ตอนที่ 5 พานพบบนทางแคบ[1]
เฉินม่อหรานมองกระบี่บนโต๊ะคิดเงิน รูม่านตาหดเล็กลงทันที
“มู่เฉิน ที่เ้าจะคืนคือกระบี่เล่มนี้” เฉินม่อหรานชี้ไปยังกระบี่บนโต๊ะคิดเงิน ถลึงตาถามมู่เฉินอย่างโกรธเกรี้ยว
มู่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าวอย่างมั่นใจในเหตุผล “ใช่!”
“เ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร” เฉินม่อหรานมองมู่เฉินด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเ้าทำผิดมหันต์
มู่เฉินเบ้ปาก พลางคิดในใจ ‘ข้าคืนของของตัวเอง เกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย ทำสีหน้าเช่นนี้ทำไม!’
“ของของตัวข้าเอง จะคืนแล้วมันอย่างไร” มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“นี่คือของที่เ้ามอบให้จวงอวี๋” เฉินม่อหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน
มู่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าว “จวงอวี๋ไม่้าแล้วไม่ใช่หรือ ในเมื่อจวงอวี๋ไม่้า ข้าก็คืนสินค้า นี่ไม่ใช่เื่ปกติหรอกหรือ”
เฉินม่อหรานจ้องมู่เฉินเขม็ง พลางกล่าว “เ้าทำเกินไปแล้ว”
มู่เฉินกลอกตาขาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่เข้าใจจริงๆ เขาทำเกินไปอย่างไรกันแน่
จวงอวี๋ดึงแขนเสื้อของเฉินม่อหราน แล้วกล่าว “พอแล้ว ม่อหราน เ้าอย่าทำเช่นนี้ กระบี่นี้เป็ของของมู่เฉิน เขาจะจัดการอย่างไร มันก็เป็สิทธิ์ของเขา”
มู่เฉินสังเกตจวงอวี๋ด้วยท่าทางเรียบเฉย จวงอวี๋ผิวขาวราวหิมะ ดวงตามีเสน่ห์น่าดึงดูด ตลอดทั้งร่างสง่างามตราตรึงใจ...ช่างน่าเสียดาย ไม่ใช่ประเภทที่มู่เฉินชอบ
ชาติที่แล้วมู่เฉินก็ชอบผู้ชาย แต่ว่าเขาชอบผู้ชายที่หล่อเหลาตัวสูงใหญ่ องอาจกล้าหาญ แบบจวงอวี๋นั้นเขาเกลียดที่สุด เพราะผู้ชายประเภทที่เขาชอบ มักชอบแบบจวงอวี๋
เฉินม่อหรานมองมู่เฉินด้วยความไม่พอใจ พลางกล่าว “มู่เฉิน หากรู้จักประมาณตนเ้าก็ล้มเลิกความคิดที่จะคืนสินค้าซะ ของกำนัลนี้เ้ามอบให้จวงอวี๋ เ้าบอกว่าจะคืนก็คืนได้อย่างไร”
มู่เฉินกอดอก มองเฉินม่อหรานอย่างพิจารณา ดวงตาฉายแววดุร้ายเสี้ยวหนึ่ง กระบี่นี้เป็ของเขา ไม่เกี่ยวข้องกับเฉินม่อหรานแม้แต่น้อย สมองเ้าหมอนี่มันเป็ยังไงกัน ต้องวิ่งออกมายุ่งเื่ชาวบ้านให้ได้ เขาทำเื่เกินเลยไปขนาดไหนกันแน่! ถึงได้ทำให้เฉินม่อหรานมองเขาด้วยความอาฆาตพยาบาทถึงเพียงนี้
“เ้าของร้าน สี่ร้อยห้าสิบศิลาทิพย์” มู่เฉินมองเ้าของด้วยท่าทางเ็า
เ้าของร้านมองเฉินม่อหราน แล้วมองมู่เฉินอีกครั้ง แล้วจึงกล่าวอย่างลังเล “คุณชายมู่เฉิน ท่านคิดดีแล้วจริงๆ ใช่ไหมขอรับ”
มู่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าว “คิดดีแล้ว”
เ้าของร้านลอบถอนหายใจในใจ หยิบศิลาทิพย์สี่ร้อยห้าสิบก้อนออกมาส่งให้มู่เฉินอย่างไม่เต็มใจนัก มู่เฉินรีบเก็บศิลาทิพย์เข้าไปในแหวนมิติทันที
จวงอวี๋ยืนอยู่ข้างหลังเฉินม่อหราน มองดูฉากนี้ด้วยสายตาซับซ้อนยากตีความหมาย
มู่เฉินกวาดสายตามองจวงอวี๋อย่างเรียบเฉย ดวงตาของจวงอวี๋เต็มไปด้วยความงุนงงและความเศร้า สายตานั้นมองมาจนมู่เฉินรู้สึกขนลุกขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ
“มู่เฉิน ข้าจะดวลชี้ขาดกับเ้า” เฉินม่อหรานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมองมู่เฉินพลางกล่าว
ดวงตาของมู่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย ตามบทเดิม มู่เฉินจะต้องพิโรธอย่างหนักเพราะจวงอวี๋คืนกระบี่ให้เขา แล้วต่อสู้ให้ตายไปข้างกับเฉินม่อหราน ตอนนี้เขาไม่ได้ไปหาเื่ถึงที่ เ้าเฉินม่อหรานกลับเป็ฝ่ายมาหาเสียเอง
“ไม่ว่าง” มู่เฉินกล่าวทันทีโดยไม่ต้องคิด
ตามบทเดิม เฉินม่อหรานต่อสู้กับเ้าของร่างเดิมจนาเ็ทั้งสองฝ่าย เขาเพิ่งจะทะลุมิติมา การประสานงานของร่างกายยังไม่ค่อยดีนัก หากสู้กับเฉินม่อหรานขึ้นมา จะต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่อยากเจ็บตัวทั้งที่เพิ่งทะลุมิติมาเช่นนี้
เฉินม่อหรานหัวเราะหยัน แล้วกล่าว “เ้ามันคนขี้ขลาดตาขาว”
จวงอวี๋ดึงแขนเสื้อของเฉินม่อหรานไว้ แล้วกล่าว “ม่อหราน เ้าไม่ต้องพูดแล้ว”
มู่เฉินปรายตามองเฉินม่อหรานอย่างเ็า แล้วเตรียมจากไป
“คุณชายมู่” จวงอวี๋เอ่ยปากเรียกรั้งมู่เฉินที่กำลังจะไปไว้
มู่เฉินหมุนกาย แล้วมองจวงอวี๋ พลางเอ่ย “มีเื่อะไรหรือ”
จวงอวี๋มองมู่เฉินด้วยสายตาที่รู้สึกผิดอยู่หลายส่วน “ขอโทษด้วยคุณชายมู่ แต่ว่าเื่บางเื่ ไม่อาจบังคับได้จริงๆ”
มู่เฉินแย้มยิ้ม พลางกล่าว “ข้าทราบแล้ว”
มู่เฉินพาเหรินซานออกไป เหรินซานมองมู่เฉิน แววตาฉายแววครุ่นคิด
เฉินม่อหรานมองเงาหลังของมู่เฉิน ในใจเต็มไปด้วยความดูถูก เฉินม่อหรานลอบคิดในใจ ‘ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วัน เ้ามู่เฉินนับวันยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ’
เชิงอรรถ
^ อุปมาว่า พบเจอกันบนทางแคบ ยากที่จะหลบเลี่ยง โดยมากใช้กับศัตรูที่มาพบกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายไปโดยง่าย