The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 102 ทวารที่ 1


    เครดิตภาพจาก  https://www.wallpaperflare.com

          แม้มาวินจะทำให้โจจี้รู้สึกรำคาญ แต่หนุ่มผมทองก็ยังไม่เลิกตอกไข่ใส่สีเขาเริ่มเขย่าขวัญด้วยน้ำเสียงที่ชวนหลอน


    “ นายเป็นคนสุดท้ายที่ได้สัมผัสกายเนื้อ ดังนั้นมันจึงรู้สึกผูกพันกับนาย ชั้นคิดว่าวิญญาณสัตว์ร้ายน่าจะวนเวียนอยู่แถวนี้” 


    “ เหวอ....... ” มาวินตะโกนดังลั่นป่า พร้อมกอดโจจี้แน่นกว่าเดิมอีกหลายเท่าจนทั้งคู่เกือบจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น


    “ เฮ้ย ไอ้บ้าจะล้มอยู่แล้ว ปล่อยก่อน...... ” โจจี้โวยวาย พร้อมผลักไสให้ถอยห่าง ในใจรู้สึกรังเกียจด้วยใบหน้าของมาวินแทบจะแนบชิดกับเขาอยู่แล้ว 


    “ ไม่ นายต้องช่วยชั้นก่อนไม่งั้น อย่าหวังว่าจะหนีไปไหนได้ ” มาวินขอร้องแกมบังคับ น้ำหูน้ำตาไหลนองหน้า โจจี้ทนสภาพดังกล่าวไม่ได้เขาจึงรีบตัดบท


    “ เออ มีทางช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่ถอยออกไป ชั้นจะบอกวิธีแก้ให้นายได้ยังไงเล่า ” 

                


            คิ้วเรียวของมาวินกระตุกนิดๆ เขารีบถอยฉากออกมานั่งพับเพียบเรียบร้อยมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนโจจี้รู้สึกตกใจ

                


            เมื่อมาวินเช็ดน้ำหูน้ำตาของตัวเองเสร็จ เขาก็รีบทวงถามถึงวิธีแก้ไขด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะสุภาพ


    “ ตกลงพี่ท่านจะบอกเกล้ากระผมได้รึยังขอรับว่า….วิธีแก้อาถรรพ์งูผีคืออะไร” 


    “ ฮะๆ ” โจจี้หัวเราะน้อยๆด้วยความขบขัน แม้กระทั่งเหมยลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆก็อดอมยิ้มไม่ได้ 


    “ เฮ้ ตกลงจะบอกหรือไม่บอก นี่ชั้นพยายามขอร้องนายอย่างสุภาพที่สุดแล้วนะ พี่ชายผมทอง ” มาวินเริ่มเสียงเเข็ง ใบหน้าเล็กเรียวขมวดนิ่ว


    “ โอ้.... โอเค ไม่ขำแล้ว อุ้บ ฮิๆ อ้า บอกแล้ว บอกก็ได้ หึๆ ” โจจี้พยายามกลั้นหัวเราะ ถึงกระนั้น เขาก็แอบสะอึกอยู่เล็กน้อย


    “ เออ เอาแต่หัวเราะอยู่นั่นแหละไม่ยอมบอกซักที ดีล่ะ ชั้นไปดีกว่า ” มาวินกระชากเสียง เพราะเริ่มงอน จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ทว่าโจจี้ก็ก้าวมาขวางหน้า พร้อมร้องบอกรัวร็ว 


    “ อุ้บๆ หึๆ โอเค คราวนี้เลิกขำเด็ดขาด ชั้นจะบอกนายจริงๆแล้ว ” 


    “ เออ ว่ามา ” มาวินตอบสะบัด ดวงเล็กเรียวเบิกโพลง พร้อมรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ

                 


            โจจี้พยายามสงบอารมณ์อยู่พักหนึ่ง อึดใจต่อมา เขาก็กล่าวกับมาวินด้วยท่าทางที่ดูเคร่งขรึมราวกับเป็นผู้ทรงภูมิในโลกลี้ลับ 


    “ วิธีแก้อาถรรพ์ของผู้ที่กำลังโดนวิญญาณตามล่ามีอยู่มากมาย แต่หนทางที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดนั่นก็คือ……ปิดทวารที่หนึ่ง ” 


    “ เอ๋....... ” ใบหน้าของมาวินเบี้ยวเล็กน้อย เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาเคยได้ยินแต่ปิดทวารทั้งห้า ปิดทวารทั้งเก้า แต่ไม่เคยได้ยินวิธีปิดทวารที่หนึ่งเลยซักครั้ง 


    “ เอ๊ะ นายทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นพูดล่ะสิ งั้นก็ตามสบายนะ หาวิธีแก้ไขเอาเองแล้วกัน ” คราวนี้เป็นฝ่ายโจจี้ที่เชิดใส่บ้าง 


    “ โอเค ยอมก็ได้เพราะถ้าไม่เชื่อนาย ก็ไม่รู้จะเชื่อหมาที่ไหนแล้ว ว่ามา วิธีนี้เป็นยังไง ” มาวินรีบคว้าแขนโจจี้พร้อมอ้อนวอนสุดชีวิต 


    “ วิธีนี้ก็คือ……..หึๆ ” โจจี้หยุดเดินเขาหันกลับมาบอกเบาๆ ใบหน้าเรียวประดับรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย คล้ายตัวโกงในหนังไทยสมัยโบราณ 


    “ เหอๆ คิดถูกมั้ยเนี่ยที่หวังพึ่งมัน ” มาวินรู้สึกจิตตก เขารำพึงรำพันกับตัวเอง


    ............................

                 

             หลังจากบอกวิธีแก้อาถรรพ์ให้กับมาวิน ทั้งหมดก็เก็บสัมภาระเพื่อเตรียมออกเดินทาง แต่ก่อนจะเคลื่อนขบวน โจจี้ก็เตร่มาบอกเหมยลี่ด้วยท่าทางที่ดูลิงโลด


    “ โชคดีมาเยือนแล้ว เพราะพวกเราจะปลอดมลพิษทางหูและประสาทไปอีกหนึ่งวัน” 

                


             แม้เด็กสาวไม่เอ่ยถาม แต่สายตาที่ชำเลืองมาเต็มไปด้วยความสงสัยหนุ่มผมทองจึงเป็นฝ่ายเฉลย


    “ คืองี้ ชั้นได้บอกวิธีแก้อาถรรพ์ให้น้องชายหัวเขียวว่า…..มันต้องทำการปิดทวารหนึ่งหรือปิดปากของตนเองเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม ไม่ว่าจะมีอะไร ห้ามพูดโดยเด็ดขาด หลังจากนั้นวิญญาณของงูร้ายก็จะเลิกตามรังควาน เป็นไง เจ๋งมั้ย ” 

               


            พอโจจี้พูดจบ เหมยลี่ก็หรี่ตาลงเล็กน้อยเป็นเชิงตำหนิ แต่เมื่อนึกถึงความบ้าบอ งี่เง่า และน่ารำคาญของมาวิน เด็กสาวก็เริ่มเห็นด้วยพร้อมผลักดันมาตรการให้เข้มยิ่งกว่าเดิม


    “ ทำไมไม่แกล้งหลอกให้มันปิดปากไปซักสามวันล่ะ ” 


    ……………………….

               

            ทั้งสามเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง โดยมีโจจี้เดินนำหน้า มาวินเป็นคนที่สอง ส่วนเหมยลี่เป็นคนปิดท้าย

                


           โจจี้นำพาพรรคพวกขึ้นสู่เขาสูง หนทางค่อนข้างลาดชันมีหลายครั้งที่มาวินอยากจะบ่น แต่เมื่อนึกถึงการปิดทวารที่หนึ่งเด็กหนุ่มก็สะกดใจและกัดฟันเดินต่อไป โดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา

                  


            ทีมตามล่ามอนสเตอร์ทั้งเดิน ทั้งไต่ ทั้งคลานตามภูมิประเทศที่ปรากฏจนเหงื่อไหลโชกโทรมกาย โชคดีที่พวกเขาล้วนแต่เป็นนักสู้ที่มีกำลังเหนือกว่าคนธรรมดาจึงทำให้การเดินทางไม่ติดขัด


    “ เอาล่ะ เราจะหยุดพักกันตรงนี้ ” หลังพามาถึงลานกว้างขนาด 30 เมตร โจจี้ก็กล่าวกับเพื่อนร่วมทีม


    “ ฮ้าว..... ง่วงจังเลย ชั้นขอนอน.... อุ้บ ” มาวินเป็นคนแรกที่บิดขี้เกียจ พร้อมหาวยาวๆ แต่ในขณะที่จะกล่าวคำ เขาก็เกิดฉุกคิดและหุบปากของตัวเองได้ทัน ท่าทางของเด็กหนุ่มดูสงบจนผิดปกติ ไม่นานเจ้าจ๋อจอมซนก็ผล็อยหลับ 


    “ หึๆ ได้ผลแฮะ รู้งี้แกล้งบอกให้มันเงียบซักอาทิตย์ดีกว่า” โจจี้ลอบสังเกตอาการของเด็กหนุ่ม เขารู้สึกยินดี เพราะเจ้าลิงจ๋อประจำคณะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้

               


           โจจี้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า หลังจากนั้นก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ จึงพบว่าเวลาได้ล่วงเข้าสู่ 15.00 น. ถ้าพิจารณาตามหลักการ พวกเขาน่าจะเดินทางต่ออีกสองชั่วโมง น่าแปลกที่ฮันเตอร์หนุ่มตัดสินใจพักตรงนี้ เหมยลี่เลยเอ่ยถาม 


    “ ดูจากเวลา น่าจะเดินทางต่อได้อีกหน่อยทำไมนายถึงหยุดพักล่ะ ” 

                


            โจจี้ที่เริ่มก่อกองไฟ เกิดชะงักขึ้นมาแวบหนึ่ง จากนั้นก็ตอบกลับมาเนือยๆ โดยที่สองมือยังคงทำงาน


    “ ตามข่าวที่ได้รับรายงานมา พบว่าเหยื่อรายสุดท้ายที่ถูกคองโกล่าทำร้ายอยู่บนยอดเขาลูกนี้ ซึ่งกว่าจะไต่ไปถึง น่าจะใช้เวลาอีกชั่วโมงเศษ ถึงตอนนั้นมันจะมืดพอดี การตั้งแคมป์ใกล้บริเวณที่มอนสเตอร์ร้ายกาจอาศัยอยู่ เป็นวิธีการที่ไม่ปลอดภัย ” 

                 


            ทันทีที่เหมยลี่รับฟัง เธอก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย ในใจนึกชมเชยความละเอียดรอบคอบของฮันเตอร์หนุ่ม เวลาต่อมา ทั้งสองก็แยกย้ายกันทำงานเพื่อสร้างแคมป์ชั่วคราวเอาไว้พักแรม 


    ………………………


    “ เหวอ..... ” มาวินสะดุ้งสุดตัว พร้อมตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลันปิดท้ายด้วยการจามอย่างรุนแรง


    “ ฮัด......เช้ย ” 

                 


            น้ำมูก น้ำลายหลั่งทะลักออกมาอย่างเนืองนอง อันชวนสังเวชและน่ารังเกียจที่สุด ทว่ามาวินกลับสบถเบาๆ ท่าทางภูมิใจ 


    “ จามแบบนี้ สงสัยจะมีคนคิดถึงแหงๆ ” 

                


            ทันใดนั้นเอง เสียงนิ่มนวลของโจจี้ก็ลอยมาตามลม


    “ เฮ้......ทวารที่หนึ่ง ” 

                  


           คำพูดนั้นทำเอาเด็กหนุ่มหัวเขียวสะดุ้งแรง ในใจระลึกถึงสิ่งที่ต้องกระทำ นั่นก็คือปิดปากเงียบไปตลอดทั้งวัน 

                


           โจจี้เหลือบมองหน้าซีดๆของเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยแล้วปลอบประโลม 


    “ เมื่อกี้ถือว่าสบถกับตัวเอง ไม่นับว่าพูดก็ได้ แต่ยกเว้นให้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ” 


    “ ได้เลย อุ้บ......ไม่พูด ” เด็กหนุ่มหัวเขียวรีบตอบกลับแต่เมื่อฉุกคิดว่าตนเพิ่งจะเผลอพูดออกมา เขาก็รีบปิดปากตัวเอง


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน