บทที่ 46 ที่มาอันลึกลับของเศรษฐีตัวจริงอย่างหานซาน
“ช่างร้ายกาจยิ่งนัก” หลิวหลิงหรานอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่หานซานถูกหลอก
“ข้าเป็นคนเที่ยงธรรมนะ เจ้าอย่าได้กล่าวหาข้าลอย ๆ เช่นนั้น” เฉินชิงหยวนเชิดหน้าขึ้น เดินก้าวฉับ ๆ ไปยังห้องโถงรับรองแขก
เมื่อตกลงกันกับเฉินชิงหยวนว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย หลิวหลิงหรานย่อมต้องเตรียมตัวให้พร้อม นางต้องคิดให้ดีว่าจะพูดอะไรบ้าง
ณ ห้องโถงรับรองแขกแห่งสำนักเสวียนชิง ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ หานซานก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น เขานั่งไม่ติด เดินไปเดินมาอยู่ตลอดเวลา
ทันใดนั้นเอง หานซานก็เงยหน้าขึ้นมองเห็นเฉินชิงหยวนเหยียบย่างเข้ามา เขาก็ดีใจจนร้องออกมาว่า
“พี่เฉิน!” เฉินชิงหยวนจัดการเรื่องหลิวหลิงหรานเรียบร้อยแล้ว เขาก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางองอาจและมั่นใจ
“พี่เฉิน เซียนจื่อจะมาถึงเมื่อไหร่?” หานซานถามด้วยสีหน้าประจบ
“รอหน่อยเถอะน่า!” เฉินชิงหยวนเดินเข้าไปในห้องโถง นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล หานซานเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ อย่างกระตือรือร้น
“เจ้าบอกข้าหน่อยเถอะว่าเป็นใคร ข้าจะได้เตรียมใจถูก”
“เคยได้ยินเรื่องสามเซียนจื่อแห่งดินแดนฝูหลิวซิงหรือไม่?” เฉินชิงหยวนไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ค่อย ๆ ชักนำ
“เคยได้ยินมาบ้าง ว่ากันว่าสามเซียนจื่อแห่งดินแดนฝูหลิวซิง ล้วนเป็นหญิงงามล่มเมือง งดงามหาที่เปรียบมิได้” เมื่อพูดถึงเรื่องสาวงาม หานซานย่อมไม่พลาดที่จะร่วมวงสนทนา
“ที่ข้านำมาแนะนำให้เจ้าในวันนี้ ก็คือหลิงหรานเซียนจื่อแห่งสำนักเสวียนชิง นางคือหญิงสาวในฝันของหนุ่มรูปงามมากมาย เป็นดอกฟ้าที่เอื้อมไม่ถึง” เฉินชิงหยวนกล่าวชมเชยอย่างออกนอกหน้า
“นี่...” หานซานตื่นเต้นจนพูดไม่ออก พักหนึ่งจึงตั้งสติได้ รีบคว้ามือเฉินชิงหยวนในทันที
“พี่เฉิน ข้าเข้าใจผิดไปแล้ว ขอบคุณที่เจ้าทุ่มเทเพื่อข้า ไม่ได้หาใครมาหลอกลวงข้า”
“ปล่อย!” เฉินชิงหยวนสะบัดมือหานซานออก สีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“พวกเราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน จะไปหลอกใครก็หลอกได้ แต่ไม่มีทางหลอกเจ้าหรอก!”
“ถูกต้อง” หานซานพยักหน้าเห็นด้วย
“ถึงแม้ข้าจะแนะนำหลิงหรานเซียนจื่อให้เจ้ารู้จัก แต่สุดท้ายแล้วผลจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง ครั้งแรกที่เจอกัน เจ้าอย่าขี้เหนียวล่ะ! เตรียมของขวัญที่เหมาะสมไปด้วย!” เฉินชิงหยวนยุยง
“จริงด้วย! ของขวัญต้องมีค่ามากพอ เพราะความประทับใจแรกพบนั้นสำคัญยิ่งนัก” หานซานเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่ง” เฉินชิงหยวนกระแอม ส่งสายตาเป็นนัย ๆ
“ข้าวิ่งเต้นไปทั่วเพื่อเจ้า เหนื่อยแทบแย่” หานซานเข้าใจในทันที เขารีบหยิบถุงเก็บสรรพสิ่งใบหนึ่งออกมา ส่งให้เฉินชิงหยวนอย่างใจกว้าง
“พี่เฉิน รับไปเถอะ!” เมื่อค่าเหนื่อยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เฉินชิงหยวนย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขาคว้าถุงสรรพสิ่งไปพร้อมกับพูดอย่างสุภาพ
“ข้าเกรงใจจริง ๆ แค่น้ำใจเล็กน้อยก็พอ อย่าให้มากเกินไปเลย” จากนั้นเฉินชิงหยวนก็เปิดถุงเก็บสรรพสิ่งออก ปล่อยญาณเทวะเข้าไป พอเห็นข้างในก็ตกใจแทบสิ้นสติ
“เส้นชีพจรวิญญาณระดับกลาง!”
ถ้าค้นจนหมด คาดว่าจะมีหินวิญญาณระดับกลางถึงหนึ่งแสนก้อน ถ้าค้นอย่างช้า ๆ โดยไม่ทำลายแกนของเส้นชีพจรวิญญาณ เมื่อเวลาผ่านไปก็จะสามารถผลิตหินวิญญาณออกมาได้อย่างไม่ขาดสาย
ใจกว้างจริง ๆ !
ในอดีต ตอนที่ตำหนักบูรพาสุขมาติดต่อเฉินชิงหยวน ก็ให้เส้นชีพจรวิญญาณระดับกลางมาเพียงเส้นเดียว เมื่อเทียบกับหานซานแล้ว ตำหนักบูรพาสุขซึ่งเป็นสำนักใหญ่ช่างดูขี้เหนียวสิ้นดี
เฉินชิงหยวนเงยหน้าขึ้นมองหานซานด้วยแววตาตกตะลึง
“เหล่าหาน เจ้าไปรวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ถึงพวกเราจะโลภมาก แต่สุภาษิตก็กล่าวไว้ว่า ‘บัณฑิตรักทรัพย์สินโดยชอบธรรม อย่าทำอะไรที่ผิดศีลธรรมเลย’”
“นี่เจ้าคิดอะไรอยู่ เงินข้าหาเอง! ได้มาอย่างบริสุทธิ์! สะอาดกว่าเงินเจ้าเป็นร้อยเท่า”หานซานพูดอย่างไม่พอใจ
“ร้อยกว่าปีที่ข้าติดอยู่ในแดนต้องห้ามเทียนหยวน เจ้าไปทำอะไรมา?” พูดตามตรง หากเป็นช่องทางทำมาหากินที่สุจริต เฉินชิงหยวนก็อยากจะขอร่วมด้วย เพราะการทำมาหากินกับพี่น้องย่อมไม่น่าอาย
“มันซับซ้อนน่ะ” หานซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ
“เล่ามาสิ!” เฉินชิงหยวนเร่ง
“เอาเป็นว่าเล่าแบบย่อ ๆ แล้วกัน” หานซานไม่ได้คิดจะปิดบัง เขาหันหลังเตรียมของขวัญไปพลางเล่าไป
“ตอนเด็ก ๆ ข้าถูกอาจารย์เก็บมาเลี้ยงดู พอประมาณร้อยปีก่อน ก็มีกลุ่มคนลึกลับมาบอกว่าข้าเป็นคุณชายแห่งตระกูลใหญ่ แต่พลัดหลงมาที่นี่”
“ข้าเห็นว่าพวกเขาน่าเกลียดเกินไป หน้าตาแย่กว่าข้าเป็นร้อยเท่า แน่นอนว่าต้องมีแผนร้ายอะไรบางอย่าง ข้าเลยไม่ยอมกลับไปกับพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็บอกว่าทางตระกูลเข้าใจ จึงมอบธุรกิจให้ข้าดูแลหลายแห่ง ถือเป็นการทดสอบ”
หานซานเล่าต่อ “ถ้าข้าสอบไม่ผ่าน ก็ต้องกลับไปรับการสั่งสอน สืบทอดมรดกส่วนหนึ่ง พวกเขาก็พูดอะไรมากมาย ข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก หลังจากนั้น พวกเขาก็นำคนของแต่ละธุรกิจมาแนะนำให้ข้ารู้จัก ของได้มาเปล่า ๆ เช่นนี้ ใครเล่าจะไม่รับ”
“...” เฉินชิงหยวนฟังแล้วก็รู้สึกมึนงง
‘ธุรกิจล้มเหลว ก็ต้องกลับไปรับช่วงต่อ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!’
‘หรือว่าหมอนี่แอบเลียนแบบข้า กำลังหลอกข้าอยู่งั้นหรือ?’
เฉินชิงหยวนมองหานซานด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย แต่เมื่อคิดอีกที หากไม่ได้เป็นอย่างที่หานซานพูด ก็คงไม่รวยขนาดนี้
เพียงแต่ สิ่งที่หานซานพูดนั้นเหลือเชื่อเกินไป ยากที่จะทำให้คนอื่นเชื่อได้!
“ธุรกิจอะไรบ้าง?” เฉินชิงหยวนถามเสียงเบา
“ตามกฎของพวกเขา ห้ามบอกคนนอก ไม่อย่างนั้นจะถือว่าข้าสอบตก แล้วก็จะถูกบังคับพาตัวไปที่ไหนสักแห่ง ตอนนั้นข้าเอาแต่สนใจบัญชีกับสมบัติเต็มห้อง จึงไม่ได้ฟังให้ดี ดูแล้วน่าจะประมาณนี้แหละ” หานซานตอบ
“เจ้านี่... อยู่ ๆ ก็อยากโดนตบรึ?” เฉินชิงหยวนถูกยั่วจนอยากรู้ แต่กลับไม่ได้คำตอบ มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ
“ตอนนี้เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก ถ้าลงมือกันจริง ๆ ข้าจะเอาคืนเจ้าให้สาสมเลย” หานซานหันกลับมามองหน้าเฉินชิงหยวน ยิ้มกวน ๆ
“ถ้าข้ากับหลิงหรานเซียนจื่อลงเอยกัน ข้าจะให้แต๊ะเอียเจ้าเอง”
“ไปให้พ้น!” เฉินชิงหยวนถีบหานซานไปทีหนึ่ง หานซานปัดเสื้อผ้าเบา ๆ ไม่ได้ใส่ใจ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ยามเย็นได้มาเยือน
หลิวหลิงหรานเหินบนอากาศมาจากยอดเขาอวี้จู่ สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ปลายกระโปรงยาวประมาณเกือบจั้ง พลิ้วไหวไปตามจังหวะก้าวเดิน นางสวมผ้าคลุมหน้าสีขาว บังใบหน้าอันงดงาม ผมยาวสลวยถูกมัดรวบไว้ด้านหลัง ปล่อยปลายผมสยายลงมาตามแผ่นหลัง
เมื่อเห็นหลิวหลิงหรานเดินเข้ามา ดวงตาของหานซานก็เบิกกว้าง ราวกับว่าทุกย่างก้าวของนางได้ฝังลึกลงไปในใจของเขา สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสามเซียนจื่อผู้งดงามแห่งดินแดนฝูหลิวซิง งดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ
“มองอะไรอยู่ รีบไปทักทายสิ”
จนกระทั่งหลิวหลิงหรานมาถึงหน้าประตูห้องโถง หานซานก็ยังคงตกตะลึงอยู่ เฉินชิงหยวนซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ จึงรีบบอก หานซานได้สติ รีบเก็บอาการตื่นเต้น ก้มศีรษะทักทายอย่างสุภาพ
“ยินดีที่ได้รู้จักหลิงหรานเซียนจื่อ ข้าคือหานซาน เชื่อว่าพี่เฉินคงบอกท่านแล้ว”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน คุณชายหาน” หลิวหลิงหรานทำความเคารพเล็กน้อย เพื่อเป็นการให้เกียรติ
“นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากข้า เชิญรับไวเถิด” หานซานพูดพลางยื่นถุงเก็บสรรพสิ่งอันวิจิตรบรรจงไปให้ หัวใจเต้นแรงไม่หยุด
“ขอบคุณ” หลิวหลิงหรานไม่ได้ปฏิเสธ รับไว้ทันที
“เชิญเข้าไปคุยข้างในเถอะ” หานซานผายมือเชื้อเชิญไปยังห้องโถง หลิวหลิงหรานเดินเข้าไป ขยิบตาให้เฉินชิงหยวนที่อยู่ภายในห้อง
‘ข้าไม่ได้ตั้งใจหลอกท่านนะ แต่ข้าจนปัญญาจริงๆ!’
เฉินชิงหยวนหาข้ออ้าง รีบชิ่งออกไปทันที ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงหลิวหลิงหรานและหานซานกำลังสนทนากันอย่างออกรส
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น!” ตอนที่เฉินชิงหยวนกำลังจะเดินกลับไป ศิษย์พี่หลายคนที่ทำความสะอาดห้องโถงเสร็จแล้วก็ปรากฏตัวขึ้น