด
“โว้ย!!แล้วจะเอาไงละทีนี้ ห้องโน้นก็ไม่ได้ ห้องนี้ก็ติดล็อกเสียอีก”หญิงสาวสบถด้วยเสียอารมณ์ เธอยกมือขึ้นเท้าสะเอวความหวังว่าจะได้ของไปแลกเงินและนำไปรักษาแม่พรพรรณสุดรักเริ่มริบหรี่ลงเค้าหน้าสวยที่เคยเริงรื่นก็เริ่มบูดบึ้งจนจมูกและปากเกือบจะติดกัน
“ยังไงก็มาแล้วขอเสี่ยงอีกสักตั้งละกัน”หญิงสาวมองไปยังห้องสุดทางเดินอันเป็ที่พึ่งสุดท้ายในค่ำคืนนี้ถ้าไม่ได้...เธอก็คงจะต้องลงไปเอาของข้างล่างแล้วกัน ชิ้นใหญ่ไปสักหน่อยผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่มาก ซึ่งคงจะต้องกลับเข้ามาเอาใหม่ซ้ำในคืนต่อไป เงินที่ได้นำไปรวมกับค่าขายส้มตำไก่ย่างตอนกลางวันคงจะพอเป็ค่ายาของแม่พรพรรณไปสักระยะหนึ่ง
“เสี่ยงมาถึงขนาดนี้แล้วต้องไม่เสียเที่ยวเปล่าๆ ขอให้ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างเหอะน่า”
หญิงสาวเดินไปยังจุดหมายปลายทางเพียงแค่มือแตะที่ลูกบิดและหมุนเบาๆ รอยยิ้มก็แต้มบนใบหน้าที่เคร่งเครียด
‘เย้!ในที่สุด์ก็ไม่โหดร้ายนัก’
บุษกรแทบจะะโร้องจนตัวลอยแต่ถึงจะรู้ว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีคนอยู่ เธอก็ไม่ควรประมาทเพราะนั่นจะเป็หนทางสู่หายนะ
หญิงสาวผลักประตูเข้าไปอย่างระมัดระวังก่อนจะัักับไอเย็นๆ ที่พุ่งออกมาถูกกายจนหนาวะเื อีกทั้งกลิ่นเหม็นปนฉุนบางอย่างก็ลอยเข้ามาแตะจมูก
“เฮ้ย!!ไม่มีคนอยู่ไม่นาน แมวพาหนูมากินในห้องนี้หรือไงถึงได้เหม็นขนาดนี้”
บุษกรบ่นพึมพำพลางยกมือขึ้นบีบจมูก ก่อนจะปรับสายตาให้ชินกับความมืดเธอสาดส่องไฟฉายไปทั่วห้องเพื่อหาข้าวของที่มีชิ้นเล็กๆ และมีราคาค่างวดพอขายได้แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับกลายเป็เงาตะคุมๆ ที่นอนราบอยู่บนพื้นพรหม ใกล้ๆกันก็มีขวดเหล้าเบียร์กลิ้งเก้กังอยู่นับสิบขวด
“โห...เยอะขนาดนี้เล่นจะกินให้ตายกันไปข้างหนึ่งหรือไง”
บุษกรสะบัดหน้าอย่างเอือมระอาใจเธอไม่ชอบคนสูบบุหรี่และดื่มเหล้าที่อย่างหนักกว่า เพราะคนเมาแล้วคุมสติตัวเองเอาไว้ไม่ได้อาละวาดยิ่งกว่าหมาที่มันกำลังบ้าเสียอีก
เออ...คนที่นอนอยู่จะเป็อะไรมันเกี่ยวกับเธอตรงไหน ตอนนี้ควรจะรีบหาของที่้าจะดีกว่าได้ของแล้วจะรีบกลับบ้านอีก แต่...
“มีคนอยู่แบบนี้จะถอยกลับหรือไปต่อดีละเรา”
หญิงสาวมองคนที่นอนอยู่เท่าที่เห็นจากขนาดของร่างกายและคำพูดพร่ำรำพันที่ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง“สุดา...ทำกับผมแบบนี้ทำไม ไป! ไปให้พ้นนะยายผู้หญิงใจร้าย”ทำให้รู้ว่าเป็ผู้ชาย
“อาการอย่างนี้คงไม่แคล้วอกหักรักคุดมา ถึงได้ดื่มเมาจนหัวราน้ำ” หญิงสาวเอ่ยด้วยความไม่ชอบใจ เพราะเคยเห็นคนกินเหล้าเมาแล้วทำร้ายคนอื่นทำให้เธอเกลียดคนกินเหล้าเป็ที่สุด
“สุดาจ๋า...”
เพราะยืนเหม่อเมื่อคนเมาพลิกกายพร้อมกับยื่นมือไขว่คว้าหาคนที่เรียกอยู่เธอจึงะโหลบแทบไม่ทัน
“เฮ้อ!บ้าจริง เผลอคิดเื่ไม่เป็เื่จนเกือบโดนจับได้ซะแล้วเราว่าแต่...จะเอายังไงดี”
ตอนนี้มีคนอยู่ในบ้านถึงจะเมา แต่จะแน่ใจได้ยังไงละว่าจะไม่ตื่นขึ้นมากลางคันดีไม่ดีเจอตอนที่เธอกำลังค้นหาข้าวของอยู่ เห็นทีจะแย่ แต่..
บุษกรคิดไม่ตกน้อยนักที่จะมีโอกาสเข้าบ้านหลังที่ปลอดคน เธอไม่อยากเสียเที่ยว มาแล้วกลับไปมือเปล่าเมื่อมองดูชายขี้เมาก็เห็นว่าไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวตื่นทำให้สาวน้อยหัวขโมยจำเป็เริ่มใจชื้นขึ้น
“เอาวะ...ไหนๆก็มาแล้ว ลองดูกันสักตั้ง”
หญิงสาวกวาดมองไปรอบห้องที่มีแสงไฟสลัวๆก่อนร่างบอบบางเดินไปทั่วห้องอย่างระมัดระวังเพื่อค้นหาของที่้าในที่สุดรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าบุษกร เธอมองสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะตาวาว
“เย้!”หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างว่องไวพลางเหลียวไปมองชายขี้เมาก่อนจะผ่อนลมหายใจออกจากปากอย่างโล่งอก…อีตาขี้เมานี่หลับลึกดีแท้
“แหม...โชคดีจริงๆขอบคุณนายขี้เมา ฉันขอยืมของพวกนี้ไปใช้เป็ค่ายารักษาแม่พรพรรณก่อนนะ มีเมื่อไหร่ฉันค่อยกลับมาใช้คืนให้”
บุษกรเก็บโทรศัพท์มือถือที่ถ้าเอาไปขายมือสองก็น่าจะได้เป็พันอยู่ใส่กระเป๋าเป้อย่างว่องไวต่อมาก็เป็นาฬิกาข้อมือสีเงินที่เธอเดาเอาเองว่าน่าจะขายได้หลายพันบาทไปจนถึงกระเป๋าสตางค์ที่ภายในบรรจุแบงค์พันอยู่เป็ปึกใหญ่ สุดท้ายก็มีแหวนสองวงวางเคียงคู่กัน
“สวยจัง”บุษกรหยิบแหวนวงเล็กที่สลักลวดลายงดงามแปลกตามามองใกล้ๆ ชมความสวยงามก่อนจะนึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก็เลยรีบหันหลังวิ่งไปที่ประตูแต่เผลอสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบจะล้มลง
“ว้าย!”