กว่าซีห่าวจะจัดการธุระต่าง ๆ เสร็จและเดินทางกลับถึงบ้านก็เป็เวลาเย็นแล้ว
ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น ก็มองเห็นประตูรั้วที่พังมาแต่ไกลเลย เขาจึงรีบวิ่งตรงไปที่ประตูบ้านทันที
เมื่อถึงแล้วชายหนุ่มก็เปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความเป็ห่วงน้อง ๆ และภรรยาของตน ไม่รู้ว่าจะยังปลอดภัยกันดีหรือไม่
กุกกัก!! แกร๊ก!!
เอี๊ยด…
ทางด้านชิงอีและเด็ก ๆ ที่กำลังทำมื้อเย็นอยู่ในครัวต่างได้ยินเสียงแปลก ๆ มาจากประตูบ้าน จึงมองหน้ากันอย่างสงสัย
ซึ่งทั้งสามคนต่างก็คิดตรงกันว่า ‘หรือจะเป็บ้านใหญ่อีกแล้ว’ เด็กหญิงตัวน้อยจึงขยับเข้าไปเบียดชิดติดกับพี่ชายทันทีด้วยความกลัว
หญิงสาวจึงบอกให้ทั้งสองอยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหน จากนั้นนางก็มองหาและหยิบอาวุธคู่ใจเดินออกไปทันที
‘หวังว่าจะไม่ใช่ผีนะ มาตอนค่ำ ๆ แบบนี้ด้วย ถ้าเป็คนยังพอสู้ได้นิดหน่อย แต่ถ้าเป็ผีนี่นางเผ่นอย่างเดียวเลยนะ ก็ใครจะไปสู้กับสิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องได้หละ บรื้ยยย ไม่เอาด้วยหรอก น่ากลัวจะตาย’
เมื่อมาถึงนางเห็นเป็เงาตะคุ่ม ๆ คล้ายผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เทอะทะ มีกลิ่นเหม็นสาบติดตัวแรงสุด ๆ นางจะเป็ลม ร่างนั้นกำลังหันหลังน่าจะปิดประตูบ้านอยู่
‘รูปร่างแบบนี้ไม่ใช่พวกบ้านใหญ่หนิหน่า หรือว่าจะเป็โจรโรคจิตคิดปล้นสวาท ใช่แน่ ๆ ต้องใช่แน่ ๆ เลย อย่างนี้เอาไว้ไม่ได้แล้ว’ นางจึงคิดในใจ
ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าเป็ใคร แต่นางเป็ผู้ใหญ่คนเดียวในบ้านต้องปกป้องเด็ก ๆ
ถ้าจะให้ะโเรียกคนมาช่วยตอนนี้ก็คงไม่ทัน เพราะบ้านของนางค่อนข้างจะไกลจากบ้านคนอื่นพอสมควร ซึ่งกว่าทุกคนจะมาถึงนางกับเด็ก ๆ อาจจะถูกฆ่าตายไปแล้วก็ได้
ดังนั้นชิงอีจึงย่องไปด้านหลังเ้าโจรนั่น แล้วยกไม้ขึ้นฟาดไปที่ท้ายทอยทันที ถือคติว่า ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ ซึ่งนางคาดว่าจะฟาดให้สลบภายในครั้งเดียวเลย
ฟุบ!!!
โจรนั่นหลบได้อย่างหวุดหวิด และหันหน้ากลับมามองนาง ซึ่งสิ่งที่เห็นทำให้นางใกลัวมาก
“กรี๊ดดดดดด ผีหมีควายช่วยด้วย ผีหมีควายขึ้นบ้าน ช่วยด้วย” หญิงสาวร้องโวยวายออกมาเสียงดังลั่น
ด้านซีห่าวเองก็ใกับเสียงร้องของนางเช่นกัน เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้าไปประชิดตัวและปิดปากเอาไว้ หวังให้หยุดร้องก่อน
“อุ๊บ!!! อ๊าาา อ่อยอ้าอะ(ปล่อยข้านะ)” เมื่อถูกปิดปากชิงอีก็ตระหนักได้ว่า ‘เห้ยไม่ใช่ผี เป็คนนี่หว่า มีตัวตน’ นางจึงดิ้นรนหาทางรอดมากขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งขณะที่กำลังพัวพันกันอยู่นั้น ซีห่าวรู้สึกตัวอีกทีตัวเองก็ลอยข้ามหัวหญิงสาวไปนอนกองอยู่บนพื้นด้วยความจุกเรียบร้อยแล้ว
“โอ๊ย!! อุก!!”
“หน่อยแน่ คิดจะมารังแกข้าเหรอ เห็นว่าที่นี่มีแค่เด็กกับผู้หญิงใช่ไหมถึงกล้าที่จะเข้ามาเช่นนี้ คิดจะปลุกปล้ำย่ำยีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่แสนบอบบางเช่นข้าเหรอ ฝันไปเถอะ รู้จักแม่น้อยไปเสียแล้ว นี่แหนะ ๆ” ชิงอีพูดแล้วก็เตะไปที่ร่างนั้นด้วยความโมโห
ตุ๊บ !! ตุ๊บ !!
“โอ๊ย!! โอ๊ย!!”
ซีห่าวร้องออกมาด้วยความเจ็บ พร้อมทั้งคิดว่าผู้หญิงอะไรเท้าหนักจริง ๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักที เขาจึงต้องรีบส่งเสียงออกมาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด
“ข้าเอง”
“ข้าไหน ข้าไม่รู้จัก นี่แหนะ”
“โอ๊ย!! หยุดก่อน ข้าจ้าวซีห่าว สามีของเ้าไง”
“ห๊ะ อะไรนะ เ้ากล้ามาโกหกข้าอีกเหรอ สามีของข้าอยู่ในป่าจะเป็เ้าได้เช่นไร”
ขณะเดียวกันสองแฝดก็พากันวิ่งออกมาช่วยพี่สะใภ้ ั้แ่ที่ได้ยินเสียงร้องะโ เมื่อมาถึงพวกเขาก็เห็นนางกำลังเตะชายคนนึงที่นอนอยู่ที่พื้น และเมื่อได้เห็นหน้าชายคนนั้นชัด ๆ พวกเขาก็ร้องะโออกมาอย่างใ
“พี่ใหญ่” x2
เสี่ยวหลานรีบวิ่งเข้าไปดูอาการพี่ชายทันที ส่วนซิงเอ๋อก็เข้ามาแยกพี่สะใภ้ออกจากพี่ชายตัวเองเช่นกัน
“ห๊ะ สามีของข้าเหรอ” เมื่อได้ยินเด็ก ๆ เรียกชายตรงหน้าว่า ‘พี่ใหญ่’ นางถึงกับตกตะลึงไปเลยทีเดียว
ยิ่งมาคิดย้อนถึงสิ่งที่เพิ่งทำลงไป ก็อยากจะเป็ลมสลบไปตรงนี้เลย เมื่อครู่นางเพิ่งจะกระทืบสามีไปเองนะ ตายแน่เลย ตายแน่ ๆ
ไม่คิดเลยว่าฉากการพบกันระหว่างนางกับสามีจะประทับใจสุด ๆ ขนาดนี้ (ประชดเหรอ/ไรท์ : ก็ใช่หนะซิ/ชิงอี)
หมดกันภาพลักษณ์ที่มี เขาคงคิดว่านางเป็สตรีป่าเถื่อนแน่ ๆ เลย ฮือ ๆ ๆ
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เข้าใจผิด ที่สุดแสนกระอักกระอวนใจ พวกเขาก็แยกย้ายกันไป
จ้าวซีห่าวนั้นตรงไปอาบน้ำชำระร่างกายทันที เพราะจากที่เขาสังเกตขณะพูดกันอยู่ ทั้งสามคนยกมือขึ้นปิดจมูกและหันหน้าหนีเขา สงสัยตัวเขาจะเหม็นมาก ๆ ใช่ไหม
แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า อยู่ในป่าที่มีอันตรายรอบด้านไม่ว่าจะเป็จากสัตว์หรือต้นไม้ ถ้ามัวแต่อาบน้ำรักษาความสะอาดโดยไม่ระวังก็อาจจะตกตายได้เลยนะ
ส่วนด้านชิงอี เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มจากไปแล้วก็ถึงกับถอนหายใจออกมาทันที เผลอกลั้นหายใจนานไปหน่อย
“เห้ออออ” x3
‘อ้าวววว ไม่ใช่นางคนเดียวนี่ที่กลั้นหายใจ’ ทั้งสามมองหน้ากันอย่างเข้าใจความคิดของแต่ละคน จากนั้นก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ฮะฮ่าฮ่า”
จากนั้นก็พากันเข้าครัวไปทำอาการเย็นต่อ ซึ่งวันนี้นางก็ยังทำโจ๊กเผือกกับผัดผักใส่หมูเช่นเดิม ก็วัตถุดิบมีอยู่เท่านี้นี่หนา ยังไม่ได้ออกไปหามาเพิ่มเลย ั้แ่ที่เข้าป่าไปวันนั้น
อ้ออ มีมันเผาด้วยนะ แต่ว่าน่าจะต้องเผาเพิ่มอีกเพราะดูจากขนาดตัวของสามีในนามแล้ว เท่านี้ไม่น่าจะอิ่ม
เมื่อทำกับข้าวเสร็จแล้ว ก็ช่วยกันยกมาตั้งที่โต๊ะ ซึ่งชายหนุ่มที่กลับมาจากอาบน้ำก็เข้าไปช่วยยกเช่นกัน
‘อืมมม นิสัยใช้ได้ ไม่คิดว่างานในครัวเป็ของสตรีเท่านั้น ยังรู้จักเข้ามาช่วย แต่ก็ต้องดูต่อไปว่าจะใช่นิสัยที่แท้จริงไหม’ ชิงอีมองประเมินอยู่ในใจ
ทุกคนมานั่งเผชิญหน้ากันที่โต๊ะกินข้าว โดยนางและสามีนั่งอยู่ตรงข้ามกัน และมีซิงเอ๋อกับเสี่ยวหลานนั่งด้านซ้ายและขวา
ตักโจ๊กแจกทุกคนแล้วเริ่มกินมื้อเย็นที่ค่อนข้างช้ากว่าทุกวันทันที
ในคราแรกซีห่าวตั้งใจจะถามหญิงสาวว่าไปเอาเนื้อสัตว์มาจากไหน แต่พอได้กินโจ๊กและผัดผักเข้าไป เขาถึงกับลืมความตั้งใจนั้นไปเลย มันอร่อยมาก ๆ เขาไม่เคยกินอะไรที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย ยิ่งได้กินมือเขาก็ขยับไวขึ้นเรื่อย ๆ
กว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวว่ากินเยอะขนาดไหน ทุกอย่างบนโต๊ะก็หมดเกลี้ยง แต่เขาก็รู้สึกว่ายังหิวอยู่เลย
ชิงอีนั้นเริ่มอิ่มั้แ่กินโจ๊กหมดไปหนึ่งชามแล้ว จากนั้นก็นั่งดูทุกคนกินต่อ และรู้สึกทึ่งกับการกินของชายหนุ่มมาก โจ๊กหมดหม้อเลย เกลี้ยงกริบ แต่จากที่สังเกตเขาน่าจะยังไม่อิ่ม นางจึงเดินเข้าครัวไปอีกครั้ง เพื่อยกมันเผาออกมา
แกร็ก..
ซีห่าวมองก้อนดำ ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างสนใจ มันส่งกลิ่นหอมยั่วยวนออกมา ทำให้ท้องของเขาเริ่มที่จะส่งเสียงประท้วงอีกครั้ง เขาจึงหันไปมองหญิงสาว
“หือ อยากรู้เหรอเ้าค่ะว่าคือมันอะไร” เมื่อชิงอีเห็นสายตานั้นก็ถามกลับไป
“อืม”
‘กลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปากรึไงนะ’ หญิงสาวค่อนขอดอยู่ในใจ แต่ก็อธิบายกลับแต่โดยดี
“สิ่งนี้เรียกว่า มันเทศเผาเ้าค่ะ มันกินได้ ข้าได้มาจากป่าหลังบ้าน”
“นี่เ้าข้ามลำธารไปที่ป่าอสูรมาหรือ มันอันตรายมากนะ เ้าไม่รู้หรืออย่างไร” ซีห่าว พูดขึ้นอย่างใ
“รู้ซิเ้าคะ พวกข้าไปไม่ไกลจากลำธารมาก และไปไม่นานก็รีบกลับมาเลย ท่านวางใจได้”
“อืมม ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็ไปมาแล้ว แต่ครั้งหน้าถ้าจะเข้าไปอีกต้องบอกข้า ข้าจะพาไปเอง เข้าใจหรือไม่”
“ได้ซิเ้าคะ”
“เ้าค่ะ/ขอรับ” น้องทั้งสองที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ตอบรับเช่นกัน
“มา เดี๋ยวข้าจะสอนวิธีกินให้ ต้องค่อย ๆ ลอกเปลือกที่เป็สีดำออกแบบนี้ และกินเนื้อด้านในเ้าค่ะ อะข้าให้”
เมื่อปอกเสร็จนางก็ยื่นให้กับชายหนุ่มทันที อย่างลืมตัว เพราะเมื่อก่อนที่กินข้าวกับเพื่อน ๆ นางก็จะคอยบริการแกะนั่นนี่ให้เป็ประจำ จึงเป็นิสัยที่ติดมาและมักจะทำออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะความเคยชิน
ด้านซีห่าวก็ชะงักไปครู่นึง เพราะไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้มาก่อนเลย นอกจากท่านแม่
แต่นั้นก็นานแล้วั้แ่ที่ชายหนุ่มยังเป็เด็ก ๆ พอโตขึ้นก็ไม่มีใครทำให้อีกเลย มีแต่เขาที่ทำให้น้องฝาแฝด
เมื่อได้รับการดูแลแบบนี้อีกครั้งจึงค่อนข้างรู้สึกแปลก ๆ และก็อบอุ่นใจระคนกันไปด้วย
เมื่อหันไปมองหญิงสาวก็เห็นนางมีท่าทางปกติไม่มีอะไรแปลกไปจากเดิมจึงไม่พูดอะไรออกมา และก็หยิบมันเผาเข้าปากไป
‘อืม อร่อยเหมือนกันนะ หวาน หอม น่าจะกินแทนข้าวได้ ถ้ามีเยอะ ๆ และเก็บไว้ได้นานคงดี หน้าหนาวจะได้ไม่ต้องกลัวอดอีก’
ซึ่งขณะที่ซีห่าวกำลังกินมันเผาและคิดวางแผนต่าง ๆ อยู่ หญิงสาวที่เขาเห็นว่านิ่ง ๆ ทำตัวปกตินั้น อันที่จริงในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย
‘อ๊ายยยยย นางทำอะไรลงไปเนี้ย น่าอายชะมัด ยังไม่สนิทกันสักหน่อย ดันปอกเปลือกมันให้ซะแล้ว ไม่น่าลืมตัวเลยเรา โอ๊ยยย รู้สึกหน้าร้อน ๆ ’
Talk