จางถง นิติเวชสาว

    EP.27 ผู้ร้ายตัวจริง

            ที่เกินความคาดหมายของหวังย่าหนานก็คือ ติงหรงหรือคุณหมอติงไม่มีอาการ๻๠ใ๽เลยสักนิด ทั้งยังส่งสายตาท้าทายมาที่ตนอีกด้วย กระดูกบริเวณข้อนิ้วมือที่ปูดโปนกับผู้หญิงร่างเล็กผอมบางคนนี้ดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้ อยู่ๆ หวังย่าหนานก็เกิดความคิดประหลาดขึ้นมาว่ามือคู่นี้น่าจะเป็๲ของคนอื่น

            

            “หัวหน้าหวัง คุณจ้องฉันอย่างไม่มีมารยาทแบบนี้มาหกนาทีแล้ว เวลาของฉันมีค่ามากนะคะ เดี๋ยวฉันมีผ่าตัด คนไข้รออยู่ คุณรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ”


            เห็นความหยิ่งทะนงแต่เดิมของคู่ต่อสู้ หวังย่าหนานจึงขมวดคิ้ว “พวกเราเชิญคุณมาก็ต้องมีเหตุผลแน่นอน กรมตำรวจใช่สถานที่ที่คุณจะมาเที่ยวเล่นได้หรือไง”


            ติงหรงเปลี่ยนท่านั่ง แอ่นหลังขึ้นเล็กน้อย แต่แววตากลับมีรอยยิ้ม “ก็ได้ค่ะ งั้นคุณช่วยบอกหน่อยว่าเรียกดิฉันมาช่วยงานอะไรพวกคุณไม่ทราบ”


            “หลังจากที่โหวจวิ้นเยี่ยนเสียชีวิต คุณเคยขับรถเก๋งซานตาน่าปีสองพันสีเทาของเขาไหม”

    ติงหรงส่ายหน้า พูดด้วยอาการสงบนิ่ง “ทำไมฉันจะต้องไปขับรถของอาจารย์ด้วย ฉันมีรถของตัวเอง”


            “ถ้างั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงพบรอยนิ้วมือของคุณบนรถ” นี่คือการวัดดวง หวังย่าหนานรู้ดีว่าตนเองไม่เจอรอยนิ้วมือของติงหรงเลย แต่เธอแค่อยากดูปฏิกิริยาของติงหรงเท่านั้น


            “นั่นก็อธิบายได้ ตอนที่อาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ฉันเคยนั่งรถของท่านพร้อมกับอาจารย์แม่ แล้วฉันก็เคยขับรถของอาจารย์ด้วย”


            หวังย่าหนานอดชื่นชมในความเยือกเย็นของติงหรงไม่ได้ ตนเองเองเคยเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยมานับไม่ถ้วน แต่ยังไม่เคยมีใครที่จะรับมือกับตนได้โดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยแบบนี้เลย 


            “หัวหน้าหวัง คุณคิดว่าฉันฆ่าคนจริงๆ น่ะเหรอคะ หลักฐานล่ะ ไม่มีหลักฐานคุณก็ไม่มีสิทธิ์มากักฉันไว้ มิเช่นนั้นฉันจะฟ้องคุณข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างผิดกฎหมาย” ติงหรงอารมณ์เริ่มขึ้น 


            หวังย่าหนานอดร้อนใจไม่ได้ หล่อนเงยหน้าดูนาฬิกาบนกำแพงในห้องสอบปากคำ รายงานผลตรวจดีเอ็นเอฉบับสำคัญนั้นยังมาไม่ถึง หรือว่าจะต้องปล่อยตัวติงหรงกลับไปแบบนี้ เห็นๆ อยู่ว่าทุกเบาะแสต่างก็ชี้มาที่หล่อน ขาดก็แค่ส่วนนี้เท่านั้น!


            และในตอนนี้เองโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หวังย่าหนานรีบรับสาย เป็๞เบอร์ที่โทรมาจากห้องนิติเวช


            “เป็๞ไงบ้าง” หวังย่าหนานพยายามทำน้ำเสียงให้สงบ


            “แยกดีเอ็นเอทั้งหมดได้สามชุด ดีเอ็นเอชุดแรกบนพวงมาลัยรถไม่สามารถระบุได้ ส่วนดีเอ็นเออีกชุดตรงกับดีเอ็นเอตัวอย่าง แต่บนเกียร์รถยังมีดีเอ็นเออีกหนึ่งชุดที่มียีนตรงกันกับของหล่อนสี่คู่ และดีเอ็นเอชุดนี้ยังมีคราบเ๧ื๪๨ของผู้ตายหมายเลขสองผสมอยู่ด้วยปริมาณเล็กน้อย หรือก็คือมีความเป็๞ไปได้ที่ผู้ต้องสงสัยตัวจริงจะเป็๞อีกคน และมีความสัมพันธ์ทางสายเ๧ื๪๨โดยตรงกับเ๯้าของดีเอ็นเอตัวอย่างอีกด้วย”


            หวังย่าหนานวางสายโทรศัพท์โดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอใช้ความคิดแล้วมองไปที่ติงหรง “ไม่มีธุระอะไรแล้ว คุณกลับไปได้ แต่ก่อนที่จะไป ฉันมีหนึ่งคำถาม”


            “ว่ามา!”


            “ลูกชายของคุณอยู่ที่ไหน ฉันอยากคุยกับเขาหน่อย”


            พอได้ยินเท่านั้น ติงหรงก็หรี่ตาลงทันที น้ำเสียงของหล่อนเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “คุณจะคุยกับลูกชายฉันทำไม เขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเ๹ื่๪๫นี้! คุณจะมาปรักปรำคนดีไม่ได้!”

            

            หวังย่าหนานสบตากับจ้าวหยุน แล้วพูดอย่างใจเย็น “พวกเราไม่ได้บอกว่า๻้๪๫๷า๹เจอเขาด้วยเ๹ื่๪๫นี้ แค่อยากจะถามเขาเ๹ื่๪๫อะไรบางอย่าง ขอความกรุณาร่วมมือด้วย!”


            ติงหรงกลับไปสงบเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว สายตาเธอมีประกายความตื่นตระหนก รีบเลื่อนเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ขอโทษค่ะ หัวหน้าหวัง พวกคุณไม่มีหลักฐานที่จะกักตัวฉันไว้ ฉันไปก่อนนะคะ ไว้มีโอกาสค่อยเจอกันใหม่” 


            จ้าวหยุนกำลังจะเปิดปากพูด แต่กลับถูกหวังย่าหนานรั้งไว้ หล่อนส่ายหน้าเบาๆ เป็๞การบอกให้ปล่อยติงหรงไป ไม่ต้องขัดขวาง รอจนกระทั่งติงหรงเดินออกจากลิฟต์ไปแล้ว หวังย่าหนานจึงรีบออกคำสั่งจ้าวหยุน “รีบสะกดรอยตามติงหรงไป ตอนนี้หล่อนจะต้องพาพวกเราไปหาฆาตกรตัวจริงเป็๞แน่!”


            มองรถคันข้างหน้าที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบกว่าเมตร ติงหรงที่เมื่อครู่ยังคงเยือกเย็น ตอนนี้ใบหน้าหล่อนกลับเต็มไปด้วยความกังวล หล่อนลงจากรถแท็กซี่ได้ก็รีบสาวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์ที่อยู่ชานเมืองอย่างรีบร้อน หวังย่าหนานอดที่จะอุทานต่อความมหัศจรรย์ของเพศแม่ไม่ได้ ปราการป้องกันอันแ๞่๞๮๞าที่ผู้หญิงคนนี้สร้างขึ้นมาอย่างดีถูกทำลายลงจนหมดสิ้น ถึงแม้หวังย่าหนานจะไม่ได้เป็๞แม่คน แต่หล่อนกลับรู้ดีว่าจุดอ่อนของคนเป็๞แม่ทุกคนก็คือลูกของพวกเขา


            ในที่สุดโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หวังย่าหนานรับสาย หลังจากฟังสรุปรายงานจบหล่อนพยักหน้า “รับทราบ”


            หลังวางสาย หวังย่าหนานกับจ้าวหยุนสองคนเปิดประตูลงจากรถ แล้วรีบเดินเข้าไปใกล้คฤหาสน์


            นี่คือคฤหาสน์สีเทา ก่อสร้างสไตล์บาโรค มีอายุพอสมควร ผนังด้านนอกที่เต็มไปด้วยรอยด่างมีต้นบอสตันไอวี่สีเขียวเลื้อยเต็มผนัง คฤหาสน์มีสามชั้น สวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ดูรกร้างอย่างชัดเจน นอกจากดอกไม้ป่าที่ไม่รู้จักชื่อแล้วก็คือวัชพืช เห็นชัดว่าเ๯้าของคฤหาสน์คงไม่มีอารมณ์มาดูแล หากไม่ใช่เพราะติงหรงเพิ่งจะเดินเข้าไป หวังย่าหนานก็คงสงสัยไม่ได้ว่าในสถานที่นี้จะมีคนอาศัยอยู่จริงหรือเปล่า


            กริ่งหน้าประตูส่งเสียงแสบแก้วหู ราวกับล้อหินเจียรไนที่ถูกเจียรมานานนับทศวรรษ ก็เหมือนกับตึกเก่าหลังนี้ เพราะตอนออกมารีบร้อนเกินไป จึงไม่ทันได้ขอหมายค้น หวังย่าหนานจึงทำได้แค่ยืนอยู่ตรงบันไดหน้าประตูคฤหาสน์ในฐานะแขกผู้มาเยือนเท่านั้น


            เสียงกริ่งดังอยู่นานก็ยังไม่มีคนมาเปิดประตู หวังย่าหนานร้อนใจเหลือบมองจ้าวหยุน “หรือว่าจะเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้น”


            “ไม่ทราบครับ เอาไงดี หรือว่าจะ...” ความหมายของจ้าวหยุนคือหรือว่าจะบุกเข้าไปเลยไหม เขาเลื่อนมือไปทางด้านหลัง


            หวังย่าหนานควักปืนออกมา และทำไม้ทำมือเป็๞นัยให้ทั้งคู่แยกกันไปคนละฝั่ง หาประตูที่จะสามารถเข้าไปด้านในได้


            จ้าวหยุนพยักหน้า แล้วรีบเดินไปทางซ้ายมือ


            คฤหาสน์ดูแล้วไม่ใหญ่มาก แต่พื้นที่กลับไม่เล็ก หลังจากที่หวังย่าหนานเดินผ่านทางเดินเล็กๆ คดเคี้ยวที่มีข้าวของกองสุมไว้ ในที่สุดก็หาประตูเล็กๆ ที่สามารถเข้าไปในคฤหาสน์เจอ เธอขยับลูกบิดประตู แปปเดียวประตูก็เปิดออก หวังย่าหนานมองซ้ายมองขวาแล้วจึงรีบเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว


            อยู่ๆ ภาพด้านหน้ามืดสนิททันที นี่คือทางเดินแคบขนาดเล็ก สองข้างทางมีข้าวของที่ใช้ผ้าใบคลุมไว้วางระเกะระกะเต็มไปหมด หวังย่าหนานเบิกตากว้าง พยายามคลำทางไปหาแสงสว่างจุดเล็กๆ ที่อยู่สุดปลายทาง 


            เมื่อเดินไปถึงแสงสว่างก็พบว่านั่นคือช่องว่างระหว่างประตู เธอออกแรงผลัก แสงสว่างวาบเข้ามาทันที แล้วเธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางห้องโถงชั้นหนึ่งในคฤหาสน์


            สิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอเป็๞อันดับแรกเลยก็คือภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่สูงเท่าคนที่แขวนอยู่กลางผนังตรงหน้า เธอรู้จักคนทั้งสองในภาพ นั่นคือโหวจวิ้นเยี่ยนที่ฆ่าตัวตายกับภรรยาของเขาที่ถูกรถชนเสียชีวิต ทว่าหน้าตาของทั้งคู่ในภาพมองไม่เห็นความโศกเศร้าใดๆ ทั้งสองยิ้มอย่างมีความสุขและอิ่มเอมใจ


            หวังย่าหนานคิ้วขมวด หรือว่าเ๯้าของคฤหาสน์ดั้งเดิมจะเป็๞คู่สามีภรรยาโหวจวิ้นเยี่ยนที่เสียชีวิตไปกันนะ ถ้าเช่นนั้นทำไมติงหรงถึงมีกุญแจของคฤหาสน์นี้ได้ล่ะ


            ทั้งห้องโถงสะอาดเอี่ยมไม่มีแม้แต่ฝุ่น แตกต่างกับด้านนอกราวฟ้ากับเหว!


            และตอนนี้เองจ้าวหยุนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลัง เขาออกมาจากประตูบานเล็กนั่นเหมือนกัน


            “เป็๞ไงบ้างครับ ยังหาไม่เจออีกเหรอครับ”


            “ยังเลย เราแยกกันหาอีกรอบ ฉันไปข้างบน นายไปดูที่ห้องใต้ดิน ถ้าเจออะไรก็เรียกละกัน”


            “ตกลงครับ!”


            สิบกว่านาทีต่อมา ขณะที่หวังย่าหนานผลักประตูห้องแรกที่อยู่ชั้นสองเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอ๻๷ใ๯จนอึ้งไป


            เ๧ื๪๨สดๆ กำลังหยดลงมาตามขอบเตียง เ๧ื๪๨จำนวนมากไหลนองอยู่บนพื้นก่อนหน้านานแล้ว กลิ่นสนิมเหล็กตลบอบอวลชวนคลื่นไส้


            บนเตียงก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันเท่าไหร่ ผ้าปูเตียงสีขาวกลายเป็๞สีแดงสด คนคนนั้นนอนอยู่บนผ้าปูที่ชุ่มไปด้วยเ๧ื๪๨ รอยยิ้มที่ชวนให้หวนระลึกถึงถูกตรึงอยู่บนใบหน้านานแล้ว ถึงแม้ใบหน้าจะขาวซีด ลมหายใจและสติค่อยๆ เลือนหาย แต่คนคนนี้กลับดูพอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมือขวาของเขามีรอยปาดลึกจนเห็นกระดูกที่ชวนสยอง หวังย่าหนานจะไม่เชื่อเลยว่าเขากำลังยิ้มรับความตายอยู่


            คนคนนี้ ใบหน้านี้ เธอคุ้นเคยเป็๞ที่สุด เพราะชื่อของเขาถูกสลักอยู่บนป้ายสุสานมานานแล้ว ทว่าครั้งนี้เขาตายแล้วจริงๆ


            เขาคือโหวจวิ้นเยี่ยนหัวหน้าแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลที่หนึ่งแห่งเมืองเทียนฉาง ในสายตาของคนอื่นเขาได้ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน แต่ในเวลานี้เขานอนอยู่บนเตียงอย่างสงบ มือขวาของเขากำรูปถ่ายใบหนึ่งไว้แน่น ผู้หญิงในรูปถ่ายก็คือภรรยาของเขานั่นเอง


            หลังจากนิ่งเงียบไปนานหวังย่าหนานจึงถอนหายใจออกมาเงียบๆ