“แม่นางน้อยสูตรอาหารนี้ข้าคิดห้าร้อยตำลึงทอง ท่านคิดว่าอย่างไร?” ราคานี้เขาเองก็เพิ่มขึ้นจากเดิมมามากแล้ว เขาจึงกังวลว่านางจะคิดว่าน้อยเกินไป
“……” หรงเฟยฮวามิเอ่ยตอบสิ่งใด เพียงเพราะว่ายามนี้นางกำลังตกตะลึงกับราคาที่หลงจู๊เสนอมา ‘เพียงสูตรเดียวก็ทำเงินได้มากมายเช่นนี้เลยเชียวหรือ!’
หลงจู๊เริ่มเหงื่อตกแล้ว แม่นางน้อยผู้นี้นิ่งเงียบไปนานคงมิได้กำลังคิดว่ามันน้อยเกินไปหรอกนะ ถึงแม้ว่าเขาจะอยากเพิ่มให้นางมากกว่าเดิมก็ตามที แต่ทว่าผลประกอบการฤดูนี้น้อยกว่าฤดูไหนๆ เขาจึงต้องควบคุมราคาให้ดี มิเช่นนั้นภัตตาคารคงอยู่มิได้แล้วเป็แน่
“เอาตามที่ท่านว่าเถิด อืมข้ายังพอมีสูตรอาหารจากรากบัวอยู่บ้างเช่นนี้แล้วกัน! ข้าจะเขียนเพิ่มไปให้ท่านสักสองสามอย่างถือเป็น้ำใจเล็กน้อยจากข้าเ้าค่ะ” หรงเฟยฮวาพูดพลางครุ่นคิดไปพลาง
หลังจัดการลงนามสัญญาจนเสร็จสรรพแล้ว หรงเฟยฮวาก็ได้เขียนสูตรอาหารเพิ่มให้อีกหลายจาน เมื่อรับเงินแล้วคนทั้งสามก็กล่าวลาหลงจู๊ก่อนจะขอตัวกลับไป ก่อนจากมานั้นเด็กสาวก็ยังมิลืมไปกระซิบกระซาบกับหลงจู๊อีกด้วย
“หลงจู๊เ้าคะ อาหารเ่าั้ข้ายังมิได้ตั้งชื่อเรียกเลย ข้าหวังว่าท่านจักช่วยตั้งชื่ออันไพเราะให้พวกเขาด้วยนะเ้าคะ” คำพูดของนางดุจดั่งประหนึ่งว่าอาหารนั้นมีชีวิตก็ไม่ปาน
คำกล่าวของเด็กสาวทำเอาหลงจู๊หวงหัวเราะร่วนออกมาอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงบ่นเล็กๆ “เ้าเด็กคนนี้!”
ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่มีเสียงดังจอแจไม่ขาดสาย ยามพี่น้องทั้งสามเดินไปตามทางเรื่อยๆ กลับได้ยินใครบางคนเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ
“น้องสาวพี่ไม่คิดเลยว่าสูตรอาหารจักมีราคาถึงเพียงนี้!” หรงหย่งสือพี่คนโตเอ่ยพูดด้วยใบหน้าตกตะลึงหลังจากที่นิ่งเงียบมาเป็เวลานาน
“พี่ใหญ่ข้าเองก็ใเช่นกันเ้าค่ะ มิเคยรู้มาก่อนเลยแค่กระดาษเพียงแผ่นเดียวจักมีราคาถึงขนาดนี้” หรงเฟยฮวาพูดออกมาด้วยความแปลกใจ สูตรอาหารไม่กี่แผ่นนั้นล้วนแล้วแต่ทำได้อย่างง่ายดายอีกทั้งยังรสชาติดียิ่งนัก ไม่คิดว่าเขาจะให้ราคาสูงลิ่วปานนี้
“หลงจู๊ผู้นั้นใจป้ำไม่น้อยเลยทีเดียว เอ๋! ยามนี้เรามีเงินมากมายแล้วก็สามารถซื้อหาสิ่งของได้แล้วสิ” หรงหย่งฉือเอ่ยพลางทำตาโตเท่าไข่ห่าน เขาอยากลองใช้จ่ายมือเติบมานานแล้ว! วันนี้ช่างเป็วันดีจริงๆ
แค่เพียงชั่วครู่ชายหนุ่มก็ได้หลงลืมความเหนื่อยล้าในครั้งที่ขุดรากบัวไปจนหมดสิ้น สามารถกล่าวได้ว่าเขานั้นช่างเป็เด็กน้อยที่อารมณ์แปรเปลี่ยนรวดเร็วยิ่งนัก
หรงเฟยฮวาเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย นางอยากจับจ่ายใช้สอยดุจดั่งคุณหนูน้อยในตระกูลร่ำรวยมานานแล้ว
“พี่ใหญ่ พี่รองยามนี้ก็ฤกษ์งามยามดีแล้ว เหตุใดพวกเรามิไปลองใช้เงินดูเสียบ้างเล่า” เด็กสาวยกยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาทอแสงระยิบระยับดั่งดวงดาวนับล้านดวงก็มิปาน
“เอาสิ! วันนี้ก็ถือเสียว่าจับจ่ายเงินเล่นไปๆ พี่ชายจะพาพวกเ้าไปเที่ยวเล่นให้หนำใจเลย คิกคิก!” หรงหย่งสือเมื่อเห็นเ้าตัวแสบทั้งสองตื่นเต้นดีใจแล้วตนผู้เป็พี่จักใจแคบได้เชียวหรือ เขาก้าวขาเดินนำหน้าคนทั้งสองออกไปด้วยความฮึกเหิม
“พี่ใหญ่ท่านดีที่สุดเลย” หรงเฟยฮวาร้องออกมาหนึ่งครา
หรงหย่งฉือและหรงเฟยฮวาพากันเกาะแขนพี่ชายของตนอย่างออดอ้อน ก่อนจะพากันลากเขาเข้าไปยังร้านรวงต่างๆ โดยไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าเห็นสิ่งใดเด็กสาวล้วนตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ถึงแม้ว่านางจะเคยเห็นสิ่งของล้ำสมัยมามากแล้ว แต่กลับเทียบมิได้กับความพิเศษเฉพาะตัวของสิ่งของตรงหน้าเลยสักนิด ทั้งความประณีตมิเหมือนใครนี้ก็กินขาดมากโขแล้ว
“ฮวาเอ๋อร์ๆ” หรงหย่งสือร้องเรียกเด็กสาวที่ง่วนอยู่กับการเลือกซื้อเครื่องประดับอยู่เสียงดัง
หรงเฟยฮวาได้ยินเสียงเรียกก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ทันใดนั้นกลับมีของบางสิ่งยื่นมาใกล้ๆ ใบหน้านาง ‘ต่างหูอย่างนั้นหรือ?’ ต่างหูหยกลายดอกเหมย[1]ได้ตกกระทบเข้าสู่ม่านตาของเด็กสาว เนื้อหยกเนียนใสแวววาวดุจหยดน้ำนั้นช่วยผลักดันทำให้มันดูพิเศษยิ่งกว่าชิ้นอื่นใด ‘ช่างงดงามเสียจริง!’
[1]ดอกเหมย คือ ดอกพลัม (ดอกบ๊วย)
“คู่นี้เหมาะสมกับเ้าจริงๆ หลงจู๊เอาคู่นี้ขอรับ ท่านจัดการห่อให้ข้าด้วย” หรงหย่งสือใจป้ำอย่างมาก เมื่อมองเห็นแววตาของเด็กสาวเขาก็รู้ได้ในทันทีว่านางชอบมัน
“พี่ใหญ่ท่านถอยไปเลย! กำไลวงนี้เหมาะสมกับฮวาเอ๋อร์มากกว่ากันนัก” หรงหย่งฉือเองก็ไม่น้อยหน้า รีบร้อนนำสิ่งที่ตนเลือกออกมาใส่แขนอันบอบบางของน้องสาวไปโดยพลัน
กำไลหยกที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเมื่อถูกสวมใส่แล้วก็ยิ่งช่วยขับเน้นให้เด็กสาวดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีก ในตอนนี้หรงเฟยฮวาที่มีเพียงเครื่องประดับไม่กี่ชิ้นบนตัวกลับดูสง่างามดั่งคุณหนูใหญ่จากตระกูลดังเลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นฐานของใบหน้าเรียวเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตาเรียวดุจตาหงส์ จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากบางจิ้มลิ้มนั่น ช่วยขับเน้นให้นางดูโดดเด่นยิ่งกว่าผู้ใด
หลงจู๊ยามได้เห็นเด็กน้อยกลุ่มนี้เดินเข้ามาก็สามารถมองออกได้ว่าพวกเขานั้นมิธรรมดา อย่าได้มองเห็นเพียงเสื้อผ้าที่ดูเก่าๆ ของพวกเขาเลย ในโลกที่มีสัตว์อสูรและผู้ฝึกญาณจักมีสิ่งใดแน่นอนอีกเล่า เพียงแค่เห็นท่าทางของพวกเขานั้นมองปราดเดียวก็มั่นใจได้ว่ามาจากตระกูลใหญ่แน่นอน หรือไม่พวกเขาอาจจะมาจากนครยุทธภพก็เป็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลงจู๊จึงได้มาต้อนรับขับสู้พวกเขาด้วยตนเอง เพราะเกรงว่าหากเสี่ยวเอ้อที่ไม่มีตาพวกนั้นทำงานพลาดขึ้นมาจักเดือดร้อนมาถึงเขาน่ะสิ!
“หลงจู๊เอาชิ้นนี้ห่อให้ข้าด้วย” เสียงร้องเรียกของหรงหย่งฉือดังขึ้นอีกครา
“ขอรับคุณชาย ทุกท่านโปรดรอสักครู่” หลงจู๊ชรารีบร้อนนำเครื่องประดับทั้งหลายไปจัดการห่อให้อย่างดิบดี
เพียงแค่พริบตาเดียวพวกเขาก็ได้ซื้อเครื่องประดับไปมากถึงหนึ่งหีบใบใหญ่ ในนั้นยังมีส่วนของมารดาและคนอื่นๆ อีกด้วย อ้อนางยังคงมิลืมของยายฉินเช่นกัน เมื่อคิดถึงส่วนนี้หรงเฟยฮวาก็ได้เอ่ยเสนอว่าให้ซื้อผ้าสำหรับตัดชุดและเครื่องนุ่งห่ม รวมไปจนถึงข้าวสารอาหารแห้งและวัตถุดิบทำอาหารเพิ่มอีกสักหน่อยเถิด
นางคิดเพียงว่าท่านปู่หมอเองก็อยู่ตัวคนเดียวเช่นกัน ในฐานะหลานผู้หนึ่งจักไม่ไปดูดำดูดีได้เชียวหรือ
เย็นวันนั้นนอกจากข่าวของบ้านสามตระกูลหรงได้การค้าใหญ่มาก็ได้ถูกพูดกันปากต่อปากไปทั่วทั้งหมู่บ้าน บ้างก็มาสอบถามว่าไปได้งานดีเช่นนี้มาได้อย่างไรหรือ บ้างก็อยากขอร้องให้ลูกสาวตนไปทำด้วย บ้างก็ถึงขั้นลากแขนเด็กสาวตัวผอมบางมายัดเยียดให้กับหรงเฟยฮวาด้วยตนเองเลยทีเดียว
นางฉีที่คอยรับหน้าได้ตอบไปแค่เพียงว่า “มิได้เป็งานดีอันใดมากหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่เด็กซนผู้นั้นฉลาดค้าขายขึ้นมาบ้างเล็กน้อยจึงได้เงินมาพอใช้ได้บ้าง นางยังบอกอีกว่าจักมีคนจากภัตตาคารในตัวเมืองมารับซื้อรากบัวเป็จำนวนมาก พวกท่านคอยดูประกาศจากพวกเขาเถิดเ้าค่ะ ฮวาเอ๋อร์เด็กคนนั้นเห็นว่าหมู่บ้านเราไม่ว่าหลังใดล้วนมีบ่อบัวเป็ของตัวเองจึงช่วยพูดให้เขามารับซื้อของเราก่อนเชียว” ฉีซื่อนั้นเดิมทีก็มิได้โง่เขลาแต่อย่างใด
เมื่อได้ฟังเื่ราวจากลูกสาวนางก็ได้ออกมาประกาศให้ชาวบ้านได้รับรู้กันถ้วนหน้า นอกจากจะบอกปัดเื่ที่หาเงินมาได้มากแล้วยังพูดชี้แนะการหาเงินให้กับพวกเขาอีกด้วย เช่นนี้แม้แต่คนใจแคบดังเช่นป้าสะใภ้ใหญ่ผู้นั้นยังต้องมองนางใหม่เลยกระมัง
ข่าวเื่ที่จะมีคนรับซื้อรากบัวได้แพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านทุกคนต่างก็กระตือรือร้นเพื่ออยากหาเงิน บ้านใดที่มีคนเยอะหน่อยก็จักได้เปรียบ บ้านใดมีเพียงเด็กเล็กเด็กแดงก็ยังต้องหลอกล่อให้พวกเขามาช่วยงาน เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเมื่อเห็นประกายแห่งความหวัง เหล่าชาวบ้านต่างก็มีแรงพูดคุยหัวเราะหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ถือได้ว่าเื่ราวในครั้งนี้ช่วยเรียกขวัญกำลังใจมาให้พวกเขามหาศาลเลยทีเดียว
ต้องเข้าใจก่อนว่าเงินเพียงไม่กี่อีแปะที่เหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลายต่างพากันดูถูกดูแคลนนั้น จักเป็สมบัติอันล้ำค่าสำหรับชาวบ้านยากจนเหล่านี้ สำหรับพวกเขาเพียงแค่ใช้ชีวิตผ่านไปอย่างมีความสุข อีกทั้งยังมีมื้ออาหารให้กินอิ่มนอนหลับได้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ยามนั้นหนิวซานเองก็ได้ส่งองครักษ์ของตนมาเอาสิ่งที่เด็กน้อยได้บอกเอาไว้เช่นกัน หรงเฟยฮวาเองก็มิได้รังเกียจเขาด้วยเพราะอยากขอบคุณที่คุณชายผู้นี้คอยช่วยเหลือ นางจึงได้ให้ผงรากบัวไปถึงสองไหใหญ่เชียว! ส่วนที่เหลือนางก็เก็บเอาไว้สำหรับกินในครอบครัว อ้อนางยังมิลืมแจกจ่ายไปให้บ้านยายฉิน ปู่หมอ ท่านปู่ท่านย่าอีกด้วย ส่วนที่เหลืออีกหลายโหลนางยังเก็บเอาไว้ให้ท่านตาท่านยาย นางคิดดีแล้วเมื่อใดมีโอกาสจะเอาไปให้พวกเขาได้ลองชิมดูบ้าง ช่างวัน่เวลาที่น่ารอคอยเสียจริง