ผมรู้สึกตัวอีกทีจากมือสองข้างที่ประกบกับฝ่ามือด้านซ้ายของผม ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนทุกครั้งทำให้ผมรู้สึกตัว ผมลืมตาขึ้น ซึ่งเดาไม่ยากเลยว่าคนที่นั่งกุมมือผมอยู่คือใคร
"ตื่นแล้วหรอวะมึง" เวียงตำรวจหนุ่มที่ผมคุ้นเคย เอ๋ยขึ้นด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
...
ใช่ครับ คนที่นั่งกุมมือผมอยู่คือไอ้เ้าบ่าว เพื่อนรักของผมนั่นเอง ใจหนึ่งก็ดีใจที่มันยังคอยมาดูแลผมอยู่ตรงนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดคำถามว่ามันมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ แล้วผู้หญิงที่ผมเจอที่อยู่กับมันนั่นคือใคร อยากจะถามสิ่งที่ผมอยากรู้ทั้งหมด แต่ใจก็ไม่กล้า และก็ไม่อยากคุยกับมันด้วย กลัวคำตอบที่มันให้มาจะเป็สิ่งที่ผมกลัว ด้วยความคิดแบบที่สองพอผมเห็นหน้ามัน จึงทำให้ผมอยากอาเจียนอีกรอบ
"มึงยังไม่หายอีกหรอวะ ยังจะอวกอยู่ใช่ไหม เดี๋ยวกูหาถุงให้" ไอ้เ้าบ่าวมองมาทางหน้าบูดเบี้ยวของผม ที่ทำท่าทางเหมือนจะอาเจียน
ผมเริ่มควบคุมตัวเอง หายใจลึกๆ และคิดปล่อยวาง เพื่อจะรักษาตัวเองก่อน ไม่อยากให้มีปัญหาด้วย
"พอๆ กูไม่เป็อะไรแล้ว" ผมพูดพร้อมยกมือด้านซ้ายห้าม เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำของตัวเอง
...
พึ่งสังเกตว่าตัวเองอยู่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล แขนด้านขวาถูกเข็มแทง และโยงด้วยสายน้ำเกลืออยู่
"นี่พวกมึงถึงขนาดหามกูส่งโรงพยาบาลเลยหรอวะ"
"เออ ไอ้เท่ห์โทรบอกกูว่ามึงไม่สบาย ต้องนอนโรงพยาบาล กูก็รีบขับรถเพื่อมาหามึงเลยเนี้ย พอมาถึงก็เจอสภาพมึงนอนอยู่บนเตียงแล้ว"
"กูหลับไปนานไหมวะ"
"ก็คืนนึงแล้ว"
ผมเหลือบไปมองนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์ผมที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง บอกเวลา 07:38 ผมก็พยากหน้าให้ไอ้เ้าบ่าวเบาๆ
"อาการมึงเป็ยังไงบ้างวะ เมื่อวานกูก็ซื้อกับข้าวมาเตรียมไว้เพื่อรอมึงกลับหอ ยังไม่ทันจะทำอะไรเลย ไอ้เท่ห์ก็โทรมาบอกว่ามึงเข้าโรงพยาบาล กูก็งง อยู่ดีๆมึงก็มากับไอ้อั้ม ไม่บอกกูสักคำ มึงโกรธอะไรกูป่าววะ"
ผมไม่รู้จะตอบมันยังไง เลยเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็น "แล้วไอ้เท่ห์กับไอ้อั้มไปไหนวะ"
"มันก็กลับบ้านไอ้เท่ห์ไปนอนดิ กูรับหน้าที่ดูแลมึงนี่แหละ"
"แล้วมึงยังอยากดูแลกูเหมือนเมื่อก่อนมั๊ยวะ" มันอดไม่ได้จริงๆ สุดท้ายก็ต้องถามไปจนได้
"กู ยัง อยาก ดูแล มึง !! ั้แ่วันนี้และตลอดไป" ไอ้เ้าบ่าวพูดด้วยท่าทางจริงๆ เหมือนจะมีน้ำเสียงดูผมเล็กน้อย แต่ผมสังเกตถึงความจริงใจจากสายตา น้ำเสียง และท่าทางของอีกฝ่าย
...
"พี่บ่าว พี่ตูมตามตื่นแล้วหรอคะ" เสียงผู้หญิงเปิดประตูเข้ามาในห้องผม
หญิงสาวเดินมาจากหน้าห้องพัก ผมยาวดัดลอนปลายสีอ่อนสะท้อนกับแสงแดดอ่อนๆจากหน้าต่างห้อง สีผิวขาวผ่อง ตากลมสดใส แต่งหน้าเล็กน้อยตามสไตล์สาวรุ่นใหม่ เธอแต่งตัวในชุดกระโปงไม่สั้นมาก ไมายาวมากแนนหวานๆที่เข้ากับใบหน้าของเธอ ปากสีชมพูอมส้มแย้มยิ้มให้ผมเล็กน้อย
"สวัสดีค่ะพี่ตูมตาม เช้านี้ทานโจ๊กนะคะ ไบรด์ซื้อมาให้แล้ว" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหวานๆ โอ้ย คนอะไร จะกวานไปได้ทุกท่าทาง สัดส่วน อิริยาบถขนาดนี้
"กูว่ากูเจอเนื้อคู่ว่า ไอ้เ้าบ่าว" ผมหันไปบอกกับไอ้เ้าบ่าว
"มึงหยุดเลย เนื้อคู่มึงนั่งอยู่ตรงนี้" ไอ้เ้าบ่าวหันมาตอบกลับผม น้ำเสียงดุเล็กน้อย
โอ้ย กูไปเป็เนื้อคู่มึงั้แ่เมื่อไรค้าบ ไอ้ตำรวจขี้หลี
...
"เมื่อวานเย็นไบรด์ช่วยพี่เ้าบ่าวเตรียมอาหาร หวังว่าจะได้เจอพี่ตูมตามสักที ไบรด์รอเก้อเลย" เสียงเศร้าๆออกมาจากป่านน้องคนสวยอีกแล้ว
"เมื่อวานน้องอยู่กับไอ้ตำรวจนี่หรอ"
"ใช่ น้องกูก็รอเจอมึง เหมือนที่กูรอเจอมึงนั่นแหละ"
โธ่ ผมให้สาวสวยๆแบบนี้รอผมได้ไง ผมนี่มันเลวจริงๆ อยากจะเอาเข็มน้ำเกลือมาแทงตัวเองให้ตายไปซะตรงนี้เลย เอะ เมื่อกี้ไอ้ตำรวจบอกว่าอะไรนะ น้องหรอ
"นี่น้องมึงหรอ" ผมถามออกไปด้วยความสงสัย
"เออ น้องกู น้องกูชื่อไบรด์ ไบรด์ที่แปลว่าเ้าสาวน่ะ"
"อ่อ เ้าบ่าวกับเ้าสาว"
"กูก็ไม่เข้าใจพ่อแม่กูเหมือนกัน ตั้งชื่อกูเป็ภาษาไทย แต่ตั้งชื่อน้องกูเป็ภาษาอังกฤษ"
ความโล่งใจเข้ามาแทนที่ความโกรธ ความกลัวทั้งหมดของผม คือเื่ทั้งหมดสรุปก็คือผมคิดไปเอง โอ้ย อะไรของผมวะเนี่ย ดีนะ ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ถ้ามีคนรู้ รู้ถึงไหนก็อายเขาไปถึงนั่น เชี้ยตามเอ้ย!!
"พี่เ้าบ่าวไปพักไหมคะ ตอนเข้ามาหนูแวะถามพี่พยาบาล เขาบอกว่า บ่ายพี่ตูมตามก็กลับบ้านได้แล้ว เราจะได้กลับแฟลตพี่เ้าบ่าวกันเลย"
"ถามเ้าตัวเขาก่อน เขาอยากกลับกับเราสองคนหรือป่าว" คุณตำรวจทำหน้าเคืองๆ แล้วหันมาทางผม
"กลับดิ รอไร" ผมตอบกลับไป ทำท่าทางมึนไปลบไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้น
"งั้นก็ฝากดูแลมันด้วยแล้วกัน เราเช่าโรงแรมไว้ใช่มั้ย พี่จะได้เข้าไปนอนต่อเลย" เ้าบ่าวหันไปพูดกับหญิงสาวตรงหน้า
"ใช่ค่ะ คีย์การ์ดอยู่ในรถ"
ไอ้เ้าบ่าวหันมามองทางผมอีกรอบ "ห้ามดื้อกับน้องกูนะ ห้ามจีบน้องกูด้วย ถ้ากูรู้ กลับไปมึงเจอดีแน่" น้ำเสียงที่ดุดันทำให้ผมกลัวมันจริงๆเข้าแล้ว
"โอ้ยพี่บ่าว ไปนอนได้แล้ว" น้องไบรด์พูดออกมา พร้อมกับผลักไอ้เ้าบ่าวให้ออกจากห้องไป
...
หลังจากที่ผมทานข้าวต้มที่น้องไบรด์ซื้อมาให้อิ่ม ผมก็นอนเล่นมือถือ ก็คนมันไม่รู้จะทำอะไร ไอ้เท่ห์กับไอ้อั้มก็หายหัวไปไหนไม่รู้ อยู่กับน้องคนสวยสองคนแบบนี้กูก็เขินแย่สิวะ
"พี่เ้าบ่าวเฝ้าพี่ตูมตามทั้งคืนเลยรู้มั๊ยคะ"หญิงสาวเป็ผู้เริ่มบทสนทนา
"ก็ต้องขอบคุณมันนั่นแหละ เป็คนที่คอยดูแล ให้ความช่วยเหลือพี่ตลอด"
"หนูว่าพี่เ้าบ่าวเขาเต็มใจค่ะ"
...
"ไม่นึกเลยนะคะ ว่าในที่สุดพี่ตูมตามจะลงเอยกับพี่เ้าบ่าวได้"
"พี่ยังไม่ได้เลยเอยกับมันเลยนะครับ" โธ่ ไอ้เ้าบ่าวมันร้าย พูดอะไรเื่ผมให้น้องเขาฟังบ้างเนี้ย
"หนูว่าคืบหน้ามาแค่นี้ มันก็เกินที่คาดหวังแล้ว ตอนที่พี่เ้าบ่าวเจอพี่ตูมตามครั้งแรก แล้วมาเล่าให้หนูฟัง หนูยังคิดอยู่ว่ามีความเป็ไปได้สูง ถึงแม้พี่ตูมตามจะชอบผู้หญิงแต่หนูมองว่ายังไงพี่เ้าบ่าวก็ต้องพิชิตใจพี่ตูมตามได้แน่นอน แต่พอพ่อบังคับพี่เ้าบ่าวให้มาเป็ตำรวจ เราทั้งคู่มองตรงกันว่า ความเป็ไปได้ของพี่ตูมตามกับพี่เ้าแทบจะเป็ศูนย์เลยด้วยซ้ำ" หญิงสาวผู้นี้ เธอพูดเหมือนเธอคุ้นเคยกับผม ได้รู้จักผมมานานหลายปี ทั้งๆที่เราพึ่งเคยคุยกันครั้งแรก
... ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่ตั้งหน้าตั้งตาฟัง สิ่งที่เธอเล่า และให้ความสนใจมากๆ
"ตอนนั้นพี่เ้าบ่าวเคลียดมาก แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะตีสนิทพี่ตูมตามให้ได้ ไปหาตั้งหลายครั้ง ยิ่งตอนที่หนูต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย หนูยังโดนบังคับให้ไปสอบที่พิษณุโลกเลยค่ะ หนูก็อยากไปใจจะขาด แต่ดันสอบติดที่ขอนแก่นก่อน เลยต้องเรียนที่นี่ ไม่อยากรอที่อื่นแล้ว"
"เดี๋ยวนะ เหมือนเราจะบอกว่า เ้าบ่าวไม่ได้เจอพี่ครั้งแรกเมื่อไม่นานนี้ แต่เจอพี่ั้แ่เรียนที่พิษณุโลกแล้วหรอ" ผมถามด้วยความสงสัย เพราะผมว่าผมน่าจะฟังไม่ผิดนะ
"อ้าว พี่เ้าบ่าวไม่เคยบอกพี่ตูมตามหรอคะ งั้นหนูไม่รู้เื่อะไรแล้วนะคะ พี่ตูมตามลืมที่หนูพูดไปเลยก็ได้ค่า"
เอ้า ตัดบทซะงั้น หลังจากนั้น น้องไบรด์ก็ไม่พูดเื่นี้อีก กลับกลายเป็เล่าเื่ส่วนตัวให้ผมฟัง ทั้งเื่เรียน เพื่อนที่คณะ หรืออื่นๆ เพื่อ้าตีสนิท
แต่โปรไฟล์น้องค่อนข้างดีเลยแหละ ปัจจุบันน้องเรียนปีสาม คณะทันตแพทย์ ที่มอดังของทางอีสาน เคยเป็เชียร์ลีดเดอร์ของทางคณะ หนุ่มๆนี่รุมล้อมเต็ม ถ้าไม่ติดว่าเป็น้องไอ้เ้าบ่าว ผมจีบไปแล้ว
่บ่ายๆ ใกล้ถึงเวลาที่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาล น้องไบรด์ช่วยผมเคลียร์เื่เอกสารต่างๆ ค่ารักษาก็ไม่มากเท่าไหร่ ผมออกเงินไปก่อนเดี๋ยวค่อยไปเบิกโรงงานเอา ส่วนไอ้เท่ห์กับไอ้อั้มพึ่งมาถึง
"เป็ไงบ้างครับเพื่อนตาม" เสียงไอ้อั้มทักท้ายขณะเดินเข้ามาในห้อง
"ใครไม่เกมส์ ตามเกมส์นะครับครั้งนี้" ไอ้เท่ห์เสริมขึ้นมา
"เพื่อนเท่ห์ เพื่อนอั้ม มึงสองคนหายหัวไปเลยนะ" ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงโมโห
"ก็มึงต้องอยู่กับเพื่อนรักกู ให้มันดูแลแหละถูกแล้ว" ไอ้เท่ห์ตอบกลับผมด้วยท่าทางกวนตีนอีก
"ดูเห็นไอ้เ้าบ่าวมา กูก็หายห่วง กูเลยไปเลาะกับไอ้เท่ห์สองคน"
"สัด ไปห่วงกูเลย"
"ก็ไม่นิ มึงไม่ใช่เมียกู"
แหม ไอ้เท่ห์ไอ้อั้ม มึงป่วยมาตอนไหนกูจะไม่มองสองตัวเลย
"เออ กูอยู่กับไอ้เท่ห์ต่ออีกวันนะ มึงกับได้เลย" ไอ้อั้มพูดออกมาอีกครั้ง
"เอ้า กูก็อยากอยู่ด้วย" ผมรีบตอบกลับไป
"ไม่ได้นะคะ พี่ตูมตามต้องกลับไปพักผ่อนเยอะๆ กลับไปพร้อมพี่เ้าบ่าววันนี้เลยค่ะ" เสียงหญิงสาวหนึ่งเดียวที่อยู่ในห้องตอนนี้พูดออกมา
"เออ ใช่ๆ ฟังและทำตามว่าที่คุณหมอคนสวยบอก" ไอ้เท่ห์เอ๋ยขึ้นมาเพื่อสนับสนุนน้องไบรด์
"ไอ้ตูมตาม ครั้งนี้มึงกลับไปพักเหอะว่ะ เดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่" ไอ้อั้มพูดดูเป็จริงเป็จัง
"แล้วกระเป๋ามึง เมื่อเช้าไอ้เ้าบ่าวไปขนไว้บนรถมันหมดแล้วด้วย"
"เออ กูกลับก็ได้" ผมตอบกลับพวกมันไปอย่างไม่เต็มใจนั๊ก
... ควาบเงียบปกคุมชั่วขณะ
"เดี๋ยวพี่ต้องรบกวนให้น้องไบรด์ช่วยดูแลด้วยนะครับวันนี้" ผมทำสายตาออดอ้อนไปทางหญิงสาวคนสวย
"เดี๋ยวไบรด์กลับแล้วค่ะ เห็นพี่เ้าบ่าวบอกจะเลยไปส่งที่ดอนเมืองเลย
"อ้าว นกว่ะ" ไอ้เท่ห์พูดขึ้นมาพร้อมอมยิ้ม
"อย่างเพื่อนตาม ผู้หมวดเ้าบ่าวดูแลคนเดียวก็พอแล้ว" ไอ้อั้มพูดเสริมขึ้นมาอีกรอบ