บทที่33 เมืองแห่งเวทมนตร์
ราดิชวาร์ปกับมาโผล่ที่ลานกลางเมืองฮาร์เบอร์เขาตัดสินใจเดินทางไปโรงแรมก่อน เมื่อได้ห้องพักเรียบร้อยแล้ว เขาก็อาบน้ำก่อนเป็นอย่างแรกหลังจากอาบเสร็จเรียบร้อย ก็นั่งกินข้าวเย็นกับปิกามอน
“เจ้านายพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปไหนกันต่อดี”ปิกามอนเปิดประเด็น
“คงเดินทางไปเมืองอัลเคียเพื่อเปลี่ยนอาชีพก่อนน่ะจะได้เพิ่มระดับแกสักทีไงล่ะ เจ้าอ้วน” ราดิชบอกและกอดมันอย่างเอ็นดู
“ข้ารักเจ้านายที่สุดเลย”มันกอดตอบราดิชด้วยมือสั้นๆของมันหลังจากพวกเขาก็กินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย เขาก็เริ่มเช็คไอเทมและจัดหมวดหมู่อีกครั้งหนึ่งก็พบว่ายังมีกล่องปริศนาที่ยังไม่ได้เปิดอยู่สามกล่อง เป็นกล่องสีขาว 1 กล่องและกล่องสีทอง 2 กล่อง ที่ได้จากลิเวียธานและราชินีมดนั่นเองเขาหยิบกล่องสีขาวขึ้นมาก่อนและอธิฐานในใจสักพักก็เปิดมัน มีควันออกมาพร้อมกับมีของสิ่งหนึ่งตกลงมาตรงหน้าของเขา
-ท่านได้รับ ลาพิส ลาซูลี 1 เม็ด
“ได้อะไรล่ะเนี่ย” ราดิชงงเล็กน้อย แต่ก็หยิบมันขึ้นมาดูพบว่ามันเป็นอัญมณีสีออกน้ำเงินม่วงดูสวยงามเม็ดหนึ่งดูเหมือนมันจะเป็นอัญมณีธรรมดาทั่ว เขาเก็บมันเข้าหน้าไอเทมไปและหยิบกล่องปริศนาสีทองกล่องแรกขึ้นมา และอธิฐานอยู่นานมากก็ทำใจได้และเปิดมันออกมีแสงออกมาจากกล่องและมีแหวนวงหนึ่งตกลงมาเขาหยิบขึ้นมาดูพบว่ามันเป็นแหวนสีทองเกลี้ยง มีอัญมณีสีแดงเม็ดเล็กประดับอยู่ที่หัวแหวนเขาจึงดูรายละเอียด
-แหวนไนท์แมร์ระดับA
-พลังป้องกัน 4 พลังป้องกันเวท 4
“เปิดได้แหวนด้วย” ราดิชมองดูแหวนด้วยความสงสัย “ลองเปิดหาข้อมูลดูดีกว่าเพื่อจะได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น”เขาจึงหยุดการเปิดกล่องและเปิดกระดานข่าวสารเกี่ยวกับเครื่องประดับดูทำให้รู้ว่ากล่องปริศนาสีทองที่สุ่มของระดับ A – S มีโอกาสสุ่มได้เครื่องประดับมากที่สุดและเครื่องประดับระดับ S นั้น ส่วนใหญ่มีความสามารถพิเศษเพิ่มเข้ามาแต่ในการสวมใส่เครื่องประดับ S นั้นถ้าเกิดเป็นของชื่อเดียวกันจะนับแค่ค่าพลังป้องกันกับป้องกันเวท แต่ความสามารถนั้นจะนับแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นจึงทำให้เครื่องประดับระดับ S นั้น ใส่ได้อย่างมากสุดก็แค่ชิ้นละหนึ่งชื่อเท่านั้นเองยกเว้นอันที่ไม่มีความสามารถพิเศษที่ใส่เท่าไรก็ได้
เขาจัดการสวมแหวนไนท์แมร์เข้าที่นิ้วก้อยข้างซ้ายจากนั้นก็หยิบเอากล่องปริศนาสีทองกล่องที่สองออกมาคราวนี้เขาอธิฐานนานกว่าเดิมมากภาวนาให้ได้ของที่สุดยอดในการเปิดคราวนี้ จากนั้นก็ใช้มือที่สั่นเล็กน้อยเปิดกล่องออกมีแสงสว่างจ้าออกมาพร้อมกับที่มีเข็มขัดเส้นหนึ่งตกลงมาตรงหน้าเขามันเป็นเข็มขัดหนังสีขาวทั้งเส้นหัวเข็มขัดเป็นโลหะสีขาวสี่เหลี่ยมมีรูปสลักเป็นนกกำลังกางปีกอยู่ตรงกลาง เขาหยิบมันขึ้นมาและดูรายละเอียด
-เข็มขัดมิทธิล(S)(ยังไม่ได้ทำสัญญา)
พลังป้องกัน 150 พลังป้องกันเวท 150
-ป้องกันอัมพาตเพิ่มขึ้น 50 %
“โชคดีจริงๆเลยเรายังไม่มีไอเทมประเภทเข็มขัดอยู่พอดี” ราดิชกล่าวอย่างดีใจเขาจัดการทำสัญญาและสวมใส่มันทันทีจากนั้นก็ดูข้อมูลของเสื้อเกราะไนท์แมร์อีกตัวที่เหลือ
-เสื้อเกราะไนท์แมร์(A)
-พลังป้องกัน 400 พลังป้องกันเวท 400
-เมื่อใส่ครบเซต เสื้อเกราะกางเกง หมวก ถุงมือ รองเท้า จะได้ความสามารถต่อไปนี้
-เพิ่มอัตราการฟื้นพลังชีวิตและมานา 50 % เพิ่มความแรงเมื่อโจมตีกายภาพ 10 %ลดความเสียหายทางกายภาพและเวทมนตร์ลง 30 %ป้องกันการทำให้หลับและโดนตรึง 50 %
ความสามารถของมันถือว่าสุดยอดสมกับที่เป็นของระดับ A ที่หายากมากชิ้นหนึ่ง เพราะปกติแล้วจะตกจากสัตว์อสูรระดับมากกว่า65 ขึ้นไป แต่ราชินีมดที่เป็นระดับจักรพรรดิก็ตกเช่นเดียวกัน และง่ายกว่ามากด้วยหลังจากเขาเช็คไอเทมและแยกหมวดหมู่รวมทั้งฝากเงินเข้าธนาคารเรียบร้อย เขาก็นั่งอ่านกระดานข่าวสารต่อแต่ก็มีการติดต่อจากคูลแมนเข้ามาพอดี
“พี่ราดิชเป็นไงบ้างครับผม”คูลแมนถามด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่เราเถอะเป็นไงบ้าง” ราดิชถามกลับไป
“ระดับลดไปหนึ่งแต่ไม่มีของตกอะไรน่ะครับ” คูลแมนตอบกลับมา
“ดีแล้วล่ะว่าแต่เราจะทำไงต่อไปล่ะ” ราดิชถามถึงเรื่องอนาคต
“พอดีเพื่อนผมมันบอกว่าพรุ่งนี้มีสอบด่วนผมเลยจะมาบอกพี่ว่าจะออกเกมไปอ่านหนังสือเตรียมสอบก่อนนะครับ” คูลแมนบอก
“ตั้งใจเรียนก่อนจะดีกว่านะพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ” ราดิชกล่าวสนับสนุน
“ครับพี่เดี๋ยวผมออกจากเกมไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ สวัสดีครับ” คูลแมนกล่าวลาราดิชและตัดการติดต่อไปทางด้านราดิชก็นั่งอ่านข่าวพวกราคาสินค้าในตลาด เพื่อนำสิ่งของที่มีและไม่ได้ใช้ไปขายหลังจากดูราคาสิ่งของไปอีกหลายชั่วโมงจนดึกเขาก็เข้านอนพร้อมกับเจ้าปิกามอนจนหลับไปในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้นราดิชตื่นแต่เช้าตามปกติหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเขาก็หยิบแว่นกันแดดสุดเท่ห์มาใส่จากนั้นก็ทำการอัญเชิญอาธูเรียออกมา
อาธูเรียที่ออกมาถามขึ้น “วันนี้เราจะไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพของนายท่านใช่หรือเปล่า”
“ใช่แล้วล่ะเดี๋ยวเราทำธุระที่เมืองนี้เสร็จก่อนจะได้ไปอีกเมืองกัน” ราดิชตอบพวกเขาออกจากโรงแรม และมุ่งหน้าไปที่ภัตตาคารของเมืองเพื่อกินข้าวเช้ากันก่อน พอกินเสร็จและจ่ายเงินเรียบร้อยก็ออกจากภัตตาคารนอกจากกินแล้วราดิชยังสั่งอาหารอีกหลายชุดติดไปด้วย
พวกเขามุ่งหน้าไปอาคารภารกิจของเมืองฮาร์เบอร์เพื่อส่งภารกิจที่ไปทำมา พอมาถึงอาคารภารกิจที่ตอนนี้ยังมีคนมาใช้บริการไม่มากราดิชไปรับบัตรคิวและรอไม่นานก็ถูกเรียกเขาก็เดินไปยังเคาน์เตอร์บริการส่วนปิกามอนกับอาธูเรียนั่งรออยู่แถวนั้น พอส่งภารกิจเสร็จ เขาก็ได้เงินมากกว่าสองล้านโกลด์
“เราจะออกเดินทางกันหรือเปล่านายท่าน”อาธูเรียถามขึ้น
“รอบนี้เราไม่เดินกันแต่จะใช้บริการวาร์ปไปกันน่ะ” ราดิชบอก ความจริงในเกม FateOnline มีระบบขนส่งแบบวาร์ประหว่างเมืองอยู่ในทวีปอเมเนียนเพียงแต่มันมีราคาแพงมาก ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆจะไม่ใช้บริการกันถึงแม้แค่ระยะทางไม่ไกลก็มีค่าใช้จ่ายเป็นแสนแล้ว
พวกเขาออกจากอาคารภารกิจและเดินไปตามถนนทางเหนืออีกไม่ไกล ก็มาถึงอาคารวาร์ปของเมืองฮาร์เบอร์มันเป็นอาคารสีขาวสูงสามชั้นมีป้ายเขียนบอกไว้อย่างชัดเจนพอพวกเขาเข้าไปด้านในก็พบแคปซูลรูปทรงเป็นแท่งกระบอกหลายแท่งวางติดผนังของอาคารอยู่ที่ข้างแคปซูลแต่ละแท่งมีเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องที่คล้ายกับเครื่องควบคุมอยู่ทุกแท่งและมีเจ้าหน้าที่ประสานงานอยู่อีกสองคน พอเห็นราดิชเดินเข้ามา เขาก็เดินเข้ามาทักทายราดิช
“สวัสดีครับไม่ทราบต้องการใช้บริการวาร์ปไปเมืองไหนหรือครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มถามราดิช
“ครับผมไปเมืองอัลเคียน่ะครับ ไม่ทราบว่าค่าบริการเท่าไร”ราดิชบอกเมืองจุดหมาย
“จากฮาร์เบอร์ไปอัลเคียก็ 1,200,000 G ครับ เชิญทางด้านนี้เลยครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเดินนำราดิชไปยังแคปซูลอันที่อยู่ขวาสุดอย่างรวดเร็วเมื่อไปถึงเขาก็จ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่และเข้าไปในแคปซูลวาร์ปที่เปิดฝาไว้กับพวกอาธูเรียทางระบบนั้นถือว่าอาธูเรียและปิกามอนมีราดิชเป็นเจ้านาย จึงคิดค่าบริการแค่ราดิชคนเดียวเขาที่เข้าไปอยู่ในแคปซูลวาร์ปก็มองไปรอบๆก็พบว่ามันเป็นผนังที่ทำจากวัสดุที่กึ่งโปร่งแสงเขาลองเคาะดูก็พบว่ามันมีความแข็งพอสมควร
“พร้อมหรือยังครับเราจะทำการวาร์ปในอีก 10 วินาทีนะครับ” เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องบอกและปิดฝาแคปซูลเขาก็เริ่มเกร็งเล็กน้อย เพราะเป็นครั้งแรกในการเดินทางด้วยวิธีนี้เมื่อนับถอยหลังถึงศูนย์เขาก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังดิ่งลงจากที่สูงอย่างรวดเร็วมันกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที เขาก็รู้สึกว่ามันหยุดลงเรียบร้อย และฝาแคปซูลก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่นายหนึ่งส่งยิ้มให้
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองอัลเคียขอบคุณที่ใช้บริการของเราครับผม” เจ้าหน้าที่บอกและก้มหัวขอบคุณพวกเขาราดิชและพวกก้าวออกจากแคปซูลมาและมองซ้ายมองขวาก็พบว่าที่นี่ไม่ต่างจากอาคารวาร์ปของเมืองฮาร์เบอร์เท่าไรราดิชหันไปกล่าวทักทายเจ้าหน้าที่นายนั้นเล็กน้อย และพากันออกจากอาคารวาร์ปเพื่อเที่ยวชมเมืองอัลเคีย
พอออกจากอาคารวาร์ปสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาคือเมืองที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปสมัยกลางดูสวยงามและมีมนต์ขลังมากอาคารส่วนใหญ่ในเมืองนี้ทาสีขาวหรือสีฟ้ากันเป็นหลัก ทำให้รู้สึกสบายตาเขาเปิดแผนที่ขึ้นมาเพื่อหาอาคารภารกิจ ก็พบว่ามันอยู่ไม่ไกลจากอาคารวาร์ปเพราะโดยส่วนมากแล้วอาคารของระบบจะอยู่ใกล้กัน เพื่อความสะดวกในการติดต่อของผู้เล่นนั่นเอง
พวกราดิชเริ่มเดินไปตามถนนเพื่อไปที่อาคารภารกิจระหว่างทางก็พบผู้เล่นหลายคนเดินสวนกันไปมาผู้เล่นเหล่านี้ราดิชดูออกว่าส่วนใหญ่ระดับเกิน 50 แล้วทั้งนั้นและยังพบแผงขายของหลายแผงตลอดทาง เขาจึงลองแวะดู ก็พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับเวทมนตร์ไม่ว่าจะเป็นคทาเวท ดาบเวท ชุดคลุมจอมเวทหินธาตุหรือของที่ต้องใช้ในทักษะต่างๆของสายเวทมนตร์ เขาเดินดูของจนลายตาเหมือนกันกว่าจะไปถึงอาคารภารกิจได้
เมืองอัลเคียนั้นเป็นเมืองที่ให้ภารกิจการเปลี่ยนอาชีพขั้นที่สองที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์อย่างอาชีพขั้นสองนักเวท หรือจอมดาบเวทมนตร์ที่ราดิชจะเปลี่ยนสายนักธนูที่จะเปลี่ยนเป็นเมจิกอาเชอร์ เป็นต้นและยังมีสายอาชีพอื่นอีกหลายอาชีพ หรือก็คือเมืองนี้รวมพวกใช้เวทมาเปลี่ยนที่เดียวกันนั่นเอง
ส่วนสายต่อสู้ล้วนจะไปที่เมืองมาเทียหรือสายอาชีพนักบวชกับพ่อค้าจะไปที่เมืองโรเมียหรือนครจักรกลเซเฟียตามอาชีพที่เลือกจะเป็นและยังมีเมืองอื่นอีกหลายเมืองที่ใช้เปลี่ยนอาชีพขั้นสองที่ต้องเดินทางไปรับตามนั้น
ราดิชมาถึงอาคารภารกิจที่เป็นอาคารสี่ชั้นทาสีขาวเขาเดินเข้าไปด้านในก็พบว่ามีผู้เล่นมาใช้บริการเป็นจำนวนมากพอสมควรเขาเดินไปรับบัตรคิวและหาที่นั่งที่ว่างอยู่เพื่อรอเรียกกับอาธูเรียและปิกามอนที่ตอนนี้เริ่มเอาขนมที่ซื้อไว้ออกมากินกันแล้ว หลังจากรออยู่พักใหญ่ก็ถึงคิวของราดิชเขาลุกไปยังเคาน์เตอร์บริการที่เรียกทันที
“ผมมารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์น่ะครับ”ราดิชแจ้งความประสงค์
“ขอสแกนนาฬิกาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนะคะ”เจ้าหน้าที่สาวบอกราดิชก็ยื่นมือซ้ายที่ใส่นาฬิกาให้เจ้าหน้าที่ทำการสแกนสักพักหนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย
“คุณสมบัติครบสามารถรับภารกิจได้ จะรับเลยไหมคะ” เจ้าหน้าที่สาวหลังจากตรวจสอบเสร็จพูดกับราดิช
“รับครับแล้วคุณสมบัติมันมีอะไรบ้างครับ” ราดิชถามเพื่อไว้ก่อน
“มีทักษะดาบและชำนาญเวทเต็ม100สังหารสัตว์อสูรระดับราชาที่มีระดับเท่ากับหรือมากกว่าตัวเองขึ้นไปด้วยตัวคนเดียวอย่างน้อย1 ตัวขึ้นไปค่ะ” เจ้าหน้าที่สาวบอก พร้อมกับมีเสียงระบบดังขึ้น
-ท่านได้รับภารกิจเปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์
-ภารกิจ เปลี่ยนอาชีพจอมดาบเวทมนตร์
สถานที่รับภารกิจอาคารภารกิจ
รายละเอียดไปจัดการสัตว์อสูรจระเข้หนังเหล็กที่บึงมรณะจำนวน 500 ตัวหลังจากจัดการครบจะมีสัตว์อสูรพิเศษออกมา ให้จัดการมันเมื่อได้หัวใจของมันมาภารกิจต่อไปถึงจะปรากฏขึ้นมา
สถานที่ส่งภารกิจอาคารภารกิจ
“ภารกิจมันมีแค่นี้หรือครับ”ราดิชถามเจ้าหน้าที่ขึ้นเพราะมันไม่น่าจะง่ายขนาดนี้
“ไม่ใช่หรอกค่ะนั่นเป็นแค่ส่วนแรกค่ะ หลังจากทำภารกิจนี้แล้ว ภารกิจต่อไปก็จะปรากฏขึ้นมาน่ะค่ะ”เจ้าหน้าที่สาวตอบคำถามของราดิช เขากล่าวขอบคุณและขอตัวออกมาเพื่อให้คนอื่นใช้บริการต่อเขาเดินไปหาอาธูเรียและปิกามอนบอกว่ารับภารกิจแล้วจะพาพวกเขาไปเดินเล่นในเมืองก่อนในช่วงเช้า พอช่วงบ่ายค่อยออกเดินทางไปบึงมรณะ
อาธูเรียกับปิกามอนดีใจมากรีบเดินตามราดิชออกไปจากอาคารภารกิจด้วยความกระตือรือร้นเป็นพิเศษระหว่างทางพวกเขาเดินชมสินค้าที่มีขายมากมาย รวมทั้งขนมนมเนยต่างๆที่พวกพ่อค้าแม่ค้าทำมาขาย ทั้งอาธูเรียกับปิกามอนก็ขอให้ราดิชซื้อให้เขาก็เลยซื้อให้เจ้าตัวเขมือบทั้งสองหมดเงินไปเยอะเหมือนกัน
ในการเดินเที่ยวนี้นั้นราดิชก็ได้เห็นของแปลกๆที่พวกนักประดิษฐ์ทำขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นระเบิดแบบพิเศษที่แรงกว่าที่ขายในร้าน หรือพวกยาฟื้นพลังแปลกๆ และอีกหลายๆอย่างทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น หลังจากเดินเที่ยวจนถึงเที่ยง ทั้งหมดก็ยกขบวนไปยังภัตตาคารของเมืองนี้มันมีขนาดใหญ่กว่าที่เมืองฮาร์เบอร์เสียอีกพวกราดิชได้ที่นั่งที่ชั้นสามของภัตตาคารแห่งนี้และเริ่มสั่งอาหารกันโดยมีพนักงานยืนแนะนำ
“จะลองรับอาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้หน่อยไหมครับคุณลูกค้า” พนักงานกล่าวแนะนำ
“จัดมาสักชุดก็แล้วกันครับ”ราดิชบอก พนักงานก็รับเมนูทั้งหมดที่พวกราดิชสั่งและไปจัดการทันทีพวกราดิชก็นั่งคุยกันต่อระหว่างรออาหารยกมา
“เดี๋ยวกินเสร็จคงออกเดินทางไปบึงมรณะกันเลยนะ” ราดิชแจกแจงกำหนดการณ์ของวันนี้
“นายท่านคิดว่าจะใช้เวลานานไหมที่บึงมรณะนั่นน่ะ”อาธูเรียถามขึ้น
“ยังไม่รู้เลยอาจจะสองสามวันก็ได้” ราดิชบอก
“จะให้ข้าช่วยหรือเปล่าล่ะนายท่าน” อาธูเรียเสนอตัวจะช่วย
“คิดว่าจะลองดูก่อนแต่ถ้าไม่ไหวก็คงต้องรบกวนด้วยนะ” ราดิชบอกอาธูเรียหลังจากคุยกันไปอีกพัก อาหารก็ยกมาถึงพวกเขาก็ลงมือกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
“เจ้านายเจ้านี่เรียกว่าอะไรน่ะ อร่อยมากเลยแหละ” ปิกามอนที่กำลังกินน้ำแดงถามราดิชขึ้นเขาก็สังเกตดู ก็พบว่าคงเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้นั่นเอง
“นั่นสินายท่านอาหารที่นายท่านสั่งเพิ่มมานี่อร่อยจริงๆเลย”อาธูเรียที่เพิ่งจัดการเนื้อย่างชิ้นหนึ่งถามบ้าง
“ฉันก็ไม่รู้นะเดี๋ยวลองถามพนักงานดูก็ได้” ราดิชว่าและหันไปโบกมือเรียกพนักงานมาสอบถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่เขาสั่งไป
“มันคือหนูไฟฟ้าน้ำแดง หนูไฟฟ้าย่างราดซอสพิเศษ และ ฯลฯ”พนักงานกล่าวอย่างภูมิใจและมองมาที่ปิกามอน
แกร๊ง!!
เสียงช้อนของปิกามอนตกกระทบโต๊ะราดิชหันไปดูมันก็พบว่ามีน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มมันเป็นสายส่วนอาธูเรียตอนนี้ก็มองที่ปิกามอนเหมือนกัน แต่มองด้วยตาแปลกๆพร้อมเอาลิ้นเลียริมฝีปากไปด้วย
“ฮือๆคราวหลังเจ้านายอย่าสั่งมากินอีกนะ” ปิกามอนที่ร้องไห้อย่างหนักบอกกับราดิชและไม่แตะอาหารขึ้นชื่อนั้นอีกเลย คงเป็นเพราะมันเป็นพวกเดียวกันนั่นเอง
“ฝากไปบอกพ่อครัวด้วยนะครับว่าอร่อยมากเลย”ราดิชบอกกับพนักงานของภัตตาคาร และหันไปกินอาหารต่ออย่างเสียใจ กับการที่ต้องกินพวกของเจ้าปิกามอนแต่ว่ามันก็อร่อยจริงๆนั่นแหละ
หลังกินจากกินอาหารเสร็จแน่นอนว่าของขึ้นชื่อที่เหลือนั้นก็ถูกอาธูเรียจัดการไปคนเดียวเพราะเจ้าปิกามอนไม่แตะมันอีกเลย พวกเขาจ่ายเงินและออกจากภัตตาคารไปโดยอาธูเรียขออุ้มเจ้าปิกามอนไปด้วยแต่สายตาที่มองมันนั้นต่างไปจากเดิมทำให้ปิกามอนรู้สึกหนาวๆยังไงก็ไม่รู้
เมื่อออกมาอยู่หน้าภัตตาคารก็เปิดแผนที่ขึ้นเพื่อหาร้านขายอุปกรณ์เมื่อพบว่าอยู่ตรงไหนเขาก็ตรงไปอย่างรวดเร็ว หลังจากซื้ออุปกรณ์ดำรงชีพเพิ่ม ก็แวะไปร้านขายยาเพื่อซื้อยามาเพิ่มถึงแม้เขาจะมีอยู่แล้วก็ตามแต่เพื่อความไม่ประมาทนั่นเองหลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังประตูเมืองทิศตะวันออกเพราะเป็นทิศที่บึงมรณะตั้งอยู่และเริ่มต้นออกเดินทางสู่บึงมรณะที่เป็นเป้าหมายต่อไป
พอออกพ้นประตูเมืองก็พบกับป่าละเมาะมีต้นไม้เตี้ยๆขึ้นอยู่ทั่วไปราดิชเดินผ่านป่าเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ในป่านั้นก็พบสัตว์อสูรที่พบได้ทั่วไปในเขตป่าไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่ง หมีควาย กวางป่า หมูป่าเขี้ยวตัน ลิงป่า กระต่ายป่าและพวกสัตว์ป่าอีกหลายตัว เจ้าพวกนี้มีระดับตั้งแต่ 20 - 50 ถือว่าค่อนกว้างมากนอกจากนี้พวกมันยังตกเนื้อสัตว์อีกด้วยเขาก็จัดการพวกมันที่ผ่านเข้ามาเพื่อเก็บเป็นเนื้อสดตุนไว้ได้หลายชิ้นพวกเขาเดินทางไปอีกพักใหญ่ ก็เห็นกลุ่มผู้เล่นหลายคนอยู่ข้างหน้าราดิชจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปหา
จากการพูดคุยก็พบว่าพวกเขาก็ไปเก็บระดับที่บึงมรณะบ้างบางคนก็ไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพบ้าง และพอรู้ว่าเป็นปาร์ตี้แบบใครตีใครได้ราดิชก็ขอเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยพวกเขาก็ให้ร่วมด้วยอย่างยินดีเพราะยิ่งมีคนในปาร์ตี้เยอะก็ยิ่งได้ค่าประสบการณ์คูณมากนั่นเองแต่เมื่อมีคนถามว่าอาธูเรียทำไมไม่เข้าร่วมกลุ่มด้วยราดิชก็บอกว่าเธอแค่ขอตามไปเที่ยวด้วยเฉยๆและเธอก็มีระดับสูงแล้วพวกคนในปาร์ตี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก และร่วมกันเดินทางไปด้วยกัน
ระหว่างทางราดิชก็คุยกับพวกเขาทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับบึงมรณะที่ในกระดานข่าวสารไม่ได้บอกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พวกจระเข้หนังเหล็กนั้นแพ้การโจมตีด้วยเวทมนตร์มากเป็นพิเศษหรือว่าพวกอันเดธที่นั่นจะปรากฏตัวมากขึ้นในตอนกลางคืน และเรื่องพื้นที่ที่กว้างพอจะกางเต็นท์ได้
ในเกม Fate Online นั้นเมื่อทำการกางเต็นท์ขึ้น พื้นที่โดยรอบเต็นท์ 10 เมตรนั้นจะถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สัตว์อสูรไม่เข้ามาโจมตีแต่ก็จำเป็นต้องมีที่กว้างพอที่จะกางเต็นท์ได้ด้วยเช่นเดียวกันและยังมีเรื่องการอัพเดทของเกมนี้ ที่ปกติจะไม่นิยมอัพเดทข้อมูลเกมเยอะๆแต่จะใช้วิธีค่อยๆปล่อยข้อมูลทีละเล็กทีละน้อยแทน ยกเว้นตอนที่ราดิชอยู่ที่เกาะเริ่มต้นนั่นเพราะที่อัพเดทเป็นการเพิ่มเวอร์ชั่นเกมจึงมีการอัพเดทข้อมูลจำนวนมากนั่นเอง หลังจากนั้นราดิชก็คุยกับคนกลุ่มนั้นอีกหลายเรื่องและได้รับความรู้มากขึ้น พวกเขาเดินทางกันต่อไปอีกไม่นานก็มาถึงจุดหมายปลายทางของวันนี้ นั่นก็คือบึงมรณะนั่นเอง