ยอดยุทธชุดชมพู

    58.หงซือจิน

    58.หงซือจิน

                   ไป๋หลงใส่ชุดสีชมพู สวมผ้าปิดหน้าเดินเล่นในตลาด โดยมีเยี่ยนเฟยตามอารักขา และคอยถือของให้

                   “นี่สาวๆเขาทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้เจ้าเก็บแน่ะ!”ไป๋หลงหันไปแซวเยี่ยนเฟยผู้หล่อเหลาที่เพียงแค่โปรยยิ้ม สาวๆก็ทิ้งผ้าเช็ดหน้าอ่อย จนเต็มพื้น!

                   “ถ้าคุณหนูทิ้งป้าเช็ดหน้าบ้างข้าจะรีบเก็บทันทีไม่ให้คนอื่นมาแย่งเก็บแน่นอน...”เยี่ยนเฟยตอบพลางยิ้มเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน

                   “....”ไป๋หลงจ้องคนพูดตาค้างทำไมเธอรู้สึกว่าเยี่ยนเฟยนับวันยิ่งพูดจาคล้ายเกี้ยวพาเธอ...

                   ขณะที่ไป๋หลงกำลังเหม่อลอยตกอยู่ในห้วงความคิด

                   “คุณหนูระวัง!”จู่ๆเยี่ยนเฟยก็ตะโกนขึ้นพร้อมกับดึงเธอเข้าไปกอดเบี่ยงตัวมาบังรถม้าที่กำลังเล่นด้วยความเร็วบนท้องถนนสร้างความวุ่นวายขึ้นในตลาด มีหลายคนวิ่งหลบรถม้าให้วุ่นวายไปหมด...

                   ไป๋หลงถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปกอดจนใบหน้าฝังเข้าไปในอกอบอุ่นขณะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง การถูกใครสักคนปกป้องช่างให้ความรู้สึกดีจริงๆ

                   ‘ถ้าได้อยู่แบบนี้นานๆก็ดี’ไป๋หลงแอบคิดในใจ ขณะเอาแก้มถูหน้าอกแข็งแกร่งของเยี่ยนเฟยหลับตายิ้มหวาน

                   “คุณหนู...ท่านลวนลามข้าอีก  แล้ว...”น้ำเสียงอ่อนโยนของเยี่ยนเฟยดังขึ้นขณะดันศีรษะของเด็กสาวหื่นกามออก

                   “แฮะๆ”ไป๋หลงหัวเราะแห้งๆแอบนึกเสียดายที่ไม่ได้ลวนลามนานกว่านี้!

                   เยี่ยนเฟยดีดหน้าผากคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู

                   “โอ๊ย..”ไป๋หลงร้องขณะเอามือถูหน้าผากตัวเอง ทำสีหน้าบิดเบี้ยว “คนใจร้าย! ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว!”ก่อนจะสะบัดหน้าใส่เยี่ยนเฟยด้วยความโกรธเคือง... ทำให้เยี่ยนเฟยหัวเราะ

                   แต่แล้วไป๋หลงกลับรู้สึกเย็นวาบคล้ายกำลังถูกจ้องมองด้วยแววตาดุดัน...ไม่พอใจอย่างรุนแรงของใครบางคน

                   ไป๋หลงค่อยๆหันหลังกลับไปมองขณะภาวนาว่าคงไม่ใช่คนที่ตนเองคิด...ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาคู่สีเงินไป๋หลงก็หน้าซีด...

                   อ่า..เฟยหานตง! คงไม่ใช่ว่าเขาเห็นเรื่องเมื่อครู่ทั้งหมดหรอกนะ...

                   แต่ดูจากแววตาที่มองมาสงสัยจะเห็นทุกอย่างเต็มสองตา...โดยเฉพาะตอนที่เธอเอาหน้าถูไถหน้าอกเยี่ยนเฟย...หนำซ้ำเธอยังทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มอีก...

                   ไป๋หลงรู้สึกเหงื่อไหลทั้งๆที่อากาศเย็นสบาย...

                   “ฮึ!”เฟยหานตงทำเสียงไม่พอใจ “พี่น้อง...ไหนบอกว่าพี่น้อง!”เฟยหานตงกัดฟันกรอดๆ ขณะแผ่พลังปราณกดดัน จนแม้แต่เหล่าราชันยอดยุทธซึ่งเป็นผู้คุ้มกันยังต้องถอยหนีด้วยหวาดกลัวเฟยหานตงจะระเบิดพลังปราณมังกร

                   ไป๋หลงรีบหลบอยู่หลังเยี่ยนเฟยคนงาม...ทันที

                   ‘ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังเล่นชู้แล้วถูกจับได้เลย!’ไป๋หลงแอบคิดในใจ ขณะรู้สึกหนาวๆร้อนๆกับสายตาของเฟยหานตง...

                   เยี่ยนเฟยกระตุกยิ้มเย้ยหยันเฟยหานตง“เจ้าช่างไร้เดียงสา”เยี่ยนเฟยทำสีหน้าอย่างผู้เหนือกว่า“ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน...แล้วจะไม่ให้นางหวั่นไหวได้อย่างไร”

                   ไป๋หลงเงยหน้ามองเยี่ยนเฟยทันที...ขณะแอบคิดในใจ‘วาจาร้ายกาจยิ่ง!’

                   “ไป๋หลง...เจ้ามานี่...”เฟยหานตงเรียกด้วยน้ำเสียงแสดงความเป็นเจ้าของ

                   ไป๋หลงทำตัวลีบคอหดขณะสบตากับเฟยหานตง...ก่อนจะเดินไปหาเฟยหานตงที่ทำสีหน้าพึงพอใจที่เธอฟังคำสั่ง

                   รังสีฆ่าฟันรอบตัวเฟยหานตงหายไปทันทีเหล่าองครักษ์ของเฟยหานตงต่างแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ปราณมังกรฟ้าช่างน่ากลัวเหลือเกินแม้กระทั่ง ระดับราชันยอดยุทธอย่างพวกเขายังต้องระมัดระวังตัว!

                   ไป๋หลงเงยหน้ามองเยี่ยนเฟยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทำสีหน้าอาลัยอาวรณ์ “มีคนทำตัวเป็นผู้ปกครองพาข้ากลับแล้ว... ข้าคงต้องไปแล้วนะเยี่ยนเฟย...”ไป๋หลงทำหน้าเศร้า

                   เฟยหานตงเห็นท่าทางของไป๋หลงแล้วทำสีหน้าไม่พอใจทันทีก่อนจะยกแขนโอบเอวไป๋หลง แสดงความเป็นเจ้าของ

                   “ถึงวันหยุดของสำนักเราค่อยพบกันใหม่ก็ได้”เยี่ยนเฟยยิ้มให้ไป๋หลงอย่างอ่อนโยน

                   “ได้...แล้วพบกัน”ไป๋หลงตอบขณะเผลอทำน้ำเสียงอ่อนโยนตามเยี่ยนเฟยจนถูกคนข้างๆถลึงตาใส่

                   “ฮึ!”เฟยหานตงทำเสียงไม่พอใจก่อนจะรีบลากไป๋หลงให้เดินตามทันทีด้วยไม่อยากเห็นไป๋หลงทำสีหน้าอาลัยอาวรณ์ใส่ผู้ชายคนนั้นอีก!

                   “คุณหนูแล้วพบกัน...”เสียงเยี่ยนเฟยตะโกนไล่หลังทำให้ไป๋หลังทำท่าจะหันกลับไปมอง แต่ถูกเฟยหานตงใช้มือกดหัวไว้ไม่ให้หันไปมอง 

                   “ถ้าเจ้ายังจะหันกลับไปมองอีกข้าจะจูบเจ้ากลางตลาด!”เฟยหานตงก้มลงกระซิบข้างหูไป๋หลง

                   คนถูกขู่อ้าปากค้าง...ไม่คาดคิดว่าเฟยหานตงจะกลายเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้

                   เมื่อเงยหน้าสบตากับเฟยหานตงเธอก็เห็นดวงตาคู่นั้นบ่งบอกว่าเอาจริง! ดังนั้นไป๋หลงจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ  ก่อนจะรีบรับปาก “ได้ๆ ข้าไม่มองแล้วข้าไม่มองแล้ว!”

                   เยี่ยนเฟยยิ้มอย่างพึงพอใจโอบเอวไป๋หลงเดินกลางตลาดท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของคนมากมายที่พบเห็นเหตุการณ์

                   ท่ามกลางเสียงซุบซิบไม่มีใครกล้าพ่นคำดูถูกหรือหยาบคายออกมา ด้วยเกรงว่าจะเป็นการล่วงเกินรัชทายาทที่สำคัญสตรีอัปลักษณ์ในชุดสีชมพูกลับสวมเสื้อคลุมสีชมพูปักลายงูจงอางแผ่แม่เบี้ยข่มขวัญผู้คนยังมีตราหยกสลักเป็นรูปงูจงอางที่แขวนอยู่ที่เอว...เป็นการประกาศว่าสตรีผู้นี้คือคนของหอจิวหรง...

                   หลายปีมานี้หอจิวหรงทะยานขึ้นเป็นหอโอสถอันดับหนึ่งในใต้หล้าอำนาจล้นมือ เห็นคนสวมเสื้อคลุมปักลายงูจงอาง คนทั้งหลายล้วนถอยห่างระมัดระวังตน...

                   ในหอจิวหรงแบ่งระดับของคนในหอโดยใช้สีของเสื้อคลุมเป็นตัวกำหนด เหล่าคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำคือผู้คุ้มกันหอสวมเสื้อคลุมสีขาวคือเหล่าแพทย์โอสถของหอ เสื้อคลุมนอกจากสองสีนี้แล้วล้วนต้องยิ่งระมัดระวัง เพราะคนเหล่านั้น หากไม่ใช่เทพโอสถก็ต้องเป็นเหล่าผู้ใช้พิษ! หากมีเรื่องกับคนสองประเภทนี้อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดไปได้!

                   “วันนี้เจ้าจงใจใส่เสื้อคลุมเช่นนี้ต้องการเปิดเผยตัวตนแล้วสินะว่าเป็นคนของหอจิวหรง”เฟยหานตงเอ่ยขึ้นหลังจากเดินห่างจากเยี่ยนเฟยมาไกลแล้ว จึงปล่อยมือจากเอวของไป๋หลง

                   “ข้าก็แค่อยากให้ทุกคนเบิกตาดูให้ชัดๆว่าสตรีอัปลักษณ์เช่นข้าไม่ใช่คนที่จะถูกใครรังแกได้ง่ายๆ”ไป๋หลงกล่าวขณะสบตากับเฟยหานตง“แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็ตาม!”

                   ไป๋หลงหรี่ตามองคนตรงหน้าขณะที่สีหน้าแฝงความไม่พอใจเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะฮ่องเต้เฟยรู้เรื่องที่เธอเป็นคนของหอจิวหรงหรือ ถึงได้เรียกเธอเข้าวังทันทีแต่ที่เธอคิดไม่ถึงคือ ฮ่องเต้เฟยกับฮองเฮา นอกจากไม่เกรงกลัวอำนาจของหอจิวหรงแล้วยังกล้าลงมือกลั่นแกล้งเธอ!

                   ในฐานะที่ไป๋หลงเป็นคนก่อตั้งหอจิวหรงขึ้นมารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างรุนแรง...ที่แย่กว่านั้นก็คือพวกเขากลับกล้าดูถูกว่าอาณาจักรฮุ่ยอ่อนแอ! ฮึ...คอยดูเถอะเรื่องนี้เธอไม่ยอมจบง่าย     ๆแน่!

                   “...”เฟยหานตงรับฟังเงียบๆเรื่องนี้เขาเป็นคนกลางไม่อยากยุ่งมือเข้าไปยุ่งกับสงครามของเสด็จพ่อและไป๋หลงเห็นๆอยู่ว่าสองคนนี้นิสัยเหมือนๆกัน สองคนนี้ทำสงครามประสาทกัน ดูท่าว่าเรื่องวุ่นวายคงจะตามมาอีกในไม่ช้า

                   “ตามข้ามาถึงนี่ฮ่องเต้คงรู้แล้วสินะว่าข้าใส่ร้ายฮองเฮา”ไป๋หลงถามขึ้น เธอไม่คิดว่าหลักฐานแค่หยกชิ้นเดียวจะทำให้ฮ่องเต้เฟยเชื่อว่าฮองเฮาส่งคนมาฆ่าเธอ ที่สำคัญเรื่องเมื่อคืน เธอมั่นใจว่าฮ่องเต้กับฮองเฮาทำไปเพื่อหยั่งเชิง ดูว่าอำนาจของหอจิวหรงมีมากแค่ไหน...

                   “ฮองเฮาเป็นคนมีเมตตานางไม่มีทางสั่งคนไปลอบสังหารคนอื่นแค่เห็นตราหยกเสด็จพ่อก็เชื่อว่าเป็นฝีมือเจ้าทันที”เฟยหานตงกล่าว

                   “ฮึ...เมตตา!”ไป๋หลงทำเสียงไม่พอใจ เมตตามาก!ทั้งเอาเล็บจิกหน้า ทั้งเหยียบมือ แกล้งให้ทำความเคารพจนเมื่อยไหนจะพ่นวาจาดูถูก ทำสีหน้ารังเกียจ...คนมีเมตตาแบบไหนกันแสดงละครได้สมจริงถึงเพียงนั้น!

                   “ดูเหมือนเจ้ากับฮองเฮาจะรักกันดี”ไป๋หลงเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียอีก

                   “ฮองเฮาเลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่เด็กเอาใจใส่ข้ามาโดยตลอดทั้งๆที่ข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆของนาง”เฟยหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเล็กน้อยไม่เย็นชาเหมือนปกติ

                   “ก็ยังดีที่ที่เจ้ามีแม่เลี้ยงที่รักเจ้า...”ไป๋หลงถอนหายใจนึกถึงเจ้าของร่างคนเก่าที่น่าสงสารมีแม่เลี้ยงใจร้าย ยังมีพี่ชายนิสัยอันธพาลกลั่นแกล้งเจ้าของร่างนี้จนถึงตาย...

                   “ต่อไปฮองเฮาก็จะเป็นแม่ของเจ้าข้าเชื่อว่านางจะรักเจ้าเหมือนที่รักข้า”เฟยหานตงวางมือบนบ่าของไป๋หลงขณะพูดจาปลอบ  เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเศร้า คาดว่านางคงนึกถึงเรื่องของแม่เลี้ยงของตัวเองขึ้นมา

                   “ฮึ!”ไป๋หลงหัวเราะ “ข้าไม่กล้าอาจเอื้อมหวังสูงถึงเพียงนั้นหรอก!”ไป๋หลงกล่าว “เจ้าคงลืมไปแล้วว่าตราหยกที่เจ้ามอบให้ข้า ถูกฮ่องเต้ยึดคืนไปแล้ว พวกเขาไม่ยอมรับข้าเป็นสะใภ้!”ไป๋หลงปัดมือของเฟยหานตง ที่วางบนบ่าของตัวเองออก “รู้เอาไว้ด้วย ว่าข้ากับเจ้าไม่มีพันธะผูกพันอะไรกันอีกแล้วของหมั้นถูกยึดคืนไปแล้ว!”

                   ไป๋หลงรีบสาวเท้าเดินจากไปทิ้งให้เฟยหานตงยืนทำสีหน้าตกตะลึงกับเรื่องที่ได้ยิน...

                   เมื่อไม่มีของหมั้นย่อมหมายความว่าไป๋หลงเป็นอิสระ... นางสามารถรักใครชอบใครก็ได้ โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ทำตัวเป็นเจ้าของนางอีก...

                   ไป๋หลงรีบสาวเท้าเดินหนีให้เร็วขึ้นหวังจะไปให้พ้นจากสายตาของเฟยหานตงเธอรู้สึกได้ถึงความเสียใจของอีกฝ่าย ขณะที่หัวใจเธอเองก็คล้ายจะเสียใจเช่นกัน...น้ำตาที่ไหลจากการถูกแย่งชิงของหมั้น...มันไหลออกมาจากความรู้สึกจริงๆของเธอไม่ใช่เพียงเพราะแค่แสแสร้ง

                   ‘แต่เอาคืนไปก็ดีเหมือนกัน’ไป๋หลงคิดพลางทอดถอนหายใจ

                   ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่มั่นใจว่าเฟยหานตงผู้นี้เป็นใครกันแน่...เป็นแค่มนุษย์ หรือเป็นมังกรฟ้ากลับชาติมาเกิด ยังมีเยี่ยนเฟยอีกคนผู้ชายที่เธอก็รู้สึกว่าชอบเขาเช่นกัน...เฮ้อ...ไป๋หลงถอนหายใจสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง...

                   ขณะที่ไป๋หลงเดินครุ่นคิดถึงปัญหาความรักกลับคนที่เดินสวนมากระแทกจนล้ม...

                   ยังไม่ทันที่ไป๋หลงจะได้ลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายก่นด่า

                   “นั่งโง่!”เสียงตะคอกดังลั่นจนคนในตลาดหันมามอง“กล้าดียังไงเดินชนข้า นางหญิงอัปลักษณ์!”

                   ‘เออดี เดินๆอยู่ดีๆก็มีเรื่องวิ่งเข้ามาหา!’ไป๋หลงคิดในใจ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นด้วยท่าทางเหมือนแยแสสนใจเสียงเห่าหอนตรงหน้า ซ้ำยังไม่หันไปมองด้วยซ้ำว่าสุนัขตนใดที่เห่าหอน...

                   “ไปเถอะ...จะ...เจ้าอย่าได้มีเรื่อง”เสียงเด็กหนุ่มอีกคนดังขึ้นน้ำเสียงสั่นสีหน้าหวาดกลัวเมื่อเหลือเห็นตราหยกที่เด็กสาวแขวนไว้ข้างเอว...ขณะดึงมือแขนของสหายให้เดินตามทว่าอีกฝ่ายกลับสะบัดแขน ตวาดใส่เขา

                   “ไม่! ข้าจะสั่งสอนนางหญิงอัปลักษณ์!”

                   ทันทีที่ไป๋หลงได้ยินอีกฝ่ายยืนยันคำพูดตนไป๋หลงก็แสยะยิ้ม เงยหน้าสบตาคนตรงหน้าทันที “ถ้าเจ้าอยากมีเรื่องกับข้าข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้!”ไป๋หลงดวงตาลุกวาว จ้องคนตรงหน้าที่แม้จะมีหน้าตาที่งดงาม ทว่าแววตาสีหน้าบ่งบอกว่าเป็นพวกอันธพาล เย่อหยิ่ง จองหอง  ซ้ำยังสวมใส่ชุดของสำนักพยัคฆ์ทมิฬเป็นพวกชนชั้นสูงปีสาม... คนผู้นี้หน้าตาคล้ายกับว่าเธอเคยพบเห็นที่ไหนทั้งๆที่เธอมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคนผู้นี้มาก่อน...

                   “ขะ...ขออภัยท่านผู้สูงส่งโปรดอย่าได้ถือสา...”เด็กหนุ่มอีกคนรีบโค้งศีรษะขออภัยเมื่อเหลือบเห็นตราหยกของเด็กสาวเช่นกัน

                   “เจ้า..”ขณะที่คนเดินชนกับไป๋หลงอ้าปากจะโวยวายกลับถูกเพื่อนอีกคนปิดปากไว้ซ้ำยังกดหัวให้ขอโทษอีกฝ่าย

                   “ขออภัยๆ เพื่อนของข้าน้อยสติไม่ดีได้โปรดท่านผู้สูงส่งอย่าได้ถือสา”เด็กหนุ่มที่เอามืออุดปากสหายรีบกล่าวทันที

                   “ยังดีที่พวกเจ้าไม่โง่เหมือนสหาย!”ไป๋หลงทำเสียงไม่พอใจทว่าก็ไม่อยากทุบตีคนที่รู้จักขอโทษ อย่างน้อยเจ้าคนปากเปราะนี่ก็มีสหายคอยห้ามปรามหากไม่มีคนห้ามปรามเธอจะตามทุบตีเจ้าคนเปราะนี้แม้กระทั่งอยู่ในสำนักพยัคฆ์ทมิฬ! ไป๋หลงสะบัดเสื้อคลุมแล้วเดินจากไป...

                   เด็กหนุ่มทั้งสามล้วนมองตามหลังคนก่อเรื่องส่งเสียงโวยวาย ทว่าถูกเพื่อนอุดปากไว้จึงไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาได้มีแค่เสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์เท่านั้น ทว่าเมื่อทั้งสามเห็นปักลายงูจงอางตัวเท่าคนบนเสื้อคลุมของเด็กสาว พวกเขาก็ยืนตัวแข็งทื่อ ขณะที่ในใจหนาวเยือกด้วยความหวาดกลัว...คนของหอจิวหรง! ซ้ำยังอาจจะเป็นเทพโอสถหรือไม่ก็ผู้ใช้พิษ!

                   “เกือบก่อเรื่องแล้วไหมล่ะทำไมไม่รู้จักมองให้ดี นางแขวนตราหยกของหอจิวหรงชัดๆ”

                   เสียงตะคอกดังแว่วมาตามลมขณะที่ไป๋หลงกำลังเดิน

                   “ก็ข้าคาดไม่ถึงนี่ว่านางจะเป็นคนของหอจิวหรง  เลยไม่ได้สนใจมองตราหยกนางให้ชัดๆ!”คนก่อเรื่องแก้ตัวทันที ขณะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดพ้นหายนะมาอย่างหวุดหวิด

                   “ทีหลังเจ้าก็หัดดูให้ดีๆก่อนจะหาเรื่องใครเจ้าโง่ หงซือจิน!”เสียงสหายอีกคนก่นด่า...

                   ‘หงซือจิน!’ไป๋หลงชะงักทันทีเมื่อนึกได้ว่า แม่ทัพหงซือจง บิดาของเจ้าของร่างนี้ยังมีบุตรชายอีกสองคนนามว่าหงซือจิน และหงซือหม่า

                   ไป๋หลงหันกลับไปมองเจ้าเด็กหน้าตาดีแต่นิสัยน่ารังเกียจคนนั้นทันทีดูๆไปแล้วคนผู้นี้ก็มีส่วนคล้ายหงซือจงอยู่บ้าง...ถึงว่าเธอรู้สึกหน้าตาคุ้นๆ

                   เด็กหนุ่มทั้งสามคนต่างชะงักเมื่อถูกเด็กสาวผู้นั้นหันกลับมามอง

                   ไป๋หลงแสยะยิ้มให้ หงซือจินทันที ‘หากเจ้าคือหงซือจินผู้นั้น...เจ้าเตรียมตัวตายได้เลย!’

                   หงซือจินถึงกับเข่าอ่อน เมื่อถูกเด็กสาวมองอย่างอาฆาต...ขณะที่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว...รับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังถูกคนของหอจิวหรงหมายหัวแล้ว!

                   ไป๋หลงเห็นอีกฝ่ายหวาดกลัวก็กระตุกยิ้มแล้วหมุนตัวกลับเดินจากไป...

                   หงซือจินบุตรชายคนโตของแม่ทัพหงซือจง เจ้าคนที่ตอนเด็กใช้สัตว์อสูรจับเจ้าของร่างนี้โยนลงสระ จนหัวฟาดขอบสระตาย...หากว่ามันคือหงซือจินคนนั้นละก็...ฮึฮึ งานนี้สนุกแน่!

                   ไป๋หลงเดินไปหยุดอยู่หน้าร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งทำท่ากวาดสายตามองเหมือนคิดจะซื้อหาเครื่องเขียน ก่อนจะเดินเข้าไป...  

                   “คุณหนูไม่ทราบว่าต้องการสิ่งใด”เถ้าแก่รีบถามขึ้นทันทีเมื่อเหลือบเห็นตราหยกของเด็กสาวที่แขวนไว้ข้างเอว

                   “ข้าจะเขียนรายการเหล่านี้ให้พวกเจ้าไปจัดหามา”ไป๋หลงหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมา “หาหนังสือตามรายชื่อนี้”ไป๋หลงบอกทว่าสิ่งที่เธอเขียนลงไป ไม่ใช่รายชื่อหนังสือแต่เป็นข้อความ

                   ‘สืบว่า หงซือจิน เด็กปีสามชนชั้นสูงของสำนักพยัคฆ์ทมิฬ ใช่ลูกชายของ แม่ทัพหงซือจง แห่งอาณาจักรฮุ่ยหรือไม่...สืบให้เร็วที่สุด’ไป๋หลงวางพู่กันลง ก่อนจะยื่นเถ้าแก่

                   เถ้าแก่หยิบรายการไปอ่านทำสีหน้าครุ่นคิดคล้ายกับว่าลำบากใจ คุณหนูหนังสือเหล่านี้ราคาค่อนข้างสูงข้าไม่แน่ใจว่าจะมีหรือไม่”เถ้าแก่กล่าว

                   ไป๋หลงวางก้อนทองลงบนโต๊ะทันที “ทองนี่ข้าให้เจ้าข้าจะจ่ายเพิ่มอีกหากว่าเจ้าหาพบ!”

                   เถ้าแก่รีบหยิบก้อนทองมา พลิกดูเห็นด้านล่างสลักลายงูจงอางสามตัวเถ้าแก่ก็แอบเหงื่อตกทันที แสร้งทำท่าเอาทองขูดโต๊ะทดสอบว่าเป็นทองจริงไหม ก่อนจะยิ้มประจบเมื่อเห็นว่าเป็นทองจริง“ได้ๆคุณหนูโปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบไปค้นหาหนังสือที่ท่านต้องการทันที”เถ้าแก่เสแสร้งทำสีหน้าดีใจที่ได้ทองรีบเดินหายไปในชั้นหนังสือมากมายที่แน่นขนัดอยู่ในร้าน...

                   ร้านหนังสือแห่งนี้ความจริงแล้วคือหนึ่งในหน่วยสืบความลับของหอจิวหรงที่สร้างขึ้นมาเพื่อบังหน้า... ร้านหนังสือ ย่อมเป็นสถานที่ซึ่งเหล่าแพทย์โอสถหรือแม้แต่คนทั่วไปมักนิยมมา โดยเฉพาะร้านแห่งนี้เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดและมีหนังสือหายากจากทุกอาณาจักร...

                   งูจงอางสามตัวนั่น แสดงถึงฐานะของผู้ครอบครองว่าเป็นบุคคลสำคัญของหอจิวหรง...เดิมทีเถ้าแก่ยังคิดว่าคุณหนูผู้นี้เป็นคนของหอจิวหรงทั่วไปที่มาติดต่อเพื่อให้สืบเรื่องต่างๆ...

                    เถ้าแก่ทำท่าค้นหาหนังสือ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาผู้ช่วย“เจ้าไปหาหนังสือพวกนี้หลังร้านสิ เพื่อว่าจะมี ข้าจะลองหาหน้าร้านดู”เถ้าแก่ยื่นกระดาษให้ผู้ช่วยก่อนอีกฝ่ายจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน

                   “เอ...เล่มนี้ไม่ใช่...”เถ้าแก่บ่นงึมงำคนเดียวก่อนจะหยิบเล่มอื่นขึ้นมาเปิดอ่านข้างใน “เอเล่มนี้ก็ไม่ใช่”เถ้าแก่วางหนังสือในมือกลับเข้าที่เดิมทำท่าเดินค้นหาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเห็นผู้ช่วยเดินออกมาพร้อมหนังสือสามเล่มในมือเถ้อแก้ทำท่าพลิกดูครู่นึงก่อนจะพยักหน้า ทำสีหน้าดีใจ แล้วเอ่ยชมเชยผู้ช่วย ก่อนจะรีบเดินไปหน้าร้าน

                   “คุณหนู...นี่คือหนังสือที่ท่านต้องการ”เถ้าแก่ยื่นหนังสือให้

                   ไป๋หลงรับมาทำท่าพลิกดูแสดงสีหน้าพึงพอใจ ท้ายหนังสือเล่มที่สาม เขียนว่า ‘หงซือจินผู้นี้คือบุตรชายของ แม่ทัพหงซือจงนิสัยอันธพาล มีสัตว์อสูรเป็นสิงโตเผือก มีมารดาคือเซียงหรู จ้าวนิกายทมิฬคนปัจจุบัน’

                   “ดี..นี่คือสิ่งที่ข้าหา”ไป๋หลงชมก่อนจะวางหนังสือลงให้อีกฝ่ายห่อให้ แล้วให้ก้อนทองอีกฝ่ายสามก้อนเป็นรางวัล

                   เถ้าแก่ตามมาส่งหน้าร้านสีหน้ายิ้มแย้ม

                   ไป๋หลงถือหนังสือสามเล่มออกจากร้านตรงระหว่างทางเดินแวะซื้อขนม ซื้อสิ่งของต่างๆจนของเต็มมือจึงจ้างรถม้าให้ไปส่งที่สำนักพยัคฆ์ทมิฬ

                   ไป๋หลงแสยะยิ้มเผยสีหน้าชั่วร้ายทันทีที่ขึ้นรถม้า....

                   ‘ฮึ ฮึหงซือจินเอ๋ย...ถึงคราวเคราะห์ของเจ้าแล้ว’ไปหลงคิด ‘คราวนี้ข้าจะเล่นงานพวกเจ้าทั้งครอบครัว!’ไป๋หลงคิดขณะแววตาฉายความอาฆาต

                   และคนแรกที่จะถูกเล่นงานก็คือเจ้าเด็กน้อยหงซือจินผู้นี้! ส่วนสองผัวเมียสกุลหง ยังคงต้องรอก่อน...รอให้แผนการของเธอลุล่วงก่อนจึงจะพร้อมเก็บกวาดสองผัวเมียนี้...หรือแม้แต่เล่นงานฮ่องเต้เฟย...ฮึ ฮึ...