สนามฝึกยังสั่นะเื แสงสีดำพุ่งขึ้นจากเสาหินรอบลาน นักเรียนร้องกรีดกราดถอยหนี อาจารย์หลายคนรีบสร้างเกราะป้องกัน แต่เกราะแตกสลายเหมือนกระจก
เ้าชายคาร์เนลชักดาบออกมา แสงสีเงินจากคมดาบส่องวาบกลางความมืด
“ทุกคนถอยไปข้างหลัง! สิ่งนี้…คือพลังต้องห้าม!”
และแล้ววงเวทสีดำใต้ฝ่าเท้าลิราก็เปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เพียงพลังของธาตุทั้งห้า แต่เป็สัญลักษณ์แปลกประหลาด รูปร่างคล้าย นาฬิกาทรายที่แตกเป็เสี่ยง
หัวใจลิรากระตุก เธอรู้สึกเหมือนเวลารอบตัวหยุดนิ่งชั่วขณะ ทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว—เปลวไฟลอยค้างกลางอากาศ น้ำแข็งค้างกลางการแตกกระจาย แม้แต่เสียงกรีดร้องก็เงียบงัน
ในความเงียบนั้น เสียงกระซิบแ่ดังในหัวเธอ
“เ้าคือผู้สืบทอดแห่งกาลเวลา…
แต่ทุกครั้งที่เ้าขัดขืนชะตา เ้าจะต้องจ่ายด้วยสิ่งล้ำค่าในหัวใจ”
เมื่อเธอกระพริบตา ทุกอย่างกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง—แต่เธอเห็นภาพบางอย่างแวบขึ้นตรงหน้า เ้าชายนอนสิ้นลมหายใจ ท่ามกลางเืและเปลวไฟ
“ไม่นะ…!” เธอเผลอร้องออกมา
คาร์เนลหันมามอง ดวงตาสีเงินคมกริบ
“เ้าเห็นอะไร?”
ลิรากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาเอ่อขึ้น—แต่เธอไม่อาจบอกความจริงได้ หากบอกไปอาจยิ่งทำให้เขาไกลห่าง
วงเวทสีดำเริ่มสงบลงช้า ๆ แต่สัญลักษณ์นาฬิกาทรายยังคงเรืองแสงกลางอกของลิราเหมือนตราประทับ
หลังการฝึกวันนั้น ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วสถาบัน
“นางไม่ได้แค่มีธาตุทั้งห้า…นางคือปีศาจต้องห้ามแห่งกาลเวลา!”
“โลกนี้ไม่ควรมีคนเช่นนางอยู่!”
ลิราถูกมองด้วยสายตาหวาดกลัว แม้เพื่อนบางคนจะอยากเข้ามาคุย แต่ก็ถูกเสียงซุบซิบกีดกัน เธอกลายเป็คนนอกในทันที
คืนนั้น เธอนั่งอยู่ลำพังในห้องพัก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่าง สมุดต้องห้ามวางอยู่ตรงหน้า เธอเปิดไปหน้าที่ถูกผนึกไว้ก่อนหน้านี้
และเจอสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏบนร่างกายเธอ
ข้อความโบราณเขียนไว้ว่า
“เวทแห่งกาลเวลา” คือดวงตาที่ท้าทายโชคชะตา
ผู้สามารถเห็นชะตากรรมและบิดเบือนเส้นทางได้
แต่ทุกครั้งที่ใช้—โลกจะทวงสิ่งล้ำค่าคืน
มือเธอสั่นสะท้าน น้ำตาหยดลงบนหน้ากระดาษ
“ถ้าโลกจะเอาสิ่งล้ำค่าไป…ข้าจะไม่ยอมให้เป็เขาอีก”
เธอให้คำสัตย์กับตนเอง—ครั้งนี้เธอจะเปลี่ยนอนาคต แม้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งก็ตาม