บทที่ 54: สหายของผู้หญิง
บทที่ 54: สหายของผู้หญิง“ฮ่าฮ่าฮ่า……”“เจ้าคุณชายไร้ประโยชน์นั่น ก็มีวันนี้กับเขาเหมือนกัน!”“ฉันเดาว่าหมอนั่นคงต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงสักสองสามวันแล้วมั้ง?”เยี่ยเสี่ยวซ่งถูกหลินเซียวสั่งสอน ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายไปชั่วขณะ ในเวลาเดียวกันก็ตื่นตะลึงอย่างมากที่หลินเซียวกล้าที่จะทำแบบนี้หลี่เยว่เหยาเดินมาหาหลินเซียวด้วยท่าทีอึ้งๆ เอ่ยขึ้นอย่างอับจนหนทาง: “หลินเซียว! คุณหุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว รู้ไหมว่าเยี่ยเสี่ยวซ่งเป็นใคร?”“ก็แค่เด็กเอาแต่ใจคนหนึ่ง ไม่มีค่าให้พูดถึง” หลินเซียวเอ่ยเสียงเรียบ“คุณนี่มันจริงๆ……” หลี่เยว่เหยาแย้มยิ้มฝืดเฝือน “เยี่ยเสี่ยวซ่งไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้น เขากล้าที่จะเข้ามาในงานเลี้ยงของคู่แข่งแค่คนเดียว มันอธิบายอะไรอยู่? มันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความหวาดกลัว! เป้าหมายคือทำให้พวกเราโกรธ นี่มันเยี่ยมไปเลย คุณลงมือกับเขา เยี่ยต้าซ่งไม่มีทางปล่อยไป ถึงตอนนั้นแล้วต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาบังหน้าแน่”“วางใจเถอะ ถ้าเยี่ยเสี่ยวซ่งไม่คิดจะหยุด ฉันจะทำให้เขาเชื่อฟังเอง!” น้ำเสียงของหลินเซียวเต็มไปด้วยความเฉยชา ราวกับว่ากำลังพูดถึงบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองทุกคนมีท่าทีกระอักกระอ่วน รู้สึกว่าหมอเทวดาหลินผู้นี้ค่อนข้างที่จะหยิ่งยโส ชัดเจนว่าเป็นคนบ้านนอกคอกนาคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าโลกภายนอกใหญ่โตแค่ไหน ไม่รู้ว่าฟ้าสูงแค่ไหนหลี่เยว่เหยาไม่เก่งกาจในการโน้มน้าวใจนัก หลี่เยว่หมิงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรสักเท่าไหร่ เขาเอ่ยขึ้นตรงๆ อย่างเสียดสี “หมอเทวดาหลิน ฉันกลัวว่านายอาจจะปากแข็งอยู่ตอนนี้ แล้วก็จะกลัวจนฉี่ราดทีหลัง เยี่ยเสี่ยวซ่งคือใครกัน? ทุกคนที่นี่รู้ ไปแตะต้องเขา นายจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเอานะ”“ไม่ต้องกังวลหรอกคุณชายหลี่!” หลินเซียวยกมุมปาก ท่าทีไม่ใส่ใจหลี่เยว่หมิงหงุดหงิดที่เห็นท่าทีของหลินเซียวเช่นนี้ ในใจยิ่งปรากฏความเกลียดชัง“เอาล่ะ! ก็รับผิดชอบตัวเองเอา เยว่หมิง หลังจากนี้เราต้องเคารพหมอเทวดาหลินนะ เข้าใจไหม?” หลี่จ้งซานค่อนข้างไม่พอใจ“ครับพ่อ!” หลี่เยว่หมิงก้มศีรษะลงเล็กน้อย เอ่ยตอบเสียงเรียบ“อืม!” หลี่จ้งซานมองไปรอบๆ แย้มยิ้มเอ่ย “เมื่อครู่เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้นเล็กน้อย ทำให้ทุกท่านเสียเวลาแล้ว งานเลี้ยงในวันนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วครับ”เหล่าแขกค่อยๆ สลายตัวไป หลายคนเดินเข้าหาหลินเซียวทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ต้องการจะทำความรู้จักกับหมอเทวดาผู้นี้สักพักหนึ่งหลินเซียวเองก็ไม่ใช่คนเย่อหยิ่งเย็นชาอะไรเช่นกัน เมื่อมีคนเข้ามาชวนพูดคุย เขาย่อมไม่ปฏิเสธ กลุ่มคนพูดคุยกันอย่างมีความสุขในช่วงเวลานี้ เยี่ยเสี่ยวซ่งที่มีหลี่ลี่ช่วยพาออกไป ทว่าคาดไม่ถึงว่า สถานการณ์ที่ไม่เป็นใจอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสมาถึงเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางมีจุดจบที่ดี เขาถูกโยนลงที่ที่ทิ้งขยะใกล้ๆ ไปที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ภายในเวลาไม่กี่นาที ท้องฟ้าทั้งหมดก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม มีประกายสายฟ้า เมฆหนาครึ้มส่งเสียงครืน หยาดฝนเม็ดใหญ่หล่นเปาะแปะลงมาจากท้องฟ้าเยี่ยเสี่ยวซ่งเพิ่งจะคลานออกมาจากกองขยะได้ ก็ถูกสายฝนที่เทลงมากระแทกเข้า สายฝนปะปนไปกับฝุ่นดิน สร้างความระคายเคืองให้กับบาดแผลยิ่งกว่าเดิม ทำให้คนรู้สึกย่ำแย่จนอยากตาย“หลินเซียว! ฉันกับแกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!!!”เสียงคำรามนี้ มาพร้อมกับเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้า ดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนตอนนี้ ที่ตึกโหลวไว่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ หลี่จ้งซานได้ทำตามเป้าหมายของเขา ส่งคำเตือนไปยังคนที่ลอบทำลายตนเองอยู่เบื้องหลัง ไม่คาดว่าจะได้ผ่อนคลายความโกรธไปด้วย จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ“ฮ่าฮ่าฮ่า…… ดื่มให้มากเท่าที่ทุกท่านต้องการเลย วันนี้ ผมได้นมสิงโต 73 ปีมาด้วย มันเป็นไวน์ที่บริสุทธิ์ที่สุดของแอฟริกาอย่างแน่นอน ดื่มให้พุงกางจนพอใจ เป็นอาหารชั้นเลิศอย่างแน่นอน”“ประธานหลี่เกรงใจเกินไปแล้ว อนาคตของเครือบริษัทจ้งซาน ยังมีอีกหลายโปรเจคให้ร่วมมือกัน ต้องไม่ทำให้ประธานหลี่ไม่พอใจแล้ว”“ได้ยังไงกัน! คุณหวังยังหนุ่มและมีอนาคตกว้างไกล ผมชอบที่จะทำธุรกิจกับคนหนุ่มมากความสามารถอย่างคุณที่สุด”อีกฝั่งหนึ่ง กลับเต็มไปด้วยความงดงามเย้ายวนของหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ล้วนแต่ล่ะคนล้วนทรงเสน่ห์ ล้อมรอบหลินเซียวเอาไว้ ส่งเสียงราวกับนกร้องจิ้บๆ รอบกาย ส่งเสียงพูดคุยไม่หยุด“หมอเทวดาหลิน ดูฉันสิคะ มีอะไรผิดปกติรึเปล่า? คุณช่วยรักษาให้ฉันได้ไหม?” ผู้หญิงรูปร่างเซ็กซี่ในชุดที่เปิดเผยเนื้อหนังอย่างมาก เอนตัวเข้าไปหาหลินเซียว เปิดเผยเนินอกให้อีกฝ่ายมองเรื่อยๆ คลื่นกระเพื่อมไหว แทบจะจุ่มเข้าไปที่หน้าของใครบางคนหลินเซียวมีท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก รีบถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว: “อะแฮ่ม….. นี่ไม่ใช่อาการป่วย……”“ไม่ป่วยเหรอคะ? แล้วมันอะไรเหรอคะ!” หญิงสาวเอนตัวเข้าไปอีก จนเกือบจะแนบร่างกายติดกับตัวหลินเซียวไปแล้วมีผู้หญิงนับสิบอยู่รอบๆ ทั้งเด็กทั้งแก่ แก่สุดอายุหกสิบปี เด็กสุดอายุเพียงสิบแปดปี อาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเด็กจะแก่ก็กวาดเรียบ ไม่รู้ว่ามีคนอิจฉามากมายแค่ไหนที่สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เป็นเพราะว่าหลินเซียวไม่ระวังตัว เอ่ยพูดไปประโยคหนึ่ง: ผมมียาอยู่สูตรหนึ่ง สามารถช่วยรักษารูปลักษณ์ภายนอกของผู้หญิงเอาไว้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ทว่าวัตถุดิบทำยานั้นหายากเกินไปเมื่อได้ยินประโยคนี้ เหล่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆ ก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา โถมตัวเข้ามารุมราวกับฝูงตั๊กแตน กระทั่งเบียดหลี่เยว่เหยาออกไปข้างๆวัตถุดิบในการทำยาจะหาได้ยากเหรอ ? แทบจะไม่ได้ปัญหาเลย ขอเพียงแค่มีสูตรยาอยู่จริง ต่อให้ขึ้นสวรรค์ชั้นที่เก้าไปสอยดวงจันทร์มาเป็นวัตถุดิบก็ยังไม่ถือเป็นปัญหาอะไร“นี่นี่นี่ ! อย่าเบียดหมอเทวดาหลิน พวกเธอเบียดขนาดนั้นแล้วจะทำยังไง?” ผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวอ้วนราวกับหมู เดินส่ายก้น เบียดผู้คนรอบข้างออกไป แล้วหันหน้าเดินไปยังด้านหน้าหลินเซียว“หมอเทวดาหลินคะ ดูความอ้วนของฉันสิคะ มันรักษาได้ไหม? ถ้ารักษาได้ ฉันไม่เกี่ยงเรื่องราคา”หลินเซียวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ผงกศีรษะโดยไม่รู้ตัว “รักษาได้ครับ! ต้องใช้การฝังเข็มและกินยาควบคู่กันไป มันจะเจ็บหน่อย”“อะไรนะ? รักษาได้เหรอคะ? ฉันไม่กลัวเจ็บหรอกค่ะ หมอเทวดาหลิน คืนนี้ฉันจะไปหาคุณที่บ้าน ทำอะไรกับฉันก็ได้ แค่ช่วยฉันลดน้ำหนัก ฉันจะมอบเงินให้คุณเท่าที่ต้องการ!” ดวงตาของหญิงอ้วนเบิกกว้าง มีความสุขอย่างมาก กระโจนเข้าหาชายหนุ่มใบหน้าของหลินเซียวมืดครึ้ม รีบถอยหลังหลบทว่าไม่ได้คาดว่า ด้านหลังก็ยังมีคนรออยู่อีก เข้ามาเกาะติดหนึบ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ: “หมอเทวดาหลินคะ ประจำเดือนของฉันมาไม่เป็นปกติ รักษาได้ไหมคะ?”“อ๋า?” หลินเซียวอึ้งไปสาวงามตัวเตี้ยที่ด้านซ้าย พลันเอนตัวมายังเบื้องหน้าหลินเซียว เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม: “หมอเทวดาหลินคะ ฉันตัวเล็กมาก ถ้ากินยาจะสูงขึ้นได้อีกไหมคะ?”“หมอเทวดาหลินคะ ทำให้ฉันสวยกว่านี้ได้ไหมคะ?”“หมอเทวดาคะ! ทำให้ฉันเด็กลงกว่านี้อีกสิบปี แล้วฉันจะเป็นของคุณเลย”“......”หลินเซียวรู้สึกว่าหัวบวมขึ้นสองเท่า แทบจะเสียสติไปอย่างสิ้นเชิงใบหน้าของหลี่เยว่หมิงมืดครึ้ม นั่งอยู่บนโซฟา ในขณะที่กำลังดื่มอยู่นั้น ก็มองไปยังทิศทางของหลินเซียวด้วย ดวงตาของเขาปรากฏเปลวเพลิงลุกโชน“แม่งเอ้ย! ดาวเด่นของวันนี้ถูกไอ้เด็กนี่แย่งไปหมด”“นายน้อย! อยากให้ผมหาโอกาสสั่งสอนเด็กนี่ไหมครับ?” โอวหยางเถี่ยค้อมศีรษะ เอ่ยขึ้นเสียงกดต่ำ“ฉันไม่คิดจะลดตัวไปอยู่ระดับเดียวกับเด็กนี่ ไม่คิดเลยว่ามันจะทำเป็นยกจมูกสูง ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป มันไม่ลอยขึ้นไปบนฟ้าเลยเหรอ?” หลี่เยว่หมิงเค้นเสียงเย็น “ถ้ามีโอกาส…… ก็ให้มันลิ้มรสความขมขื่นซะบ้าง ให้มันรู้ว่าใครเป็นคนควบคุมตระกูลหลี่อยู่”“เข้าใจแล้วครับ!” ดวงตาของโอวหยางเถี่ยทอประกาย มุมปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเขาเองก็ไม่ชอบเจ้าเด็กนี่เช่นกัน หวังว่าจะหาโอกาส สั่งสอนอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง“นอกจากนี้……” หลี่เยว่หมิงฉวยโอกาสความวุ่นวายของสถานการณ์ โบกมือเรียกโอวหยางเถี่ย ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบ “มีบางอย่าง……”...