เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 ไร้เทียมทาน

            “เจ้าถือดีอะไรมาสั่งให้ข้าลงไป” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาคนพวกนี้ช่างหยิ่งยโสกันจริงๆ ไม่ว่าใครก็ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาทุกคนล้วนดูถูกหลินเฟิงทั้งนั้น

            หลินเฟิงอยากจะรู้นักว่า คนเหล่านี้มีคุณสมบัติอะไรถึงได้มาดูแคลนเขา อาศัยอะไรมาเหยียดหยามเขา???

             “ข้าถือดีอะไรนะเหรอ?” ป๋ายหยวนฮ่าวกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกล่าวเสียดสีไปว่า “เจ้าก็แค่ตัวเบี้ยที่ถูกใช้ให้มาเข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้พูดกันตรงๆ ก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น แล้วสุนัขอย่างเจ้ากล้าดียังไงมาถามข้าว่าข้าถือดีอะไร?”

             “ชิวหลัน คนที่เจ้าเลือกก็ดูไม่เท่าไรเลยนี่ ความแข็งแกร่งก็งั้นๆแถมยังไม่เชื่องอีกต่างหาก”

            ชิวหลันส่ายหน้าพลางยิ้มอย่างจนใจแล้วพูดว่า “ตั๋วมิ่งอย่าต่อต้านพี่ชายของข้าเลย เจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ลงมาเถอะ”

             “พี่ชาย?” ในใจของทุกคนพลันสั่นสะท้าน เด็กหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งที่โผล่ขึ้นมากะทันหันเป็นพี่ชายของชิวหลันอย่างนั้นเหรอ

             “ข้ามาเข้าร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่มาเพราะใคร” หลินเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้หรือไม่นั้นเจ้าตัดสินเร็วเกินไป”

             “หึๆ คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าสถานที่เล็กๆ อย่างเมืองหยางโจวจะยังมีคนใจกล้าพูดแบบนี้กับข้า ชิวหยวนฮ่าว ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก”

             “ชิวหลัน ชิวหยวนฮ่าว ล้วนแล้วแต่แซ่ชิว” น่าหลันซยงที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็พึมพำกับตัวเองเบาๆทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววตกใจขึ้นมา

             “เจ้าเดาถูกแล้ว ข้าแซ่ชิวข้ากับชิวหลันต่างก็เป็นรุ่นเยาว์ของตระกูลชิวแห่งหยางโจวตระกูลที่ถูกเจ้าฆ่าล้างบางทั้งตระกูลในคืนนั้น” ดวงตาของชิวหยวนฮ่าวทอประกายอาฆาตแค้นขึ้นมาเขามองไปที่น่าหลันซยงด้วยสายตาเย็นชา

             “ในปีนั้น สมาชิกทุกคนของตระกูลชิวต่างมีพรสวรรค์ที่สูงมาก และมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งดังนั้นไม่ช้าก็เร็วตระกูลของข้าก็จะกลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหยางโจวแต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าท่านเจ้าเมืองน่าหลันซยงจะเป็นคนต่ำทราม ด้วยความกลัวว่าตระกูลชิวของข้าจะแข็งแกร่งเหนือกว่าตระกูลน่าหลันเจ้าจึงตัดสินใจฆ่าล้างบางตระกูลชิวในคืนหนึ่ง สมาชิกทุกคนของตระกูลชิวเกือบจะต้องตกตายไปทั้งหมดหนี้เลือดนี้เจ้าคงจำได้นะ”

            “ตูม!”

            หัวใจของทุกคนพลันสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ ที่แท้ชิวหลันกับชิวหยวนฮ่าวก็เป็นลูกหลานของตระกูลชิวแห่งหยางโจว

            ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็เคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลชิวมาก่อนตระกูลชิวมีจิตวิญญาณกายาทองคำที่แข็งแกร่งมากปีนั้นตระกูลชิวเป็นเหมือนดาวหางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ไร้ซึ่งผู้ต้านทานแต่ทว่าในช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของตระกูลชิว จู่ๆ พวกเขาก็หายตัวไปจากเมืองหยางโจวอย่างไร้ร่องรอยบางคนเดาว่าตระกูลชิวย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่นบางคนก็เดาว่าตระกูลชิวคงถูกฆ่าล้างตระกูล

            และที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือตระกูลชิวถูกฆ่าล้างบางโดยคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองนอกจากนี้พวกเขายังทำลายหลักฐานทั้งหมดจนเกลี้ยง

            หน้าอกของน่าหลันซยงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วความโกรธเกรี้ยวแล่นพล่านไปทั่วร่าง กระทั่งดวงตายังทอประกายสังหารออกมาเขาคาดไม่ถึงเลยว่ายังจะมีลูกหลานของตระกูลชิวเหลือรอดมาได้

             “ทำไม หรือคิดจะฆ่าปิดปาก?” ชิวหยวนฮ่าวหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็นก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “น่าหลันซยง ข้าแนะนำเจ้าบางอย่างนะอย่ายั่วโมโหข้าจะดีกว่า ถ้ายังอยากให้ตระกูลน่าหลันของเจ้าอยู่รอดไปอีกสักพักเพราะอีกไม่นานข้าจะกลับมาแก้แค้นตระกูลน่าหลันด้วยตัวเอง มิฉะนั้นตระกูลน่าหลันของเจ้าอาจจะถูกลบออกจากเมืองหยางโจวพรุ่งนี้”

             “งั้นหรือ ข้าเองก็อยากจะเห็นนักว่าเจ้าจะลบตระกูลน่าหลันของข้าออกจากเมืองหยางโจวอย่างไร” น่าหลันซยงแสยะยิ้มออกมา

            “ท่านพ่อ” ตอนนี้เองน่าหลันเฟิงก็ตะโกนเรียกบิดาออกมาเสียงดังก่อนจะส่ายหน้าเพื่อส่งสัญญาณห้ามน่าหลันซยง ทำให้ทุกคนพากันตื่นตกใจขึ้นมาดูเหมือนว่าที่ชิวหยวนฮ่าวพูดจะไม่ใช่เรื่องโกหก ภูมิหลังของเขาต้องยิ่งใหญ่มากแน่ๆมิฉะนั้นน่าหลันเฟิงคงไม่กลัวจนหัวหดแบบนี้

             “ป๋ายหยวนฮ่าว ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะกล้าสังหารข้า” น่าหลันเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

             “ไม่กล้าสังหารเจ้า เหอะ ขนาดฉีกหน้าเจ้า ข้าก็ทำมาแล้ว กะอีกแค่สังหารเจ้าทำไมข้าจะไม่กล้าวันนี้ที่ข้ามายังเมืองหยางโจวก็เพื่อฟื้นฟูตระกูลชิว และทำให้ทุกคนได้รู้ว่าตระกูลน่าหลันของเจ้ามันจิตใจสกปรกแค่ไหนสักวันหนึ่งข้าจะกลับมาที่เมืองหยางโจวอีกครั้งและทำลายตระกูลน่าหลันของเจ้าให้ย่อยยับ”

            จากนั้นชิวหยวนฮ่าวก็กล่าวอย่างโอหังว่า “สามคนนี้น่ะเหรอ? อัจฉริยะของเมืองหยางโจว ตลกสิ้นดี”

             “เจ้ามีความแค้นกับใครก็ไปจัดการกับคนคนนั้นแต่อย่าใช้ข้าเป็นหินรองเท้าเพื่อเหยียบขึ้นไป” หลินเฟิงคิดในใจอย่างเงียบๆก่อนจะจ้องไปยังชิวหยวนฮ่าวแล้วกล่าวว่า “หลังงานชุมนุมจบเรื่องของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า”

             “ไอ้หน้าโง่ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? ข้าชิวหยวนฮ่าว ถ้าอยากจะฆ่าใครก็ฆ่าทันที เป็นแค่สุนัขแท้ๆ แต่กลับกล้ายโสโอหังต่อหน้าข้างั้นหรือได้! ในเมื่อเจ้าไม่ไสหัวไป งั้นก็อยู่ที่นี่ตลอดกาลเลยก็แล้วกัน!!!” ชิวหยวนฮ่าวแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

             “สุนัข? อยากจะฆ่าใครก็ฆ่า?” หลินเฟิงลอบส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายชิวหลันกับชิวหยวนฮ่าวมีหนี้แค้นกับตระกูลน่าหลันตัวเขาเองก็เข้าใจถึงความแค้นของอีกฝ่าย ดังนั้นหลินเฟิงจึงให้เกียรติพวกเขาแต่ทว่าชิวหยวนฮ่าวกลับเย่อหยิ่งจนมองไม่เห็นหัวใคร มิหนำซ้ำยังพูดจาดูถูกเหยียดหยามหลินเฟิงตลอดเวลาในเมื่อเป็นแบบนี้หลินเฟิงก็ไม่จำเป็นต้องเห็นใจชิวหยวนฮ่าว

             “อัจฉริยะของเมืองหยางโจว? หึ! วันนี้ข้าจะทำให้ทุกคนเห็นว่าพวกเจ้าทั้งหมดเป็นได้แค่สวะ!!!” สิ้นประโยคของชิวหยวนฮ่าวเขาก็ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งนักรบออกมา ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็เปล่งแสงสว่างสีทองดุจดวงอาทิตย์ยิ่งมีแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ ก็ยิ่งทำให้ร่างของเขาเจิดจ้ามากขึ้นเมื่อเทียบกับจิตวิญญาณแขนเทวะสีทองของน่าหลันเฟิงแล้วจิตวิญญาณตนนี้ดูโดดเด่นกว่าหลายเท่า

             “หรือนี่จะเป็น... จิตวิญญาณกายาทองคำ ดูร้ายกาจนัก” ฝูงชนพากันตกตะลึงขึ้นมา

             ร่างกายของชิวหยวนฮ่าวตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นทองคำทั้งหมดไม่ว่าจะหอกหรือดาบก็ไม่อาจแทงเข้า

             “น่าหลันเฟิง เห็นเจ้าโม้ว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ ทั้งยังทำตัวจองหองโอ้อวดว่ามีจิตวิญญาณแขนเทวะสีทอง ถ้าอย่างนั้นลองรับมือกับข้าดูไหม”

            เมื่อชิวหยวนฮ่าวทะยานร่างขึ้นไปบนอากาศร่างกายของเขาก็ยิ่งเปล่งแสงสว่างสีทองเจิดจ้า ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวตนของเขานั้นอยู่ยงคงกระพัน

            ทันทีที่เขากระโดดลงมายืนบนเวที ทั่วทั้งเวทีก็พลันสั่นสะเทือนขึ้นมาแม้แต่ผู้ชมที่อยู่รอบๆ ก็รู้สึกได้ว่าชิวหยวนฮ่าวแข็งแกร่งขนาดไหน

            “กายาทองคำไร้พ่าย”

            ชิวหยวนฮ่าวตะโกนออกมาอย่างฮึกเหิม ก่อนจะปล่อยหมัดไปที่น่าหลันเฟิง

            กายาทองคำไร้พ่าย เป็นเคล็ดวิชาที่ชิวหยวนฮ่าวได้รับโดยบังเอิญซึ่งเป็นเคล็ดวิชาระดับลี้ลับนอกจากนั้นเคล็ดวิชานี้ยังช่วยส่งเสริมจิตวิญญาณกายาทองคำของเขา ทำให้พลังโจมตีแข็งแกร่งมากชิวหยวนฮ่าวใช้เคล็ดวิชานี้ในการสังหารผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกันมานับไม่ถ้วน

             “กำปั้นพระเจ้า” เมื่อน่าหลันเฟิงเห็นชิวหยวนฮ่าวโจมตีตัวเองก็ปล่อยหมัดออกไปต้านรับ นางไม่เชื่อหรอกว่าจิตวิญญาณแขนเทวะสีทองจะด้อยกว่าจิตวิญญาณกายาทองคำของอีกฝ่าย!

             “ตูม ตูม...”

            เมื่อความแข็งแกร่งปะทะกัน อากาศที่อยู่รอบๆ ก็พลันสั่นไหวขึ้นมาระหว่างหมัดสีทองมีกระแสอากาศสีขาวพวยพุ่งออกมากลายเป็นคลื่นลมอันรุนแรงม้วนตัวอยู่ในอากาศ

             “ข้าจะบดขยี้เจ้า”

            ทันใดนั้นแสงสีทองบนร่างของชิวหยวนฮ่าวก็เปล่งประกายเจิดจ้าออกมาพร้อมพลังอันไร้เทียมทานที่ปรากฏขึ้นมาบนหมัดของเขาทำให้น่าหลันเฟิงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และถอยหลังไปหลายสิบก้าวถึงจะตั้งตัวได้

            ทุกคนเห็นน่าหลันเฟิงหอบหายใจถี่รัวด้วยความเหนื่อยอ่อนและเมื่อหันไปมองชิวหยวนฮ่าว ที่บนใบหน้ายังคงปรากฏรอยยิ้มเย่อหยิ่งออกมา ลมหายใจไม่มีผันผวนทั้งยังมั่นคงก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นในใจ

            น่าหลันเฟิง อัจฉริยะผู้แสนเย่อหยิ่งของเมืองหยางโจว พออยู่ต่อหน้าชิวหยวนฮ่าวก็ไม่อาจรับมือเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

             “แม้แต่กำปั้นพระเจ้าก็ไม่ใช่คู่มือของเขา กายาทองคำไร้พ่ายแข็งแกร่งมาก”

            กำปั้นพระเจ้ามีชื่อเสียงมากในด้านพลังโจมตีที่แข็งแกร่งแต่จิตวิญญาณกายาทองคำและกายาทองคำไร้พ่ายของชิวหยวนฮ่าว กลับทรงพลังกว่าหลายเท่า

             “น้ำหน้าอย่างเจ้าก็คงเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะได้แค่เมืองเล็กๆ อย่างหยางโจวเท่านั้นแหละ”ชิวหยวนฮ่าวกล่าวดูแคลนออกมา จากนั้นก็หันมามองหลินเชียนและหลินเฟิง

             “พวกเจ้าสองคนรีบไสหัวขึ้นมาซะถ้าข้าไม่สั่งสอนสุนัขอย่างพวกเจ้าให้รู้จักคำว่า ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำพวกเจ้าก็คงไม่เข้าใจว่าอัจฉริยะที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”

            ชิวหยวนฮ่าวไม่ใช่แค่ยโสธรรมดาแต่ยังบ้าระห่ำอีกด้วย ในสายตาของเขานั้นอัจฉริยะในเมืองหยางโจวก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ แต่ทว่าการที่ชิวหยวนฮ่าวสามารถเอาชนะน่าหลันเฟิงเพียงกระบวนท่าเดียวมันก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเขามีคุณสมบัติมากพอที่จะอวดดี

             “นี่สิถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะ และเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง” ในสายตาของทุกคน ชิวหยวนฮ่าวแข็งแกร่งและไร้เทียมทาน พวกเขาต่างมองไปที่ชิวหยวนฮ่าวด้วยความนับถือและอดไม่ได้ที่จะตะโกนเรียกชื่อชิวหยวนฮ่าวออกมา

            ทวีปเก้าสวรรค์ ผู้แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพ ดังนั้นทุกคนจึงสรรเสริญเฉพาะผู้แข็งแกร่งเท่านั้น

             “แล้วเจ้าล่ะเป็นอะไร? คงไม่ได้มาที่เมืองหยางโจวเพื่อเล่นจำอวดหรอกนะ?”

            ทันใดนั้นหลินเฟิงก็พูดแทรกขึ้นมา ทำให้ทุกคนอ้าปากตาค้างด้วยความตกตะลึงเด็กคนนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว กระทั่งชิวหยวนฮ่าวก็ยังกล้าดูถูก

            ชิวหยวนฮ่าวมองหลินเฟิงด้วยหางตา ก่อนจะกล่าวยั่วยุว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะพอมีฝีมืออยู่บ้างนี่ ช่างเถอะก็แค่สุนัขครั้งนี้ข้าจะไม่สังหารเจ้า แต่จะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น และจะทำลายปากเหม็นๆ ของเจ้าทิ้งซะ”

             “คำก็สุนัขสองคำก็สุนัข ดูเหมือนว่าเจ้าจะคุ้นเคยกับการเป็นสุนัขนะ” หลินเฟิงหัวเราะเยาะออกมาเบาๆถึงแม้ว่าเคล็ดวิชาและจิตวิญญาณของชิวหยวนฮ่าวจะแข็งแกร่งแต่ทว่าระดับการบ่มเพาะของเขาก็แค่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 1 เท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วหมัดนั่นคงไม่ทำได้แค่ผลักให้น่าหลันเฟิงถอยหลังไปเฉยๆแบบนี้แน่

            “แกตาย” ชิวหยวนฮ่าวตวาดออกมาอย่างโมโหเขาชอบเรียกคนอื่นว่าสุนัข แต่กลับเกลียดคนที่เรียกเขาว่าสุนัขที่สุด เงาร่างบนเวทีพุ่งทะยานไปทางหลินเฟิงพร้อมระเบิดแสงสว่างสีทองออกมา