ต้นปีบต้นใหญ่ที่ยืนอยู่ชิดกำแพงบ้านกำลังออกดอกสีขาวสะพรั่งกิ่งก้านของมันแผ่กว้างจนปกคลุมหลังคาเกือบทั้งหลัง ดอกปีบจำนวนมากร่วงหล่นอยู่บนพื้นหญ้าเหมือนพรมสีขาวบางๆ บ้านหลังนี้เงียบมานานเกินไป สนามหญ้าหน้าบ้านเต็มไปด้วยวัชพืช บ่อปลาที่เคยมีเสียงน้ำไหลตอนนี้แห้งขอดจนเห็นคราบตะไคร่สีเขียวเกาะตามขอบปูนมีเพียงดอกบัวสีม่วงไม่กี่ดอกที่ยังชูช่ออยู่เหนือน้ำขังตื้น ๆ ราวกับกำลังพยายามประคองชีวิตของตัวเองเอาไว้
ต้นไม้วางบันไดเหล็กพาดกับต้นปีบแล้วค่อยๆ ปีนขึ้นไปตัดกิ่งที่รกทึบออกทีละกิ่ง เสียงเลื่อยดังเป็จังหวะ แสงแดดยามเช้าค่อยๆ ส่องผ่านช่องว่างที่เปิดขึ้น บ้านทั้งหลังดูสว่างขึ้นทันตาเขาหยุดพัก เช็ดเหงื่อแล้วมองผลงานของตัวเองด้วยรอยยิ้ม อีกไม่นานบ้านหลังนี้จะกลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้ง
กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ต้นไม้หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนกดรับสาย
"ว่างัยคะ กานต์"
เขาเอ่ยชื่อเธอก่อนที่อีกฝ่ายจะทันพูดปลายสายหัวเราะทันที
"สวัสดีคร้า พี่ต้นวันนี้กานต์จะไปสมัครเรียนปริญญาโทนะคะ"
"จริงเหรอ" น้ำเสียงของเขาดูยินดีกว่าที่เธอคาด
"ดีเลย พี่เห็นด้วยนะเรียนต่อเถอะ"
"แล้วใครจะจ่ายค่าเทอมให้กานต์คะ"
"พี่ไง" เขาตอบทันที
"พี่ดูแลเอง" กานต์แก้วหัวเราะ
"น่ารักที่สุดเลย ถ้าอยู่ใกล้ ๆจะหอมแก้มแล้วนะ" ต้นไม้หัวเราะเสียงดัง
"น้อย ๆ หน่อยสาวน้อยพี่แก่แล้ว"
"อ้าว เหรอคะ คุณลุง" คราวนี้ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกันเหมือนทุกครั้งเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
"แล้วพี่ต้นทำอะไรอยู่คะ" เธอถามขึ้นต้นไม้หันมองบ้านรอบตัว
"ทำความสะอาดบ้านครับ"
"บ้านเหรอคะ"
"อืม เดี๋ยวรินกับลูก ๆกลับมาแล้ว" เขาพูดต่ออย่างมีความสุข
"พี่กำลังตัดต้นไม้ จัดสวนล้างบ่อปลา เด็ก ๆ จะได้มีที่วิ่งเล่น"
กานต์แก้วเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที แต่เสี้ยววินาทีนั้นยาวนานเหลือเกินในหัวของเธอปรากฏภาพขึ้นมาเองเด็กชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นบนสนามหญ้า เด็กหญิงตัวเล็กกำลังหัวเราะ ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งจิบกาแฟอยู่ข้างบ่อปลาและผู้ชายที่เธอรักกำลังยิ้มอยู่ตรงกลางภาพนั้น ภาพที่สวยงาม แต่ไม่มีเธออยู่ในนั้น
"อ๋อค่ะ" เธอตอบเบา ๆ ก่อนรวบรวมกำลังใจทั้งหมดกลับคืนมา
"งั้นพี่ต้นทางานต่อเถอะค่ะ กานต์จะไปสมัครเรียนแล้ว"
"โอเคครับ"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ต้นไม้จะพูดขึ้นเบาๆ
"พี่คิดถึงนะ"
คำพูดสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเจ็บมากกว่าเดิมเพราะบางครั้งคำว่า“คิดถึง” ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ด้วยกันได้ เมื่อวางสายกานต์แก้วเดินออกไปที่ระเบียงหลังแฟลตทุ่งนาสีเขียวที่เคยมองทุกวัน ตอนนี้กลายเป็สีทองอร่ามรับฤดู เก็บเกี่ยวสายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน เสียงวิทยุดังคลออยู่ไกลๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมมีเพียงหัวใจของเธอเท่านั้นที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอยกแก้วกาแฟสีแดงขึ้นดื่มจนหมดแล้วสูดลมหายใจลึก
"ยิ้มสิ" เธอบอกตัวเอง
"ไปสมัครเรียนเถอะ เส้นทางใหม่กำลังรออยู่"
ขณะที่อีกฟากหนึ่งของประเทศ ต้นไม้ยังคงเช็ดฝุ่นตามกรอบรูปอย่างตั้งใจรูปถ่ายครอบครัวเรียงรายอยู่เต็มบ้าน รูปลูกชายตอนหัดขี่จักรยาน รูปลูกสาวตอนฟันน้ำนมหลุดรูปรินรดาที่ยิ้มอยู่ริมทะเล รวมถึงรูปครอบครัวที่ถ่ายพร้อมกันในวันคริสต์มาสต้นไม้ถือกรอบรูปครอบครัวไว้ในมือในรูปนั้นรินรดายืนอยู่ข้างๆ เขา ลูกสาวกอดขาอยู่ ลูกชายยิ้มกว้างทุกคนหันหน้ามาที่กล้องพร้อมกัน เขามองรูปนั้นนานแล้วคิดถึงคนอีกคนในแบบที่เขาไม่อยากคิดถึงแต่ก็ห้ามไม่ได้เขาวางรูปกลับเข้าที่วางช้าๆ อย่างระมัดระวังเหมือนกำลังวางความรู้สึกบางอย่างไว้ในที่ที่มันควรอยู่ด้วย โทรศัพท์สั่นเบา ๆ ข้อความใหม่จากกานต์แก้ว
"วันนี้เหนื่อยไหมคะ" ต้นไม้มองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนพิมพ์ตอบกลับ
"ไม่เหนื่อยครับ"แล้ววางโทรศัพท์ลงกลับไปเช็ดกรอบรูปต่อ โดยไม่รู้เลยว่าขณะที่เขากำลังรอครอบครัวกลับบ้านมีใครอีกคนกำลังพยายามสอนหัวใจตัวเองให้ค่อย ๆ เดินออกจากบ้านของเขาอย่างเงียบงันโดยที่เขาไม่เคยร้องขอให้เธอจากไปเลย