ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่261 ราคาเท่ารถกระบะ

“ไปกันยังพี่เต๋า ของก็ยกลงมาจากรถหมดแล้ว” ป้าพรถาม ในมือถือเสื่อผืนหมอนใบกระติกน้ำ ส่วนสามีอย่างจันทร์ก็ถือครกถือสาก พร้อมตำส้มตำบนเรือเต็มที่

“ไปกันเลย เอาของขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้นะ เรือจอดอยู่ใกล้ๆ จะได้ยกลงเลย” เต๋าแนะนำ

“เฮ้อ...หวังว่าเรือจะไม่ไกลนะ” อิงเบ้ปาก หอบลูกกระเตงเดินขึ้นมานั่งบนรถสามล้อ ตามด้วยก้อยและคนที่เหลือ แต่เพราะจำนวนคนที่มากเกินส่วนหนึ่งจึงต้องเดิน ไม่พ้นผัวของก้อยและอิงซึ่งเป็นคนนอก พวกเขาเดินในสภาพหน้าตาเมาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

ขับรถมอเตอร์ไซค์เพียงไม่ถึง 1 นาทีก็มาถึงเรือ

อิงซึ่งแต่เดิมอารมณ์ไม่ค่อยดีพลันเห็นเรือยอร์ชลำหรูอยู่ข้างหน้าก็หน้าตาตื่น สะกิดแขนพี่สาวสองสามที

“อะไรของแกวะยายอิง” ก้อยถาม

“ก็เรือลำนี้น่ะสิ สวยมากๆ เลยพี่ นอกจากนั้นผู้ชายที่ยืนอยู่บนเรือกับผู้หญิงนั่นก็ดูเหมาะสมกันมาก พวกเขาเป็นดาราหรือเปล่าน่ะ”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” ก้อยส่ายหน้าน้อย ก่อนจะหันไปถามเต๋าว่า “นี่ลุงคะ เรือลำไหนกันเหรอคะที่เราจะขึ้นวันนี้”

“คงเป็นเรือเก่าๆ นั่นแหละ ไม่แน่มันอาจเป็นเรือหางยาวลำนั้น” จันทร์ชี้ไปอีกด้าน มีเรือราคาถูกจอดอยู่เต็มไปหมด และทุกครั้งที่เขาชี้มักจะมองหน้าเต๋า ประมาณว่ารู้ถึงไส้ถึงพุง

กลับกันเต๋าไม่ได้โกรธ เพียงยิ้มตอบว่า “เรือลำนี้ไง” เขาชี้มือไปที่เรือลำสีขาวซึ่งมีชายหนุ่มกับผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนหัวเรือ

“เดี๋ยวนะลุง นั่นเป็นเรือที่ฉันเพิ่งพูดกับพี่ก้อยหยกๆ เมื่อกี้นี่นา ใช่เรือลำนี้แน่เหรอ?” อิงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ รวมถึงครอบครัวของเธอ

มีใครบ้างไม่รู้ว่าบ้านลุงเต๋าจน ดังนั้นเรือไม้ลำใหญ่หนึ่งลำก็ถือว่าหรูแล้ว แต่ว่าเรือลำตรงหน้ามันคือเรือยอร์ชเชียวนะ ราคากี่ล้านไม่รู้แหละแต่ที่รู้ๆ มันคงแพงกว่ารถกระบะ 4 ประตู

“นั่นสิเต๋า ใช่เรือของแกแน่เหรอ ถ้าหากขึ้นผิดลำขึ้นมาแล้วมีเรื่อง เกิดเขาเรียกค่าเสียหายขึ้นมา พวกเราไม่มีปัญญาชดใช้หรอกนะ” จันทร์ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ

“นั่นสิพี่เต๋า พวกเรามาถูกลำหรือเปล่าเนี่ย” พรเสริม นัยน์ตาคู่นั้นมีความกังวลอยู่

“ถูกลำสิ นี่คือเรือของลูกชายผมเอง” เต๋ายืนมือกอดอกบอก

“หา...เรือของลูกชาย หรือว่าเรือของเจมส์? มันจะเป็นไปได้เหรอ” เนมมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ อาศัยหน้าที่การงานรองผู้จัดการโรงแรมของเขายังไม่มีเงินซื้อรถเงินสดเลย แต่เจมส์เป็นแค่นักศึกษามหาลัย จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเรือ มันเป็นไปไม่ได้

อิงอยากจะต่อว่าสักคำสองคำแต่ชายหนุ่มที่อยู่บนเรือกับผู้หญิงได้เดินออกมาแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าเปิดปาก

เจมส์ในสภาพสวมเสื้อชายทะเลกางเกงขาสั้นเรียบง่าย ยกมือขึ้นไหว้สองสามีภรรยาตามมารยาท

“สวัสดีครับ ป้าพรลุงจันทร์”

คำพูดดังกล่าวทำให้พวกเขาไม่ได้สติเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเนมเมื่ออีกฝ่ายทักทายพ่อแม่เขาแบบนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคือใคร

“เอ่อ...เจมส์ใช่ไหมจ้ะ” ป้าพรถามด้วยเสียงสั่นๆ จะว่าไงดีชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผิวขาว สูงยาวเหมือนกับดารา ต่างจากเจมส์ในความทรงจำชัดเจน

“ใช่ครับ ผมเจมส์” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเหลือบมองสัมภาระที่ทุกคนแบกมา “เอาของขึ้นเรือกันเถอะครับ แดดตรงนี้ร้อน เข้าไปนั่งในเรือจะได้เย็นๆ”

“จ้ะๆ” ป้าพรพยักหน้า กำลังจะเดินเข้าไปในเรือแต่ถูกสามีจับมือไว้ก่อน

“คุณ...จะทำอะไร”

“ไม่ได้ทำอะไร แค่อยากจะถามให้แน่ใจเท่านั้นเอง ว่าเรือลำนี้ขึ้นไปได้จริงๆ ใช่ไหม” จันทร์กล่าวเสียงขรึม

“ขึ้นได้ครับ นี่เป็นเรือของผมเอง ทุกคนไม่ต้องเกรงใจ”

“แน่ใจนะ ไม่ได้เช่ามานะ”

“แน่ใจสิครับ อีกอย่างนี่เป็นเรือยอร์ชเชียวนะ ลุงรู้หรือเปล่าถ้าหากเช่ามัน 1 ชั่วโมงต้องใช้เงินเท่าไหร่ ดังนั้นสำหรับผมหากต้องเช่าเรือทั้งวันเพื่อครอบครัวของลุง ดูเหมือนว่าจะสำคัญตัวผิดไปนะครับ” เจมส์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยและมันทำให้จันทร์มีสีหน้าปั้นยาก

“โอ้ยยืนคุยกันอยู่ได้ รีบๆ ขึ้นไปบนเรือเถอะ ลูกของฉันร้อนจะตายอยู่แล้ว” อิงตะโกนเสียงดัง จันทร์รีบพยักหน้า ขอทางเจมส์ขึ้นไปบนเรือคนแรก

เรือลำนี้มีความหรูหราเป็นอย่างยิ่ง พอขึ้นมาทุกคนถึงกับกลืนน้ำลาย

“เนม หากเทียบเรือลำนี้กับรถกระบะของลูก อะไรแพงกว่ากัน” จันทร์ถามเสียงเบา

“พ่อ...เรือก็ขับได้แต่ในน้ำ แถมในน้ำยังมีกี่ที่เองที่ไปได้” เนมไม่กล้าตอบตรงๆ ได้แต่ตอบกำกวม

“อย่างนี้นี่เอง งั้นหมายความว่ารถกระบะ 4 ประตูของลูก ราคาแพงกว่าสินะ”

“เอ่อ...”

“พ่อก็ว่าอย่างนั้น อาศัยเจมส์จะมีเงินซื้อเรือราคาแพงได้ยังไง หากเทียบกับลูกที่เป็นถึงรองผู้จัดการโรงแรม เขาน่ะแย่กว่าลูกมากเลยนะรู้ไหม” จันทร์พูดไปก็หัวเราะไป ดูมีความสุขที่ได้เกทับคนอื่น

“ว่าแต่คนนี้ใครน่ะ แฟนเจมส์เหรอ” ป้าพรถาม คนที่เธอหมายถึงคือเดย์ซึ่งอยู่ในชุดรัดรูปสีขาวบริสุทธิ์

หากเทียบกับเดย์ที่มีความสวยเพรียบพร้อม ไม่ว่าจะรูปร่างหรือหน้าตา ลูกสาวป้าพรคงเปรียบดังห่านป่าที่ยังไม่ถูกถอนขน

“ไม่ใช่ครับ คนนี้คือเดย์ เธอเป็นลูกน้องของผม”

“สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันจะมาขับเรือให้พวกคุณตกปลาตกหมึก ฝากตัวด้วยนะคะ”

ป้าพรถึงกับหน้าเหวอ และไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น โดยเฉพาะเนม ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมาก เห็นแล้วถูกชะตาอยากได้เป็นแฟน พอรู้ว่าไม่ใช่แฟนของเจมส์ก็ยิ่งอยากได้มาเป็นแฟนตัวเอง

“มากันครบแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะได้ออกเรือ” เดย์ถามเมื่อเห็นทุกคนเอาแต่เงียบ

ก้อยรีบยกมือขึ้น “ยังค่ะ ยังเหลืออีกสามคน”

“โอเคค่ะ”

…..

ไม่นานทั้ง 3 ก็เดินมาถึงเรือ พวกเขามีกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยว หน้าตาดูไม่ได้ เดินโซเซโซซัด กลัวว่าจะเดินตกไปในน้ำจังเลย

“นี่คือ...” เจมส์ขมวดคิ้ว มองชาย 3 คนที่ไม่คุ้นหน้า

“เอ่อ...นี่นพแฟนของก้อย ส่วนนั่นน้องพลเป็นน้องชายของนพ พอดีเห็นว่าหยุดเรียนเลยพามาเที่ยวด้วย แล้วก็คนสุดท้ายอี๊ดแฟนของอิง” เนมอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยความอดทน

“อ้อ....งั้นมากันครบแล้วนะครับ” เจมส์ค่อนข้างตกใจ ไม่คิดเลยว่าคนที่เคยเห็นตอนเป็นเด็กจะมีแฟนมีลูกกันหมดแล้ว แต่ดูเขาสิยังเรียนอยู่เลย

“ครบแล้ว ออกเรือได้เลย”

เดย์พยักหน้ารับ เดินเข้าไปยืนในตำแหน่งคนขับเรือ สมอเรือถูกเก็บกู้ขึ้นมาอย่างช้าๆ สักพักเรือลำสีขาวอันสง่างามก็แล่นฉิวออกสู่ท้องทะเล

ระหว่างนั้นเต๋านำเบ็ดตกปลาที่เตรียมไว้ออกมาให้ครอบครัวของป้าพรใช้งาน

ป้าพรคราวแรกว่าจะตำส้มตำกินกันบนเรือ ข้าวเหนียว หมูทอดที่ถูกนำมาจากบ้านยังวางอยู่ในถุง แต่เพราะเรือลำนี้หรูเกินไปเธอจึงไม่กล้า

“นี่...ผมหิวข้าวแล้วนะ รีบๆ เอาของออกมากินได้แล้ว หรือว่าจะรอให้ตกหมึกได้ถึงจะกินกัน” นพแฟนของก้อยที่นั่งอยู่ท้ายเรือตะโกนเรียก

“รู้แล้วๆ จะรีบทำกับข้าวเดี๋ยวนี้แหละ” ก้อยร้องบอก

“อิง รีบๆ ทำกับข้าว พี่หิวแล้วรู้ไหม แล้วก็ถ้าหากมีกุ้งก็อย่าลืมเอามาทำกุ้งเต้นนะ พี่อยากกิน” อี๊ดเสริม

“พี่อี๊ด เราเพิ่งออกเรือมาเองยังไม่ถึงจุดที่ตกปลาตกหมึกเลย แล้วจะเอาอะไรมาทำยำ นั่งอยู่เฉยๆ แล้วกินเบียร์ไป เสียงดังอยู่ได้” โดยปกติอิงไม่กล้าขึ้นเสียง แต่ไม่รู้ทำไมพอมองหน้าเจมส์เธอถึงใจเต้นตึกตัก อายจนแทบไม่กล้ามองหน้าตรงๆ

“ชิ! งั้นก็รีบๆ ตกสิ จะได้มีกับแกล้ม รู้ไหมว่ากินแต่เบียร์ไม่มีกับแกล้มมันน่าเบื่อ!”

“นั่งอยู่เงียบๆ ไปเลย”

เจมส์เพียงมองจากที่ไกลๆ มายังท้ายเรือ ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน ยิ่งฟังยิ่งน่ารำคาญ เด็กน้อยในวัย 15 ปีนั่น เป็นพ่อคนที่ดูไม่มีวุฒิภาวะเลย

เด็กยังไงก็คือเด็ก ต่อให้มีลูกแล้วก็ตามที

……

ไม่นานเรือขับมาถึงที่หมาย

ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับของเรือจากศตวรรษที่ 41 เดย์เลือกที่นี่เพราะมีหมึกเยอะ แค่หย่อนเบ็ดลงไปไม่นานก็คงจะได้หมึก

เต๋าเริ่มแจกจ่ายเบ็ดที่เตรียมไว้จากบ้าน ในส่วนนี้เจมส์ไม่ได้เข้าไปช่วย อาศัยเบ็ดของเรือมันง่ายมากในการล่าหมึกทะเล แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งเราต้องผ่อนคลายและใช้ฝีมือตัวเองจริงไหม

เนมเริ่มเหวี่ยงเบ็ดลงน้ำ ระหว่างนั้นอดไม่ได้ต้องหันไปมองเดย์ ผู้หญิงสวยคนเดียวบนเรือ แต่ต้องขัดใจทุกครั้งที่เห็นหน้าเจมส์

“ว่าแต่เจมส์ เรือลำนี้ดีมากเลยนะเนี่ย แต่ยังแคบกว่ารถกระบะ 4 ประตูของเนมเยอะเลย ว่ายังไงล่ะ จะขายให้ลุงได้หรือเปล่า พอดีว่าลุงอยากจะขับไปจับปลาแถวบ้านน่ะ” จันทร์ที่กำลังนั่งตกหมึกโพล่งขึ้น ทำเอาเนมหน้าร้อนผ่าว แต่ต้องจนด้วยเกล้าไม่กล้าเข้าไปห้ามหรือบอกตรงๆ

เจมส์ยังไม่ได้ตอบพ่อเต๋าเป็นฝ่ายเข้ามาแทรก “เหอะๆ รถกระบะ 4 ประตูมันจะราคาเท่าไหร่กันเชียว ผมไม่ได้ดูถูกนะแค่พูดตามความจริง ถึงแม้จะให้รถทั้งคันก็ยังไม่สามารถแลกกับเก้าอี้บนเรือได้”

“อะไรนะ!” จันทร์ถึงกับโกรธ ไม่สนใจเบ็ดตกปลาอีกต่อไป รีบลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเต๋าอย่างไม่สบอารมณ์

“กับแกล้มได้ยังว่ะ หรืออยากจะมีเรื่อง สงสัยคงต้องถูกกูตบสักหน่อยมั้งจะได้รู้ว่าต้องรีบๆ ทำ เพราะกูหิว” ในขณะเดียวกันเสียงจากด้านหลังเรือก็ดังในเวลาไล่เลี่ย