วันที่ 88 ของเกมส์แห่งสงคราม
ในที่สุดก็ถึงวันแห่งชะตากรรมของเผ่ามนุษย์
และยังเป็นวันเดียวกับที่ความมืดแห่งการล่มสลายคืบคลานสู่ผืนแผ่นดิน
เทพเจ้าทั้งสาม ไร้หน้า ไร้แขน และไร้ขา ไม่ลืมที่จะทำตามสัญญาที่ให้เอาไว้ในวันแรก
นั่นคือการล่มสลายของโลก
ในยามเวลาเที่ยงคืนที่ขึ้นวันใหม่ ได้มีแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งทวีป
ความมืดที่เคยจำกัดวงกว้างแค่ผืนทะเลได้คืบคลานสู่ผืนแผ่นดิน
มหาทวีปภาคเหนือ ตะวันออก ใต้ และตะวันตกล่วนจมลงสู่ความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง
ทุกสิ่งที่สัมผัสความมืดนั้นต่างถูกดูดทำลายเข้าไปในห้วงมิติที่เหนือความรู้และสามัญสำนึกของพวกเขา
ภูเขาภาคตะวันตกสุดขอบทวีป
ทะเลสาบภาคตะวันออกสุดขอบทวีป
แม้แต่ริมชายทะเลภาคเหนือกับภาคใต้ของทวีปก็เช่นกัน
ทุกสิ่งล้วนกำลังถูกความมืดกลืนกินหายไปสิ้น
เป็นโชคดีของเผ่าภูติที่อารยธรรมของพวกเขาคืออารยธรรมลอยฟ้า เลยทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายเมืองหลวง
เมืองภูติที่ลอยเหนือทะเลสาบได้ลอยเคลื่อนตัวหนีมาสู่บริเวณทะเลป่า หรือก็คือเคลื่อนตัวเข้าใกล้ภาคตะวันออกกลางของทวีป
เผ่าอาร์โธร์โพดาที่ซ่อนตัวอยู่ทางใต้สุดของทวีปก็เริ่มเคลื่อนย้ายเมืองหลวงเช่นกัน
องค์ราชินีทั้งห้าต่างรีบสั่งเคลื่อนย้ายขึ้นเหนือผ่านเส้นทางใต้ดินที่ไม่มีใครเห็นเพื่อหลบหนีเงามืดแห่งการล่มสลายที่ว่า
แต่น่าแปลกที่ทั้งสองเผ่าย้ายเมืองโดยไม่มีคริสตัลแห่งชีวิตปรากฏให้เห็นเลย
มันอยู่ที่ไหนหรือ?
เรื่องนั้นคงมีแต่พระเจ้ากับเผ่าของพวกเขาเท่านั้นที่รู้
แน่นอนว่าเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้ต้องถูกส่งรายงานไปหยั่งที่นักรบในแนวหน้าที่อยู่ช่วงตอนกลางของทวีป
แต่เนื่องจากเห็นความมืดที่ว่ากลืนกินเข้าใกล้ทวีปอยู่ทุกวัน พวกเขาจึงไม่ค่อยตกใจเท่าไหรนัก
อีกอย่างการจัดการเรื่องเมืองหลวงมันเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองที่ไม่เกี่ยวข้องกับนักรบอย่างพวกเขา
ดังนั้นแผนการบุกโจมตีเผ่ามนุษย์จึงยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม
ความเลวร้ายของเงามืดที่กลืนกินทวีปนั้นยังส่งผลกระทบต่อเผ่ายักษาเช่นกัน
พวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่หุบเขาทางตอนเหนือต้องจำยอมย้ายที่ตั้งมาสู่ริมฝั่งหุบเขาอีกฟากที่อยู่ใกล้เขตแดนของเผ่ามนุษย์
คริสตัลประจำเผ่าถูกเคลื่อนย้ายด้วยแรงงานสัตว์ เต็นท์ที่ถูกตั้งริมผาถูกเก็บขึ้น ประชากรร่างยักษ์ต่างเร่งรีบย้ายฐานที่ตั้งอย่างร้อนรน
พวกเขาได้เคลื่อนขบวบผ่านความมืดยามค่ำคืนก่อนที่ฟ้าจะสางเพื่อไปสู่อีกฟากของหุบเขากัน
จากเหตุการณ์นี้คงต้องบอกว่าเผ่าที่โชคดีที่สุดคือเผ่ามนุษย์ เพราะพวกเขาตั้งเมือง ณ ใจกลางของทวีปมาตั้งแต่แรก จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงามืดที่กลืนกินโลก ณ ตอนนี้ แต่สิ่งที่เผ่ามนุษย์ต้องกังวลนั้น คือเงามืดของกองทัพที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาต่างหาก
***ผู้กล้าสีแดงขาว [เปอร์ไซด์]
"เหวอ!? "
"ปี๊!? "
แผ่นดินที่สั่นไหวอย่างรุนแรงทำให้หนูลืมตาตื่นขึ้นมา
"ที่นี่คือ? "
"ปี๊~"
สิ่งแรกที่เห็นคือภาพของเจ้าหนูน้อยออกไซด์ที่กำลังบุกเข้ามาเลียใบหน้าอย่างดีอกดีใจ
ทำไมตัวหนูถึงมานอนอยู่กลางป่าแบบนี้ได้ละ?
"อุ๊ก..! "
ในตอนนั้นเองที่มีภาพของความทรงจำบางอย่างโลดแล่นเข้าสู่สมอง
ภาพของสัตว์เหล็กยักษ์ที่บินไล่
ภาพที่หนูพยายามต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ทุกคนหนีไปได้
และภาพของลุงบานาเผ่าสองเขาที่มาช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้เมื่อตอนนั้น
"เปอร์ไซด์ฟื้นแล้ว! "
"เออ… โซเดียม ไฮเจน? "
และคนที่แทรกเข้ามาขนาบข้างเจ้าหนูออกไซด์คือโซเดียมกับไฮเจน
ขนสีแดงสดกับขนสีขาวบริสุทธิ์กำลังโลดแล่นเต็มไปทั่ววิสัยทัศน์ของหนู
"อือ… ปวดหัวงะ~"
นี่ตัวหนูหลับไปกี่วันกันเนี่ยคะ?
"เธอสลบไปสิบห้าวัน เผ่าสองเขามาช่วยพวกเราเอาไว้ และตอนนี้พวกเรากำลังย้ายเมืองหนีลงใต้พร้อมกับพวกเขาเพื่อหนีความมืดแห่งการล่มสลายนะ"
เผ่าสองเขา? เงามืดแห่งการล่มสลาย?
ว่าแล้วหนูเลยยกร่างอันหนักอึ้งของตัวเองขึ้นมาเพื่อมองสภาพโดยรอบ
ที่ทางเหนือเลยออกไปไกลสุดเส้นขอบฟ้านั้น มันมีเงามืดอันน่ากลัวกำลังกลืนกินผืนแผ่นดินปรากฏอยู่
ส่วนตำแหน่งปัจจุบันในตอนนี้คือผืนป่าอันกว้างใหญ่ของหุบเขา
เส้นทางอันคดเคี้ยวตามริมผาแห่งนี้กำลังเต็มไปด้วยขบวนอพยบสองเผ่าพันธุ์
หนึ่งคือเผ่าของหนูที่เหลือประชากรเพียงหลักหมื่น
อีกหนึ่งคือเผ่าของคุณลุงสองเขาบานา
เผ่าที่มีเขี้ยว กล้ามเป็นมัด ตัวใหญ่มีเขาน่ากลัวเหล่านั้นกำลังช่วยเผ่าของหนูในการอพยบนี้ด้วย
และถ้าสังเกตให้ดี ก็จะพบว่าคนที่ช่วยแบกเปลให้หนูคือคนของเผ่าสองเขานั่นเอง
เป็นเผ่าที่ใจดีและอ่อนโยนผิดกับหน้าตามากค่ะ
"แล้วนี่พวกเราจะไปที่ไหนกัน? "
"ทางใต้ แต่ที่ไหนยังไม่รู้ พวกเราที่เป็นผู้ลี้ภัยคงทำได้แค่เดินตามเผ่าสองเขาไปเท่านั้น"
ไฮเจนตอบด้วยน้ำเสียงที่เศร้าหมอง
บางทีการที่พวกเราถูกทำลายคริสตัลแล้วต้องมาพึ่งใบบุญเผ่าอื่นแบบนี้ มันคงทำให้เธอเสื่อมเสียเกียรติอย่างมากละนะ
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงดังวุ่นวายเกิดขึ้นตรงช่วงหัวขบวนอพยบ
" เกิดอะไรขึ้นกันนะ? "
ไฮเจนกับโซเดียมต่างพึมพำออกมาพร้อมกัน
"นี่มัน…"
และดูเหมือนว่าจะมีหนูเพียงคนเดียวที่ได้ยินเนื่องจากมีความสามารถทางร่างกายที่เหนือเผ่าปักษาคนอื่น ๆ
เสียงนั้นมาจากเผ่าสองเขา
"แกได้ยินข่าวยังวะ เห็นว่ากองทัพที่บุกไปแพ้ราบคาบเลยวะ"
"แถมเห็นว่าขุนนางบานากับแมงโกและเหล่าลูกน้องยังโดนพวกยักษาน้อยจับตัวไปอีกด้วย"
"ให้ตายสิ… แพ้สงคราม ถูกความมืดไล่ที่ แถมยังต้องมาดูแลเจ้าพวกอพยบที่แพ้สงครามพวกนี้อีก"
"อนาคตหลังจากนี้จะเป็นยังไงกันเนี่ย? "
บทสนทนานั้นฟังดูตึงเครียดและไม่สู้ดีเท่าไหรนัก
แถมยังรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจที่มีต่อเผ่าของพวกหนูที่มาเป็นภาระให้กับพวกเขา
ว่าแต่ลุงบานากำลังถูกจับตัวไปอยู่หรือค่ะเนี่ย
ที่ว่าเผ่ายักษาน้อยคงหมายถึงเผ่าสองแขนสินะคะ?
"... ควรจะไปช่วย"
บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ
หนูไม่สามารถปล่อยให้ลุงบานาที่ยอมยื่นมือช่วยหนูกับเผ่าของหนูถูกจับตัวไปแบบนี้ได้หรอก
หนูจะต้องไปช่วยลุงบานา!
"ไฮเจน โซเดียม ออกไซด์ เดียวหนูขอตัวก่อนนะคะ! "
"เฮ้ย! นั่นเธอจะไปไหน!? "
หนูไม่สนใจพวกเขาแล้วกางปีกบินออกไปจากเปลอวนสีขาว
ความจริงควรหมดแรงเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน แต่คงเป็นฝีมือของพวกคุณวิญ--
“ (ก็บอกว่าไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็นเผ่าเซลล์เดียวที่เรียกว่า [โพรแคริโอต] เดียวปัดเหนี่ยวเลย!) ”
---ของคุณโพรแคริโอตที่มาสิงร่างของหนู จึงทำให้ไม่รู้สึกหิวค่ะ
ว่าแล้วก็บินทะยานขึ้นฟ้าเลย~
เพื่อช่วยลุงบานาผู้มีพระคุณของหนู!
"นั่นเธอจะไปไหน? รอพวกเราด้วยสิ! "
"ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปคนเดียวอีกแล้ว! "
" ปี้! "
ดูเหมือนว่า โซเดียม ไฮเจน กับออกไซด์ อยากจะตามหนูมาด้วยค่ะ
งั้นดีละ ไปช่วยลุงบานาพร้อมกันเลยค่ะ!
ในเวลาเดียวกัน ณ ยามราตรีในเมืองหลวงฮิวซิตี้ของเผ่ามนุษย์
ที่ตรอกซอยอันคับแคบและไร้ผู้คนแห่ง มีร่างของสตรีผิวสีเขียวสูงสามเมตรในชุดคลุมสีเทาโทรม ๆ กำลังยืนบีบคอชายผิวขาวที่สูงสองเมตรด้วยแขนเพียงข้างเดียวอยู่
***นักรบยันเดเระ [แครอท]
"พวกแกจับตัวเผ่าของฉันไปไว้ที่ไหน? "
"..."
"ฉันว่าฉันพูดภาษาของพวกแกได้ถูกไวยากรณ์อยู่นะ? "
"ไปตายซะไอพวกยักษ์! "
ว่าแล้วชายผิวขาวตรงหน้าก็พ่นเสมหะใส่ข้า
"อย่างงั้นหรือ? "
ฉันออกแรงเพียงเล็กน้อยที่ข้อนิ้ว
ชายตรงหน้าคอหักตายแทบจะในทันที
"รายที่สิบแล้วหรือ? ให้ตายสิ สุ่มจับมาถามแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้เรื่อง"
ฉันกำลังลอบเข้ามาสืบข้อมูลภายในเมืองของเผ่ายักษาน้อยด้วยตัวคนเดียว
ฉันคิดว่าตัวเองต้องรีบลงมือช่วยเหลือให้ไวที่สุด ดังนั้นจึงกำลังร้อนรนอย่างเห็น
แต่ทว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป การมีตัวตนของฉันในเมืองนี้คงความแตก
ไม่สิ เอาแค่คนที่ฉันพึ่งฆ่าไป พอตายครบวันกลับมาเกิดใหม่ ความมันก็แตกแล้วละ
นี่ฉันมีเวลาเหลืออีกเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้นเองหรือ?
" (... มีร่องรอยของศัตรู!?) "
มีคนอยู่ข้างหลังฉัน
ฉันรีบซ่อนตัวอยู่หลังเงาของสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นเหม็นโฉย
บางทีมันอาจจะเป็นถังขยะ แต่เวลาแบบนี้จะมาเรื่องมากไม่ได้หรอก
"##$&"
สิ่งที่ปรากฏตัวจากเงามืดของกำแพงนั้นคือกลุ่มขนาดเล็กของเผ่าตัวเขี้ยวกับเผ่าตัวจิ๋ว
สองเผ่าที่เคยรบราฆ่าฟันกลับมาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ในเมืองของเผ่ายักษาน้อย
พวกมันมาทำอะไรที่นี่กันนะ?