(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 50 ไม่บ้าผู้หญิง บ้าเกม…ก็บ้ารถ

     

    ตอนที่ 50 ไม่บ้าผู้หญิง บ้าเกม…ก็บ้ารถ

     

     

     

    พีทไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยว่ามีนักธุรกิจหญิงที่ชื่อว่ารดากำลังให้ความสนใจในตัวเขา โดยพีทได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการตรวจสอบภารกิจ ‘สงครามโปรโมชั่น’ ที่ระบบได้มอบให้ ที่เหลืออีกแค่ 2 วัน มันก็จะสำเร็จแล้ว

     

    ทั้งนี้หลังจากตรวจสอบภารกิจเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวของพีทก็ได้เข้าไปเล่นกับเจ้า AI.อัลฟ่า ที่ถูกดูแลและเลี้ยงดูโดยพ่อนมอย่างสตีเฟ่น จ๊อบส์และเหล่าบรรดาภูตผีที่อยู่ในระบบ ซึ่งเจ้า Ai.อัลฟ่า ก็ดูจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้มันเริ่มที่จะพูดอ้อแอ้ เหมือนกับเด็กทารกคนหนึ่งแล้ว

     

    [พัฒนาการของ เจ้าอัลฟ่าโตเร็วเท่ากับเด็ก 1 ขวบแล้ว] น้าผีได้เข้ามาพูดกับพีท ที่กำลังเล่นกับเจ้าเอไออัลฟ่า

    [ไอ้หนูช่วงนี้ก็ระวังตัวไว้หน่อยนะ จากที่ฉันสัมผัสได้ผ่านการโต้เถียงที่เกิดขึ้นระหว่างแกกับประธานคนนั้น ฉันคิดว่าประธานคนนั้นต้องเล่นไม่ซื่อกับแกแน่และอีกเรื่อง เมื่อครู่นี้ระบบที่ฉันติดตั้งเอาไว้เพื่อป้องกันตัว ได้มีการแจ้งเตือนส่งมาว่ามีคนได้เข้ามาตรวจสอบบริษัทไก่ทอดของแกและเพื่อนๆ รวมถึงยังได้บันทึกข้อมูลกลับออกไปด้วย]

     

    น้าผีกล่าวเตือน รวมไปถึงผีในระบบคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน ต้องอย่าลืมว่าทั้งสตีเฟ่น จ๊อบส์และผู้พันแซนเดอรอสต่างก็ผ่านการพบเจอกับนักธุรกิจมามากมาย กับอีแค่พฤติกรรมของประธานวรชัยที่แสดงออกมา มีหรือที่พวกเขาจะดูไม่ออก ว่าอีกฝ่ายคิดเล่นไม่ซื่อกับพีท

    อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ประธานวรชัยเท่านั้นที่คิดจะเล่นไม่ซื่อกับพีท ยังมีบุคคลปริศนาที่เข้ามาตรวจค้นข้อมูลในระบบจดทะเบียนบริษัทของประเทศไทย เพื่อค้นหาถึงร้านไก่ทอดของพีทไปอีกด้วย

     

    โดยน้าผีได้ทำการแอบติดตั้งระบบป้องกันชื่อของพีทเอาไว้ในฐานข้อมูลจดทะเบียนบริษัทเอาไว้ในก่อนหน้านี้แล้ว หรือก็คือน้าผีได้ทำการแฮ็กข้อมูลเข้าไปในฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เก็บข้อมูลบริษัท เพื่อที่จะปิดบังตัวตนของพีทดั่งเช่นที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของเขานั่นเอง

    ซึ่งไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลในหน่วยงานบริษัทเท่านั้น ที่น้าผีได้ทำการแฮ็กและเข้าถึงฐานข้อมูล ยังมีกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลในประเทศไทยอีกหลายสิบแห่งอีกด้วย ที่น้าผีสามารถเจาะระบบป้องกันได้อย่างง่ายดาย

     

    ทั้งนี้สิ่งที่น้าผีได้ทำการแฮ็กระบบฐานข้อมูลต่างๆ ในประเทศไทย เขาไม่ได้ทำไปเพื่อการก่อการร้ายหรือโจรกรรมข้อมูล ที่เรียกกันว่าแฮ็กเกอร์ หากแต่ทำไปเพื่อที่จะหาช่องโหว่ของระบบเพื่อที่จะทำการปิดกั้นพวกมันจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีจากต่างประเทศนั่นเอง

    อย่าได้คิดว่าระบบป้องกันทางไซเบอร์ของประเทศไทย จะมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขนาดนั้น ในช่วงปี 2013-2015 ในโลกของน้าผี ได้เกิดเหตุการณ์โจรกรรมข้อมูลจากแฮ็กเกอร์ต่างประเทศ

     

    มีการแฮ็กระบบของหน่วยงาน บางหน่วยงานในประเทศไทยเพื่อข่มขู่และเรียกค่าไถ่ สูงถึงหลายสิบล้านดอลล่าห์ ซึ่งทั้งหมดมีเพียงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องของกับการทำงานกับภาครัฐและเหล่าบรรดาแฮ็กเกอร์สายมืดด้วยกันในประเทศไทยเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

     

    โดยทางรัฐบาลได้แต่ปิดข่าวนี้ ไม่ให้ประชาชนได้รู้อย่างสุดความสามารถและที่น่าอดสูยิ่งไปกว่านั้นคือทางรัฐบาลได้จ่ายเงินให้กับแฮ็กเกอร์คนดังกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรามือไป ก่อนที่จะทำการยกเครื่องปรับปรุงระบบกันครั้งใหญ่

    และในครั้งนั้น น้าผี ก็ได้มีส่วนร่วมในการช่วยวางระบบให้กับรัฐบาลไทย เขาจึงได้รู้ว่าระบบป้องกันทางไซเบอร์ของประเทศไทยนั้นอ่อนแอมากแค่ไหนนั่นเอง

     

    น้าผีไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเดิม แม้เรื่องนี้จะไม่ได้เกิดเป็นข่าวดังใหญ่โตมากมาย แต่นี้คือฟางเส้นแรกที่ทำให้ในอีกหลายๆ ปีต่อมาในประเทศไทย ได้เกิดสิ่งที่เรียกว่าแก๊งคอลเซนเตอร์นั่นเอง

     

    [ผมจะระวังครับ แต่ใครเหรอครับที่พยายามค้นหาร้านไก่ทอดของผม แถมยังบันทึกข้อมูลผมไปอีกด้วย] พีทเอ่ยถาม พลางมองดู AI.อัลฟ่ากำลังเล่นเกมเรียงไพ่ ‘Solitair’ อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของสตีเฟ่น จ๊อบส์

    [เป็นพนักงานจากบริษัท สยามโนวากรุปและข้อมูลที่ถูกบันทึกออกไป ได้ถูกส่งไปให้กับรองกรรมการบริษัทคนหนึ่งของที่นั้น] น้าผีพูด พลางเปิดข้อมูลบริษัทที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลออกไปให้กับพีทได้รู้

    [สยามโนวากรุป?? นั้นเป็นบริษัทแม่ของบริษัทพี่แพร…พี่สาวของผมเองครับ] พีทที่ได้ยินก็พลันตกใจขึ้นมา เพราะกลัวว่าพี่แพรจะรู้เรื่องที่เขาแอบไปเปิดร้านขายไก่ทอดนั่นเอง

     

    พีทยังไม่อยากบอกเรื่องที่เขาเปิดร้านไก่ทอดกับครอบครัวมากนัก แม้จะรู้ว่าเรื่องนี้จะปิดได้ไม่นาน แต่อย่างน้อยก็อยากให้ปิดเรื่องนี้จากที่บ้านไปจนถึงวันที่เข้าเรียนจบเสียก่อน ซึ่งนั้นก็อีกแค่ไม่ถึง 3 เดือนข้างหน้าแล้ว

     

    พีทตั้งใจว่าจะเปิดเผยเรื่องที่เขาได้แอบเปิดร้านขายไก่ทอดและบริษัทแอปพลิเคชันส่งอาหารตอนเรียนจบ เพื่อที่จะไม่ต้องทำให้ที่บ้านต้องเป็นห่วง

    ความคิดของคนในครอบครัว พูดว่าแปลกมันก็แปลก…ตอนเรียนอยากให้ตั้งสมาธิกับการเรียนโดยที่ห้ามทำอะไร

    แต่พอเรียนจบมาทุกคนกลับกลัวว่าจะหางานทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ให้พูดกันตามความจริง การที่นักศึกษาจบใหม่มา ถ้าไม่มีโปรไฟล์ดีหรือมีผลการเรียนที่โดดเด่น ย่อมถือเป็นอุปสรรคในการสมัครงานอยู่แล้ว ยิ่งถ้านักศึกษาคนนั้นไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ยิ่งต้องแข่งขันกับนักศึกษาคนอื่นๆ อีกไม่รู้ต้องเท่าไร

     

    ฉะนั้นการมีประสบการณ์การทำงาน แม้จะเพียงน้อยนิดอย่างการเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

     

    แน่นอนที่บ้านของพีทก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน จึงยอมให้พีทได้ทำงานที่ร้าน QFC แต่ทว่าพวกเขารู้เพียงแค่นั้นว่าพีทเป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์คนหนึ่ง การทำงานทั้งหมดมีแค่รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

     

    แตกต่างจากการเป็นเจ้าของกิจการ เพราะการเป็นเจ้าของกิจการมันย่อมหมายถึงคนๆ นั้นจะต้องแบกรับทุกอย่างของร้านเอาไว้กับตัวเองนั่นเอง

     

    [ฉันคิดว่าไม่น่าจะใช่พี่สาวของแกนะ] น้าผีเองก็ไม่มั่นใจว่าใครเป็นคนบันทึกของพีทออกไป อนึ่งเป็นเพราะตัวของน้าผีเองไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีคนมาสนใจตัวของพีทเร็วขนาดนี้

     

    เขาเลยไม่ได้ทำการพัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบและติดตามผู้คัดลอกข้อมูลออกไป แต่จากในกรณีนี้ดูเหมือนว่าทางน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ คงต้องเหนื่อยกันอีกสักหน่อย เพื่อพัฒนาระบบที่เจาะเข้าไปในฐานข้อมูลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเสียแล้ว

     

    ฟู่~!

    พีทเป่าปากด้วยความโล่งใจ เมื่อรู้ว่าผู้ที่บันทึกข้อมูลของเขาไปนั้น ไม่ได้เป็นพี่สาวของตัวเอง

     

    พีทตื่นเช้ามาด้วยความสดใสหลังจากที่ได้พักเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน แม้ในวันนี้จะมีคนพูดถึงเรื่องของพีทที่ไปก่อเรื่องที่งานบรรยายอยู่บ้าง แต่เสียงดังกล่าวก็ดูจะเบาลงไปมากแล้ว บวกกับพีทเองก็ไม่ได้เข้าเรียนหรืออยู่ที่ร้านของเขา

    ต่อให้ใครจะคันปากมากแค่ไหน แต่สุดท้ายในเมื่อตัวต้นเรื่องไม่อยู่ให้คุย สุดท้ายก็ได้เงียบหายไปอย่างช้าๆ

     

    พีทได้มาดูเรื่องการต่อเติมร้านสาขาใหม่ที่ห้างธาราบุรี โดยมีฝ้ายติดตามมาด้วย แต่ก่อนที่จะไปถึงร้านไก่ทอดสาขาใหม่ วันนี้ก็ถึงเวลาที่จะส่งมอบรถที่เขาได้ทำการซื้อเอาไว้แล้ว

     

    พีท ฝ้ายและแชมป์ ได้ตื่นกันตั้งแต่เช้าเพื่อให้ทันฤกษ์งามยามดีตอน 9 โมง 9 นาที อันเป็นเวลามงคลที่คนไทยนับถือ ธูปเทียน ผลไม้ พ่วงมาลัยและน้ำอบ ได้ถูกโปรยใส่รถกระบะคันงาม จนกลิ่นนั้นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหน้าลานจอดรถ

     

    การส่งมอบเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที…ในที่สุด พวกเขาทั้งสามก็ได้มีรถมาใช้งานที่ร้านเป็นของตัวเองแล้ว

     

    อันที่จริง พีทเองก็เตรียมที่จะออกรถให้กับตัวเองเหมือนกัน หลังจากที่เขาทำเงินได้จากการขายแอป ที่ตอนนี้มียอดดาวน์โหลดจากแอปพลิเคชันแต่งรูปและแอปเกมของเขาประมาณ หนึ่งล้านดาวน์โหลดเข้าไปแล้ว

    แต่พอได้ลองคิดไปคิดมา เขาคิดว่าเอาไว้ค่อยซื้อหลังจากที่แอปพลิเคชันส่งอาหารของเขาเปิดตัวและเข้าที่เข้าทางกว่านี้จะดีกว่า ลำพังแค่รถกระบะคันนี้คันเดียวก็น่าจะพอแล้ว สำหรับการเดินทางของเขา

     

    พีทได้ขับรถกระบะคันงาม ป้ายแดงไปยังห้างธาราบุรีพร้อมกับฝ้าย ส่วนแชมป์วันนี้เนื่องจากมีธุระที่ต้องไปจัดการที่มหาลัย เลยขอสลับตัวกับฝ้ายวันหนึ่ง เปลี่ยนเป็นแชมป์มาดูแลร้านข้างมหาลัยแทนวันหนึ่ง

     

    พีทและฝ้ายได้ขับรถกระบะป้ายแดงของเขา เข้าไปจอดที่ลานจอดรถใต้ดิน ซึ่งในระหว่างที่กำลังจอดอยู่นั่นเอง ลานจอดรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ได้มีรถสีขาวคันหนึ่ง ที่ดูคุ้นตาสำหรับพีทได้ขับเข้ามาจอด…เอี้ยด~!

    และก็เป็นดั่งที่พีทได้คาดไว้ไม่มีผิดเป็นรถของพี่เอก ที่ได้ลงมาจากรถพร้อมกันกับดาว

     

    พีทและฝ้าย พยายามที่จะเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับสองคนนี้เท่าไรนัก แต่น่าเสียดายที่ดูจะเหมือนว่าพวกเขาจะหลบไม่พ้น ด้วยความที่รถทั้งสองจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน จึงไม่แปลกที่ดาวและพี่เอก จะเห็นถึงพีทและฝ้ายที่กำลังยืนอยู่หน้ารถกระบะของพวกเขา

    และด้วยสายตาที่รวดเร็วของดาวนั่นเอง เธอก็ได้เหลือบไปเห็นพีทกำลังใส่กุญแจรถลงในกระเป๋ากางเกงของตัวเองพอดิบพอดี

     

    “อ้าว…น้องๆ มาทำอะไรกันที่ห้างเหรอครับ วันนี้ไม่เปิดร้านขายไก่ทอดเหรอ?” พี่เอกยิ้มร่า แสร้งเข้ามาทักทายพวกเขาราวกับคนที่สนิทสนมกัน แต่ความจริงแล้วกำลังตั้งใจเหยียดพีทที่เปิดร้านขายไก่อยู่ต่างหาก

    แม้จะรู้ว่าพีทได้ก้าวหน้าเปิดร้านใหญ่โตแล้ว ไม่ได้เป็นเพียงร้านไก่ทอดเล็กๆ เหมือนวันแรกๆ แต่ในสายของพี่เอกก็ยังคงมองร้านไก่ทอดเป็นแค่ร้านข้างทางเหมือนเดิม

     

    ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะถือโอกาสนี้เหยียดอีกฝ่ายสักหน่อย “เปิดครับ ถ้าจะไปอุดหนุนก็เชิญได้เลย” พีทตัดบทด้วยความรำคาญ พลางเตรียมที่จะเดินจากไปอีกทาง

    แต่กระนั้นดาวกลับพูดแทรกขึ้นมา เพื่อถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในงานบรรยายที่ตัวของดาวได้มานั่งอยู่ข้างๆ พีท แต่สุดท้ายพีทกลับดันถูกไล่ออกจากงานไปเสียก่อน

     

    “พีทเป็นยังไงบ้าง ได้ถูกอาจารย์ต่อว่าหรือเปล่า? เมื่อวานดาวเห็นอาจารย์หลายคนๆ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลย” ดาวพยายามที่จะชวนพีทคุย พลางเหลือบสายตามองไปยังฝ้ายที่ยืนอยู่ข้างๆ พีทด้วยความหึงหวง ที่แสดงออกมาผ่านทางสีหน้า โดยไม่มีปิดบัง

    “พีทอยู่คุยไปก่อนนะ ฝ้ายลืมมือถืออยู่ในรถช่วยเปิดรถให้หน่อย” มีหรือที่ฝ้ายจะไม่รู้สึกถึงสายตาของดาวที่มองเธอด้วยความไม่พอใจ

    ฝ้ายคุ้นชินแล้วกับสายตานี้ของดาวและไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายมันที่ผ่านๆ มา โดยตอนที่พีทยังคบกับดาวและวันไหน มีฝ้ายมาด้วย วันนั้นพีทกับดาวจะต้องทะเลาะกันทุกที

     

    ปิ้บ~!

    พีทพยักหน้าและได้ทำการเปิดรถล็อกรถด้วยรีโมตกุญแจ แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ดาวหันความสนใจมาทันที ‘รถกระบะคันใหม่ ป้ายแดง รถของใครกัน?’ ดาวตะลึงเล็กน้อยที่เห็นพีทใช้รีโมตเปิดรถคันดังกล่าว

     

    แต่ทว่า…แม้เธอจะอยากรู้มากแค่ไหน ก็ดูจะสู้พี่เอกไม่ได้ ความสนใจของผู้ชายนั้นมีไม่กี่อย่าง ‘ไม่บ้าผู้หญิง…ไม่บ้าเกม…ไม่บ้าเที่ยวกลางคืน ก็บ้ารถ!’ พี่เอกก็เป็นอย่างหลังนี้เหมือนกัน ไม่เช่นนั้นรถฮอนด้า Jazz สีขาวคู่ใจคงไม่แต่งเต็มแบบนี้หรอก

     

    “รถของน้องเหรอ?” พี่เอกถาม พลางเดินไปรอบรถเพื่อสำรวจมองดูสภาพรถ ที่ถึงแม้จะเป็นรถป้ายแดง แต่ก็แอบสงสัยอยู่เล็กๆ ว่า พีทจะมีกำลังซื้อรถมือหนึ่งแบบนี้ได้ยังไง ดังนั้นในใจของพี่เอกจึงมุ่งหวังคำตอบจากพีทว่า เป็นรถที่ยืมเพื่อนมา เป็นต้น

    “ใช่ครับ รถของผมเอง” พีทตอบแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาไม่ได้ต้องการโอ้อวดรถของเขา เพราะจุดประสงค์ของรถคันนี้ ซื้อมาเพื่อใช้ที่ร้าน ไม่ได้ใช้เป็นรถส่วนตัวของเขา

     

    กระนั้นคำตอบของพีทที่ดูไม่ใส่อะไรก็ทำให้พี่เอกและดาว อึ้งค้างไปแล้ว ใบหน้าของพี่เอกเขียวคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ดูก็รู้ว่ากำลังอิจฉาพีทอยู่

     

    “โครงการรถคันแรกสินะ มีเงินผ่อนไหวเหรอ…ดาวน์ไปเท่าไร ผ่อนกี่ปีล่ะ ตอนซื้อรถทำไมไม่ปรึกษาคนรู้เรื่องก่อน ใครเขาซื้อรถรุ่นนี้กัน ดีไซน์ก็ดูตลกๆ ถึงจะแถมออฟชั่นมาให้ก็เถอะ แต่พี่ขอบอกตามตรง น้องถูกพวกพนักงานขายรถหลอกเอาแล้ว” พี่เอกได้เอามือกอดอก เพื่อทำตัวเป็นผู้รู้เกี่ยวกับรถ ก่อนจะวิจารณ์รถของพีทอย่างออกนอกหน้า

    “ใช่ครับ โครงการรถคันแรกครับ ดาวน์ไป 3 แสน ผ่อนอีก 3 ปีครับ” พีทตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นเคย อันที่จริงก่อนหน้านี้พีทได้ทำการเลือกดาวน์รถด้วยเงินเพียง 1 แสนบาทและขอผ่อนเป็นระยะเวลา 5 ปี

     

    แต่ด้วยความที่พีทสามารถทำเงินได้จากการขายแอปเป็นจำนวนมาก ทำให้เขาเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อขายของเขาใหม่ เขาได้ทำการติดต่อพนักงานขายรถเพื่อปรับเปลี่ยนวงเงินดาวน์และระยะเวลาผ่อนเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

    ด้วยวงเงินที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เยอะขึ้น มีหรือที่ทางด้านของพนักงานขายจะไม่ยินดี พวกเขาตอบตกลงพีทในทันที ก่อนจะเสนอออปชั่นของแต่งให้กับพีทอย่างสมน้ำสมเนื้อ

     

    ซึ่งแน่นอนของแต่งพวกนี้ มีทั้งภายในและภายนอก ส่วนที่พี่เอกได้เห็นมันก็เป็นแค่เนื้อหนังภายนอกของรถคันนี้เท่านั้น ถ้าหากพี่เอกได้เข้าไปนั่งด้านใน ก็คงจะรู้ว่ารถคันนี้ของพีทจัดหนักจัดเต็มด้วยออปชั่นเสริมที่เป็นของแท้มากมายขนาดไหน!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน