[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    102 พยายามเอาตัวรอด

    บุ๋ง~!


    พลังจิตสร้างเป็นก้อมกลมดึงตัวลงไปใต้แม่น้ำไหลเชี่ยวด้วยความรวดเร็ว ตงฟางต้องรีบหนีเพราะปีศาจระดับราชาวิญญาณเจอตัวของเขาแล้ว ทั้งๆที่เขายังไม่ได้เปิดเผยพลังวิญญาณเลยสักนิด มันกลับสัมผัสได้ถึงตัวของเขา ขณะที่เขาพยายามหาที่ซ่อนพลังจิตของเขาที่ใช้ตรวจสอบรอบๆก็สัมผัสถึงการกระโดดลงมาในน้ำ จนทำให้เขากอดหญิงสาวเอาไว้แน่นแล้วพาไปหลบใต้รากไม้ขนาดใหญ่ พยายามแทรกตัวเข้าไปข้างในหลบซ่อนตัวให้มิด


    “ทำไมสิ่งมีชีวิตที่โลกนี้มักกัดไม่ปล่อยนะ”


    ตงฟางใช้พลังจิตควบคุมปลาให้ลอยเข้ามาใกล้ๆ การมีฝูงปลาแตกตื่นจะทำให้ปีศาจรู้ตำแหน่งของเขา จากนั้นก็เริ่มสะกดจิตพวกมันทุกๆตัว 


    การหลบซ่อนที่ดีเขาจำเป็นต้องไม่ทำให้ฝูงปลาแตกตื่น แล้วก็ต้องทำให้เหมือนว่าพวกมันกลัวต่อสิ่งที่พุ่งตัวลงมาจนมาหลบใต้รากไม้พร้อมกับเขา อย่างไรก็ตามตงฟางกลับเห็นปีศาจพยายามว่ายน้ำมายังจุดที่เขาหลบซ่อน เขาจึงรู้ว่าพลังจิตของตัวเองอาจจะถูกตรวจจับได้แล้ว จึงปลดพลังหูทิพย์และตาทิพย์ออกจากตัว ไม่เพียงเท่านั้นเขายังยกเลิกพลังจิตที่คลุมตัวออกไปอีก จนทำให้พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์สองคนเท่านั้นที่หลบอยู่ใต้แม่น้ำ


    “หายไปไหนแล้ว”


    ความสงสัยปรากฎบนใบหน้าของปีศาจ มันสัมผัสได้ถึงต้นตอของพลังงานที่กระจายไปรอบๆเหมือนกับกำลังตรวจสอบตัวของมัน แต่ตอนนี้พลังที่มันกำลังพุ่งเข้าหาหายไปแล้ว สร้างความสงสัยให้มันไม่น้อย มันกลับไม่คิดจะปล่อย เพราะมนุษย์มีทักษะหลายอย่างเอาไว้หลอกล่อพวกมัน จึงมุ่งหน้าไปยังรากไม้ผุพังใต้แม้น้ำเพื่อสำรวจ


    บุ๋ง~!


    ฟองอากาศพุ่งออกจากจมูกของปีศาจไปพร้อมๆกับใช้มือของมันแหวกรากไม้ที่บังตาออกไป ในระหว่างที่มันสำรวจรากไม้ มันก็พบเข้ากับฝูงปลาขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำเข้าไปรวมกลุ่มกันสร้างความสงสัยมาก มันจึงตวัดกรงเล็บเข้าโจมตีจนฝูงปลาแตกกระเจิงหายไป


    “ไม่มี แล้วมันจะไปอยู่ไหน?”


    ดวงตาของปีศาจกวาดไปรอบๆพลางกระจายสัมผัสตรวจหาสิ่งมีชีวิตข้างใต้ กลับกลายเป็นว่ามันสัมผัสอะไรไม่ได้เลยนอกจากตัวของมันและฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายหลบซ่อนไปตามซอกต่างๆของรากไม้ ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่จากไปไหน ยังคงหลับตาปล่อยประสาทสัมผัสออกไปเรื่อยๆตรวจหามนุษย์ที่มันเจอก่อนหน้า


    “ ไปได้แล้วไอ้บ้าเอ๊ย”


    ตงฟางกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น เขายัดตัวเองเอาไว้ในซอกเล็กๆห่างจากปีศาจไปเพียงแค่ 3 เมตรเท่านั้น แม้จะมีรากไม้กั้นมันกลับไม่ได้แข็งทนทานพอที่จะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ ยังดีที่เขาใช้เข็มเงินปิดจุดพลังวิญญาณจุดที่สำคัญของตัวเองเอาไว้ จึงทำให้มันตามหาเขาไม่เจอ ส่วนหญิงสาวที่เขากอด เธอพลังวิญญาณเสียหาย ภายในร่างกายของเธอจึงมีพลังน้อยนิดแม้เขาจะอยู่ใกล้ๆก็แทบสัมผัสไม่ได้


    บุ๋ง~!


    เสียงขยับเท้าส่งร่างของปีศาจออกไปจากรากไม้ดังขึ้น สร้างความรู้สึกดีใจให้ตงฟางไม่น้อย  5 ชั่วโมงที่เขากลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำนับได้ว่าเป็นเวลานานมาก ยังดีที่ระดับพลังวิญญาณทำให้เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา สามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน ถึงอย่างนั้นการอยู่ใต้น้ำของเขากลับมาถึงขีดสุดแล้ว จำเป็นต้องเติมอากาสเข้าไปในปอด เขาจึงค่อยๆใช้พลังจิตให้น้อยนิดที่สุดดึงฟองอากาศที่เขาเห็นส่งมันเข้ามาในจมูกตัวเองอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ กลัวว่าปีศาจจะสัมผัสพลังจิตของเขาได้


    “เรารอดแล้ว แต่ยังไม่สมควรจะขึ้นไปด้าน..”


    หมับ~!


    ตงฟางเบิกตากว้าง เขาส่งโทรจิตไปคุยกับหญิงสาวที่กอดเอาไว้แน่น ยังไม่ทันจะพูดจบเขาก็พบว่าเธอใช้แขนดึงตัวเองขึ้นมาจูบเขาเพื่อขออากาศ สร้างความตกใจให้กับตงฟางไม่น้อย  เขากลับต้องเปลี่ยนพลังจิตส่งอากาศไปให้เธอด้วย เมื่อรู้ว่าเธอมาถึงขีดจำกัดของการดำน้ำแล้วเช่นกัน


    “นี่ ระดับผันแปรวิญญาณน่าจะดำน้ำได้เป็นวันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึง” ตงฟางทำหน้าสงสัย ตลอดการอยู่ใต้น้ำเขาไม่ได้เป็นห่วงเธอเลยเรื่องอากาศหายใจ ยิ่งระดับพลังวิญญาณเพิ่มสูงขึ้น ร่างกายก็ยิ่งทนทานมากยิ่งขึ้น การดำน้ำก็เป็นอีกหนึ่งที่เธอทำได้ดี กลับกลายเป็นว่าเธอทนได้ไม่ต่างจากเขาจึงจำเป็นต้องถาม


    “พลังวิญญาณเสียหาย”


    “อ๋อ พลังวิญญาณก็เป็นส่วนหนึ่งสินะ แล้วทำไมแขนเธอถึงขยับได้” ตงฟางปล่อยแขนเพื่อให้เธอลองขยับตัวเอง ปรากฎว่าเธอขยับได้เพียงแค่แขน เขาจึงเข้าไปอุ้มเธอไว้เช่นเดิม


    “เป็นสัญญาณดีนะ หากกินยาเข้าไปเรื่อยๆ น่าจะเป็นปกติในเร็วนี้”


    ตงฟางพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ แม้จะเสียใจที่เขาจะอุ้มเธอไม่ได้แล้วก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องเก็บความดีใจเรื่องการรักษาเอาไว้ก่อน เพราะเขากลัวปีศาจจะกลับลงมาอีกครั้ง


    “แสงสีแดง หรือว่า”


    แสงสีแดงกำลังสาดส่องลงมาจากผิวน้ำ ตงฟางที่ดีใจได้ยังไม่ถึง 5 นาทีถึงกลับตัวสั่นเพราะตอนนี้ปีศาจมันกำลังรวบรวมพลังงานระดับราชาวิญญาณโจมตีลงมาในแม่น้ำ โดยตำแหน่งนั้นก็เป็นตำแหน่งที่เขาหลบซ่อนตัว ดูท่ามันจะไม่ยอมให้ใครหลุดรอดสายตาของมันไปได้


    บู้ม~!


    แสงสีแดงเจิดจ้าส่องกระทบดวงตาของตงฟาง การหนีสำหรับเขาเป็นไปไม่ได้แล้ว ด้วยขนาดของพลังงานที่โจมตีลงมาจะต้องฆ่าเขาอย่างแน่นอน 


    แต่เขาก็กลัวว่ามันจะหลอกให้เขาคิดว่ามันกำลังจะโจมตีเพื่อให้เขาเปิดเผยตำแหน่ง อย่างไรก็ตามการจะหนีหรือจะอยู่เขาก็ตายเช่นเดิมหากมันโจมตีลงมาจริงๆ ตงฟางจึงเปลี่ยนพลังจิตตัวเองให้กลายเป็นบาเรียหลายร้อยชั้น เสริมทับลงไปด้วยยันต์ธาตุไม้ระดับ 4 หวังว่าธาตุไม้ของเขาที่ใช้ออกไปนี้ จะลดความรุนแรงของพลังที่โจมตีลงมาได้ เขายังหวังให้มวลน้ำมากมายที่กำลังไหลผ่านเขาไปตลอดช่วยลดความรุนแรงของสิ่งที่กำลังพุ่งลงมา


    บรึ้ม~!


    เสียงอึกทึกครึกโครมดังสะท้อนไปทั่วใต้น้ำมาพร้อมกับแรงอัดมหาศาลพุ่งเข้าฉีกกระฉากสิ่งต่างๆจนพังเสียหาย สัตว์อสูรมากมายที่อยู่ด้านใต้ล้วนตายภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แม้จะมีมวลน้ำไหลผ่าน พลังวิญญาณของระดับราชากลับลดลงเพียงแค่น้อยนิด ตงฟางที่ใช้พลังจิตเขาก็ผลักหญิงสาวให้ลอยไปอยู่ด้านหลังแล้วใช้สองมือต้านพลังทำลายที่พุ่งเข้ามาบดขยี้ด้วยกำลังสุดแรง


    เพล้งเพล้งเพล้งเพล้งเพล้งเพล้งเพล้งเพล้ง~!


    อร๊าก~!!!!


    เสียงร้องเจ็บปวดทรมานดังก้องใต้น้ำไปพร้อมๆกับม่านพลังจิตแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว แม้จะมียันต์ระดับ 4 ป้องกันไว้ก่อนแล้ว กลับเป็นการป้องกันที่เสียเปล่าเมื่อพบเข้ากับพลังทำลายที่ระดับต่างกันมากเกินไป  


    ตงฟางกลับไม่ยอมแพ้ เขาได้สร้างม่านพลังขึ้นมาเรื่อยๆแทนม่านพลังที่เสียหายไป หากแตกเป็นร้อยเขาก็จะสร้างเป็นพัน ภายใต้การสร้างม่านพลังจิตขึ้นมาป้องกันเป็นชั้นๆ เขาได้เปิดใช้งานพลังสายเลือดแล้วนำดาบขึ้นมาป้องกันด้านหน้าหวังให้มันลดพลังทำลายลงอีกแรง


    บรึ้ม~!!!


    “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ”


    ปีศาจระดับราชาทั้ง 2 มองจ้องไปยังจุดที่เพื่อนของมันโจมตี หลังจากมั่นใจว่ามันตรวจจับมนุษย์ได้ ไม่ใช่มันคิดไปเอง จึงโจมตีไปยังจุดที่คิดว่าจะต้องมีมนุษย์หลบซ่อนตัว กระทั่งพลังงานที่มันปลดปล่อยออกไปสงบลงพร้อมกับมวลน้ำกลับมาเป็นเช่นเดิม ปีศาจทั้ง 2  ก็พุ่งตัวจากไปก่อน เพราะการโจมตีรุนแรงขนาดนี้ มนุษย์ไม่สามารถต้านทานได้


    “หืม”


    ร่างที่กำลังจะพุ่งตามเพื่อนต้องหยุดตัวลง เมื่อรู้ว่าใต้แม่น้ำมีพลังวิญญาณหนึ่งจุดระเบิดขึ้นมา มันจึงไม่รอช้ากระโดดลงไปในน้ำเพื่อดูพลังงานวิญญาณกลุ่มนั้นทันที


    “บ้าเอ๊ย นี่มันจะระแวงเกินไปแล้ว”


    ตงฟางเจ็บใจมาก ไม่คิดว่าปีศาจจะระแวงมากขนาดนี้ ถึงขั้นไม่ยอมปล่อยเขาไปทั้งๆที่เขาพยายามทำเหมือนว่าตัวเองไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน 


    เขากลับไม่คิดปล่อยให้มันแตะต้องเขาแน่นอน จึงคิดใช้พลังของดาบมารโลหิตเต็มกำลังเท่าที่ร่างกายจะรับไหว  ยังไงเขาก็เปิดเผยพลังเพื่อต้านการทำลายของปีศาจไปแล้ว จึงคิดว่าจะโจมตีมันสวนกลับ แม้จะทำอะไรไม่ได้มาก การโจมตีครั้งนี้กลับทำให้เขาสามารถใช้แผนหลบหนีขั้นต่อไปได้


    “มันกำลังทำอะไร”


    ปีศาจมองไปยังตำแหน่งของตงฟาง พบว่ามนุษย์ที่มันมองจ้องบาดเจ็บไปทั่วร่าง แขนหนึ่งข้างถูกบดละเอียดจากพลังของมัน แต่แขนอีกข้างยังอยู่ดีและจับดาบเอาไว้มั่น ไม่เพียงเท่านั้นตัวดาบยังพยายามดูดเลือดของสัตว์อสูรที่มันฆ่าเข้าไปจนก่อให้เกิดพลังงานมหาศาล


    “แกจะยืนดูอีกนานไหม คิดจะฆ่าฉันไม่ใช่หรือไง เข้ามาสิไอ้ปีศาจ”


    โทรจิตของตรงฟางส่งตรงเข้าหัวปีศาจ มันจึงคลายคิ้วที่ย่นเข้าหากันออกเมื่อรู้ว่ามนุษย์ต้องการใช้พลังที่กำลังรวบรวมจากเลือดเข้าโจมตี  มันจึงว่ายน้ำเข้าไปใกล้ๆด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อน กับพลังที่ตงฟางรวบรวม


    “นี่ แขนของเธอใช้งานได้แล้วใช่ไหม เข้ามากอดฉันเอาไว้หน่อย ดูเหมือนฉันจะใช้แขนไม่ได้สักพัก”


    ตงฟางบอกหญิงสาวที่ลอยตัวอยู่ด้านหลังให้เธอเกาะเขาแน่นๆ ภายใต้การเกาะของหญิงสาวและการใช้พลังจิตของเขาจับตัวล็อกไว้กับแผ่นหลังจนคิดว่าแน่น ตงฟางก็เริ่มแกว่งดาบในมือจนเกิดเป็นวังวนใต้น้ำดูดกลืนเลือดทุกหยดในรัศมี 1 กิโลเมตรเข้ามาในตัวดาบ จนมันเปล่งแสงสีแดงเลือดสาดส่องไปทั่ว


    “ฮ่าๆๆ ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะทำให้ข้าบาดเจ็บได้มากแค่ไหน เอาล่ะ ข้าจะโจมตีแล้ว รับมือ”


    วิ๊ง~!


    แสงสีดำรวมตัวกันบริเวณกรงเล็บของปีศาจ ทันทีที่มันพูดจบร่างของมันก็ปรากฎตัวตรงหน้าของตงฟางพร้อมกับตวัดกรงเล็บออกไปสุดแรงจนเกิดเป็นกรงเล็บสีดำพุ่งออกไปจากแขน ทางฝั่งตงฟางที่รวบรวมเลือดของสิ่งที่ตกตายรอบๆเข้ามาเก็บสะสมในดาบก็ไม่รอช้าฟาดฟันดาบออกไปเช่นกัน จนเกิดเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีแดงเลือดพุ่งเข้ากลืนกินกรงเล็บและร่างปีศาจ สร้างแรงระเบิดมหาศาลใต้น้ำอีกครั้ง


    บรึ้ม~!


    สัตว์อสูรตัวใหญ่เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ตงฟางเก็บเอาไว้ในสัญญา เขาได้นำมันออกมาลากเขาออกไปจากจุดที่เกิดการระเบิด แม้มันจะไม่ใช่อสรพิษเวหาระดับ 5 มันกลับมีรูปร่างเป็นงูมีระดับ 4 ไม่ต่างกัน แล้วการที่มันเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมากๆ ตงฟางจึงเก็บมันมาใช้ในการหลบหนี 


    “ทำอะไร” หญิงสาวทำหน้าสงสัยกับสิ่งที่ตงฟางกำลังทำ


    “ฉันกำลังจะทำสิ่งที่เสี่ยงมากๆ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรารอดได้”


    ตงฟางที่นั่งอยู่บนหัวของงูยักษ์ว่ายทวนน้ำมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของนิกายโบราณ เขาได้ใช้พลังจิตบังคับแขนข้างขวาที่เคยถือดาบให้วาดยันต์ขึ้นมา ตอนนี้แขนของเขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บหนักมากๆจากการใช้พลังงานของดาบเมื่อครู่นี้ ยังดีที่ไม่มีกระดูกหัก จึงเป็นแผลที่รักษาได้ง่ายๆ 


    หญิงสาวที่สงสัยเกี่ยวกับการฝืนของตงฟางเธอก็เริ่มเงียบปล่อยให้ตงฟางใช้ยันต์จนเสร็จ ทันใดนั้นเขาก็พาเธอกระโดดลงจากหลังงูเข้าไปหลบใต้ตลิ่งปล่อยให้งูว่ายหนีไปจากพวกเขาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับทิ้งยันต์ใส่บนหัวของมันเอาไว้


    “ใช้งูและยันต์เป็นตัวล่อ”


    “ใช่ เป็นวิธีบ้านๆ แต่ก็มักได้ผลบ่อย ตอนฉันยังไม่เป็นเทพสงครามพลังจิต….ไม่สิ เมื่อก่อนตอนเด็กฉันทำมันจนชินเพื่อหนีสัตว์อสูร”


    ตงฟางปิดพลังจิตของเขาทุกอย่าง ปิดกระทั่งพลังงานวิญญาณ ต่อจากนี้ไปเขาจะต้องหลบอยู่ด้วยความสามารถของตัวเอง แม้ร่างกายจะบาดเจ็บหนัก แผลภายนอกกลับหายดีแล้ว จึงไม่ส่งผลร้ายกับตัวเขา


    บู้ม~!


    ร่างของปีศาจพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ตามสิ่งที่เขาหลอกล่อมันไป ไม่สนใจพวกเขาทั้ง 2 ที่หลบอยู่ใกล้ๆจุดที่ต่อสู้กันเมื่อครู่เลยสักนิด ในระหว่างที่ปีศาจพุ่งผ่าน ตงฟางสังเกตเห็นรอยแผลกลางหน้าอกของมัน สร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อยเพราะเลือดสัตว์อสูรที่เขารวมไว้แล้วโจมตีออกไป สร้างความเสียหายให้ปีศาจระดับราชาวิญญาณได้