รอยถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาที่หน้าหมู่บ้านสบถออกมาอย่างหัวเสีย
“หมาป่าแดงกับเ้านั่นมันไม่เก่งเกินไปหน่อยหรือไงวะการยิงธนูของมันเรียกได้ว่าเข้าขั้นน่ากลัวเลย เล่นยิงลูกธนู 2 ดอกออกมาพร้อมกันเข้าที่ขาของเราอย่างแม่นยำ ไหนจะหมาป่าแดงจ่าฝูงนั่นอีกความเร็วของโซ่ิญญากับกะโหลกิญญาก็ตามจับพวกมันทั้งคู่ไม่ทัน คงโง่แน่ที่จะเลือกโจมตีพวกมันทั้งคู่ซึ่ง ๆหน้าอีกครั้ง”
รอยวิ่งเข้าไปที่กระโจมที่เคยคุยกับผู้เฒ่า แต่กลายเป็ว่าตอนนี้ผู้เฒ่าได้ตายไปแล้วรอยเลยค้นกระเป๋ากางเกงที่ผู้เฒ่าเคยมอบแหวนมาให้ก็พบว่ามันยังมีแหวนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาเหมือนเดิม
“แสดงว่าเราคืนชีพมาหลังจากที่คุยกับผู้เฒ่าคนนี้ไปแล้ว”
พอรู้แบบนี้แล้วรอยก็รีบวิ่งตามกลุ่มเผ่าเบลมมีส์ไปจนเห็นพวกนั้นอยู่ไกล ๆ แต่ระยะทางที่ตามมาดูเหมือนจะไกลมากขึ้น
“หมายความว่าถ้าเราตายเผ่าเบลมมีส์ก็จะเดินทางต่อไปไกลเรื่อย ๆไม่ได้ถูกย้อนกลับมาเหมือนกับเรา ถ้าเราช่วยเหลือพวกเด็กช้าเท่าไหร่ระยะทางก็จะยิ่งไกลออกไปมากขึ้นเท่านั้น”
“ไม่มีทางที่จะลอบโจมตีพวกมันจากระยะไกลได้เลย แต่ถ้าเข้าไปใกล้มากกว่านี้ก็จะเสี่ยงเกินไปอีก จำนวนหมาป่าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีอยู่ทั้งหมดกี่ตัว”
รอยลองเอาแหวนของผู้เฒ่าที่มอบให้ขึ้นมาสวมดูว่ามันเป็ของวิเศษรึเปล่า แต่ครั้งนี้กลับมีคำอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาทันทีที่รอยสวมแหวนเข้าไป
แหวนผู้สืบทอดจิติญญาแห่งไฟ
เพิ่มความสัมพันธ์ธาตุไฟ 100 %
ลดความเสียหายของธาตุไฟ 50 %
“ของโคตรดี!! ถ้ามีของชิ้นนี้อยู่ก็พอมีหวังอยู่บ้างเพราะทักษะโจมตีของเราสามารถะเิได้ ความสัมพันธ์ธาตุไฟน่าจะเพิ่มความรุนแรงของทักษะได้บ้างแหละนะ”
แหวนเงาจันทร์ที่เราใส่ไว้อยู่ก็ดูไร้ค่าไปเลยถ้าไม่มีพลังจากแสงจันทร์สะสมไว้มาคอยป้องกัน
“การทำภารกิจต่อเนื่องแบบนี้เป็ผลเสียกับเราจริง ๆ”
“ทักษะกะโหลกิญญาของเราใช้ได้ 4 เป้าหมายเมื่อถือไม้เท้า คงต้องลองะเิดูสักครั้งเพื่อให้รู้ว่าขอบเขตการะเิจะใหญ่สักแค่ไหน”
รอยที่ย่อตัวอยู่รับรู้ได้ถึงกระแสลมที่พัดมาจากทางด้านหลังที่ส่งกลิ่นหญ้าโชยแตะเข้าจมูก
“ลม...อย่าบอกนะว่าพวกหมาป่ามันรับรู้ได้จากกลิ่นของเราที่ลอยตามลมไปหาพวกมัน” ถึงรอยจะไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับลมที่พัดมานี้หรือเปล่าแต่ก็วิ่งอ้อมไปอีกทางก่อนเพื่อความสะดวกใจ
คราวนี้รอยเลือกที่จะพุ่งตรงเข้าไปแนวหลังของพวกมันเพราะระยะการโจมตีของทักษะกะโหลกิญญาของรอยไม่ไกลมากนัก
กะโหลกิญญา!
หัวกะโหลก 4 หัวพุ่งเข้าหาเป้าหมายแบบสุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งเป็กลุ่มหมาป่าดำที่อยู่แนวหลัง ทันทีที่พวกมันรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุกเข้ามา มันก็รีบพากันกระจายตัวออกไปทันทีเหมือนกับว่าถูกฝึกมาเป็อย่างดี
กรร!
หมาป่าที่ถูกกะโหลกิญญาเกาะติดทำให้พวกมันวิ่งพล่านร้องออกมาอย่างเ็ปและพยายามเอาหัวของพวกมันหันหลังมาดูร่างกายของตัวเองว่ามีอะไรที่โจมตีพวกมันอยู่กันแน่ รอยเห็นว่าได้โอกาสจึงใช้ทักษะกะโหลกิญญาอีกครั้งเพื่อให้มันะเิขึ้น
ตู้ม!
เสียงะเิดังสนั่นพร้อมกับกองเืกระจายไปทั่วพื้นที่เป็วงกว้างสร้างความแตกตื่นให้กับฝูงหมาป่าดำไม่ใช่น้อย หมาป่าที่มีหัวกะโหลกเกาะติดถูกะเิจนกลายเป็หลุมลึก 4 จุดทำให้หมาป่าที่วิ่งออกมาก่อนหน้านี้ต่างก็แตกตื่นวิ่งวุ่นกันไปทั่ว ทันทีที่รอยใช้ทักษะกะโหลกิญญาสองครั้งติดพลังของรอยเหมือนจะถูกสูบหายไปกว่าครึ่ง เรี่ยวแรงลดลงไปเหมือนกับพึ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก
บรู๊วว!
อู อู
เผ่าเบลมมีส์ที่เหมือนเป็หัวหน้าขึ้นมาขี่หลังหมาป่าแดงสั่งการให้คนในเผ่าเตรียมพร้อมต่อสู้แล้วจัดขบวนป้องกันอยู่รอบ ๆตัวเกวียน ทุกคนง้างคันธนูเล็งออกไปรอบทิศทางเพื่อหาว่ามีศัตรูอยู่ตรงไหน
บรู๊วว!!
หมาป่าแดงส่งสัญญาณชี้มาทางที่รอยยืนอยู่
เวรแล้วไง!
รอยตื่นตระหนกทันทีที่เห็นว่าพวกมันรู้แล้วว่ารอยแอบซุ่มอยู่ตรงจุดนี้ ถึงรัศมีะเิจะรุนแรงแต่มันก็ไม่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ความเสียหายที่รอยสร้างขึ้นมาเป็เพียงแค่สองในสิบส่วนของเผ่าเบลมมีส์กลุ่มนี้เท่านั้น
“บ้าเอ้ย! ไม่มีที่ให้หลบอย่างนี้ก็ขอเผ่นไปก่อนละกัน”
รอยวิ่งหนีเต็มฝีเท้าออกมาอย่างสุดชีวิตและคอยมองดูข้างหลังอย่างระมัดระวัง พวกที่ตามมามีแต่กลุ่มหมาป่าดำ เผ่าเบลมมีส์ยังคงยืนคุ้มกันกรงขังเอาไว้อยู่เพราะดูเหมือนว่าเด็กกลุ่มนี้จะสำคัญกับพวกเขาเอามาก ๆ เลยปล่อยแค่ฝูงหมาป่าออกมาไล่ล่ารอยเท่านั้น
ถึงรอยจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ตามแต่ก็เร็วไม่พอที่จะวิ่งหนีจากฝูงหมาป่ากลุ่มนี้ไปได้จึงถูกพวกมันล้อมเอาไว้ มีหมาป่าตัวหนึ่งกระโจนเข้ามาหวังจะขย้ำรอย รอยกำไม้เท้าฟาดเข้าไปที่หัวของมันกลางอากาศอย่างจัง จนมันกระเด็นลอยออกไปตามแรงเหวี่ยงของไม้เท้า ถึงรอยจะฟาดมันไปได้หนึ่งตัวหมาป่าตัวอื่นที่กระโจนมาพร้อมกันก็กัดเข้ามาที่จุดอับสายตาของรอยเข้าพอดี
อ๊ากก!
หมาป่าตัวนี้กัดเข้าที่ไหล่ขวาของรอยจนไม่มีแรงที่จะถือไม้เท้าต่อไปได้อีก รอยล้มลงไปด้วยเพราะน้ำหนักตัวของมันที่กดทับมาที่ร่างของรอยที่เบากว่ามันมาก รอยพยายามเอามือซ้ายต่อยเข้าไปที่หัวของมันเพื่อที่จะให้มันหยุดกัดที่ไหล่ของเขา แต่ก็เหมือนกับต่อยใส่หินที่ไม่ะเือะไรมันได้เลยมันยังคงกัดรอยไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
กะโหลกิญญา!
หัวกะโหลก 3 หัวพุ่งออกไปหาเป้าหมายหนึ่งในนั้นคือตัวที่กัดรอยอยู่ แต่ยังเหลือหมาป่าอีก 20 กว่าตัวที่ขู่คำรามอยู่โดยรอบ หมาป่าตัวอื่นที่ไม่ถูกโจมตีเห็นว่ารอยไม่เหลือพิษสงที่จะสู้ต่อแล้วก็เข้ามารุมขย้ำรอยอย่างกับอาหารอันโอชะ
กะโหลกิญญา!
ตู้ม!
รอยใช้แรงเฮือกสุดท้ายะเิพลีชีพแม้แต่ร่างของตัวเองก็ไม่หลงเหลือเอาไว้ พื้นที่โดยรอบถูกะเิสร้างความเสียหายให้กับฝูงหมาป่าดำกลุ่มใหญ่ไปได้ด้วยดี
ผู้ทดสอบเหลือ 18 ชีวิต
“บ้าเอ้ย! ตายอีกแล้ว ะเิใช้ใกล้ ๆไม่ได้เลยอันตรายเป็บ้า แม้แต่ตัวเองก็ได้รับผลกระทบของทักษะกะโหลกิญญาไปด้วยเหรอเนี่ย”
รอยพยายามคิดทบทวนว่าในหมู่บ้านของชนเผ่าบาบาเรี่ยนว่ายังพอจะมีอะไรบ้างที่พอจะนำมาเป็เครื่องมือไว้ใช้ต่อกรกับฝูงหมาป่าได้
“เผ่าบาบาเรี่ยนนี้ส่วนใหญ่จะใช้หอกเป็อาวุธ ะเิก็ใช้ได้แต่กับกะโหลกิญญาถ้าใช้ศพของคนพวกนี้มาเป็ะเิได้ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยภารกิจนี้คงผ่านได้ง่ายกว่านี้เป็แน่”
ถึงรอยจะบ่นไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเพราะสิ่งเ่าั้ไม่สามารถทำได้จริง รอยจึงรีบรวบรวมหอกยาวที่พอจะใช้งานได้ขนออกมาวิ่งตามหลังเผ่าเบลมมีส์มาติด ๆ
“เดี๋ยวนะ!...ทำไมจำนวนของฝูงหมาป่าดำมันถึงลดลงล่ะ อย่าบอกนะว่าที่เราฆ่าพวกมันไปก่อนหน้านี้จะมีผลด้วย”
รอยเริ่มมองเห็นความหวังในการผ่านภารกิจนี้บ้างแล้ว
“แต่เหลืออีก 18 ชีวิตยังไงก็ต้องใช้ให้คุ้มที่สุด เพราะเ้าหมาป่าแดงกับคนที่ขี่มันน่ากลัวกว่าพวกหมาป่าดำไม่รู้ตั้งกี่เท่า”
รอยวิ่งเข้ามาในระยะของหอกที่คิดว่าปาถึง แต่ด้วยทักษะการปาหอกที่แสนจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินหอกที่รอยปาพุ่งไปไม่ถึงกลุ่มหมาป่าดำอย่างที่รอยคาดหวังไว้เลย มันพุ่งไปได้แค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ตกลงมาแล้ว ถึงรอยจะพลาดแต่ก็ไม่ได้ตื่นใอะไรมากยังคงใช้ทักษะกะโหลกิญญาใส่พวกมันแล้วะเิพวกมันไปได้อีกหลายศพ แต่ครั้งนี้เผ่าเบลมมีส์ที่เฝ้าระวังอยู่รอบกรงเหล็กไม่อยู่เฉยพวกมันรีบยิงธนูมาทางรอยทันทีที่เห็นตัว
ฟิ้ว!
ลูกศรหลายสิบดอกพุ่งตรงมาทางรอย
ฉึก! ฉึก!
ลูกศรพุ่งผ่านสายลมแหวกทะลุร่างของรอยไปไม่ต่างกับชิ้นเนื้อบาง ๆรอยก้มมองดูร่างตัวเองที่มีรูพรุนอยู่ทั่วทั้งตัว ก็ได้แต่ทำใจล้มฟุบลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดหนทางที่จะสู้ต่อ
ผู้ทดสอบเหลือ 17 ชีวิต
รอยทำแบบนี้ไปหลายครั้งจนรู้ระยะการยิ่งธนูของชนเผ่าเบลมมีส์ ถึงการฆ่าชนเผ่าเบลมมีส์จะยากกว่าการฆ่าหมาป่าดำที่ต้องแลกชีวิตด้วยวิธีการะเิตัวเองกับพวกมัน เผ่าเบลมมีส์ที่มีความฉลาดและรอบคอบกว่า พวกมันจะไม่พยายามเข้ามาในระยะการโจมตีของรอยแต่เป็รอยเองที่ต้องเข้าไปหาพวกมัน ซึ่งเป็เื่ยากมากที่จะต้องคอยหลบลูกธนูหลายสิบดอกที่ยิงออกมาพร้อม ๆกันโดยไม่ได้รับาเ็อะไรเลยและการคุ้มกันแนวหลังของเผ่าเบลมมีส์ดูเหมือนจะยิ่งแ่าขึ้นเรื่อย ๆเมื่อฝูงหมาป่าดำของพวกมันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ตอนนี้เหลือชนเผ่าเบลมมีส์อยู่ด้วยกัน 6 คนกับ หมาป่าแดงอีก 1 ตัว ชีวิตรอยตอนนี้เหลืออยู่อีก 11 ชีวิต
จำนวนศัตรูมีน้อยขึ้นไม่ได้ทำให้มันง่ายขึ้นเลยเพราะยิ่งคนเหลือน้อยพวกมันก็ยิ่งอยู่ใกล้กับพวกเด็กมากยิ่งขึ้น แต่พวกมันก็ไม่ได้เคลื่อนที่กันต่อไปอีกแล้วเพราะไม่มีหมาป่าคอยลากเกวียนให้เดินทางไปต่อได้ ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็ผลดีกับรอยที่คอยก่อกวนพวกมันได้ตลอดเวลา ทักษะกะโหลดิญญาถ้าไม่ได้ะเิก็ทำได้แต่สร้างความเ็ปทางิญญาให้กับเป้าหมายเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเป้าหมายได้ถ้าไม่ถูกะเิ
บอสใหญ่ทั้งสองของพวกมันร่วมมือกันทีไรก็ทำให้รอยตายคาที่โดยที่ไม่ทันได้ตอบโต้อะไรเลย
“ต้องแยกพวกมันออกจากกันให้ได้ไม่งั้นภารกิจนี้คงไม่ผ่านแน่ ๆ แต่ดูเหมือนพวกมันจะเหนื่อยล้ากันไม่ใช่น้อยที่ถูกเราก่อกวนอยู่อย่างนี้ไม่หยุดไม่หย่อน”
“บ้าเอ้ย! กว่าจะล่อพวกมันออกมาได้” รอยพุ่งเข้าไปและรีบถอยกลับมาให้ไกลจากเกวียนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนหมาป่าแดงจะหมดความอดทนแล้วออกมาเองตัวเดียวโดด ๆไม่มีหัวหน้าขี่ตามมาด้วย รอยเห็นโอกาสจึงเพ่งสมาธิใช้ทักษะกะโหลกิญญา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ดูเหมือนจะเป็ผลดีกับรอยไม่ใช่น้อย กะโหลกิญญาทั้ง 4 หมุนวนอยู่รอบตัวหมาป่าแดงทั้งหมดเพราะในระยะการโจมตีมีหมาป่าแดงอยู่มีเพียงเป้าหมายเดียว รอยไม่รอช้าปล่อยให้มันพุ่งเข้ามาใกล้รอยมากขึ้นมากกว่านี้อีก เพราะรอยรู้ดีว่าความเร็วในการพุ่งตัวของมันเหมือนกับการวาร์ประยะสั้น รอยเลยพยายามเว้นระยะห่างจากมันให้ได้มากที่สุด
กะโหลกิญญา!
ตู้มม!
กะโหลกิญญาทั้ง 4 ที่รวมอยู่ในจุดเดียวกันสร้างความรุนแรงของะเิไปไม่ใช่น้อย รอยไม่รอช้าพุ่งเข้าหาเผ่าเบลมมีส์ที่กำลังใกับะเิลูกใหญ่นี้ จนนิ่งค้างกันไปหลายคนส่วนหัวหน้าที่ขี่หมาป่าแดงก็กู่ร้องะโอย่างกับคนบ้าที่เสียคนที่สำคัญในชีวิตของมันไป
อ๊ากก! บา! บา!
ร่างของหัวหน้าเผ่าเบลมมีส์ดิ้นรนทุรนทุรายเหมือนกับว่าเป็ตัวมันเองาเ็หนักทั้งที่รอยยังไม่ได้ทำอะไรมันเลย
“ทำไมเ้านั่นมันถึงทำท่าทางเ็ปอย่างนั้นล่ะ?”
ในระหว่างที่เห็นหัวหน้านั่นดิ้นทรุดตัวร้องโวยวายอย่างบ้าคลั่ง รอยจึงรีบใช้โซ่ิญญาพันธนาการคนที่เหลือเอาไว้ได้อีก 2 คนซึ่งสองคนนั้นอยู่ใกล้ ๆกัน รอยจึงหยิบหอกพุ่งเข้าไปเสียบที่หัวของทั้งสองจนตายคาที่ การตัดสินใจที่รวดเร็วของรอยสร้างโอกาสให้เขาได้ฆ่าคนที่เหลือของเผ่าเบลมมีส์ไปจนหมดอย่างไม่ยากเย็นมากนัก ส่วนหัวหน้าที่ดิ้นทุรนทุรายก่อนหน้านี้อยู่ ๆมันก็ขาดใจตายไปเอง
“อะไรวะเนี่ย? ตอนแรกจะว่ายากก็ยาก แต่ตอนนี้จะว่าง่ายมันก็ดูง่ายแปลก ๆ”
รอยมองไปที่เกรียนที่มีเด็กถูกขังไว้อยู่
“เห้อ! รู้สึกเครียดมาตลอดก็ได้ผ่อนคลายจริง ๆก็คราวนี้แหละ”
เด็กทั้ง 10 นั่งกอดกันด้วยความกลัวเมื่อเห็นรอยเดินเข้ามาใกล้ เพราะพวกเขาต่างก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าคนแปลกประหลาดนี่ฆ่าเผ่าเบลมมีส์ด้วยตัวคนเดียวมาตลอดทางอย่างกับผีที่ไม่มีวันตาย ทั้งที่ถูกฆ่าไปหลายครั้งแต่ผ่านไปไม่นานก็กลับมาสู้ต่อทำอย่างกับว่าการตายที่ผ่าน ๆมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถึงรอยอยากจะถามแต่พอได้เห็นแววตากับความคิดของเด็กพวกนี้แล้วว่ากลัวเขาแค่ไหนก็ได้แต่หุบปากเงียบแล้วเดินไปทางด้านหน้าเกวียน ยังดีที่เกวียนนี้ไม่หนักมากรอยจึงนำเชือกที่เคยผูกติดกับหมาป่ามามัดเข้ากับตัวเองแล้วลากมันกลับไปที่จุดเริ่มต้นอย่างช้า ๆ
ในระหว่างทางกลับภูติแห่งฝันร้ายก็พูดขึ้นมา
“ผู้ทดสอบคงรู้สึกแปลกใจซินะว่าทำไมหมาป่าแดงตัวนั้นาเ็แล้วคนที่ขี่มันถึงาเ็ตามไปด้วย”
“ใช่ รู้สึกแปลกใจมาก ๆแกจะบอกกับฉันหรือไง?”
“เป็เพราะพันธสัญญาระหว่างคนกับสัตว์อย่างไงล่ะที่เชื่อมชีวิตเข้าด้วยกันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”
“เดี๋ยวนะ...พันธสัญญา! อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมาถ้าฉันตายแกก็รู้สึกเ็ปไปด้วยเหมือนกัน”
“ถูกต้องภารกิจที่ไม่มีระดับดาวการตายที่ผ่านมาจะไม่ส่งผลกระทบอะไรถึงตัวเราได้ แต่ถ้าภารกิจที่มีดาวความเ็ปก็จะส่งผ่านถึงผู้เชื่อมพันธสัญญากัน ยิ่งภารกิจที่มีระดับดาวมากขึ้นเท่าไหร่ความเ็ปหรือความตายของผู้ทดสอบก็จะส่งผลกระทบมาถึงตัวเรามากขึ้นเท่านั้น”
รอยรู้สึกอึ้งไปเลยเมื่อได้ยินคำตอบ เพราะที่ผ่านมารอยไม่คิดเลยว่าการตายของเขาจะสร้างความเ็ปให้กับภูติแห่งฝันร้ายที่เป็คู่พันธสัญญาของเขาด้วย
“แล้วถ้าวันหนึ่งแกเกิดทนรับความเ็ปไม่ไหวล่ะ?”
“ก็ไม่มีอะไรมากตัวเราก็แต่ตายไป แต่ผู้ทดสอบจะได้ภูติแห่งฝันร้ายตนอื่นมารับหน้าที่ตรงนี้แทนเรา”
“ถ้าเป็อย่างที่แกพูดดูเหมือนแกจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบมากเลยนะ”
“ก็ไม่ทั้งหมด ตัวเราที่เป็เพียงแค่ภูติแห่งฝันร้ายถ้าแปลความหมายในโลกของผู้ทดสอบก็ไม่ต่างอะไรกับิญญาเร่ร่อน ซึ่งตัวเราไม่มีแม้แต่ตัวตนหรือชื่อเรียกด้วยซ้ำการที่ถูกเลือกมาให้เป็ภูติประจำตัวของผู้ทดสอบก็นับว่าเป็บุญวาสนามากแล้ว เพราะโลกแห่งฝันร้ายมันไม่ได้น่าอยู่อย่างที่ท่านคิดหรอกนะ”
“เอาเถอะ ๆไม่ต้องพูดเื่เศร้ากันแล้ว แต่ก็แปลกนะพื้นที่ทุ่งราบก็ดูออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นเลยหรือไงกัน ทำไมมีแค่เผ่าเบลมมีส์กับเผ่าบาบาเรี่ยนแค่นี้เองล่ะ หรือว่าเป็ภารกิจที่กำหนดให้มีแค่นี้เท่านั้น”
เงียบ...
รอยได้แต่ถอนหายใจและพาเด็กเดินกลับมาจนถึงจุดปลอดภัยได้ด้วยดี
ภารกิจที่ 4 สำเร็จ