ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 119 แลกด้วยชีวิต

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 119 แลกด้วยชีวิต





            ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ร่างผอมติดกระดูกในชุดสีทองซีดพุ่งเข้าหาชายหนุ่มชุดขาวด้วยความเร็วที่แทบไม่มีใครมองทัน เพียงพริบตาเดียวก็เคลื่อนมาอยู่ที่เบื้องหน้าของจิน



            กร๊าซ!



            ชายชราร่างผอมฟาดฝ่ามือเข้าใส่ชายหนุ่ม เกิดเป็นนิมิตสีทองรูปร่างคล้ายมังกรขึ้นครอบคลุมทั่วร่าง พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนในอากาศที่คล้ายกับเสียงร้องของสัตว์ร้าย



            ปัง!



            ฝ่ามือของชายชราถูกหมัดของชายหนุ่มกระแทกเข้าต้านรับ แต่ดูเหมือนว่าพลังของชายหนุ่มจะอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อยจึงต้องถอยร่นกลับไปถึงสามก้าว ในขณะที่ชายชรายืนอยู่ที่เดิม



            “อั่ก!” ร่างของชายหนุ่มในชุดขาวพ่นเลือดเสียออกมาเล็กน้อย เลือดลมภายในปั่นป่วน เขาพยายามโคจรพลังงานให้กลับสู่สภาพปกติ



            ด้วยพลังโจมตีอันรุนแรงของอีกฝ่ายและการฝืนใช้วิชาเผาโลหิตจนถึงขีดสุด ทำให้ร่างกายของจินย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แม้จะทำให้ปลดล็อกขีดจำกัดด้านพลัง แต่สุดท้ายมันก็เป็นการทำร้ายร่างกายของตนเองโดยตรง



            แน่นอนว่าจินไม่ได้สนใจเรื่องสภาพร่างกายมากนัก เขาสนใจแค่ว่ามันจะสามารถฝืนใช้งานมาจัดการตระกูลหวงหลงได้มากเท่าไหร่ โดยเฉพาะ...ศัตรูตัวฉกาจตรงหน้า



            หลังจากที่รับฝ่ามือของอีกฝ่ายเมื่อครู่ ก็รู้ได้ทันทีว่ายังมีความต่างชั้นระหว่างตนเองและอีโวลที่แท้จริงอยู่ แม้พลังของจินตอนนี้จะใกล้เคียงกับอีโวลอย่างมาก แต่ก็ยังอ่อนแอกว่าชายชราร่างผอมอยู่เล็กน้อย



            นี่ต้องเข้าใจก่อนว่าสภาพร่างกายของอีกฝ่ายนั้นย่ำแย่ไม่เบา และพลังที่ใช้ออกได้ก็ไม่ได้เต็มที่เต็มประสิทธิภาพ จินยังแอบเห็นร่องรอยการรั่วไหลของพลังอยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้พลังของชายชราลดลงทุกขณะ แต่พลังที่ไม่เต็มที่ของอีกฝ่ายกลับยังมากกว่าจินอยู่พอสมควร วิธีการต่อกรกับคู่ต่อสู้ประเภทนี้ควรเป็นการถ่วงเวลาให้ยืดยาวออกไปจนอีกฝ่ายหมดแรงไปเอง



            แต่นั่นก็เป็นอีกปัญหา ด้วยสภาพร่างกายของจินที่ถูกแผดเผา ใช้พลังงานเกินขีดจำกัดอยู่ตลอดเวลา ร่างกายก็มีแต่จะย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ เวลาก็ไม่ใช่สิ่งที่เขามีมากนักเช่นกัน...ในเมื่อแม้แต่เวลาก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ นั่นเท่ากับเขากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มๆ



            ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ความคิดแรกของจินคือหลบหนี แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีอีกฝ่ายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตนเองในระยะประชิดเช่นนี้ สิ่งที่เขาทำได้คือปะทะกับอีกฝ่าย



            เข้าปะทะอีกฝ่ายแต่ต้องให้ตนเองบาดเจ็บน้อยที่สุด ประวิงเวลาให้ชายชราร่างผอมตรงหน้าหมดพลัง และเมื่อนั้นจะเป็นตาของเขาเองที่ไล่ต้อนอีกฝ่าย



            จินปรับเลือดลมให้สงบแล้วพุ่งสวนเข้าใส่อีกฝ่ายทันที



            เมื่อเห็นว่าจินพุ่งสวนเข้ามาแทนที่จะหลบหนี ชายชราร่างผอมก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย



            แม้จะแปลกใจแต่มันก็พุ่งสวนเข้าใส่ชายหนุ่มชุดขาวเช่นกัน เนื่องจากมันเองก็มีเวลาจำกัด ไม่สามารถคงสภาวะนี้ไว้ได้นานนัก



            ในเมื่อศัตรูมีเวลาจำกัดเช่นเดียวกัน การโจมตีที่เด็ดขาดหวังผลชี้เป็นชี้ตายจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก จินพยายามหาโอกาสโจมตีอีกฝ่าย เพื่อสร้างความเสียหายจนร่างกายแก่ชรานั่นไม่อาจประคองพลังของอีโวลระดับหนึ่งเอาไว้ได้



            สายตาของจินจับจ้องอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ เพลงหมัดถูกส่งออกไปเกี่ยวพันกระหวัด ขัดกระบวนท่าโจมตีของชายชรา ยื้อยุดอีกฝ่ายไม่ให้โจมตีเข้าใส่ตนเองได้สำเร็จ รวมถึงมองหาจังหวะโจมตีสวนกลับไปเพื่อสร้างความเสียหายเล็กๆ น้อย



            เพลงหมัดแปดทิศใช้ได้ดีเกินคาด แม้อีกฝ่ายจะมีพลังโจมตีที่รุนแรง แต่หากโจมตีเต็มที่ไม่ได้ ก็ไม่สามารถสร้างการโจมตีถึงตายให้กับจิน



            ร่างชายหนุ่มในชุดขาวเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามกระบวนท่าของอีกฝ่าย หลบเลี่ยงการโจมตีหนักๆ หาทางเบี่ยงเบนแรงกระแทก รวมถึงป้องกันในจังหวะที่ควรป้องกัน แม้จะถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจนร่างกายทุกส่วนบาดเจ็บรวดร้าวไปหมด แต่บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ก็กัดฟันฝืนทนเอาไว้



            เขาเริ่มรู้สึกได้ว่าการโจมตีที่พุ่งเข้ามารุนแรงน้อยลงเรื่อยๆ... เป็นไปได้มากว่าอีกฝ่ายไม่เริ่มสามารถฝืนทนสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมต่อไปได้นานนัก



            ถ้าเดาไม่ผิด ก่อนหน้านี้น่าจะเกิดข้อผิดพลาดในการพัฒนาขอบเขตของอีกฝ่าย ชายชราอาจใช้วิธีต้องห้ามบางอย่างเพื่อให้ตนเองก้าวเข้าสู่อีโวลระดับที่หนึ่งได้จนสำเร็จ แต่แน่นอนว่ามันมีผลเสียที่น่าพรั่นพรึงตามมามากมาย ดังจะเห็นได้จากร่างกายของอีกฝ่ายในยามนี้



            ร่างกายของอีโวลควรจะเกิดการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงขึ้นไปอีกขั้น ทั้งความแข็งแกร่งและอายุขัยล้วนมีแต่เพิ่มขึ้น เซลล์ต่างๆ ภายในร่างมีการกำเนิดใหม่ทั้งหมด กลายเป็นร่างที่มีทั้งความอ่อนเยาว์และความแข็งแกร่ง



            การที่อีกฝ่ายยังมีสภาพแก่ชราแม้จะเป็นอีโวลแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่าการพัฒนาขอบเขตของอีกฝ่ายมีข้อผิดพลาด



            ชายชุดขาวแผ่สัมผัสออกไป พลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างชายชราเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่จินคิดว่าตนเองน่าจะสามารถปะทะฝีมือกับอีกฝ่ายได้ตรงๆ และไม่เป็นตกเป็นรองในการต่อสู้อีกต่อไป



            สายตาของชายหนุ่มชุดขาววาววับ ก่อนจะฉวยโอกาสกระแทกหมัดเข้าที่ชายโครงของอีกฝ่าย



            ปึง!



            คราวนี้ชายชราร่างผอมเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถต้านรับพลังของจินได้ดีนัก ถึงกับต้องก้าวเท้าซ้ายถอยหลังไปครึ่งก้าว



            เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มชุดขาวก็ได้ใจ โจมตีต่อเนื่องเข้าไปอีกหลายครั้ง แต่ชายชราก็รับไว้ได้ทุกครั้ง



            “ฮึ่ม!” ใบหน้าที่เรียบเฉยของชายชราร่างผอมเริ่มเปลี่ยนเป็นตึงเครียด มันเหวี่ยงหัวกระแทกจินจนเสียจังหวะแล้วจึงทำการซัดฝ่ามือเข้าใส่อีกครั้ง



            ปึง!



            แม้จะเสียจังหวะไปเล็กน้อย จนไม่สามารถโจมตีต่อไปได้ แต่อย่างน้อยก็ยังทำการป้องกันได้ทันท่วงที



            ร่างของจินไถลออกไปหนึ่งก้าว แต่ไม่ใช่เพราะต้านแรงของอีกฝ่ายไม่ไหว เป็นเพียงการถ่ายเทน้ำหนักเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น พลังงานภายในเองก็ไม่ได้ปั่นป่วนเหมือนฝ่ามือแรกที่ชายชราโจมตีเข้ามา



            ชายหนุ่มชุดขาวฉีกยิ้มออกมาทันที ตอนนี้เขารู้แล้วพลังของอีกฝ่ายอ่อนลงมาก ดูได้จากการโจมตีเมื่อครู่ หากสู้กันต่อไปอาจจะหาหนทางเอาชนะอีกฝ่ายได้ไม่ยากก็เป็นได้



            ชายชราเองก็ขมวดคิ้วมุ่น มันรู้ตัวเช่นกันว่าพลังของตนเองอ่อนแอลงเรื่อยๆ และอีกไม่นานคงจะอ่อนแอเสียยิ่งกว่าศัตรู



            ใบหน้าของชายชราเริ่มหมองซีด นิ่วหน้าจนรอยยับย่นเต็มหน้าไปหมด หากฝืนรั้งอีกฝ่ายไว้ต่อไป ไม่ใช่แค่ตนเองเท่านั้นที่จะพ่ายแพ้...แต่เป็นตระกูลหวงหลงทั้งตระกูลที่จะต้องย่อยยับ การปล่อยศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ให้มีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับตระกูลของมันแม้แต่น้อย



            ชายชราครุ่นคิดในใจ ในที่สุดก็จำต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ตัวมันเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวงหลง และคงจะเหลืออายุขัยอีกไม่มาก ร่างกายก็ใกล้แตกสลายเต็มทนด้วยพิษสงของการก้าวข้ามมาสู่อีโวลอย่างไม่สมบูรณ์



            ในเมื่อพลังชีวิตของมันใกล้จะมอดดับเหมือนเทียนไขที่ใกล้จะหมดเล่ม หากยังมีชีวิตอยู่ต่อไปแต่ไม่เหลือตระกูลหวงหลงให้ปกป้องอีก...การคงอยู่มันจะมีไปเพื่ออะไร?



            เช่นนั้น.......ทำไมไม่แลกชีวิตต่อสู้กับชายตรงหน้าให้ตายกันไปข้างหนึ่ง? มันจำเป็นต้องสังหารอีกฝ่ายให้ได้! แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม!



            เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาของชายชราร่างผอมก็กลายเป็นอำมหิต มันไม่อาจต่อสู้ยืดเยื้อต่อไปได้อีกแล้ว สิ่งที่มันคิดคือต้องการจะแลกการปะทะกันหมัดต่อหมัด วัดกันไปเลยว่าใครจะบาดเจ็บจนตายก่อนกัน



            ร่างของชายชราพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความรวดเร็วราวกับภูตผี ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ศัตรูอย่างไร้ปรานีและไม่สนด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะหาจุดบอดแล้วสวนการโจมตีกลับมา



            ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องลากศัตรูของมันไปด้วย!



            จินที่เห็นว่าศัตรูเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ เปิดเผยช่องโหว่เต็มไปหมด ก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการสู้แลกชีวิตกับตน นั่นทำให้ชายหนุ่มชุดขาวแสยะยิ้มมุมปาก



            ต่อสู้แลกชีวิต? หากเป็นอัจฉริยะอนาคตไกลจะต้องหวาดกลัวกับสิ่งนี้เป็นแน่ และต้องพยายามหาทางหลบหลีกสุดความสามารถ แต่จินหาใช่คนประเภทนั้นไม่



            เขาเคยตายมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งยังกำเนิดใหม่กลายเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ ข้ามผ่านยุคสมัยมากว่าสามร้อยปี แถมกายเนื้อที่สวมใส่ก็ใช่ร่างจริงของเขาเสียเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นเขาไม่เคยเสียดายมันเลยแม้แต่น้อย ร่างกายสลายไปแต่วิญญาณอันพิเศษของเขานั้นอย่างไรก็ยังคงอยู่



            ร่างของชายหนุ่มพุ่งสวนโจมตีเข้าใส่ชายชราทันที ไม่มีแม้แต่ความลังเลในสายตา ดวงตาของเขามุ่งมั่นที่จะตกตายไปพร้อมกับชายชราเช่นเดียวกัน



            นั่นทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวงหลงตกใจไม่น้อย ชายหนุ่มตรงหน้าดูอ่อนเยาว์ มองอย่างไรก็อายุไม่เกินสามสิบปี ทีแรกมันคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องลังเลหรือพยายามปัดป้องอย่างแน่นอนที่เห็นการต่อสู้หมายแลกด้วยชีวิตเช่นนี้ แล้วนั่นจะกลายเป็นข้อได้เปรียบของมันในช่วงแรก



            แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่มีความลังเลในสายตาเลย โจมตีสวนกลับมาโดยไม่สนใจการป้องกัน มุ่งหมายจะตายตกไปพร้อมกับไม้ใกล้ฝั่งเช่นมัน



            ตูม!



            ฝ่ามือเปล่งประกายสีทองของชายชรากระแทกเข้าใส่หน้าอกของจิน ในขณะที่หมัดของชายหนุ่มก็กระแทกสวนขึ้นที่ลิ้นปี่ของชายชราเช่นเดียวกัน



            ร่างของชายชราชุดทองพุ่งลอยขึ้นไปกลางอากาศ ละอองเลือดพ่นออกมาจากจมูกเป็นฟูมฝอย ลักษณะเป็นเลือดเน่าเสียสีดำ



            ส่วนชายหนุ่มชุดขาวกระเด็นกลิ้งไปด้านหลังหลายตลบ ก่อนใช้มือขูดไปตามพื้นเพื่อหยุดตัวเองเอาไว้ จากนั้นจึงไอออกมาอย่างรุนแรงเพราะจุกแน่นที่ทรวงอก ไม่สามารถหายใจตามปกติได้ครู่หนึ่ง



            หลังจากปรับลมหายใจได้สักพัก ชายหนุ่มก็ส่งสายตาจับจ้องไปยังอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมรับศึกอีกครั้ง



            เห็นดังนั้น ร่างของชายหนุ่มชุดขาวก็พุ่งทะยานเข้าหาอีกฝ่ายทันทีโดยไม่รั้งรอ ซึ่งเหมือนจะตรงกันกับความคิดของชายชราร่างผอม ทั้งคู่พุ่งโจมตีใส่กันโดยไม่มีหยุดคิดหรือฟื้นกำลัง…เพราะนั่นไม่จำเป็น



            ปัง ปัง ปัง ปัง!



            ทั้งคู่แลกหมัดใส่กันอีกหลายต่อหลายครั้ง คนหนึ่งมีพลังระดับครึ่งก้าวจะเข้าสู่อีโวล อีกหนึ่งเป็นอีโวลที่อ่อนแรงไร้ซึ่งกำลัง การโจมตีของทั้งสองคนรุนแรงพอๆ กัน ทำให้ร่างกายต่างบอบช้ำทั้งคู่



            เพียงไม่นาน ชายหนุ่มชุดขาวก็สิ้นเรี่ยวแรงนอนกองอยู่กับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด



            ดูเหมือนจะไม่เหลือแรงต่อสู้อีกต่อไปแล้ว……



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน