โลกความจริง
เหล่าพนักงานและรูเซียโน่ต่างนั่งมองหน้าจอฉากสงครามด้วยสายตาระทึกแทบหยุดหายใจ
“ขออนุญาติครับท่านประธาน” ชิงหลงเดินเข้ามาในห้อง “ท่านเรียกผมหรอครับ”
“อา...” รูเซียโน่ตอบไม่ระสายตาจากหน้าจอ “ไอ้ลูกเขย การวิวัฒนาการของไอ้ลูกเขยไม่ใช่เทพสงครามสินะ” รูเซียโน่กล่าวเสียงเรียบ
ชิงหลงหลับตาขยับแว่นก่อนจะถอนหายใจ “ร่างของบอสวิวัฒนาการข้ามขั้นเทพสงครามไปแล้วครับ แต่ทางเราตั้งให้ผู้ที่ได้ร่างขั้นสุดยอดระบบจะประกาศแค่เทพสงคราม แต่จริงๆบอสได้วิวัฒนาการเป็นเทพสงครามไร้ลักษณ์”
รูเซียโน่ฉีกยิ้มที่มุมปาก “สุดยอดเลย นายคิดว่าไงกับเทพสงครามนีโอ โอนิ อินาริ”
“พลังต่างชั้นกันครับ” ชิงหลงตอบกลับทันที “แม้ทั้งสามคนนั้นจะได้ร่างเทพสงครามแต่ค่าพลังก็ต่างกับบอสมาก เอาจริงๆผมตรวจสอบแล้วทั้งสามคนนั้นยังไม่ได้เคลียร์เงื่อนไขการได้สภาวะร่างเทพสงครามเลยด้วยซ้ำแต่พวกเขาทั้งสามกลับข้ามไปร่างเทพสงคราม ผมคิดว่า”
“ไม่ต้อง” รูเซียโน่ขัดขึ้นราวกับรู้ว่าชิงหลงจะพูดอะไร “พวกมันอยากจะโกงยังไงก็เรื่องของพวกมัน นายแค่รวบรวมหลักฐานเอาไว้ก็พอถึงทีของเราเมื่อไหร่ฉันจะยึดทรัพพวกมันทั้งหมด อีกอย่างลูกเขยฉันไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว”
ย๊ากกกกกกก... ฮาเดสคำรามลั่นอากาศสั่นสะเทือนคลื่นพลังออร่าสีดำแผ่พุ่งขึ้นมาจากผืนดินเหล่าสัตว์อสูรจากยมโลกกลายร่างเป็นดวงวิญญาณสีแดงเลือดนับหมื่นนับแสนลอยหมุนวนปกคลุมทั่วนครตำหนักศิลาจนมืดฟ้ามัวดินก่อนจะซึมหายเข้าไปในร่างของฮาเดส
“หลอมวิญญาณหรอ!?” ศิลาตกใจถึงขีดสุด
ร่างของฮาเดสปรากฎอักขระเวทมนต์โบราณสีแดงเลือดทั่วร่างคล้ายกับศิลาในร่างที่ใช้ดวงวิญญาณบรรพกาลผู้คับแค้นรวมกับร่างของเขาไม่มีผิด ทว่าที่ต่างกันคือดวงวิญญาณที่ฮาเดสหลอมรวมนั้นมีมากกว่าหลายเท่า
ความอภิมหาโกลาหลพลันบังเกิดไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าฮาเดสจะมีสกิลแบบเดียวกับศิลา คนที่รู้ความร้ายกาจของร่างรวมวิญญาณดีกว่าใครก็คือศิลาเขามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดทว่าภายใต้ใบหน้าเคร่งเครียดกับแฝงความตื่นเต้นเอาไว้
“พวกนายกางม่านพลัง” ศิลากระชากเสียงตะโกนสั่งลั่น
เหล่าจอมเวทย์วิ่งไปตามจุดต่างของนครจำหนักศิลาเมื่อทุกคนประจำตำแหน่งของพวกเขา เหล่าเวทย์ก็ถอดชุดคลุมออกก่อนจะโยนขึ้นฟ้าเสื้อคลุมจอมเวทย์หลายหมื่นตัวลอยคล้ายนกที่โบยบินเสี้ยววินาทีนั้นเองปรากฎเส้นสายสีทองวิ่งเชื่อมโยงเสื้อคลุมทุกตัวก่อเกิดค่ายกลเวทมนต์ขึ้นมาปกคลุมเหนือนครตำหนักศิลา
“เปิดใช้ระบบอาร์ติแฟค” จบคำของศิลาพื้นดินสั่นสะเทือนอีกครั้งแท่งเสาหอคอยสีทองโผล่ขึ้นมาจากพื้นทั่วทุกมุมของเมืองสร้างค่ายกลเวทมนต์อีกชั้นพร้อมกับยิงพลังเวทมนต์ออกมาโจมตี
“พี่ศิขา” เสียงหวานใสดังขึ้น “อย่าให้อรุณยาวนานไปกว่านี้เลยรีบลงมือเถอะคะก่อนที่จะมีอะไรไม่คาดฝันไปกว่านี้”
“คะ” ศิลาตอบกลับเสียงเรียบ
ย๊ากกก!... จ้าวอสรพิษแปดเศียรคำรามเกี้ยวกราดเบื้องหน้าคือจ้าวมังกรทองโอริวและเทพโลกิ รอบกายของยามาตะโนะ โอโรจิ โอบร้อมด้วยเพลิงอเวจีสีทองและสายอัสนีบาตสีเขียว
“ยามาตะโนะ โอโรจิ......” โอริวคำรามด้วยความเดือดดาล “จ้าวอสรพิษอย่างแกลดตัวไปเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“จำไม่ได้” ยามาตะโนะ โอโรจิ ตอบกลับทันที
ฟรุ้บ!.. ร่าวของโอริวหายไปจากสายตาของยามาตะโนะ โอโรจิ พวกเพิร์จพยายามเพ่งสัมผัสค้นหาและเร่งพลังวิญญาณส่งให้จ้าวอสรพิษด้วยความยากลำบาก เวทมนต์อัญเชิญของพวกเขาต่างจากของศิลาตรงที่พวกเขาเรียกหาสิ่งที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงจำต้องใช้พลังวิญญาณหรือพลังเวทมนต์สร้างรูปร่างของยามาตะโนะ โอโรจิ ขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นภาชนะรองรับพลังของจ้าวอสรพิษ การจะสร้างสิ่งมีชีวิตนั้นละเอียดอ่อนและซับซ้อนมาก ทำให้พวกเขาต้องรับภาระหนัก
ยามกระทันหันกรงเล็บขวาของโอริวตะปบลงหนึ่งเศียรของยามาตะโนะ โอโรจิ ราวกับหอกพิพากษาจากสวรรค์ เปรี้ยง ดาบคุซานางิในมือหนึ่งของยามาตะโนะ โอโรจิ ตวัดจากล่างขึ้นบนต้านรับการโจมตีของโอริวเกิดเสียงสนั่นราวฟ้าแตกสะเกล็ดพลังแตกระเบิดออกเป็นวงกว้าง จังหวะเดียวกันเทพโลกิพุ่งตัวเข้ามาด้านหลังของจ้าวอสรพิษพร้อมในมือขวาถือลูกแก้วสายฟ้าสีเขียวเอาไว้ ก่อนจะยิงลำแสงสายฟ้าออกมาจู่โจม เกิดคลื่นพลังสีเขียวสดสาดประกลายสายฟ้าเปรี๊ยะปร๊ะออกมาทั่วบริเวณพุ่งจู่โจมยามาตะโนะ โอโริจิ ทางด้านหลัง
ดวงตาทั้งแปดคู่ของจ้าวอสรพิษวาวโลดดุจเพลิงนรก เศียรหนึ่งสบัดหันกลับหลังอ้าปากกว้างยิงคลื่นพลังต้านทานไว้ได้ราวปฏิหาริย์
“เบียคโกะ ข้าจะขยี้ ฉีกกระชาก แกไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก” อาชูร่าคำรามลั่น
เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง โดมสีแดงเลือดปรากฎปกคลุมทั่วบริเวณ ศิลาได้ใช้เขตแดนออกมาอีกครั้ง
“ปิดฉากกันเถอะ” เปรี้ยง.. เคียวยมทูตของฮาเดสตวัดฟันใส่ลำคอของศิลาด้วยพลังมหาศาล ทว่าจ้าวนรกต้องเบิกตาตลึงคมเคียวหยุดชะงักลงทันทีเมื่อปะทะกับต้นคอของศิลา เคียวสลักวิญญาณของมันฟันปะทะเข้ากลับคอของศิลาอย่างจังแต่กลับเฉือนสบั่นทำให้ศิลาคอขาดไม่ได้
ศิลาเอียงคอให้ฮาเดสฟันซ้ำเข้ามาอีกครั้ง “แก...” มันร้องด้วยความคับแค้นใจ เคียวสีดำเลือดอาบด้วยคลื่นพลังสีดำฟันใส่ลำคอของศิลาอีกครั้งดังเปรี้ยงสะท้านฟ้า
อ๊าก!.. จ้าวนรกร้องออกมา มือขวาของศิลาจับเข้าที่หัวของมันพร้อมกับคลื่นพลังของจ้าวนรกกำลังไหลเวียนออกจากร่างเข้าสู่ร่างของศิลา
“กะ...แก.. เศษวิญญาณ!!” จ้าวนรกแคนเสียงด้วยความยากลำบาก
“อนันตกาลแห่งการช่วงชิง” ศิลาตวาดลั่น เป็นจังหวะเดียวกับร่างของฮาเดสร่วงลงพื้นด้วยสภาพผอมซีดเซียวคล้ายปลาหมึกบด
ทุกสายตาต่างตกตลึงในสภาพของจ้าวนรก ศิลาขยับร่างวูบวาบในอากาศขึ้นไปยืนอยู่เหนือยอดต้นไม้สาระ เขาชูสองมือขึ้นฟ้าปรากฎวงเวทมนต์ขนาดมหึมาหลากสีเรียงซ้อนทับกันมากกว่าหนึ่งร้อยชั้นเหนือขึ้นไปบนฟ้าครอบคลุมทั่วนครตำหนักศิลา
คลื่นพลังสีขาวกระจ่างดาวระยิบระยับแผ่ออกมาจากต้นสาระขยายขึ้นเรื่อยๆและพุ่งขึ้นทะลุวงเวทมนต์
“กลับลงห้องใต้ดินเร็ว” เพิร์จร้องลั่นบอกทุกคน เสียงดังฟรุ้บๆถี่ยิบพร้อมร่างของอาชญากรวาร์ปลงมายังห้องใต้ดิน เหล่าเทพอสูรและสัตว์อสูรต่างงุนงง
ทว่ายังไม่มีเทพอสูรตนใดจะขยับตัว ศิลาก็ตวาดขึ้นมา “ดาราสวรรค์ถล่มปรภพ”
เสี้ยววินาทีแสงสว่างสีขาวกระจ่างดาวสาดสว่างทั่วบริเวณพร้อมวงเวทมนต์ที่แตกระเบิดออก กระสุนสีขาวพร่างพราวแสงดาวระยิบระยับนับล้านดวงหลายพันล้านดวงตกลงมาจากฟ้าถล่มผืนภพทั่วนครตำหนักศิลา เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทะท้านโลกาสะเทือนจักรวาล แสงสว่างแสบตาสว่างราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด เสียงระเบิดดังแทบหูแตกกลบทุกสำเนียงโหยหวนของชีวิต สามนาทีผ่านไปดาราสวรรค์ถล่มปรภพยังคงยิงดวงดาวลงมาจากฟ้าไม่ขาดสาย หลายนาทีผ่านไปบอลดวงแสงคล้ายจันทราเต็มดวงเคลื่อนตัวลงมาจากผืนฟ้าเสียงอากาศร้องครืนดังระงมราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
บึ่ม!... เสียงระเบิดดังกว่าครั้งไหนๆตั้งแต่เริ่มสงครามดังขึ้นพร้อมกับบอลจันทราตกถล่มนครตำหนักศิลา นานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบเมื่อทุกอย่างสงบเลยทุกสายตาที่ชมการถ่ายทอดสดต่างอ้าปากค้าง เสียงลมอันเงียบสงบพัดผ่านพาฝุ่นควันเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มยืนตระหง่าอยู่บนยอดต้นไม้เบือนหน้ามองท้องฟ้าที่เมฆค่อยๆเคลื่อนผ่านฉายแสงลงมา ทั่วนครตำหนักศิลาเหลือทิ้งไว้เพียงต้นไม้หนึ่งต้นและชายหนุ่มหนึ่งคน
“ประกาศ ประกาศ สงครามนครตำหนักศิลาได้สิ้นสุดลงแล้ว”
“ประกาศ ประกาศ ผู้ชนะในมหาสงครามได้แก่กิลด์ Destroyer เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้ชนะ ค่าประสบการณ์ ไอเท็ม เงิน จะเพิ่มอัตตราการดร็อปขึ้น 90%”
“ประกาศ ประกาศ เนื่องจากผลกระทบของมหาสงครามระบบจะปิดปรับปรุงเซิฟเวอร์ชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ”
“ประกาศ ประกาศ ระบบจะทำการปลดขีดจำกัดค่าประสบการณ์ ผู้เล่นสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ได้ไม่รู้จบ”
กล้องโดนถ่ายทอดสดบินมาถ่ายใบหน้าของศิลาในระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน เขามองจ้องเข้าไปที่กล้องด้วยนัยน์ตาอำมหิตลึกล้ำ จุดรอยยิ้มชั่วร้ายเหี้ยมเกรียมขึ้นที่มุมปาก
“ว่าไง กิลด์เทพผู้สร้างจะหดหัวอยู่ในกระดองเต่าอีกนานแค่ไหน นี่ก็มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วไม่คิดจะมาตัดสินกับเทพผู้ทำลายล้างอย่างผมหน่อยหรอ” เขาหลับตาครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้งพร้อมค่อยๆลืมตาขึ้นเผยให้เห็นวงเวทมนต์สีทองปรากฎขึ้นในดวงตาดำฉายแสงอำพันน่าหวาดหวั่นลึกล้ำสุดจะหยั่ง
“เหล่าผู้เล่นเอ๋ยจงเลือกสะว่าจะอยู่ฝ่ายเทพผู้สร้างหรือเทพผู้ทำลาย หลังจากนี้ไปกองกำลังของเราจะกำจัดทุกชีวิตบนผืนภพ ผู้เล่นที่ไม่เข้ากับเรามีสิ่งเดียวคือตาย ผู้เล่นที่เข้ากับเทพผู้สร้างจะถูกพวกเราไล่ล่า ในนามผู้ครองบัลลังก์สูงสุด ผมศิลาขอประกาศมหาสงครามครั้งสุดท้ายภายใต้ชื่อสงครามดับตะวัน”
บึ่ม!.. พูดจบเข้าก็เอามือบี้กล้องถ่ายทอดสดจนพังเพื่อเป็นการตัดภาพ โลกเต็มไปด้วยความเงียบกริบดุจดังป่าช้า ทั่วทั้งโลกเหลือทิ้งไว้เพียงหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีร่างอรชร
ศิลามองเศษวิญญาณของดีมิเทอร์ในมือทั้งห้าดวงก่อนจะเบือนสายตามองสวนสวรรค์เอเดนเหนือผืนฟ้าอันเป็นที่ตั้งวิหารเมทิโอร่า
“ล็อคเอ้าท์เถอะค่ะพี่ศิ เดี๋ยวระบบจะปิดปรับปรุงแล้ว” เจ้าหล่อนเกาะแขนชายหนุ่มเอ่ยเสียงหวาน
“ค่ะ” เขาหันมาตอบด้วยรอยยิ้ม เทพสงครามไร้ลักษณ์ไดอาโบล จะเป็นตัวแบบไหนกันนะ มันเป็นเทพสงครามมานานระบบศักดิ์ดินาการคงอยู่ของเทพอสูรที่จะเพิ่มพลังให้ตามการคงอยู่คงทำให้มันมีพลังมากเกินขีดแน่ๆ
“ให้ฟ้าไปรับไหมค่ะ”
ศิลาดึงสติกลับมา “ไม่เป็นไรคะ พี่ให้รีโด้ติดต่อคนไว้แล้ว เดี๋ยวเจอกันที่โลกความจริงนะคะ”
เพ๊ง!... เสียงแก้วปาอัดกำแพงแตกดังสนั่น “นีโอ ใจเย็นๆ” เพื่อนสาวปราม
“เย็นหรอ? เธอก็เห็น มันพูดท้าทายฉันออกสื่อขนาดนั้น” ชายหนุ่มกำหมัดฟันกัดแน่น “แก” เขาเน้นเขี้ยวเน้นฟัน “ศิลา อย่าให้ฉันเจอแกที่ไหนนะ ฉันเอาแกเละแน่”
“แล้วเอาไงทีนี้” โอนิจิบเหล้าเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ
“เปิดรับคนเข้ากิลด์” อินาริเสนอ “ผู้เล่นอิสระมีมากกว่าผู้เล่นที่มีสังกัด และพวกกิลด์น้อยใหญ่ ต้องเลือกแล้วว่าจะเข้ากับฝ่ายเราหรือฝ่ายอาชญากร”
“แต่ว่าฝ่ายนั้นรับเฉพาะอาชญากรไม่ใช่หรอ” โอนิเปรยออกมา
นีโอหรี่มองลงพื้นท่าทางกัดกุ้มครุ่นคิด “หรือว่า!?..”
“หรือว่าอะไร?” เพื่อนทั้งสองอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
“การที่จะเข้ากับศิลาต้องเป็นอาชญากร หมายความว่ามันจะให้ผู้เล่นฆ่ากันเอง คิดดูมันโชว์พลังแสนยานุภาพมากมายขนาดนั้นในสงครามก็เพื่อเป็นเหยื่อล่อให้คนอยากจะเข้าพวกกับมัน และคนที่อยากเข้าพวกกับมันต้องออกไล่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นแน่ เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ว่าครั้งนั้นมันไม่ได้โชว์พลังหรือมีเหยื่อล่อขนาดนี้”
เพื่อนทั้งสองเบิกตาตลึง “มันมีไอเท็มพิชิตเกมจะครบอยู่แล้ว” โอนิพูดขึ้นสีหน้าเครียด “แค่นี้ก็มากพอที่จะดึงดูดผู้เล่น กิลด์น้อยใหญ่ให้เข้าร่วมกับมัน จากแต่ก่อนผู้เล่นไล่ฆ่ากันเองเพื่อให้มีค่าหัว แต่ครั้งนี้คงเป็นการยกกิลด์ไลล่าสังหารกันแน่ๆ หรืออาจจะเป็นการยกเมืองไล่ถล่มผู้เล่นเพืาอให้คนของตัวเองมีค่าหัว”
“ไม่เป็นไร” นีโอยิ้มออกมานัยน์ตาฉายแสงสีเงิน เขาหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกเพียงไม่นานปลายสายก็รับ
“สวัสดีครับคุณชาย มีอะไรให้ไลน์คนนี้รับใช้หรอครับ” เสียงชายหนุ่มวัยกลางคนตอบกลับมา
“ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย”
“ว่ามาเลยครับ” ปลายสายตอบกลับเสียงเรียบ
นีโอยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นต่อ “นายทำงานที่บริษัทอัลไซส์ในส่วนการพัฒนาเกม Demonlord ใช่ไหม”
“ครับผม ผมเฟสบุ๊คและอินตาแกรมทำงานเป็นผู้ช่วยมือขวาคุณชิงหลง”
“ดีเลย ฉันอยากให้นายช่วยสืบประวัติของผู้เล่นที่ชื่อศิลาให้ทีว่ามันออนไลน์ที่ไหน และประวัติต่างๆของมันที่ใช้ในการสมัครเข้าเกม”
“ศิ!..ศิลาหรอครับ” เสียงชายหนุ่มปลายสายดูกังวลและตื่นตกใจ
“เออ ทำไม มีอะไรอีก” นีโอน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“เปล่าครับ ก่อนหน้านี้คุณลุงและคุณอาของคุณชายก็ให้ผมสืบภูมิหลังและประวัติทั้งหมดของผู้เล่นที่ชื่อศิลาว่าเขาออนไลน์มาจากที่ไหน”
“แล้วไง?” นีโอถามต่อ
“อย่างที่ทราบครับการจะใช้เครื่องโคคูลจำเป็นต้องยืนยันตัวตนจริงๆตามทะเบียนราษ และเซิฟเวอร์ของโคคูลก็เชื่อมต่อกับสำนักงานทะเบียนราษของทุกประเทศที่เกมเปิดให้บริการ แต่ว่าผมพยายามสืบค้นข้อมูลของผู้เล่นที่ชื่อศิลาแล้วแต่ว่า....” ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง
“แต่ว่า?...แต่ว่าอะไร ทำไมอย่าบอกนะว่าข้อมูลของไอ้หมอนั่นถูกระบบรักษาความปลอดภัยล็อคไว้สามสิบชั้น”
“เปล่าครับ ผมสามารถเข้าไปดูประวัติของผู้เล่นศิลาได้ แต่ว่าภายในข้อมูลแฟ้มประวัติเอกสารเกี่ยวกับเขาทั้งหมดมันว่างเปล่าครับ”
นีโอขมวดคิ้ว “ว่างเปล่า?”
“ใช่ครับ ข้อมูลทุกอย่างที่เขาใช้สมัครเข้าเล่นเกมมันว่างเปล่า ส่วนข้อมูลในทะเบียนราษผมพยายามแล้วแต่ว่ามีโปรแกรมระบบรักษาข้อมูลประวัติของเขาอย่างแน่นหนามาก”
“นายก็พยายามหน่อยสิ” นีโอสั่งเชิงขอร้อง
“ไม่ไหวหรอกครับ คุกนะครับ ขืนผมโดนจับได้ ติดคุกหัวโตแน่”
“นายฟังฉันนะ นายจะไม่ติดคุก นายรู้ใช่ไหมว่าตระกูลอัลไซส์ทำอะไรได้บ่าง เปลี่ยนถูกให้เป็นผิด เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก” นีโอกล่าว
“คือยังไงครับ” ชายหนุ่มงง
“ฉันจะบอกว่าถึงนายจะถูกจับได้ ฉันก็ช่วยให้นายพ้นผิดได้ ฉันรู้จักลูกสาวตระกูลอัลไซส์และฉันกำลังดำเนินแผนการขึ้นเป็นบอสขององค์กรอัลไซส์ และใกล้จะสำเร็จแล้ว”
“อ๋อ...แบบนี้นี่เอง ที่เขาลือกันว่าคุณหนูฟ้าครามมีแฟนแล้วเพราะคุณชายคบกับคุณฟ้าครามอยู่หรอครับ” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงสดชื่นปรีดา
นีโอชะงักไปชั่วขณะ ฟ้ารู้หรอว่าเรากลับมาอิตาลีแล้วหรือว่าฟ้าจะมาขอคบกับเรา ชายหนุ่มสะบัดหัว “อ๋อ..อืมประมานนั้นฉันคือคนที่เขาลือกันฉันเองแหละ”
“ว๊าว ดีจริงๆ งั้นผมจะพยายามเต็มที่ครับ”
“ฝากด้วย” นีโอวางสายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเดินไปทางบันไดขึ้นชั้นสองของบ้าน ‘น่ารักนะเนี่ยขนาดยังไม่คบกันจริงจังยังบอกคนอื่นว่ามีแฟนแล้ว แบบนี้ต้องรีบไปหาขอบคบให้เป็นทางการสะแล้ว แบบนั้นเราจะได้มีเพาเวอร์มากพอ คอยดูเถอะไอ้บอดิการ์ดที่กีดกันฉันจะเล่นให้หน้าจืดเลย ว่าแต่ต้องซื้อของเล่นไปฝากน้องชายเขาด้วยไหมเอาใจน้องชายด้วยดีกว่า’
เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจประมาณว่ายิ้มอะไรของมันวะ และเป็นโอนิที่ถามขึ้น “นีโอจะไปไหน”
“อาบน้ำแต่งตัว ฉันจะไปชวนฟ้าออกเดช เขารอฉันอยู่แน่ๆ”
ในขณะเดียวกันชิงหลงและคนสนิทของรูเซียโน่กำลังนั่งยิ้มกริ่มเมื่อเห็นว่าระบบเก็บข้อมูลผู้เล่นกำลังโดนแฮค