2.6 เสียงวิทยุ
อามูน อัสซา และกองกำลังของมันตั้งค่ายบนูเาห่างจากเมืองไปราวร้อยกิโลเมตร ทำให้พวกมันไม่ได้รับผลกระทบตอนที่ซอมบี้ระบาด
ในสมัยที่ลีโมรับราชการทหาร หน่วยของเขาต้องเข้าปะทะกับกลุ่มโจรพวกนี้อยู่หลายครั้ง และภายใต้ภูมิประเทศอันเต็มไปด้วยเนินเขาสลับซับซ้อนและโพรงถ้ำในูเาหินมากมาย ทำให้ไม่ว่าทางกองทัพจะมีเทคโนโลยีรบที่ทันสมัยขนาดไหนก็ไม่อาจปราบพวกมันให้สิ้นซากไปได้ ลีโมไม่รู้ว่ากองกำลังของพวกมันที่เหลืออยู่มีมากแค่ไหนแต่จากข้อมูลข่าวกรองล่าสุดก่อนที่เขาจะลาออก เขาพอจะเดาได้ว่าน่าจะหลักหลายร้อยถึงเกือบพัน ค่ายของพวกมันกระจายตัวอยู่ทั่วตามแนวหุบเขาอาลาม่าที่ทอดยาวจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้
ในยามปกติพวกมันจะคอยดักปล้นรถขนสินค้าและจับนักท่องเที่ยวไปเรียกค่าไถ่ จนกระทั่งซอมบี้ระบาด เมืองทั้งเมืองที่ไร้กองกำลังทหารป้องกันก็เป็เหมือนเค้กก้อนใหญ่ราดน้ำผึ้งสำหรับพวกแมลงวันอย่างพวกมันไปแล้ว
“สาวน้อยผู้โชคร้ายเป็ยังไงบ้าง” เสียงวิทยุที่วางอยู่ข้างจานใส่กระดูกไก่ของกันสึเกะดังขึ้นทำให้ไอ้หนุ่มขาเหล็กต้องรีบเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือ
“เธอชื่ออิสซี่ เธอฟื้นแล้ว”
“โอ้ ขอบคุณพระเ้า”
“ผมอยากให้คุณมากินไก่กับพวกเราจัง ดูเหมือนมาริจะเป็คนที่ทำอาหารอร่อยมาก” กันสึเกะพูดพลางส่งสายตาไปหามาริในชุดกางเกงขาสั้นคาดผ้ากันเปื้อนแบบครึ่งท่อน เธอกำลังหน้าแดงเพราะคำชมของเขา
“ขอบใจมาก แต่ตอนเช้าฉันกินแค่กาแฟดำหวะ แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อน ฉันมีข่าวดีและข่าวร้ายจะมาบอก”
“ขอฟังข่าวดีก่อน” กันสึเกะใช้มืออีกข้างจับกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปาก
“มีคนรอดชีวิตในเมืองนี้หลายคน เมื่อเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นฉันบิน
โดรนออกสำรวจโดยใช้กล้องจับความร้อน พวกเขาเริ่มรวมกลุ่มกันและหลบภัยอยู่ในสถานที่ต่างๆ กระจายไปทั่วเมือง” เสียงจากวิทยุทำให้มาริและมอลลี่รู้สึกตื่นเต้น แต่ไม่ใช่สำหรับอิสซี่ แววตาของเธอยังเหม่อลอย ว่างเปล่าเหมือนช่องว่างอันมืดมิดในจิตใจของเธอ
“แล้วข่าวร้ายละ”
“ลูกน้องของอามูนกำลังเคลื่อนพลมาทางนี้ ฉันได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากหมู่บ้านชาวประมงผ่านเครื่องรับสัญญาณวิทยุ ดูเหมือนพวกเขาจะถูกคนของอามูนโจมตีและชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นถูกจับเป็ทาส” เสียงจากวิทยุทำให้ทุกคนที่นั่งล้อมโต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบ
“หมู่บ้านของพวกเขา อยู่ห่างจากพวกเราไม่ถึงสิบกิโลเมตร ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ฉันคิดว่าคิวต่อไปที่จะถูกโจมตีก็คงเป็พวกเราแน่”
“เข้าใจแล้ว คุณเลยอยากให้ผมไปฆ่าพวกมัน”
“หัวไวดีหนิ พูดได้ตรงประเด็น”
“พวกมันมีกี่คน”
“เท่าที่นับได้เมื่อเช้า สิบห้า ฉันคิดว่าฝีมือระดับรองแชมป์ IDPA อย่างนายน่าจะรับมือกับพวกมันได้ไม่ยาก ถ้านายไม่ได้แค่โม้ตอนเมาหนะนะ ฮาๆๆ”
“ถ้าผมเห็นพวกมันก่อน” กันสึเกะยิ้มที่มุมปาก เขาเล่าเื่ที่เคยลงแข่งยิงปืนต่อสู้แบบ IDPA สมัยอยู่โลกให้ลีโมฟังเมื่อวานขณะที่ทั้งสองจิบเบียร์อยู่บนดาดฟ้า ถ้าคุณนึกไม่ออกว่า IDPA คืออะไรก็ขอให้นึกถึง พระเอกหนังที่ชื่อ คีอานู รีฟส์ ในหนังเื่จอนวิค ตอนที่เขายิงปืน นั่นเป็ที่มาและเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยิงปืนได้แม่นยำเหมือนจับวางในเกือบทุกอิริยาบทเหมือนหน่วยจู่โจมมากประสบการณ์ ทั้งๆ ที่เขาเป็แค่ทหารรับจ้างที่ทำงานอารักษ์ขาเครื่องจักรปลูกพืชในอัฟกานิสถานเท่านั้น
“โดรนของฉันจะทำให้นายเห็นพวกมันก่อน อ้อ..จัดการเสร็จแล้วอย่าลืมเอากุ้งกับปลาหมึกติดมือมาด้วย” มุกของลีโมไม่สามารถทำให้มอลลี่ มาริ และอิสซี่หัวเราะได้ แต่มันทำให้กันสึเกะหัวเราะอย่างร่าเริง
“ผมขอกินไก่ก่อนนะคุณลีโม” กันสึเกะพูด เขายังไม่อิ่มและ้าพลังงานสำหรับงานใหญ่
“ตามสบาย สามโมงเช้ามาเจอกันที่บ้านฉัน” ลีโมพูดก่อนจะตัดการสื่อสาร เขายกกาแฟดำที่เหลือราวครึ่งแก้วขึ้นมากระดก ก่อนจะเดินไปดูโดรนที่ชาร์จแบตอยู่
...กุ้งัย่างราดน้ำจิ้มซีฟู้ด กับเบียร์เย็นๆ ก็น่าจะเป็ความคิดที่ไม่เลว... ลีโมกระตุกยิ้มให้กับความคิดของตัวเองก่อนจะเปิดสวิตช์คอมเพื่อตรวจดูกล้องวงจรปิดที่เขาแฮกเข้าระบบจากทั้งเมือง
____