หลังจากงานพิธีสามหนังสือหกพิธีการเสร็จสิ้นลง อวี๋ฮวาอันและอวี๋อี้หยางต่างก็กลายเป็สามีภรรยากันโดยสมบูรณ์ งานแต่งงานครั้งนี้ฮวาอันกลับไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม อี้หยางเองก็เช่นกัน ทว่าพวกเขาทั้งสองต้องแต่งงานเพราะความ้าของครอบครัว
ฮวาอันสตรีงดงามผู้อาภัพต้องแต่งงานกับบุรุษที่ตาบอดและเขาไม่เคยมีความรักต่อรักนาง เขาไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยถึงนาง ฮวาอันรู้ดีว่าแต่งงานครั้งนี้เพื่อสินสอดที่มากมายและ้าจะยกฐานะครอบครัวตนเองเพียงเท่านั้น
ครอบครัวยากจนของฮวาอันเคยแม้กระทั่งอดวันนี้เพื่อไว้กินวันพรุ่งนี้ บิดาและมารดาของนางสุขภาพไม่ค่อยดี ไม่สามรถทำงานรับจ้างได้ดั่งเช่นเมื่อก่อน ฮวาอันมีน้องสาวหนึ่งคนอายุนางแค่สิบเอ็ดปีแต่กลับป่วยเป็โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถทำงานหนักและยืนนานๆ ได้
อี้หยางชายตาบอดที่โชคดี เขาเกิดมาในตระกูลที่ฐานะร่ำรวย แม้ว่าดวงตาจะมืดบอด แต่ครอบครัวกลับจัดแจงให้มีคนติดตามดูแลเขาเป็อย่างดี
หนึ่งเดือนให้หลัง สินสอดที่ถูกส่งมาพร้อมกับหนังสือหมั้นหมายนั้น ฮวาอันรีบจัดแจงให้บิดา นำไปสร้างบ้านหลังใหม่ และนำไปรักษาอาการป่วยของน้องสาว ถึงแม้วันนี้ต้องจากครอบครัวตนเองไปเพื่อดูแลสามี ในใจกลับไม่เสียใจเลยสักนิด รอยยิ้มของคนในครอบครัวแสดงให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ดวงตาแห่งความปิติจ้องมองไปยังรอยยิ้มของคนในครอบครัว จากผิวที่ดูซีดเซียวร่างกายที่อ่อนแอของบิดาและมารดาตอนนี้กลับมีเืฝาดสุขภาพดีขึ้น ส่วนน้องสาวแม้ว่าต้องกินยาไปตลอดชีวิตแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา สินสอดที่ถูกส่งมามากมายนั้น สามารถเลี้ยงชีพของพวกเขาได้อีกหลายปี
ถึงเวลาต้องจากลาครอบครัว ฮวาอันประสานมือคาราวะบิดาและมารดา สวมกอดน้องสาว น้ำตาแห่งความอาลัยของคนในครอบครัวต่างปริ่มออกมาทางดวงตา
ฮวาอันโบกมือลาครอบครัว แล้วจึงรีบก้าวฝีเท้าไปทางริมแม่น้ำ มองเห็นเรือพายหนึ่งลำจอดเทียบท่ารอนางอยู่บริเวณท่าน้ำ
ทันทีที่ฮวาอันก้าวขาขึ้นนั่งบนเรือ สามีของนางกลับมีท่าทีประหนึ่งว่ารังเกียจนางอยู่เป็ทุนเดิม เขาไม่พูดจาแต่รีบเบี่ยงกายออกห่างจากนางทันที กริยาของเขาเมื่อครู่นางกลับไม่โกรธเคืองแม้แต่น้อย
ครู่ใหญ่เรือจึงแล่นมาถึงกลางทะเลสาบกว้างใหญ่กรอบดวงตาเริ่มมองไม่เห็นพื้นหญ้าริมฝั่ง แววตาปนเศร้าของนางจ้องมองไปทางสามี แท้จริงแล้วไม่รู้ว่าเขากำลังหลับหรือตื่น บนใบหน้าเรียวงามมองเห็นแค่ผ้าผืนเล็ก สีขาวบาง ถูกคาดไว้เพื่อปกปิดดวงตาที่มืดบอดเท่านั้น
“สามีตอนนี้เรือได้แล่นมาถึงกลางทะเลสาบแล้ว”
ฮวาอันยิ้มเฝื่อนก่อนเอ่ยบอกสามีด้วยน้ำเสียงแ่เบา พร้อมทั้งยื่นมือไปแตะแขนเพื่อเป็การปลุกให้ตื่น
เขาพยักหน้าแต่กลับไม่ส่งเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตาคู่งามเคลื่อนเข้าไปมองหน้าสามีใกล้ๆ ในใจกลับขบคิดเื่ส่วนตัวของเขาขึ้นมา ใบหน้าเรียวงามของเขารูปร่างสูงโปรง ผิวขาวเนียนดุจไหม แต่สิ่งเดียวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ขณะนี้คือดวงตา
ฮวาอันและสามีใช้เวลาอยู่บนเรือราวสองชั่วยาม จึงได้มาถึงเกาะร้างแห่งหนึ่งในเวลาของเที่ยงวัน
คนพายเรือได้ถ่อเรือเทียบท่าให้ฮวาอันและสามีลงจากเรือไป นางปรายตามองไปรอบๆเกาะ ไม่มีแม้แต่สัตว์สักชนิด รอบๆเกาะมีแค่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่หลายต้น และคงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สายตาคมกริบของนางมองไปที่เรือนหลังหนึ่ง ไม่ใหญ่มากแต่มีรั้วกันอยู่ ด้านนอกไม่หรูหราแต่ก็พอใช้ได้ทีเดียว
ฮวาอันช่วยพยุงสามีขึ้นฝั่งไปก่อน แล้วจึงกลับมาขนเอาสัมภาระที่เหลือขึ้นไปบนฝั่งอย่างทุลักทุเล
” นี่คือเรือนหอของพวกท่าน หมดหน้าที่ข้าแล้ว ขอตัวกลับก่อน
คนเ้าของเรือเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วจึงค่อยๆถ่อเรือกลับไปทางเดิมทันที ฮวาอันอดไม่ได้ที่จะเหม่อมองเรือที่กำลังแล่นเข้าฝั่ง แววตาของนางกลับแฝงความอาวรณ์เอาไว้
รอบเกาะที่ปกคลุมไปด้วยทรายหาดสีขาว ขณะนี้ มองเห็นแค่เพียงพื้นผิวน้ำที่เงียบและมีคลื่นเกลียวมาเป็ระลอกเพียงเท่านั้น
เมื่อก้าวขาเข้าไปด้านในของเกาะ กลับพบว่ามีบางพื้นที่ยังเป็ดินร่วนสีดำ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดี แววตาเหนื่อยล้าจ้องมองไปทางสามี เขากำลังยืนตัวตรงรอนางอยู่หน้าประตูเรือน ฮวาอันเก้าฝีเท้าเข้าไปใกล้เขา นางลองยื่นมือผลักบานประตู แต่มันกลับถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย จนมองเห็นทางเดินทีาเต็มไปเม็ดฝุ่น สามีของนางแม้มองไม่เห็นแต่กลับรุดเข้าไปนั่งลงบนตั่งในห้องโถงอย่างคุ้นเคย
สายตาของนางสอดส่องมองหาผ้าขี้ริ้วและถังน้ำ นาง้าทำความสะอาดทางเดินก่อนเป็อันดับแรก
ฮวาอันเดินสำรวจแต่ละห้องภายในเรือน เพื่อหาผ้าขี้ริ้วกับถังน้ำ แต่กลับไม่พบสิ่งของที่ต้องาร นางตัดสินใจลองสำรวจพื้นที่ด้านหลังเรือน แน่นอนว่าพบถังน้ำแต่ไม่มีน้ำ นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วจึงหยิบถังไม้เดินออกไปยังบริเวณลานกว้างหลังเรือน พลางใช้สายตาสำรวจหาบ่อน้ำ
ยะยะทางไม่ไกลจากตัวเรือนมากนัก ฮวาอันได้พบเข้ากับบ่อน้ำ มีน้ำใสสะอาดไม่ลึกมาก แต่แปลกที่บ่อน้ำนี้เหมือนถูกค้นพบแล้วขุดขึ้นมาเพิ่มเติม ข้างบ่อมีหินก้อนใหญ่ถูกจัดเรียงรายไว้อย่างสวยงาม ฮวาอันหยิบถังไม้ยื่นลงไปตักน้ำในบ่อขึ้นมาทั้งสองถัง นางใช้มือกอบน้ำจากถังไม้มาลองดื่มดู
“อื้ออ!!! น้ำนี้สะอาดสามารถใช้ดื่มได้”
เมื่อได้ดื่มน้ำเย็นจากบ่อร่างกายของนางกลับมารู้สึกสดชื่นอีกครั้งประหนึ่งว่าความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้ได้เหือดแห้งไปในทันที
นางชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงสามีของตนขึ้นมา ฮวาอันหิ้วถังน้ำกลับเข้ามาในเรือน สายตากำลังส่องหาภาชนะบางอย่างเพื่อใช้ตักน้ำให้สามีดื่ม นางเดินเข้าครัวไปพร้อมกับหยิบแก้วน้ำติดมือมาด้วย
“สามีมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ”
อี้หยางพยักหน้าและรับแก้วน้ำไปดื่ม ฮวาอันไม่มีความกล้าพอที่จะถามคำถามบางอย่างกับเขา
ผ้าผืนเก่าที่ถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารเป็เวลานาน นางกลับใช้มันทำเป็ผ้าขี้ริ้ว แล้วจึงเริ่มเช็ดถูั้แ่พื้นทางเดินที่ต่างเต็มไปด้วยฝุ่น ตามด้วยพื้นภายในห้องโถง ห้องครัว และห้องนอน รวมทั้งตู้เตียงต่างๆ ได้ถูกนางเช็ดถูจนดูสะอาดขึ้นมาทันใด
บ่ายคล้อยท้องฮวาอันเริ่มร้องแต่อี้หยางกลับยังนั่งนิ่งศรีษะเอนพิงผนังห้องโถง และยังไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดออกมาทั้งสิ้น สัมภาระที่ถูกนำมาด้วยกลับไม่มีแม้แต่อาหารแห้งสักชิ้น กระเป๋าสามใบ มีหนึ่งใบอัดแน่นไปด้วยเมล็ดพืชที่ถูกตากจนแห้ง แล้วแยกห่อใส่กระดาษเอาไว้