บทที่ 76 หลอมรวม
“ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำอันตรายพวกท่าน”
ในทันทีที่เด็กสาวเข้ามาถึงห้องที่มีผู้ป่วย 2 คนนอนอยู่ หนึ่งในนั้นที่เป็นชายหนุ่มก็ได้ดึงตัวลุกขึ้นเตรียมต่อสู้ในทันที เยว่หัวเลยกล่าวออกไปแบบนั้น พลางหันไปหาจางหลงที่มาด้วยกัน
“ไหนท่านบอกว่าพวกเขาหมดสติไปอย่างไรเล่าเจ้าคะ แล้วไม่ใช่ว่าเข้ามาตามหาข้าหรอกหรือ”
“ขออภัยด้วยขอรับ อาจจะเป็นเพราะว่าฤทธิ์ยาที่ทำให้เขามึนงงอยู่บ้าง” จางหลงถอนหายใจเบาๆ แล้วมองไปทางอีกฝ่ายด้วยท่าทีไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก “เป็นท่านเองมิใช่หรือที่มาขอความช่วยเหลือจากพวกเรา แล้วทำไมถึงได้แสดงท่าทีเป็นอริศัตรูกันแบบนี้เล่า”
“ข้าขออภัยด้วย อาจเป็นเพราะว่าตัวข้ายังรู้สึกเหมือนกับเพิ่งจะถูกตามล่ามา ทำให้แสดงท่าทีเสียมารยาทไปแบบนั้น ข้าขออภัยจริงๆ” แม้อย่าพูดออกมาแบบนั้น แม้จะละท่าทีความหวาดระแวงลง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นความไม่เป็นมิตรในสายตาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“เลิกตั้งป้อมเป็นศัตรูกันเถอะเจ้าค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยก็แค่พูดมา เพราะถ้าหากว่าพวกข้าต้องการจะทำอะไรพวกท่านจริง ก็คงจะไม่ปล่อยเอาไว้จนถึงตอนนี้หรอกเจ้าค่ะ”
เยว่หัวที่คร้านจะต่อล้อต่อเถียงหรือเล่นละครกับอีกฝ่ายแล้ว ก็เลยพูดความคิดของนางออกไปตรงตรง เนื่องจากว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่นั่งต้องทบทวนความคิด
“เอาเป็นว่าตอนนี้ท่านพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ หากว่าพร้อมจะพูดคุยกันเมื่อไรก็ ค่อยว่ากันอีกครั้งในตอนนั้นก็แล้วกัน วันนี้ข้าเองก็ยุ่งเนื่องจากมีหลายเรื่องหลายราวที่ต้องสะสางให้ทันภายในวันนี้ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
โดยที่ไม่รู้ตัว เยว่หัวในตอนนี้นางแทบจะกลมกลืนไปกับโลกใบนี้จนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งได้ผนวกความรู้สึกความเป็นผู้ใหญ่ที่เคยหดหายไปในช่วงก่อนหน้านี้ ด้วยร่างกายที่เป็นเด็ก ความคิดที่ยังเบาบาง แต่หลังจากที่นางทบทวนเคล็ดวิชาตามที่เพื่อนของนางบอกแล้ว เหมือนกับว่าหมอกมัวบางอย่างได้หายไปจากความคิดของนางเช่นเดียวกัน
แต่ถึงกระนั้น...
ในขณะที่นางทำทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยธรรมชาติและไม่รู้ตัว ตัวตนเดิมของนางก็ค่อยๆเลือนหายไปเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำ นิสัย ความรู้สึกนึกคิด ที่ค่อยๆถูกหลอมรวมไปกับร่างกายและวิญญาณนี้
ซึ่งมันจะถูกหลอมรวมโดยสมบูรณ์ในไม่ช้า...
“...”
จางหลงที่เห็นนางเซียนน้อยของเขาแสดงท่าทางเด็ดขาด แตกต่างจากที่เคยเป็นมา ในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของนางอยู่บางส่วน เมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ที่แสดงท่าทีเป็นศัตรูจนออกนอกหน้าเสียขนาดนั้น สำหรับคนที่ถูกขอให้ช่วยเหลือแล้ว ท่าทีแบบนี้มันเป็นอะไรที่ไม่สบอารมณ์มากๆเลยทีเดียว
“ก็ตามที่คุณหนูของพวกเราว่าไว้เอาก็แล้วกัน ตอนนี้เจ้าก็พักผ่อนกันไปก่อน ถ้าหากพร้อมที่จะพูดคุยกันเมื่อไหร่ก็ให้คนไปตามข้าก็ได้ ข้าคือจางหลงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่”
น้ำเสียงที่แข็งกร้าวผิดกับตอนที่ สนทนากันในช่วงเวลาที่เยว่หัวอยู่ด้วย แสดงได้ถึงอำนาจและพลังของหัวหน้าหมู่บ้าน ที่เป็นที่เกรงขาม ของผู้คนมานานหลายปี ถึงจะรู้ดีว่าตัวเขาในตอนนี้มีพลังฝีมือด้อยกว่าอีกฝ่ายที่ตั้งตนเป็นศัตรู แต่ถึงอย่างนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ตัวเขาในตอนนี้ไม่รู้สึกหวั่นเกรงอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว
“ดูเหมือนข้าจะทำพลาดไปแล้วสินะ” เมื่อเห็นว่าคนอื่นเองออกจากห้องไปจนหมดแล้ว ผู้คุ้มกันหนุ่มก็ระบายลมหายใจออกมาแรงๆทีนึง คงเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาถูกตามล่ามานานหลายวัน แม้กระทั่งในห้วงความฝันก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาก็ยังถูกตามล่า มันทำให้เขาแสดงท่าทีป้องกันตนเองขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จนเหมือนกับว่าเขาเผลอไปล่วงเกินคนสำคัญเข้าให้เสียแล้ว
“แต่เหมือนว่าตอนนี้พวกเราจะปลอดภัยแล้วนะขอรับคุณหนู ข้าหวังว่าการที่พวกเราได้มาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ มันจะทำให้คุณหนูฟื้นขึ้นมาจริงๆตามคำทำนายของท่านแม่เฒ่านะขอรับ”
ชายหนุ่มกล่าวพลางมองไปร่าง ที่ยังคงหลับใหลมิได้สติของผู้เป็นนาย เห็นใบหน้าของนางที่มีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นอย่างน้อยมันก็ไม่ได้ไร้ความหมาย เพราะเหมือนว่าการที่เขากับคุณหนูได้มาที่นี่มันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
“รีบหายไวไวนะขอรับ พวกเราจะได้กลับไปล้างแค้นพวกมันทุกคน ไปล้างแค้นให้กับนายท่าน ที่ยอมเสียสละแม้แต่ชีวิตตัวเองเพื่อให้พวกเรารอดกลับมานะขอรับ”
“เจ้าว่าอะไรนะ! ท่านพ่อตายแล้วอย่างนั้นหรือ!!”
..........................................
สั้นๆ อีกตอนนะครับ มาช้าแต่ก็มานะ ช่วงนี้เหมือนมรสุมจะเข้าไรท์เยอะไปนิดนึง เดี๋ยวตอนต่อไปจะกลับมายาวเป็นปกติและติดเหรียญอ่านล่วงหน้านะครับ จะเร่งให้จบให้เร็วที่สุด
และบอกก่อนเลยว่าเราจะจบเล่ม2กันแบบค้างๆ นะครับ เพราะจะพยายามตัดช่วงให้ไม่เกิน50000+- ราคาจะได้ไม่แรงตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้
แล้วเจอกันในตอนถัดไปจ้า