หลังจากห้าภรรยาหลอมโอสถกายาหงษ์ทองแดงเสร็จสิ้น ทั้งห้าภรรยาต่างทะลวงพลังมาอยู่ที่ขั้นกายนิรันดร์ด้วยกันทั้งสิ้น
" ข้าจะหลอมโอสถกายามังกรเงิน " นนท์สะบัดมือขวดหยกปรากฎอยู่ต่อหน้า นนท์เปิดขวดหยกโอสถกายามังกรเงินลอยออกมา
เม็ดโอสถสีฟ้าครามสุกใสแผ่ความเย็นจนกายสะก้าน หมอกควันสีฟ้าครามอบอวลทั่วห้อง ร่างเงาเลือนรางของมังกรเหมันต์ลอยวนอยู่เบื้องบน
" อึก " นนท์กลืนโอสถ ความเย็นถั่งโถมลงสู่ตันเถียนก่อนทะลวงไปทั่วสรรพางค์กาย คลื่นเหมันต์หลั่งไหลไปตามกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ทะลวงลงสู่ไขกระดูก
กายาทองแดงแผดเผาขับไล่คลื่นเหมันต์ที่บัาคลั่ง " อ้าก " เสียงร้องสุดทรมานเปล่งออกมา
ความร้อนเย็นสองสายเข้าปะทะ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น นนท์ได้แต่กัดฟันอดกลั้น
" อือ " เสียงครางทุ้มต่ำเล็ดลอดไรฟัน
" ตูม " คลื่นความร้อนปะทุจากภายใน ฉับพลันกายาทองแดงถือประจักษ์พลันเลือนรางกลับกลายเป็นกายาสีเงิน
" ฟู่วววว " นนท์เป่าปาก ก่อนจะปรับสมดุลร่างกาย
" เหตุใดจึงทะลวงได้แค่ขั้นย่อย " นนท์พึมพำ นนท์ลืมตา ห้าภรรยานั่งจ้องกายาสีเงินของนนท์
" สามี นี่คือกายามังกรเงินรึ " หลางจี้เสวี่ย ไต่ถามถึงกายาสีเงินของนนท์
" ใช่ นี่คือกายามังกรเงิน " นนท์ตอบ
" ท่านพี่ เหตุใดท่านหลอมโอสถกายมังกรเงินแล้วจึงทะลวงพลังได้แค่หนึ่งขั้นย่อย " หลันอิงเน่เอ่ยถาม
" เย่เอ๋อร์ คงเป็นเพราะเส้นชีพจรของข้าเวลานี้ ไม่เหมือนเส้นชีพจรของมนุษย์ จึงทะลวงได้เพียงหนึ่งขั้นย่อย " นนท์ไขข้อข้องใจหลันอิงเย่
" ท่านพี่ แล้วเหตุใดชีพจรของท่านจึงไม่เหมือนมนุษย์ " จูเม่ยเสียนสงสัย
" เพราะข้าได้ฝึกเคล็ดวิชาเทพอสูร เมื่อเริ่มฝึกขั้นที่หนึ่งได้ เคล็ดวิชาเทพอสูรจะแปรเปลี่ยนกายให้เป็นดั่งอสูร ซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่ามนุษย์ถึงหนึ่งเท่า
และด้วยขั้นฝึกฝนที่สูงขึ้นจึงใช้ทรัพยากรมากขึ้น " นนท์อธิบายถึงร่างกายของตนให้ห้าภรรยาฟัง
" ท่านพี่ข้าอยากฝึกบ้าง " หลิงซือซือออดอ้อนสามี
" อืม ไว้ข้าจะดัดแปลงเคล็ดวิชาเทพอสูรเฉพาะส่วนของหงษ์สวรรค์ให้พวกเจ้า " นนท์บอก
ห้าภรรยาต่างคลานเข่าเข้าหานนท์ นนท์ไม่รอช้านำภรรยาทั้งห้าไปที่อ่างอาบน้ำทันที
หลังเสร็จศึก " สามี ท่านจะทำเช่นไรกับตระกูลเจียง " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถามด้วยความกังวล
" เสวี่ยเอ๋อร์ ข้ามีวิธีจัดการ เจ้ามิต้องเป็นกังวล " นนท์ตอบ
" สามี จะมิให้ข้าเป็นกังวลได้เยี่ยงไร เพราะตระกูลเจียงเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองจาง และยังมีผู้อาวุโสสองเป็นอาจารย์ของสำนักหงษ์เหมันต์ที่แคว้นเหลย
ข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสสองนั้นมีขั้นพลังถึงวิญญาณนิรัดร์สูงสุดขั้นที่หก " หลางจี้เสวี่ยยิ่งเป็นกังวลเมื่อเอ่ยถึงชื่อสำนักหงษ์เหมันต์
" หากต้องสู้กับผู้อาวุโสสองคนเดียวมิน่ากังวล แต่หากสำนักหงษ์เหมันต์ถือเป็นเรื่องของสำนัก อันนี้สิน่ากังวล เราจึงต้องเร่งจับตัวเจียงต้าเฉินให้ได้ในเร็ววัน " นนท์กล่าว
" ท่านพี่ พวกเราจะร่วมด้วย " ห้าภรรยาพร้อมใจช่วยสามีอย่างแข็งขัน
" ก่อนจะไปจับตัวเจียงต้าเฉินข้าจะถ่ายทอดเพลงกระบี่ปราบมาร และฝ่ามือสยบมารให้พวกเจ้า เพราะสองวิชานี้ใช้กำจัดมาร " นนท์กล่าวจบจึงนำห้าภรรยาไปที่ห้องฝึก นนท์ชี้นิ้วไปที่หน้าผากของห้าภรรยาเพื่อถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งสอง
นนท์ศิกษาค่ายกลเร่งเวลา " มีตั้งแต่สองเท่าไปจนถึงหนึ่งหมื่นเท่า แต่ไม่มีแผ่นหยกสวรรค์เจ็ดสีนี่สิ " นนท์พึมพำ ว่าแล้วจึงไปที่น้ำตกสวรรค์ เปิดใช้งานเนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า ตรวจสอบพื้นที่น้ำตกสวรรค์
" เจอแล้ว " นนท์ตะโกนด้วยความดีใจ พร้อมสะบัดมือแผ่นหยกสวรรค์เจ็ดสีลอยมาหลายร้อยชั่ง
" แผ่นหยกสวรรค์เจ็ดสีล้ำค่ายิ่งนัก ใช้วาดค่ายกลได้ หลอมอาวุธระดับสวรรค์ได้ ยกระดับอาวุธทั่วไปเป็นอาวุธระดับสวรรค์ก็ได้ ตัวเรานี่ช่างร่ำรวยยิ่งนัก " นนท์พีมพำ
นนท์กลับมาที่ห้องฝึกกางค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่าเพื่อศึกษาค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า ผ่านไปหกสิบชั่วยาม ขณะที่นนท์ทำการศึกษาค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่านั้น
ด้านนอกมีบุคคลลึกลับมาสืบข่าวชายชราและมู่หยงจี้ เหล่าผู้อาวุโสสำนักต่างร้อนใจ
" ท่านเจ้าสำนัก เราจะทำเช่นไรดี " เสียงที่แฝงไปด้วยความกังวลลอยออกมา
" ไว้ข้าจะปรึกษาเรื่องนี่กับผู้อาวุโสโจว ระหว่างนี้ให้บอกกับศิษย์ในสำนักทุกคน อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป " หลางจี้เสวี่กำชับเหล่าผู้อาวุโส
แล้วทำทีกลับที่พักเพื่อเข้ามาในเจดีย์แปดเหลี่ยม วิธีเข้าเจดีย์แปดเหลี่ยมที่นนท์ถ่ายทอดให้ห้าภรรยานั้น สะดวกต่อหลางจี้เสวี่ยยิ่งนัก เพราะนางเป็นเจ้าสำนักมีกิจให้ทำอยู่เนืองๆ ทำให้ต้องเข้าออกบ่อยกว่าสี่ภรรยาที่เหลือ
" ลองวาดดู " นนท์เรียกแผ่นหยกสวรรค์เจ็ดสีออกมา แล้วทำการลองวาดค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า
" เสร็จแล้วเสียแผ่นหยกสวรรค์เจ็ดสีแค่สองแผ่น " ขณะที่นนท์จะทดลองกางค่ายกล
" ท่านพี่ ด้านนอกมีบุคคลลึกลับมาสืบข่าวของชายชราและมู่หยงจี้ " หลางจี้เสวี่ยบอกเล่าเรื่องราวภายนอกให้ฟัง
" อืม ศึกนี้มาเร็วกว่าที่คิด เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้กังวลไป เจ้าจำมิได้รึข้าได้ติดตั้งค่ายกลสังหารชิ้นใหม่แล้ว ต่ำกว่าขั้นปฐพีสังหารสิ้น " นนท์ยิ้มให้กับหลางจี้เสวี่ย แล้วดึงมานั่งตัก
" เสวี่ยเอ๋อร์ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี หากเกิดปัญหาขึ้นเจ้าก็หาเรื่องออกจากสำนักเพื่อไปท่องเที่ยวกับข้าที่แคว้นเหลยได้ เมื่อเจ้าและข้าออกจากสำนักแล้ว
ให้เจ้าสำนักคนใหม่ประกาศว่าสิ่งที่เราได้กระทำทางสำนักมิมีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการกระทำของเราทั้งสอง เพียงนี้สำนักก็จะรอดพ้นจากหายนะ " นนท์คิดแผนแล้วเสร็จ
หลางจี้เสวี่ยตาเป็นประกายหวานฉ่ำเต็มไปด้วยความรัก พลางยื่นมือไปสัมผัสสามีสุดที่รัก พร้อมทั้งรอยยิ้มที่สุดแสนจะงดงาม ยื่นหน้าเข้าจูบนนท์ด้วยความเร่าร้อนและหวานฉ่ำ
" สามี ภรรยารักท่านมากมายยิ่งนัก " ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์
" เสวี่ยเอ๋อร์ข้าก็รักเจ้ามากมายเช่นกัน " นนท์กับหลางจี้เสวี่ยต่างแลกจูบที่แสนดูดดื่ม
" สามี ท่านทำอันใด " หลางจี้เสวี่ยถามนนท์
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่เป็นค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า จะทำให้เราประหยัดเวลาได้มากยิ่งนัก " นนท์กล่าวด้วยความภูมิใจ
" สามี หากเราอยู่ในค่ายกลเร่งงเวลานาน อายุเรามิมากขึ้นรึ " หลางจี้เสวี่ยห่วงเรื่องอายุขัย เพราะผู้ฝึกตนที่ขั้นพลังต่ำกว่าขั้นปฐพีนั้นอายุขัยอยู่ที่ห้าพันปี แต่หากทะลวงพลังเป็นขั้นปฐพีอายุขัยจะเพิ่มถึงห้าหมื่นปี
" เสวี่ยเอ๋อร์ ค่ายกลนี้แปลกยิ่งนักมีผลแค่เร่งเวลา แต่มิมีผลต่ออายุขัย " นนท์กล่าว
" ที่ข้าต้องเร่งฝึกตนขนาดนี้เพราะข้ารู้สึกว่า สิ่งสืบทอดที่ข้าได้รับนั้น มันมาพร้อมกับภาระที่ยิ่งใหญ่ " นนท์กล่าว
" เสวี่ยเอ๋อร์ข้าว่าเจ้าออกไปบอกกับรองเจ้าสำนักตามนี้เถิด ข้าจะได้เริ่มสะสางเรื่องที่ยังคั่งค้าง แล้วเราจะไปยังแคว้นเหลย " นนท์บอก ใบหน้าที่งดงามพลันเศร้าหมอง
" สามี ต้องเร็วขนาดนี้เลยรึ " หลางจี้เสวี่ยถามนนท์ด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง นนท์พยักหน้า หลางจี้เสวี่ยออกจากเจดีย์แปดเหลี่ยมเร่งจัดการตามที่นนท์ต้องการ
นนท์จึงออกไปวางค่ายกลสังหารที่บ้านของหวังเหอพร้อมมอบอาวุธระดับราชันจักรพรรดิ์ และไปที่จวนเจ้าเมืองวางค่ายกลสังหารและมอบอาวุธระดับราชันย์จักรพรรดิ์และโอสถต่างๆให้มากมาย
" ภรรยาทั้งห้าของข้า ข้ากางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่าแล้ว พวกเจ้าเตรียมตัวหยั่งรู้กฏเกณฑ์แห่งเต๋าเถิด "
นนท์ชี้นิ้วออกไปบังเกิดภาพเต๋าลอยอยู่ในอากาศ กลิ่นอายแห่งเต๋าแผ่ขจายกดดันรอบทิศ สี่ภรรยาพลันแข็งค้าง นนท์ที่นั่งมองภาพเต๋าพลันเข้าสู่การหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋าอย่างฉับพลัน
หนึ่งวันของนอกค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่าผ่านไป " วิ้ง " แววตาของนนท์เปล่งประกาย พลันฟื้นคืนสติโดยสมบรูณ์
พลางวาดมือบังเกิดกระบี่เต๋าลอยอยู่ตรงหน้าเพียงใจนึกคิด จากกระบี่เต๋าแปรเปลี่ยนเป็นดาบ ทวน ง้าว ระฆัง นนท์พยักหน้า ทั้งห้าภรรยาพลันตาค้าง
" สามี ท่านหยั่งรู้สิ่งใด " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถามสามี
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่คือกฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่สอง " นนท์ตอบ
" แล้วพวกเจ้าเล่า " นนท์เอ่ยถามห้าภรรยา
" สามี ข้าเย่เอ๋อร์สัมผัสกฎเกณฑ์แห่งเต๋าได้บางๆ " หลางจี้เสวี่ยและหลันอิงเย่ต่างสัมผ้สกฎเกณฑ์แห่งเต๋าได้เท่ากัน ส่วนสามภรรยานั้นได้แคเกือบ
" เจ้าทั้งสามก็ค่อยๆศึกษา ข้าจะคอยชี้แนะให้ " นนท์กล่าว ก่อนปิดค่ายกลแล้วนำห้าภรรยาไปที่อ่างอาบน้ำ
" เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าปิดต้วนานเพียงใด " นน์ถาม
" สามี ท่านปิดต้วภายในค่ายกลเร่งเวลาราวสามปี " หลางจี้เสวี่ยกล่าว
" ข้งในสามปี ข้านอกคงหนึ่งวัน " นนท์พึมพำ
" เสวี่ยเอ๋อร์เรื่องภายนอกเป็นเช่นไร " นนท์ถามหลางจี้เสวี่ยหลังเสร็จศึก
" สามี เป็นตระกูลเจียงที่ส่งคนบุกไปทำร้ายพี่เหอและอาซ้อ และส่งคนมาที่สำนัก ถึงแม้เจ้าสำนักจะบอกว่ามิได้เกี่ยวข้องกัน แต่ก็ยังสังหารศิษย์ของสำนักที่อยู่ภายนอกมากมาย " หลางจี้เสวี่ยกล่าวด้วยความโกรธเคือง
" พี่หวังกับอาซ้อและหลานของข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง " นนท์ถามด้วยความร้อนใจ
" โชคยังดีที่พี่หวังพาคนที่ร้านไปที่บ้านได้ทันมิเช่นนั้นคงจะสูญเสียมากนัก " หลางจี้เสวี่ยพูดเหมือนเติมเชื้อไฟใส่นนท์
" เจียงจางเฉิน " นนท์คำราม สบัดมือสวมใส่ชุดให้ตนและห้าภรรยา นนท์และภรรยาทั้งห้าเหาะไปที่เมืองจางแล้วตรงไปที่ตระกูลเจียง
ที่หน้าตระกูลเจียง " ข้าโจวนนท์ เจียงจางเฉินวันนี้ข้าจะลบตระกูลเจียงออกจากเมืองจาง " เสียงคำรามลั่นของนนท์ดังทั่วเมืองจาง
ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันหาที่หลบซ่อน หรือคนที่แข็งแกร่งก็หาสถานที่เพื่อชมศึกครั้งนี้