Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 15 1วันก่อนภารกิจ

      “เหอะ อย่างแกน่ะหรอจะยิ่งใหญ่กว่าฉัน วิลเฟรด จะเพ้อเจ้อก็ให้มันน้อยๆหน่อยเป็นแค่พวกไร้ประโยชน์แท้ๆ”เด็กชายผมทองคนหนึ่งอายุราว8-9ขวบทั้งตัวสวมใส่เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับราคาแพงยืนเหยียดยิ้มชั่วร้ายอยู่ด้านหน้าเด็กชายอีกคนที่เป็นตัวโทรมและตามร่างกายเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ เขามีผมสีน้ำตาลและดวงตาสีฟ้าขุ่น“หน๊อย นอร์แมน ฉันจะฟ้องทางการว่านายทำร้ายร่างกายฉัน”วิลเฟรดหมายจะลุกขึ้นตอบโต้ทว่าพลันถูกลูกน้องสองคนในสามของที่อายุรุ่นเดียวกับเขาของนอร์แมนจับกดลงกับพื้นก่อนจะประเคนทั้งกำปั้นและเท้าเข้าไปจนเด็กชายผมน้ำตาลตัวงอเป็นกุ้ง“ฟ้องทางการ? ดูเหมือนแกจะยังไม่รู้อะไรนะ ไม่ว่าจะผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ตรวจการก็ถูกฉันติดสินบนไว้หมดแล้ว ทางเดียวที่แกจะทำอะไรฉันได้มีแค่ตายแล้วเกิดใหม่เท่านั้น”กลุ่มของนอร์แมนหัวเราะร่างก่อนจะพากันหันหลังเตรียมเดินจากไป“รีบๆให้พ่อแกขายที่ดินซะไม่งั้นครั้งต่อไปฉันจะเผาโรงเตี๊ยมโทรมๆของแกซะ”วิลเฟรดนอนแน่นิ่งไม่ขยับเขยี้ยน เสียงฝีเท้าเป็นกลุ่มห่างออกไปจนไม่ได้ยินแล้ว เด็กชายพยายามจะลุกขึ้นทว่าก็ต้องพบกับความเจ็บปวดมากมายถาโถม ตอนนั้นเอง...“เจ้าหนูเป็นไรไหม”เสียงใครบางคนดังเรียกเขาแต่เขาไม่มีความสามารถที่จะตอบโต้ทันใดนั้นพลันมีความรู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดค่อยๆมลายหายไปทีละน้อย รอยฟกช้ำทั้งเก่าและใหม่จางหายอย่างง่ายดายและรวดเร็วจนราวกับเขาไม่เคยโดนรังแกมาก่อน ปาฏิหาย์ชัดๆวิลเฟรดดันขึ้นช้าๆและหันมองผู้ช่วยเหลือ“คุณเป็นใคร”น้ำเสียงอ่อนเอ่ยถามเด็กหนุ่มผมดำตรงหน้าในชุดเครื่องแบบแปลกตา“แค่จอมเวทที่ผ่านทางมาน่ะ”เชสดึงมือเด็กชายให้ลุกขึ้นยืน วิลเฟรดปัดทำความสะอาดฝุ่น ดินที่เปรอะตามตัว สถานที่ที่เขาอยู่คือในป่าข้างหมู่บ้าน เป็นป่าขนาดเล็กทำให้ไม่มีอันตรายจากสัตว์ป่าเช่นเสือหรือหมี“ไปไงมาไงถึงอยู่ในสภาพนั้นได้ล่ะ”ทั้งสองย้ายที่มานั่งม้านั่งในเมืองที่มีคนพลุกพล่านค่อนข้างเยอะ เชสถามขณะกำลังกัดแซนด์วิชที่เพิ่งซื้อมาโดยไม่คิดจะแบ่งให้วิลเฟรดแม้แต่น้อย พลางนึกถึงสารรูปของคนข้างกายก่อนหน้านี้ ถ้าเขาเดาไม่ผิด...วิลเฟรดกำหมัดแน่นลังเลที่จะตอบ จนกระทั่ง“โดยรังแกหรอ”อึก“หรือว่าเพื่อนไม่คบ โดนแบนใช่ไหม”“ไม่ใช่ครับ”วิลเฟรดทนไม่ไหวโพล่งออกไปก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องให้เชสฟังแต่เดิมแล้วหมู่บ้านที่เขาอยู่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เช่นทุกวันนี้ เพราะตั้งอยู่ทิศค่อนข้างเหนือและใกล้ภูเขาเวเนต้าห่างเพียง3ชั่วโมง ทว่าเมื่อหลายปีก่อนที่ภูเขากลายเป็นดันเจี้ยนของพวกเยติก็เริ่มมีผู้คนเดินทางไปที่นั่นมากขึ้นเพิ่มกำจัดและแสวงโชคทางบ้านของวิลเฟรดเปิดเป็นโรงเตี๊ยมสำหรับนักเดินทางมาตั้งแต่รุ่นปู่ หลังจากมีดันเจี้ยนกำไรจำนวนมากก็ไหลมาเทมา ทว่าสิ่งที่ตามมาด้วยคือพวกนายทุนและนักธุรกิจหน้าเลือดที่คิดจะเปิดกิจการที่นี่ทำให้หมู่บ้านอันสงบสุขกลายเป็นเมืองขนาดย่อม 1ในนั้นคือพ่อของนอร์แมน นิกซ์ โมเร่ต์“พวกนั้นเปิดโรงแรมขนาดใหญ่ให้พวกมีเงิน ได้ยินว่าได้กำไรมหาศาลคราวนี้มันเลยต้องการที่ดินของพ่อผม”เชสพยักหน้ารับพลางทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขามองวิลเฟรดซ้อนทับกับภาพตันเองในอดีต ถูกรังแก ดูถูก กลั่นแกล้ง ทรมานทางจิตใจ สิ่งที่เด็กคนนี้เผชิญแทบไม่ต่างจากเขา“แล้วพอพรสวรรค์ของนอร์แมนตื่นขึ้นเขาก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เพราะกฏหมายคุ้มครอง”เพื่อรักษาทรัพยากรผู้มีพรสวรรค์ในอนาคตจึงได้มีการร่างกฏหมายคุ้มครองผู้มีพรสวรรค์ที่ยังเด็กและไม่ได้รับการอบรม เมื่อกระทำความผิดจะได้รับการลดโทษส่วนหนึ่งหรือถ้าเป็นความผิดธรรมดาก็ไม่ต้องรับโทษใดๆเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความแค้นที่ได้รับจากความไม่เป็นธรรมแผ่กระจายจากเด็กตัวน้อยข้างๆ“จริงสิ ยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลยนี่นะ ฉันชื่อ เชส เซอเซส”“อ เอ่อ วิลเฟรด เวลโลโซ่ ครับ...”ทั้งสองจับมือกันก่อนวิลเฟรดจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ“พี่ชายเป็นจอมเวทหรอครับ”“ใช่ ฉันเป็นจอมเวท เมื่อรักษาเมื่อกี้ก็เป็นของฉัน”เชสชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะชูหลังมือซ้ายให้อีกฝ่ายเห็น วิลเฟรดเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั่นพลันสีหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเคืองและอิจฉา“พี่ชาย...คนธรรมดาใช้เวทมนตร์ไม่ได้หรอครับ”วิลเฟรดเค้นเสียงถาม“ไม่หรอก ถ้าแค่เวทมนตร์ง่ายๆล่ะก็ได้นะ ดูอย่างนักผจญภัยสิส่วนมากไม่มีพรสวรรค์อะไรแต่ยังฝึกใช้เวทมนตร์ได้ บางคนเรียกว่าชำนาญเลยด้วยซ้ำนะ”องค์กรนักผจญภัยคือองค์กรอิสระที่จะรับงานและแจกจ่ายงานให้สมาชิกโดยองค์กรจะเก็บค่าคอมมิชชั่น15%ของรางวัล ทำให้มีคนธรรมดารวมถึงผู้มีพรสวรรค์หลายคนสนใจสมัครเข้าร่วมองกรค์ แต่ถึงจะเรียกว่าองค์กร พวกเขาก็ไม่ได้บังคับสมาชิกให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หน้าที่ขององค์กรมีแค่รับงานจากภายนอกและให้นักผจญภัยไปทำก็เท่านั้น“ต้องทำยังไง...แล้วผมต้องทำยังไง”วิลเฟรดตะคอกลั่นจนผู้คนแถวนั้นหันมามอง เชสรีบหันไปโบกไม้โบกมือเป็นเชิงว่า ‘ไม่มีอะไร’ จนทุกคนเลิกสนใจพวกเขาและจากไป“สถาบันออโรเรียไม่รับผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์เข้าเรียนแต่ใช่ว่าที่อื่นจะไม่รับ สถาบันเตรียมทหารของอาณาจักรก็รับสอนเวทมนตร์ให้ผู้เข้าเรียนถึงไม่มีพรสวรรค์ก็ไม่เป็นไรแต่จบมาต้องเข้าประจำการเป็นทหาร นอกนั้นก็มีสถาบันเอกชนที่สอนเวทมนตร์ให้คนธรรมดาโดยเฉพาะ”อาณาจักรออโรเรียมีกฏที่ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องผู้มีพรสวรรค์ ผู้มีพรสวรรค์ทุกคนสามารถเข้าศึกษาเวทมนต์ได้จากเพียงสถาบันออโรเรียเท่านั้นในกรณีนี้ไม่นับฝึกฝนด้วยตัวเองหรือจากครอบครับ นอกจากนี้สถาบันอื่นจะสอนเวทมนตร์ได้กับแค่คนธรรมดาเท่านั้น“สถาบันเอกชนหรอครับ”“อา แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง”เชสเอ่ยไปตามความจริง ไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหกใดๆ ในอนาคตเขาเคยร่วมรบกับผู้ที่จบจากสถาบันเอกชนมากมาย กระทั่งบางคนยังเก่งกว่าตัวเขาด้วยซ้ำอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นหยี้หัวเด็กผมน้ำตาลด้วยความเอ็นดูและสงสาร สิ่งที่เขาปรารถนาคือพลังที่ไม่อาจเอื้อมถึง พรสวรรค์จะปรากฏกับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ8ปีเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีใครพบว่าเกิดกับคนที่อายุมากกว่านั้น“เอาล่ะ นี่ก็สามโมงแล้วกลับบ้านเถอะ พ่อแม่เธอคงเป็นห่วง”“ครับ ขอบคุณที่ช่วยมากนะครับ”วิลเฟรดโค้งขอบคุณเชสจากใจจริง ไฟปรารถนาในตัวถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ร่างเล็กหันหลังวิ่งกลับไปเหลือแค่เชสที่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังนั้นหายไป ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ“โรงแรมไปทางไหนนะ” ภายในโรงแรมระดับหรูหราของเมือง ป้ายขนาดใหญ่ติดเด่นบอกชื่อโรงแรมให้ผู้คนที่ผ่านไปมาเห็น ‘MORET’ โรงแรมที่ต้อนรับแขกระดับสูงมานักต่อนักและครั้งนี้เองก็เช่นกัน“หายไปไหนมา”มิเนอร์วายืนเท้าเอวมองเชสที่จู่ๆก็ออกไปและกลับมาหลังจาก2ชั่วโมงให้หลังห้องVVIPชั้น9บนสุดบัดนี้ใช้เป็นสถานที่รับรองคณะเดินทางของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักร ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงทั้งหมด ราคาห้องไม่ต้องพูดถึง มักมากกว่าชนชั้นล่างจะหาได้ทั้งชีวิตเสียอีก‘พวกกินดีอยู่ดีเอ้ย’เชสแอบบ่นในใจ“ขอโทษทีนะมีน่า พอดีหลงทาง”“หยุดเรียกชื่อนั้นนะ”มิเนอร์วาหน้าขึ้นสีตะคอกใส่เขา สมาชิกคนอื่นๆเองก็ตกใจอยู่บ้างที่คนอย่างมิเนอร์วาถูกเรียกแบบนั้นทว่าหลังจากเดินทางมาด้วยกัน2วันพวกเขากลับชินชาไปเสียแล้ว“หึ่ย แล้วไปข้างนอกได้อะไรมาบ้าง”“ได้สิ ได้รู้ว่าลูกเจ้าของโรงแรมนี้เป็นพวกนิสัยไม่ดี”“ห๊า หมายความว่าไง”“ช่างเถอะ มาวางแผนการบุกดันเจี้ยนพรุ่งนี้กันดีกว่า”เชสบอกปัดไม่ยอมตอบก่อนจะลงไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง มีน่าไม่คิดเซ้าซี้ต่อไม่ว่าอย่างไรสิ่งสำคัฯที่สุดตอนนี้คือการทำภารกิจให้สำเร็จ เปิดโมเดลสามมิติขึ้นมาอีกครั้ง เวลากว่าสามชั่วโมงถูกใช้ไปกับการวางแผนอันรัดกุม ตั้งแต่การวางตำแหน่งการยืน แผนเผื่อเวลาเจอกับดักและต้องแยกกัน รวมถึงแผนการหากต้องปะทะกับศัตรูที่เป็นมนุษย์“งั้นเอาไว้เท่านี้ก่อนใครหิวก็ไปหาอะไรกินให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะเดินทางกัน7โมงเช้า ห้ามสาย”คำพูดขององค์หญิงเป็นดั่งประกาศิตของกลุ่ม แต่ละคนแยกย้ายกันกลับเข้าห้องนอนตัวเอง ภายในห้องหรูนอกจากห้องส่วนกลางแล้วยังมีห้องนอนอีกกว่า10ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัวของตัวเองเชสใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักและเปลี่ยนเป็นเสื้อลำรองกางเกงขาสั้นเดินออกมาจากห้องตั้งใจจะใช้คริสตัลสื่อสารเพื่อสั่งอาหารขึ้นมากิน ในเวลาเดียวกันหญิงสาวอีกคนก็เดินออกมาจากห้องอย่างพอดิบพอดีผมสีดำสนิทยังไม่แห้งสนิททำให้ผมสะท้อนแสง เสื้อยืดแขนสั้นสีเดียวกับแว่นตาไม่ได้ปิดมิดชิดเหมือนชุดเครื่องแบบของสถาบันทำให้เขามองเห็นลำคอขาวได้อย่างถนัดตารวมถึงเห็นไหปลาร้า มีน่าไม่ได้ใส่แว่นตาเหมือนทุกทีส่งผลให้เธอดูสวยไปอีกแบบ กางเกงขาสั้นไม่อาจปกปิดน่องขาเรียวขาวนั่นได้เลยแม้แต่น้อย“มองอะไร”เชสสะดุ้งเมื่อได้สติก็พบวาเขาจ้องพาร์ทเนอร์ของตัวเองตาค้างมาสักพักแล้ว“ป...เปล่า แค่คิดว่าแต่งแบบนี้ก็น่ารักดีนะ”คำชมตรงไปตรงมาทำหญิงสาวไปไม่ถูกชั่วครู่ สองขาหมายจะเดินไปกระชากประตูเพื่อลงไปข้างล่าง ทว่าเท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบใส่กระดาษเอกสารแผ่นหนึ่งที่ตกหล่นบนพื้น แม้จะเป็นผู้เก่งกล้าแต่เมื่อเสียสมดุลร่างกายก็ต้องล้มเหมือนกันหมด“อันตราย”เห็นเช่นนั้นร่างกายพลันขยับไปเองเชสถลาเข้าไปหวังจะรับร่างของพาร์ทเนอร์สาว“ว้าย”“เหวอ”ราวกับเวลาหยุดนิ่งทัศนวิสัยของมิเนอร์วาเห็นใบหน้าของเชสห่างจากเธอไม่ถึงสิบเซนติเมตร เงาร่างเล็กทอดทับตัวเธอจนมิด เช่นเดียวกับกลิ่นแชมพูของมีน่าที่ปลุกจิตใจอีกด้านของเชสขึ้นมาตอนนั้นมือเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนุ่มนวล ...............................................................................................................ขอนิดนึงจริงๆเมื่อคืนตอนสักตีสามผมนั่งเขียนตอน16อยู่ชะ เขียนไปเขียนมามันไม่ได้อะ มันคือตอนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้ เลยเก็บไว้เป็นตอนที่20กว่า เฮ้อเซ็งแต่เอาเถอะ