ข้ามีระบบในโลกอมตะ

    บทที่ 36 : คลื่นดารา

    คลื่นดารา

     

    “โฮกกก!”

     

    หมีร่างเพลิงคำรามออกมา เสียงดังกึกก้อง ก่อนที่กระบี่ของกู้เฉินจะมาถึงคอของมัน มันก็รีบหมอบลงกับพื้น ส่งผลให้กระบี่ของเขาพลาดเป้า สัมผัสได้เพียงอากาศอันว่างเพียงเท่านั้น

     

    แม้ว่าการโจมตีฆ่าสังหารของเขาจะพลาดเป้า แต่กู้เฉินหาได้ตื่นตระหนกไม่ เขายังคงสงบอยู่ สองเท้าเหยียบลงที่พื้น พลันหมุนตัวหันกลับไปมองหมีร่างเพลิง

     

    ตอนนี้มันได้ลุกขึ้นแล้ว กำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน

     

    ทั้งสองฝ่ายจับจ้องมองกันและกัน ภายในสายตาของทั้งสอง หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูร เผยออกมาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือความต้องการฆ่า!

     

    “โฮกกก!” หมีร่างเพลิงอ้าปากคำรามดังลั่น เสียงกึกก้องดังสะท้อนไปในอากาศ พลังปราณสีแดงไหลทะลักออกมาจากร่างกายของมันอย่างบ้าคลั่งราวกับสายน้ำ

     

    มวลอากาศรอบร่างกายของมันบิดเบี้ยวขึ้นมา พื้นดินที่ยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย หมีร่างเพลิงพลันยื่นอุ้งเท้าข้างหนึ่งออกมา ส่วนอีกข้างคลี่กรงเล็บออกมา

     

    ใบหน้าของกู้เฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ได้ในทันทีว่าหมีร่างเพลิงคิดจะทำอะไรต่อไป สิ่งที่มันจะทำต่อไป ต้องเป็นท่าไม้ตายอย่างแน่นอน!

     

    สัตว์อสูรตั้งแต่ระดับปราณปฐพีขึ้นไปจะมีท่าไม้ตายอยู่ หรือก็คือการโจมตีที่แข็งแกร่งมากที่สุดของมันนั่นเอง!

     

    “งั้นพวกเรามาตัดสินกันเถอะหมีร่างเพลิง!” กู้เฉินไม่ลังเลที่จะระเบิดพลังปราณออกมาทั้งหมด

     

    พลังปราณสีดำประกายทะลักออกมาจากร่างกายของเขาอย่างรุนแรง จนปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

     

    เส้นผมทุกเส้นของเขาปลิวไสวไปมา ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านมา อากาศรอบร่างกายของเขาค่อยๆ บิดเบี้ยวขึ้น จนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พื้นดินเองก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย สองมือกุมด้ามกระบี่แน่น

     

    “ทักษะเก้าดารา กระบวนท่าที่สองคลื่นดารา!” กู้เฉินพึมพำ กระบี่ของเขาวาดขึ้นเป็นวงกลม พลังปราณทั้งหมดจากร่างกายของเขาไหลผ่านเข้าไปในกระบี่

     

    ที่ปลายกระบี่พลันปรากฏแสงจุดเล็กๆ สีดำซึ่งถูกเคลือบสีทองระยิบระยับขึ้นมา ก่อนที่มันจะขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่ากับดวงตะวันที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล นี่ก็คือคลื่นดารา!

     

    “ตาย!” เขาคำรามออกมา ใช้กระบี่ผลักดันคลื่นดาราออกไป

     

    ฟูม!

     

    คลื่นดาราได้ยิงลำแสงคลื่นดาราอันรุนแรงออกไปเบื้องหน้า เป้าหมายคือหมีร่างเพลิง!

     

    “โฮกกก!” หมีร่างเพลิงย่อมรับรู้ได้ถึงอันตรายที่เพียงพอจะคร่าชีวิตของมันได้ มันแผดเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนตวัดฟาดกรงเล็บออกไป

     

    ทันใดนั้น เงาร่างของกรงเล็บขนาดใหญ่สีแดงอันน่าสะพรึงกลัว ก็ปรากฏพุ่งออกไปปะทะกับคลื่นดารา

     

    ตูม!

     

    การโจมตีทั้งสองปะทะกัน จนคลื่นลมโหมกระหน่ำ กวาดสะพัดออกไปรอบทิศทาง พื้นดินแตกร้าวออกราวกับเส้นใยแมงมุม

     

    เพล้ง!

     

    เสียงแตกละเอียดเสียงหนึ่งดังขึ้นมา อาจฟังคล้ายเสียงแก้วแตกเวลาร่วงหล่นลงพื้น แต่ในความเป็นจริงหาใช่ไม่ นี่คือสิ่งแตกของเงาร่างกรงเล็บขนาดใหญ่สีแดงของหมีร่างเพลิง มันได้แตกสลายออกเป็นชิ้นๆ สุดท้ายก็ถูกคลื่นดารากลืนหายไป!

     

    เห็นได้ชัดว่ามันปะทะกับคลื่นดาราได้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ไม่อาจต้านทานได้นานมากกว่านี้

     

    ผลแพ้ชนะตัดสินแล้ว!

     

    ดวงตาคู่สีแดงของหมีร่างเพลิงเบิกกว้างขึ้น ขนทั่วร่างซึ่งปกคลุมด้วยเพลิงสีแดงลุกชัน ภายในใจของมันบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา อยากที่จะหนี

     

    แต่หาหนีได้ไม่ คลื่นดาราได้พุ่งตรงมายังร่างกายของมัน!

     

    ฟูม!

     

    คลื่นดารากลืนกินร่างของหมีร่างเพลิงไปทั้งร่าง เมื่อคลื่นดาราสลายหายไป หมีร่างเพลิงก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป เหมือนกลับว่ามันถูกลบให้หายไปอย่างไรอย่างนั้น!

     

    ลบให้หายไปในที่นี้ ย่อมหมายความว่ามันตายโดยไม่เหลือซาก!

     

    ผลึกหินวงกลมสีแดงลูกหนึ่งได้ร่วงตกลงมาที่พื้น ก่อนที่จะแตกสลายออกเป็นผุยผง

     

    กู้เฉินทรุดร่างลงนั่งกับพื้น หอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง บนใบหน้าปรากฏเม็ดเหงื่อเล็กน้อย

     

    ไม่พูดไม่ได้ว่าการใช้ดาราจุติบวกกับคลื่นดารานั้นหนักหน่วงมาก ถึงกับกินพลังปราณทั้งร่างกายของเขาจนหายเกลี้ยง เรี่ยวแรงแทบไม่หลงเหลือ

     

    แต่ถ้าถามกู้เฉินว่าคุ้มหรือไม่ เขาย่อมตอบว่าคุ้ม การฆ่าหมีร่างเพลิงสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลายได้ ทั้งๆ ที่เขาอยู่เพียงระดับปราณปฐพีขั้นต้น มันจะไม่คุ้มได้อย่างไร มันต้องคุ้มอยู่แล้ว

     

    แต่มีอย่างหนึ่งที่กู้เฉินรู้สึกเสียดาย เขามองไปยังผลึกหินสีแดงที่กลายเป็นผุยผงไปแล้วอย่างเสียดาย

     

    ถ้าเขาจำไม่ผิด สิ่งนี้เรียกว่าแกนกลางสัตว์อสูร สัตว์อสูรตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไปจะมีสิ่งนี้อยู่ ซึ่งภายในล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่สัตว์อสูรตัวนั้นๆ บ่มเพาะฝึกตนมา

     

    มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนสามารถนำมันมาดูดซับเพื่อเพิ่มพื้นฐานฝึกตนได้

     

    ดูเหมือนว่าหมีร่างเพลิงใกล้ที่จะทะลวงไปยังระดับสี่แล้ว มันถึงได้สร้างแกนกลางสัตว์อสูรขึ้นมาได้

     

    [แกนกลางสัตว์อสูรระดับสี่ อย่างน้อยราคาก็หนึ่งหมื่นหินลมปราณ โฮสต์นี้จริงๆ เสียของหมด!]

     

    เสียงของระบบพลันดังขึ้นมาในใจของกู้เฉินเป็นเชิงตำหนิ

     

    “.......” กู้เฉิน

     

    เขาพูดไม่ออก จริงอยู่ที่ว่าเขาเสียดาย แต่ทำไมระบบต้องมาตำหนิเขาด้วยเนี่ย?

     

    เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ!

     

    และใครจะรู้ว่าหมีร่างเพลิงตัวนี้สร้างแกนกลางสัตว์อสูรขึ้นมาแล้ว หากเขารู้ เขาคงยั้งมือเล็กน้อย

     

    พลังคลื่นดาราของเขาที่ใช้ควบคู่กับดาราจุตินั้น สามารถฆ่าได้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับปราณนภาขั้นต้น ในทำนองเดียวกัน ก็สามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่ขั้นต้นได้เช่นกัน

     

    “ช่างเรื่องนี้เถอะ ระบบ ฟื้นฟูพลังปราณให้ฉันหน่อย คิดราคาแลกเปลี่ยนเท่าไหร่?” กู้เฉินพูด เขาไม่ได้ต่อว่าระบบที่ตำหนิเขา เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาพูดคุยไร้สาระกับระบบ

     

    [ก็ได้อยู่หรอกโฮสต์ ราคาแลกเปลี่ยนก็สองร้อยหินลมปราณ พลังปราณของโฮสต์เพิ่มขึ้นมาก ราคาย่อมต้องเพิ่มขึ้นจริงไหม? นี่ไม่ใช่ระบบหน้าเลือดอะไรนะโฮสต์ อย่าคิดกล่าวหากัน]

     

    ระบบพูดด้วยเสียงเกินจริง ราวกับกลัวว่าจะถูกกู้เฉินกล่าวหาว่าหน้าเลือดอย่างไรอย่างนั้น

     

    กู้เฉินอดส่ายหน้าไปมาไม่ได้ ระบบนี่ก็จริงๆ เลย ออกตัวก่อน ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย และเขาก็ไม่มีปัญหากับราคาแลกเปลี่ยนนี้

     

    เพราะพลังปราณของเขามันเพิ่มขึ้นมากจริงๆ เมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่พลังปราณของเขาอยู่เพียงแค่ระดับฝึกปราณกับระดับก่อตั้งปราณ

     

    จบบทที่ 36

    คล้ายกับเรื่องข้ามีระบบในโลกอมตะ ที่คุณอ่าน