นางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี

    บทที่ 66 คำขอร้องของแม่ทัพหนุ่ม 

    บทที่ 66

    คำขอร้องของแม่ทัพหนุ่ม 

    ภายในกระโจมสีดำใจกลางค่ายทหาร ซูฉีเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ตามคำเชิญของแม่ทัพหนุ่ม

    เมื่อเดินผ่านกระโจมเข้ามาพบเห็นแม่ทับหนุ่มนั่งอยู่บริเวณด้านหน้า หวงเจียวลู่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่างด้วยท่าทางที่เรียบเฉย

    ซูฉีเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว เท้าทั้งสองข้างของนางลงก้มศีรษะของนางคารวะผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

    “ คารวะท่านแม่ทัพหวง ” นางกล่าวคารวะทำมารยาท

    แม่ทัพหนุ่มที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมา ดวงตามองตรงมาที่แขกที่ตนเองนั้นเชิญมาถึงสถานที่แห่งนี้  

    หวงเจียวลู่วางเอาเอกสารที่อยู่ในมือ แม่ทัพหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ “ พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายเสร็จแล้วอย่างงั้นหรอ ”

    “ ได้ยินว่าครั้งนี้พวกของที่ได้มามันจะมีมากกว่าครั้งก่อนหลายเท่าเลยนิ ”

    “ ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำการเพาะพวกผักได้ดีเป็นอย่างมากทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากขึ้นขนาดนี้ ” 

    แม่ทัพหนุ่มได้ยินเกี่ยวกับเรื่องพวกผลผลิตที่ได้มาเป็นจำนวนมากขึ้น ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่านางจะสามารถเพิ่มพูนผลผลิตของตนเองได้รวดเร็วขนาดนี้

    อันที่จริงแล้วจำนวนของผลผลิตที่ได้กลับมามันก็ทำให้แม่ทัพหนุ่มประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นรายงาน 

    “ ข้าโชคดีน่ะเจ้าค่ะได้คนงานไปช่วยเพิ่ม มันเลยทำให้ผลผลิตที่ได้ออกมามีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ”

    “ ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว ได้เห็นว่าคนพวกนั้นที่เดินทางข้ามชายแดนมาไม่ได้เป็นปัญหากับเจ้าของนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี ” หวงเจียวลู่ไม่ไว้วางใจเสียทีเดียว อันที่จริงแล้วแม่ทับหนุ่มก็ส่งพวกทหารของตนไปสอดแนมคนพวกนั้นอยู่

    ถึงแม้ว่าจะไต่สวนแล้วไม่พบพิรุธอะไร แต่ว่าหวงเจียวลู่ก็เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ เขาต้องจับตาดูคนพวกนั้นไปอีกสักพักใหญ่กว่าที่จะเชื่อใจได้ 

    ในยามนี้ส่งทหารไปจับตาดูคนพวกนั้นมาสักพัก ไม่พบพิรุธอะไรแถมคนพวกนั้นยังช่วยเหลืองานได้เป็นอย่างมาก

    “ แล้วท่านเเม่ทัพเรียกข้าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้มีอะไรอย่างงั้นหรือเจ้าคะ? ” นางถามอย่างสงสัย 

    “ มานั่งสิ ” แม่ทัพหนุ่มชี้ที่นั่งเบื้องหน้า

    ซูฉีก้าวเดินมานั่งลงบริเวณตำแหน่งที่นั่งด้านหน้าของแม่ทัพหวง หวงเจียวลู่เดินไปบริเวณด้านหลังโต๊ะทำงานของตน

    คนผู้นั้นไปหยิบของบางอย่างออกมาก่อนที่จะมาตั้งเอาไว้บริเวณด้านหน้าของนาง ซูฉีใช้แววตาจ้องมองอย่างประหลาดใจ

    “ ของสิ่งนี้มัน…. ” นายชัยดวงตามองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามันคล้ายคลึงกับผ้าธรรมดาธรรมดา

    ผ้านี้มันเหมือนกับผ้าธรรมดาเป็นผ้าสีเข้มออกไปในโทนน้ำตาล ใช้ดวงตามองดูมันไม่มีอะไรผิดแปลกออกไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะสกปรกเล็กน้อย

    “ นี้คืออันได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ซูฉีแสดงแววตาสงสัย นางไม่เข้าใจกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าในยามนี้ว่าคืออะไร

    “ เจ้าลองจับมันดูซิ ” แม่ทัพหนุ่มยกมืออนุญาต

    ไม่ลองสัมผัสมันดูก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไร ซูฉีจึงได้ยื่นมือของตนออกไป เมื่อนิ้วมือของนางปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับผ้าสีน้ำตาลที่วางอยู่เบื้องหน้า

    มันกลับพบเจอความรู้สึกแปลกประหลาดที่แทรกแซงเข้ามายังร่างกาย ดวงตาบนใบหน้าอันงดงามเบิกกว้าง

    ซูฉีตกตะลึงกับความรู้สึกที่ตนเองสามารถสัมผัสได้ในอย่างนี้ “ นี่มันพลังวิญญาณ ”

    นางศึกษากับพลังวิญญาณมาสักพักใหญ่ๆแล้ว ยามนี้สัมผัสกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเพียงแค่ปลายนิ้วมือก็ล่วงรู้ถึงพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามา

    “ ยอดเยี่ยมสมกับเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณเพียงแค่สัมผัสก็รู้ได้ในทันที ”

    ซูฉีพยักหน้า “ แต่ว่าของสิ่งนี้ท่านได้มาจากที่ไหนอย่างงั้นหรือเจ้าคะ? ” 

    “ ไปแล้วผ้ามันจะไม่ไม่ควรจะมีพลังวิญญาณอยู่ภายในนี้ ” นางแสดงใบหน้าสงสัย ยามนี้คิ้วทั้งสองข้างขมวดมุ่นเข้าหากัน

    ของที่อยู่เบื้องหน้าเป็นของแปลกประหลาดอันที่จริงแล้วพวกวัตถุการที่จะมีพลังวิญญาณแฝงเร้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

    พลังวิญญาณมันเป็นสิ่งที่กำเนิดขึ้นโดยพลังหยินและหยาง ภายในนิยายมันได้อธิบายเอาไว้ว่าของที่จะมีพลังวิญญาณกำเนิดมาจากร่างกาย และก็กำเนิดมาจากธรรมชาติ

    สำหรับผ้าที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของมนุษย์ แน่นอนว่าโอกาสที่จะมีพลังวิญญาณอยู่มันน้อยเป็นอย่างมาก ยกเว้นเสียแต่ว่า…

    “ อักขระ…” ซูฉีพึมพำ

    ผู้ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าแม่ทับหนุ่มพยักหน้าตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว “ เจ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้วในยามนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันคือผ้าที่มีพลังวิญญาณเกิดจากอักขระ ”

    “ ชายแดนแห่งนี้มีผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณน้อยเป็นอย่างมาก ข้าอยากจะให้เจ้าลองถอดอักขระที่อยู่ภายในนี้ดูว่ามันคืออะไร ” แม่ทัพหนุ่มบอกเจตนาของตน

    “ เป็นคำขอร้องอย่างงั้นหรือเจ้าคะ ”

    “ จะพูดว่าเป็นคำขอร้องก็ได้เพราะว่าเรื่องนี้มันเองก็เป็นเรื่องสำคัญ ภายในดินแดนที่อยู่ห่างไกลแบบนี้คนที่มีความรู้ในด้านพลังวิญญาณน้อยเป็นอย่างมาก” 

    “ เพราะแบบนั้นข้าจำเป็นจะต้องไหว้วานเจ้าให้ช่วยหาความจริงที่อยู่ภายในผ้าผืนนี้ให้ข้าสักหน่อย ” อีกฝ่ายพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าจริงจัง

    ซูฉีมองเห็นผู้ที่อยู่เบื้องหน้าแสดงใบหน้าจริงจังแบบนั้น นางรู้ได้ทันทีว่ามันคงจะมีอะไรมากกว่าที่นั่งคิด

    ดูเหมือนว่าของที่อยู่เบื้องหน้ามันจะไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป นางก้มหน้าแล้วก็คิดในใจของตน

    ‘ ดูเหมือนว่าจะมีอะไรที่มากกว่าที่ตัวเราคิดเอาไว้ อักขระมันเคยถูกบรรยายภายในนิยายเอาไว้ และตัวเอกของนิยายเรื่องนี้ก็เคยใช้อักขระ ’

    ‘ โดยอักขระมันเป็นเหมือนกับพลังอีกแบบหนึ่งที่แปรสภาพออกมาจากพลังวิญญาณ ’

    ‘ โดยทั่วไปแล้วพลังวิญญาณมันเป็นเหมือนกับกลุ่มก้อนพลัง โดยตัวของมันมีรูปลักษณ์และสภาพที่ไม่แน่นอน ’

    ‘ มันสามารถแปรเปลี่ยนได้หลายอย่างตามจิตนึกคิดและกลไกที่ถูกสร้าง เพราะแบบนั้นการที่จะประยุกต์ใช้ความสามารถของพลังวิญญาณได้สูงสุดมันก็คืออักขระ ’

    ‘ อักขระมันคือกลไกที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่มีหลายอย่างผนวกเข้าหากัน เป็นกลไกกระบวนการความคิดและก็ความรู้สอนเรียงต่อกันหลายชั้น สุดท้ายแล้วก็กำเนิดออกมากลายเป็นความสามารถ ’

    ‘ ความสามารถของเราในยามนี้ แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่บริเวณด้านหน้าแทบจะเป็นไปไม่ได้ ’

    แม้ว่านางจะฝึกเกี่ยวกับพวกพลังวิญญาณมาบ้าง แต่ว่ามันเองก็ยังคงไม่สามารถควบคุมได้ดีนัก

    นางสามารถแยกแยะพลังวิญญาณภายในวัตถุได้ แต่จะให้ถอดอักขระที่อยู่ภายในวัตถุเนี่ยนะมันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความสามารถของนางไปมาก

    ซูฉีแสดงใบหน้าหนักใจไม่ใช่ว่านางไม่อยาก แต่ของสิ่งนี้มันอยู่เหนือความสามารถของนางจริงๆ 

    “ ข้าไม่ได้มีความสามารถมากขนาดนั้นนะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพดูเหมือนว่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณพอสมควร ท่านเองก็น่าจะรู้ว่าผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณมีขอบเขตความรู้เป็นสิ่งสำคัญ ”

    “ ตัวของข้าทำได้เพียงแค่แยกแยะพลังบางส่วนเท่านั้นยังไม่ถึงระดับที่สามารถมองอักขระได้ ”

    หวงเจียวลู่กอดอกอยู่เบื้องหน้าก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ ลองเอากลับไปศึกษาดูก่อน” 

    “ เผื่อว่าเจ้าจะถอดความอะไรได้จากมันพวกข้าใช้เวลาในการถอดความเกี่ยวกับมันมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เต็มๆแล้วแต่ยังไม่พบเจออะไร ”

    “ ของสิ่งนี้มันสำคัญกับความเป็นอยู่ของเมืองแห่งนี้เป็นอย่างมาก”

    “ เพราะแบบนั้นค่าเลยอยากจะให้เจ้า ” แม่ทับหนุ่มนำเอาความเป็นอยู่ของเมืองชายแดนแห่งนี้มาพูด

    เมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้นซูฉีไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เมื่อกล่าวถึงความเป็นอยู่ของเมืองชายแดนมันเองก็รวมไปถึงตัวของนาง

    ถ้าเกิดว่าเมืองแห่งนี้เป็นอะไรไปนางเองก็คงจะย่ำแย่เช่นเดียวกัน นางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ซูฉีตอบรับกับแม่ทัพหวงไป “ แล้วเจ้าค่ะตัวของข้าจะจัดการเรื่องนี้ แต่ว่าข้าไม่รับปากว่าจะได้ความอะไรจากมันหรือไม่   ” 

    “ เข้าใจแล้วเพียงแค่นั้นก็ดีมากแล้ว ”

    ซูฉีได้แต่ทำใจหวังว่าการช่วยแม่ทัพหวงในครั้งนี้ มันจะทำให้เมืองแห่งนี้รอดพ้นอุปสรรคไปได้นางจะได้ไม่ต้องพบเจอเรื่องวุ่นวายอีก 

    จบบท 


     

    คล้ายกับเรื่องนางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505