ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 เสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว


            “นี่มัน...” ทุกคนต่างตกใจกับพลังมิติที่ลำแสงนั้นปลดปล่อยออกมา

            “นี่คือแสงนำทางงั้นหรือ?” ทุกคนครุ่นคิดอยู่ในใจ จากนั้นพวกเขาไปรวมตัวที่ลำแสงนั้นอยู่

            “ทั้งแปดคนผ่านการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนแล้ว เมื่อผ่านลำแสงนี้ก็จะกลับไปยังสำนักยุทธ์” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นฉับพลันราวกับมาจากฟากฟ้า

            ดวงตาของทุกคนพลันกลายเป็นแหลมคม นี่เป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ จากนั้นทุกคนต่างก้าวไปยังศูนย์กลางของลำแสง ทันใดนั้นพลังมิติก็ห่อหุ้มร่างกายของพวกเขา นาทีต่อมาทุกคนถึงรู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของตนดับมืดและวิงเวียนศีรษะ ราวกับว่ากำลังแล่นทะยานอยู่ในโลกอันมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด เมื่อพวกเขารู้สึกว่าร่อนลงถึงพื้น ก็พบว่าตัวเองกลับมาที่ทางเข้าหุบเขาเทียนเสวียนแล้ว ทั้งยังมีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเฝ้ารออยู่

            “ออกมาแล้ว! แปดคนนี้ผ่านการทดสอบจากหุบเขาเทียนเสวียน ดูเหมือนว่าจะมีน้อยคนนักที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสำนักยุทธ์เทียนเสวียน พวกเขาคือผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง” สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมายังคนทั้งแปด พวกเขามาจากแต่ละสำนักยุทธ์เพื่อมาดูความครึกครื้นของที่นี่ บ้างก็เป็นผู้แพ้จากการเข้าร่วมการทดสอบและใช้ยันต์เคลื่อนย้ายออกมา

            แต่ตอนนี้ทุกสายตามองไปยังเย่เฟิงและอีกเจ็ดคนด้วยสายตาเป็นประกาย พวกเขาอยากเห็นว่าอัจฉริยะแบบไหนที่สามารถผ่านการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนที่รายล้อมไปด้วยอันตรายที่ไร้สิ้นสุด

            ไป๋หลิงและซุนจิ้งก็อยู่ในฝูงชนเช่นกัน เมื่อพวกนางเห็นเย่เฟิงในกลุ่มแปดคนก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ พวกนางไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเป็นความจริง แต่ความจริงก็ปรากฏตรงหน้าพวกนางแล้ว พวกนางไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เย่เฟิงคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งยังผ่านการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียน กระทั่งกลายเป็นอัจฉริยะที่ผู้คนนับหมื่นเลื่อมใสศรัทธา

            “ทั้งแปดคนผ่านบททดสอบพร้อมกัน ยุครุ่งเรืองของข้าสำนักยุทธ์เทียนเสวียนกำลังจะมาถึงแล้วงั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นสำนักยุทธ์เทียนเสวียนของข้าก็จะได้เปล่งประกายในงานชุมนุมหวงปั่งที่จัดขึ้นทุกสามปีน่ะสิ” ขณะนั้นมีผู้อาวุโสสายนอกกล่าวด้วยความตื่นเต้น

            งานชุมนุมหวงปั่งนั้นจัดขึ้นทุกสามปี เช่นนั้นต้นปีหน้าก็จะถึงเวลาของงานชุมนุมหวงปั่ง ถึงเวลานั้นอัจฉริยะจากสำนักยุทธ์ต่างๆ ในเมืองหลวงจะมารวมตัว ซึ่งในงานจะมีทั้งการเทศนา ไถ่ถามวิถี ชิงอันดับ และประลองฝีมือ อีกอย่างงานชุมนุมนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของเมืองหลวงอาณาจักรจ้าว ทุกครั้งที่จัดงานจะดึงดูดความสนใจจากผู้คนนับล้าน ดังนั้นเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสสายนอกคนนั้นแววตาของทุกคนต่างก็เป็นประกาย และรอคอยงานชุมนุมหวงปั่งที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้าอย่างใจจดใจจ่อ

            ขณะที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ พลันมีบางคนเอ่ยขึ้นว่า “แต่ปลายปีนี้จะมีการแข่งขันของสำนักยุทธ์ เหล่าอัจฉริยะจะแข่งขันเพื่อชิงรายนามบนแท่นศิลาเทียนเสวียน หลังจบการแข่งขันสำนักยุทธ์ ลำดับต่อมาก็เป็นงานชุมนุมหวงปั่ง ช่างเป็นปีที่เต็มไปด้วยความคาดหวังยิ่งนัก”

            ได้ยินเช่นนั้นก็มีหลายคนพากันพยักหน้า พวกเขาต่างรอคอยงานสำคัญยิ่งใหญ่ทั้งสองงานที่กำลังจะมาถึง หลังจากนั้นไม่นานเสียงพูดคุยก็ค่อย ๆ สงบลง มีหลายคนที่ยังไม่ละสายตาไปจากแปดคนนั้นที่ผ่านการทดสอบ

            “เฉินอ้าวเทียน ซ่างกวนหง เฟิงเฉียน หลิวอวิ๋นเจี๋ย เซิ่งจื่อแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เทียนยวี่ ฉินเยียนหราน และโจวมู่ไป๋ คนเหล่านี้ล้วนฝีมือร้ายกาจ ผ่านการทดสอบก็สามารถเข้าใจได้ แต่คนนั้นที่อยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 เป็นใครกัน? แล้วเขาผ่านการทดสอบมาได้อย่างไร? ต่อให้เป็นอีกาในฝูงหงส์ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ” มีคนหนึ่งกล่าวขณะมองไปที่เย่เฟิงด้วยสีหน้ากังขา ในบรรดาแปดคนนี้ เฉินอ้าวเทียนกับซ่างกวนหงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่ ฝีมือย่อมชัดเจน ส่วนเฟิงเฉียน ฉินเยียนหราน และคนอื่น ๆ ต่างอยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 9 ทว่ามีเพียงเย่เฟิงคนเดียวที่อยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 แต่การที่ผ่านบททดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนมาได้ มันช่างไม่สมเหตุสมผล

            “พวกเขากำลังพูดถึงเจ้า” ฉินเยียนหรานกล่าวขณะมองเย่เฟิงราวกับว่านางเห็นเย่เฟิงเป็นสหายไปแล้ว

            “ช่างปะไร ทำไมข้าต้องสนใจคำพูดของพวกเขา? ทำตัวเองให้ดีก็พอแล้ว” เย่เฟิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แต่จู่ ๆ มีอีกคนพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าคนผู้นี้ดูสนิทสนมกับฉินเยียนหรานมากขนาดไหน หรือว่าฉินเยียนหรานจะเป็นคนคอยช่วยเหลือเขามาตลอด?”

            “จะเป็นไปได้ยังไง ในหุบเขาเทียนเสวียนมีอันตรายรอบด้าน ฝีมือของฉินเยียนหรานแม้จะไม่เลว แต่นางจะช่วยให้ผู้ชายคนหนึ่งผ่านการทดสอบได้อย่างไรกัน?” มีคนเอ่ยด้วยความสงสัย ก่อนจะมีหลายคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ฉินเยียนหรานงดงามเพียงนี้จะยอมลดตัวมาช่วยผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 ให้ผ่านบททดสอบไปทำไมกัน?

            เมื่อได้ยินคำถกเถียงของคนเหล่านี้ บรรยากาศก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ในระหว่างการถกเถียงกันนั้น เย่เฟิงก็กลายเป็นประเด็นหลักที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างไม่รู้ตัว

            “พวกเจ้าอย่าพูดจาส่งเดชเชียว คนผู้นี้ฝีมือไม่ธรรมดา ต้องรู้ว่าตอนอยู่ในหุบเขาเทียนเสวียน เขาสามารถแย่งชิงผลเทียนเสวียนได้ถึงแปดผลจากเก้าผล อีกอย่างยังรอดชีวิตจากการไล่ล่าของผู้ฝึกยุทธ์มากมายได้อีก” ขณะนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์อีกคนพูดขึ้น เย่เฟิงคนเดียวได้รับผลเทียนเสวียนไปถึงแปดผล เพราะว่าผู้ฝึกยุทธ์คนนี้เห็นเหตุการณ์กับตาตัวเอง พลังโจมตีอันแกร่งกล้าของเย่เฟิงเอาชนะหนานกงหลิงซวงผู้มีวิญญาณสงครามหงส์ขั้นเขียว ทั้งยังเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว เหตุการณ์ในตอนหลบหนีนั้นยังคงชัดแจ้งอยู่ในความทรงจำ

            “อะไรนะ?” ทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็ตะลึงงัน ลือกันว่าผลเทียนเสวียนได้ปรากฏในหุบเขาเทียนเสวียน หลายคนจึงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ถึงอย่างไรทุกคนในที่แห่งนี้ก็ยังไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง เพราะเรื่องนี้จึงดึงดูดผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากเข้าร่วมการทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียน ก็เพื่อผลเทียนเสวียน

            บัดนี้พวกเขาไม่เพียงได้ยินว่าผลเทียนเสวียนมีอยู่จริง แต่ยังมีถึงเก้าผล ที่สำคัญกว่านั้นคือจากแปดผลในเก้าผลตกอยู่ในมือของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 นี่ทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ

            ต้องรู้ก่อนว่าผู้เข้าร่วมทดสอบมีเป็นพัน ๆ คน ผู้อยู่จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายาก็มีเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่หลายคนเข้าร่วมการทดสอบนี้ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ผลเทียนเสวียนจะตกไปอยู่ในมือของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 แต่เพียงผู้เดียวได้อย่างไร?

            “เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด เจ้ากำลังล้อเล่นอยู่แน่ ๆ เขาอยู่แค่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 การที่ผ่านบททดสอบได้ก็นับว่าน่าอัศจรรย์มากแล้ว ไม่รู้ว่าทำการซุกซ่อนหรือแย่งชิงผลเทียนเสวียนออกมาได้อย่างไร?” ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 9 คนหนึ่งกล่าวด้วยความดูแคลน ราวกับว่าไม่เห็นเย่เฟิงอยู่ในสายตา

            “เจ้าไม่เชื่อฝีมือของคนผู้นี้ก็ลองไปทดสอบดูสิ หากเจ้าเอาชนะเขาได้ เช่นนั้นผลเทียนเสวียนที่เขาได้มาก็จะตกเป็นของเจ้า” ผู้ฝึกยุทธ์อีกคนกล่าวขณะมองผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 9 คนนั้น

            “เขางั้นหรือ?” ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 9 คนนั้นชำเลืองมองเย่เฟิงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาเย่เฟิงพร้อมกล่าวขึ้น “ได้ยินมาว่าเจ้ามีฝีมือไม่เลว ถึงกับชิงผลเทียนเสวียนได้ตั้งแปดผล เป็นความจริงหรือไม่?”

            เย่เฟิงหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเฉยเมยพร้อมกล่าวต่อ “เรื่องของข้า เจ้ามีสิทธิ์มารับรู้ด้วยหรือ?”

            “ฮ่า ๆ ๆ” ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “หยิ่งยโสพอตัว แบบนี้สิถึงจะน่าสนใจ”

            เมื่อกล่าวจบ ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นกวาดมองเย่เฟิงแวบหนึ่ง จากนั้นกล่าวอีกว่า “หากหมัดของข้าโค่นเจ้าได้ก็คงมีสิทธิ์รับรู้ได้แล้วใช่ไหม?”

            ในระหว่างที่พูดนั้น สายตาของผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นเปลี่ยนเป็นเฉียบคม ก่อนจะปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลโจมตีเย่เฟิง ในขณะที่หมัดของผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นถูกปล่อยออกไป เขารู้สึกว่าหมัดของเขาถูกฝ่ามือใหญ่คว้าจับไว้ พร้อมกับมีพลังแกร่งกล้าที่ทำให้หมัดของเขาเดินหน้าต่อไม่ได้

            “เจ้าจะโค่นข้าภายในหนึ่งหมัดงั้นหรือ?” เย่เฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะจับหมัดของอีกฝ่ายไว้แน่น

            ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นเผยสีหน้าหวาดกลัว เขารู้สึกว่าหมัดของตนถูกพลังที่มิอาจต่อต้านได้พันธนาการ ต่อให้เขาดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์

            “ไม่...” บนหน้าผากของผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ รู้ว่าครั้งนี้ตัวเองไปยั่วโทสะคนที่ไม่ควรจะยั่วด้วย จึงกล่าวเช่นนั้นด้วยเสียงติด ๆ ขัด ๆ และได้แต่เกลียดตัวเองที่ไปฟังคำนินทาไร้สาระของคนชั้นต่ำพวกนั้น

            “ใต้เท้าโปรดเมตตาด้วย ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว” ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นวิงวอนเย่เฟิงโดยหวังว่าเย่เฟิงจะปล่อยเขาไป

            “เสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว!” เย่เฟิงแสยะยิ้ม ก่อนจะปล่อยหมัดโจมตีไปที่จุดตันเถียนและจุดชี่ไห่ของอีกฝ่าย ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นต้องตัวสั่นแรงและโอดครวญออกมา ก่อนร่างจะกระเด็นปลิวออกไป

            คนผู้นี้เห็นเย่เฟิงมีระดับการบ่มเพาะต่ำต้อย จึงดูถูกเหยียดหยามและพูดจาโดยไม่เกรงใจเย่เฟิง ซ้ำยังบอกว่าจะโค่นเย่เฟิงภายในหนึ่งหมัด แต่เขาพบว่าตนเองสู้เย่เฟิงไม่ได้ จึงเอ่ยปากขอให้เย่เฟิงไว้ชีวิตเขา ทำผิดก็คิดขอโทษเพื่อแก้ไขปัญหา แต่มีหรือในโลกนี้จะสวยงามเช่นนั้น?

            ในทางกลับกัน หากผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นมีพลังแกร่งกล้าพอจะเอาชนะเย่เฟิงได้ เย่เฟิงจะมีจุดจบเช่นไร? เกรงว่าจะน่าสมเพชยิ่งกว่าคนผู้นั้นในเวลานี้หลายเท่า ดังนั้นจะโทษเย่เฟิงที่ลงมือโดยไร้ความเมตตาไม่ได้ เย่เฟิงก็แค่คืนทุกอย่างที่อีกฝ่ายต้องการให้เขา

            “ช่างโหดยิ่งนัก” ฉากนี้ทำให้ทุกคนใจเต้นโครมคราม ได้รู้จักกับความโหดและความแข็งแกร่งของเย่เฟิง คนเหล่านั้นที่พูดจาดูถูกเย่เฟิงถึงกับหน้าเปลี่ยนสี และไม่กล้าพูดอะไรอีก ราวกับกลัวเย่เฟิงจะมาเอาคืนพวกเขาที่พูดจาดูถูกเหยียดหยาม

            ในโลกที่มีแต่ผู้ฝึกยุทธ์มากฝีมือ ผู้อ่อนแอมักตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง เมื่อเจ้าแสดงความแข็งแกร่ง อีกฝ่ายจึงจะเคารพนับถือโดยไร้ข้อกังขาใด ๆ เช่นเดียวกับเย่เฟิงในเวลานี้ ใช้ความแข็งแกร่งกำราบ ทำให้คนเหล่านั้นที่ชอบดูถูกถึงกับปิดปากเงียบ

            “เงียบ!” ตอนนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากตำหนักตรงทางเข้าหุบเขาเทียนเสวียน ทุกคนจึงหันไปมองทางด้านนั้น ก่อนจะเห็นผู้อาวุโสวัยกลางคนปรากฏตัวอีกครั้ง ผู้อาวุโสคนนั้นมองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทีเกรงขาม สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดที่แปดคนนั้น นับแต่ที่เขาเฝ้าหุบเขาเทียนเสวียนแห่งนี้มายังไม่เคยปรากฏผู้ผ่านการทดสอบพร้อมกันถึงแปดคนเช่นนี้ กระทั่งสามคนพร้อมกันก็ไม่เคยมี อีกอย่างครั้งนี้ยังมีคนผู้หนึ่งสามารถผ่านการทดสอบทั้งเก้าของวานรยักษ์ภายในเวลาเก้าวันได้

            “การทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว พวกเจ้าทั้งแปดคน อีกเดี๋ยวข้าจะแจกรางวัลให้พวกเจ้า” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวช้า ๆ แต่กลับมองไปที่เย่เฟิงด้วยสายตาที่แฝงด้วยความชื่นชม

            “การแจกรางวัลมาถึงแล้ว” ทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันอิจฉา การทดสอบของหุบเขาเทียนเสวียนนั้นลึกลับและอันตรายเสมอมา ดังนั้นรางวัลของสำนักยุทธ์ที่จะมอบให้แก่ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะต้องล้ำค่ามากแน่นอน

            “ทั้งแปดคนผ่านการทดสอบ จะมีการแบ่งอันดับคะแนนหรือไม่?” มีคนหนึ่งเอ่ยถามผู้อาวุโสคนนั้นด้วยสายตาคาดหวัง นี่ทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างตาเป็นประกาย พวกเขาทุกคนอยากรู้ว่าในแปดคนที่ผ่านการทดสอบนี้ใครจะมีฝีมือดีที่สุด

            “มีแค่อันดับที่ 1 เท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่นับ” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวขณะมองคนผู้นั้น

            “มีแค่อันดับที่ 1 เช่นนั้นใครในแปดคนนี้จะได้อันดับที่ 1 ของการทดสอบครั้งนี้?” ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ในใจกลับรู้สึกสนใจผู้ที่จะได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้

            “เฉินอ้าวเทียนแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาแปดคน ข้าเดาว่าเฉินอ้าวเทียนได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบครั้งนี้เป็นแน่” มีคนกล่าวขึ้นเสียงเบาขณะมองเฉินอ้าวเทียนด้วยสายตาเคารพยำเกรง


    คล้ายกับเรื่องชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373