บทที่ 188 ตัวเลือก
ด้วยการเตือนของซูหยวน ทำให้ทหารทุกคนเตรียมพร้อมรับมือได้ทัน อย่างไรก็ตาม...พวกนักล่าที่รอความช่วยเหลือไม่ทันได้เคลื่อนไหว พวกวานรลมกลายพันธุ์กว่าสิบตัวก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ด้วยความเร็วของพวกมัน ทำให้การโจมตีระลอกแรกเป็นผลสำเร็จทันที!
“อ๊าก!! ช่วยด้วย!” นักล่าคนหนึ่งที่เพิ่งขึ้นมาจากหลุมหลบภัยถูกโจมตีอย่างรุนแรงที่กลางหลัง แม้ว่าจะพยายามหลบหนีแล้วแต่ก็ไม่ทันความเร็วของ
“ไอ้พวกทหารหายหัวไปไหนวะ ทำไมไม่มาช่วยพวกเราก่อน!”
“ย๊าก!! พวกแกตายไปซะ! ไอ้พวกวานรลมกลายพันธุ์พวกนี้ยกระดับไปถึงระดับ G แล้ว พวกมันแข็งแกร่งกว่าเดิมมากๆ ปกติเจอพวกมันเป็นฝูงก็อันตรายมากพออยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งยากเกินกว่าที่พวกเรา 8 คนจะรับมือได้เสียอีก!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้พวกทหารพวกนี้มาหลอกว่าจะช่วยพวกเรา ตอนนี้คงจะไม่ถูกพวกมันพบเจอตัวหรอก”
“ใช่ เป็นเพราะทหารพวกนี้นี่แหละที่ล่อให้พวกเราออกมาโดนฆ่า!” แม้จะอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตาย แต่พวกนักล่าก็ยังโยนความผิดให้คนคนอื่นได้อยู่ดี เห็นแบบนี้แล้วซูหยวนก็นึกอยากจะปล่อยให้พวกเขาตกตายกันไปจริงๆ
หากไม่ใช่เพราะพวกเธอมาที่นี่ พวกนักล่าคิดจริงๆหรือว่าจะรอดพ้นไปได้ ไม่ต้องพูดถึงวานรลมกลายพันธุ์พวกนี้ แค่พืชกลายพันธุ์ที่กำลังมองหาสารอาหาร อีกไม่ถึง 5 นาทีพวกเขาก็จะได้พบเจอความจริงแล้ว
“ออกมาจากหลุมให้หมด วิ่งไปข้างหน้าถ้าไม่อยากตาย!” ซูหยวนร้องเตือนพวกเขา ทั้ง 8 คนมีคนที่ตอบสนองเร็ว เมื่อได้ยินแบบนั้นก็วิ่งออกไปตามตำแหน่งที่ซูหยวนชี้ ทว่าหลายคนกลับไม่คิดเช่นนั้น
“เร็วเข้า พวกเรารีบลงหลุมเหมือนเดิม แค่ปิดปากหลุมเอาไว้ พวกวานรลมกลายพันธุ์ก็หาพวกเราไม่เจอแล้ว”
“ใช่ คนที่ลงมาช้าอย่าหาว่าพวกเราทอดทิ้งเลย ใครจะไปเสี่ยงตายกับเด็กพวกนี้ก็ไป แต่ไม่ใช่ฉันแน่” นักล่า 3 คนตะโกนกันขึ้นมา พวกเขากระโดดลงไปในหลุมที่ซ่อนตัวอีกครั้ง ในขณะที่อีก 5 คนเลือกที่จะวิ่งไปข้างหน้า
ความคิดของพวกเขา ต่อให้ผู้นำกลุ่มทหารจะยังอายุน้อยอยู่ แต่ก็ยังมีคนมากกว่าอยู่ดี ดังนั้นแทนที่จะเสี่ยงตายอยู่กันแค่ 8 คน สู้รวมกลุ่มกับพวกทหาร 7 คน กลายเป็น 10 กว่าคนก็ยังดีกว่า
ทั้ง 3 คนเห็นว่า 5 คนเลือกที่จะติดตามพวกทหารก็หัวเราะเยาะ พวกเขาไม่สนใจอีกว่าจะมีใครอยากลงมาซ่อนตัวด้วยหรือไม่ ซึ่งพวกวานรลมกลายพันธุ์ก็คร้านที่จะสนใจพวกเขา ไม่สิ! ต้องบอกว่าพวกมันไม่กล้าสนใจต่างหาก
ถ้าต้องการกินพวกคนที่อยู่ในหลุม เช่นนั้นพวกมันก็ต้องมั่นใจว่าจะเอาตัวรอดจาก “ถุงมือกลายพันธุ์” พืชที่มีดอกเหมือนถุงมือ หากแต่เป็นถุงมือที่มีแต่หนามแหลม พวกมันเคลื่อนไหวใต้ดินได้อย่างคล่องแคล่ว พวกสัตว์กลายพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนดินต้องระวังพวกมันให้มาก
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สัตว์กลายพันธุ์ที่ยังเหลืออยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกจิงโจ้หรือวานร ซึ่งมีความสามารถในการกระโดดสูง ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่พ้นการโจมตีของมันไปได้
“ทหารหน่วยจู่โจมให้ติดตามนักล่าทั้ง 5 คนไปข้างหน้า คอยปกป้องและนำทางให้พวกเขา ย้อนกลับไปทิศทางเดิมเพื่อไม่ให้เจอพวกกลายพันธุ์ชนิดใหม่ นักธนูทั้งหมดวิ่งไปที่เนินหิน อย่าอยู่ติดพื้นดินเด็ดขาด”
เมื่อได้ยินคำสั่งของอันซูหยวน ทุกคนก็เคลื่อนไหวทันที เนื่องจากความเชื่อมั่นที่มีต่อเธอ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความลังเลอีก ไม่น่าแปลกใจที่ความสามัคคีนี้จะทำให้พวกเขาหนีรอดจากฝูงของวานรลมกลายพันธุ์ได้
จุดเด่นของวานรลมกลายพันธุ์ก็คือความเร็วของพวกมัน อีกทั้งการเคลื่อนไหวที่อาศัยที่สูงในการลอบโจมตี หากไม่ทันตั้งตัวถูกพวกมันล้อมเอาไว้ก่อน ก็มีโอกาสมากที่จะถูกโจมตีได้ เหนือสิ่งอื่นใด...ที่ต้องระวังมากที่สุดไม่ใช่ความแข็งแกร่งของพวกวานรลมกลายพันธุ์ หากแต่เป็นพิษที่ออกมาพร้อมกับการโจมตีของพวกมันต่างหาก
คำสั่งของซูหยวนที่ให้ทุกคนวิ่งหนีออกไป โดยทิ้งเอาไว้แค่นักธนูก็เพราะแบบนี้ แทนที่จะตั้งหลักต่อสู้กับพวกมัน สู้เว้นระยะแล้วปล่อยให้นักธนูเป็นฝ่ายโจมตีคงจะดีกว่า
ธนูที่ได้มาเป็นรางวัลจากการแข่งขันตระกูลอี้นับเป็นธนูที่ดีจริงๆ ด้วยธาตุไฟที่ทำให้การโจมตีมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมกับทักษะยิงธนูระดับสูงขั้นศรพิพากษา ซูหยวนสามารถล้มวานรลมกลายพันธุ์ได้ 3 ตัวในคราวเดียว แม้ว่ามันจะไม่ได้ตกตายในการโจมตีแรก แต่ด้วยการสนับสนุนของพวกทหารและนักล่าที่วิ่งออกไป พวกมันที่ร่วงลงมายังพื้นล่างก็เป็นได้แค่เศษเนื้อที่รองเท้าให้พวกเขาวิ่งเท่านั้น
ตอนนี้นักธนูอีก 2 คนไม่ได้เล็งไปที่วานรลมกลายพันธุ์ด้านบนอีกแล้ว เมื่อเทียบกับทักษะของหัวหน้าอัน พวกเขาอาศัยตอนที่หัวหน้าลากพวกมันลงมาแล้วโจมตีซ้ำให้มั่นใจว่ามันจะตาย นับว่าเป็นการประสานการต่อสู้ที่ดีกว่า
“หัวหน้า! พวกเราหนีพ้นระยะต้นไม้สูงแล้ว!” สิบเอกตะโกนบอก ซูหยวนพยักหน้ารับก่อนจะส่งสัญญาณให้อีก 2 คนซึ่งอยู่กับซูหยวนวิ่งออกไป
เธอหันไปมองพวกที่คิดจะซ่อนตัวในหลุมหลบภัยต่อไปด้วยสายตาเย็นชา โอกาสรอดตายมอบให้ถึงที่แล้ว กลับไม่คิดจะคว้าเอาไว้ ดังนั้นพวกเขาก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเลือก
ไม่ทันที่ซูหยวนจะวิ่งออกไปไกล จู่ๆหลุมหลบภัยนั้นก็เกิดเรื่องแล้ว
“อะ อะไร!!”
“อ๊าก!! นี่มัน...นี่มันหญ้าถุงมือกลายพันธุ์นี่!”
“บัดซบ! พวกถุงมือกลายพันธุ์นี้ยกระดับไปสองขั้นเลย ตอนนี้พวกมันไม่ต่างอะไรกับระดับ H แล้ว ไม่สิ! อาจจะถึงระดับ I ก็ได้”
“ช่วยด้วย! ช่วยพวกเราด้วย!”
ซูหยวนได้ยินการร้องขอความช่วยเหลือนั้นเหมือนกับคนอื่นๆ แต่แทนที่เธอจะช่วยเหลือ กลับวิ่งหนีออกมาให้ไกลจากหลุมหลบภัยแทน ซึ่งการตัดสินใจนี้ถูกต้องจริงๆ เพราะหลังจากที่เธอวิ่งออกมาได้ไม่กี่วินาที ตำแหน่งที่ซูหยวนยืนอยู่ก่อนหน้านี้ก็ปรากฏดอกของถุงมือกลายพันธุ์พุ่งออกมาคว้าจับอากาศเอาไว้แล้ว
สาเหตุที่พวกมันยกระดับได้ขนาดนี้ย่อมเป็นเพราะรากของพวกมันอาศัยอยู่ใกล้ๆตำแหน่งแท่นพลังงานที่ถูกพวกกลุ่มดวงตามารเปิดใช้งานคราแรก พวกมันซ่อนตัวอยู่ใต้ดินและดูดซับพลังงานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่แปลกที่จะได้เห็นพวกมันเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
หากเป็นถุงมือกลายพันธุ์ก่อนหน้านี้ แม้พวกมันจะอาศัยอยู่ใต้ดิน แต่การโจมตีของพวกมันไม่ได้รวดเร็วและรุนแรงเท่านี้
เมื่อทุกคนที่ตัดสินใจหนีตามทหารมาได้เห็นฉากนี้ จากเดิมที่คิดจะโยนความผิดให้กลุ่มทหารที่ลากพวกเขาออกจากหลุม เวลานี้ทำได้แค่ยืนปากซีดกันแล้ว
ถ้าพวกเขาไม่ได้ถูกเรียกตัวออกมาจากหลุมได้ทันเวลา ดังนั้นชะตากรรมของพวกเขาก็คงไม่พ้นเป็นอาหารของหญ้าถุงมือกลายพันธุ์พวกนี้ใช่ไหม? แทนที่จะโทษทหารกลุ่มนี้ที่ทำให้ตัวเองถูกวานรลมกลายพันธุ์เจอตัว กลับต้องคุกเข่าขอบคุณพวกเขาแทน
“ซี๊ด...แค่อึดใจเดียวเท่านั้น คงจะมีศพมากกว่านี้แน่”
“เหอ เหอ เหอ เวลานี้ยังจะตำหนิพวกเราที่มาช่วยอีกไหม? ทำไมไม่กระโดดลงหลุมพร้อมพวกพ้องไปเสียเลยล่ะ”
ทหารได้ทีเอาคืน พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระแหนะกระแหนไปสักคำสองคำ ซึ่งนั่นทำให้นักล่าทั้ง 5 ได้แต่ก้มหน้าด้วยความอับอาย
แน่นอนว่าพวกทหารอยากจะขับไล่คนพวกนี้ที่กล้าตำหนิหัวหน้าหน่วยของพวกเขาออกไป ทว่า...ความรับผิดชอบในหน้าที่ย่อมมาก่อน พวกเขาทำได้แค่ต้องดูแลความปลอดภัยให้คนเหล่านี้เท่านั้น
“กลับไปที่ฐานกันก่อน” ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางของคนอื่นๆ เธอถูกคนสงสัยเกี่ยวกับความสามารถตั้งแต่ออกเดินทางแล้ว หากเก็บมาคิดทุกประเด็น คงจะก้าวขาออกมาทำภารกิจไม่ได้ตั้งแต่แรก
“เข้าใจแล้วครับ พวกเราเตรียมตัวกลับไปที่ฐานเพื่อส่งผู้ประสบภัยและรายงานสถานการณ์” เมื่อรับคำสั่ง เขาก็รีบกระจายต่อทุกคนทันที
เมื่อพวกนักล่าได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ เดิมทีคิดว่าพวกทหารจะเก็บคำพูดของพวกเขาไปคิดแล้วก็ทอดทิ้งไว้ให้ตายที่นี่ ยังดีที่ทหารเหล่านี้มีจิตใจที่ดี ปฏิบัติหน้าที่และภารกิจโดยไม่เอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ระหว่างทางที่เดินกลับไปยังฐาน กลุ่มของพวกเขายังได้เจอฝูงจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์อีก 4 ตัว ซึ่งการจัดการนี้ไม่ได้ยุ่งยากมากนักเมื่อมีพวกนักล่าเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ทหารได้แสดงทักษะของตนเองได้ดี แล้วก็ผ่านการต่อสู้นี้โดยง่าย
ซูหยวนนำทางให้พวกเขาจนไม่ได้เจอกับสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ใดๆอีก นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับพวกนักล่าที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่นี้เป็นเวลานานมาก แน่นอนว่าเรื่องนี้พวกทหารไม่รู้ เนื่องจากพวกเขาติดตามซูหยวนมาตั้งแต่ต้น พบเจอพวกกลายพันธุ์มากสุดแค่ 5 ตัวเท่านั้น ดังนั้นจึงเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติของพื้นที่นี้
อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะได้ค้นพบความจริงในเร็วๆนี้ หลังจากที่กลับมาฐานแล้วพบว่าทหารมากมายได้รับบาดเจ็บหนัก รวมทั้งกลุ่มของพวกเขาเป็นกลุ่มท้ายๆที่กลับมา แถมยังทำภารกิจสำเร็จ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกลับมาได้ด้วย
“ข้างหน้านั่น....คือฐานของพวกเราใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้นกัน” สิบเอกที่มองเห็นฐานเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
พวกเขาออกมาปฏิบัติภารกิจ 3 วันแล้ว ไม่ได้หลับไม่ได้นอน คิดว่าเป็นงานที่หนักหนาสำหรับพวกเขา แต่พอมาถึงฐาน กลับได้พบสภาพที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย
ทหารมากมายกำลังนอนรอรับการรักษาอยู่ บางคนก็แขนขาขาด บางคนก็กลับมาในสภาพที่ไร้ลมหายใจแล้ว ถ้าไม่ใช่พวกพ้องที่ยังมีแรงเหลืออยู่ คงจะปล่อยศพของพวกเขาให้กลายเป็นอาหารพวกกลายพันธุ์ไปแล้ว
ภาพความวุ่นวายที่เห็นนี้ช่างแตกต่างกับพวกเขาที่เข้าไปในเขตล่าเพื่อเก็บกู้จริงๆ
“หืม? นั่น...กลุ่มของหัวหน้าหน่วยย่อยอันกลับมาแล้ว มีกลุ่มที่รอดชีวิตอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว” ทหารที่รออยู่ด้านหน้ารีบตะโกนรายงานทันที เหล่าผู้นำที่รอฟังสถานการณ์รีบออกมาตรวจสอบดู สิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นทำให้ตกใจไม่น้อย
ฝ่ายของทหารที่ติดตามซูหยวนไปตกใจที่สถานการณ์มันวุ่นวายมากกว่าที่คิด ในขณะที่ฝ่ายพวกผู้นำที่รอที่ฐานกลับตกใจเพราะสภาพของทุกคนค่อนข้างดีกว่าปกติ
“เกิดอะไรขึ้น พวกคุณหายไป 3 วัน ไม่เพียงแค่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ยังสามารถช่วยนักล่ากลับมาด้วยอีก?” ผู้นำคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“เตรียมตัวเข้าไปรายงานสถานการณ์ด้วย” คนที่แสดงออกว่าไม่พอใจมากที่สุดคงไม่พ้นพลธนูอี้ฉางที่คาดหวังจะเห็นอันซูหยวนตกตายมากที่สุดแล้ว
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กคนนี้รอดกลับมาได้ ไม่ใช่ว่าทีมของเธอควรจะเป็นทีมแรกที่ทำภารกิจไม่สำเร็จเปลี่ยนจากเคสสีเขียว (ยังมีชีวิต) กลายเป็นเคสสีดำ (มีคนตาย) หรอกหรือ?
ดูเหมือนว่า การที่เขาเลือกสมาชิกให้อีกฝ่ายไป สิบเอกที่ชอบสร้างปัญหาคนนั้นจะทำประโยชน์ให้ไม่ได้เลยสินะ! เช่นนั้นต่อไป...คงจะต้องใช้ไม้หนักกว่านี้แล้ว
การรายงานสถานการณ์นั้นปกติแล้วไม่มีอะไรมากนัก การรายงานของพวกทหารจะดีกว่าการบอกรายละเอียดของพวกนักล่า เพราะพวกเขาจะมอบข้อมูลที่มีประโยชน์โดยไม่ปิดบัง แล้วจะทำให้การทำภารกิจต่อไปราบรื่นมากขึ้น เช่น ตรงไหนที่เป็นปัญหาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้ แต่ส่วนไหนที่ไม่มีปัญหาก็จะได้มุ่งเป้าไปที่นั่นแทน
ทว่า...ซูหยวนไม่ได้คิดเลยว่าหัวหน้าหน่วยย่อยอี้ฉางที่ดูแลหน่วยของเธอจะมาฟังการายงานสถานการณ์ด้วยตนเอง
“พูดมาว่าจ่าสิบตรีอันใช้เส้นทางไหนบ้าง แล้วก็ขอบอกเอาไว้ก่อนว่าฉันไม่ต้องการข้อมูลที่เป็นเท็จ หากมีคำไหนที่โกหกแม้เพียงคำเดียว เธอจะถูกลงโทษทางทหารแน่นอน” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนี้ เธอรู้สึกว่าในคำถามมีการข่มขู่อยู่ด้วย ช่างน่าแปลกจริงๆ
“ฉันสามารถมอบเส้นทางที่ใช้ได้ค่ะ แล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกด้วย ไม่ทราบว่าทำไมหัวหน้าถึงได้พูดแบบนั้นคะ หรือว่ามีข้อสงสัยอะไรในการทำภารกิจของฉันหรือเปล่าคะ จะให้อธิบายในส่วนนั้นให้ชัดเจนขึ้น”
“ฮึ่ม พูดตามตรง ฉันกำลังคิดว่าเธอกำลังอู้งาน ไม่รับผิดชอบภารกิจอย่างสุดความสามารถ”
“คะ? อู้งาน...”
“ใช่ สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรเธอไม่รู้หรือ? ทหารมากมายที่เข้าไปในพื้นที่กลับออกมาแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพบเจอพวกกลายพันธุ์จำนวนมาก ไม่มีกลุ่มไหนที่กลับออกมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแม้แต่กลุ่มเดียว นอกจากนี้...คนที่หายไป 3 วันแล้วกลับมาก็ไม่มีด้วยเช่นกัน”
“แล้วยังไงหรอคะ” ซูหยวนหรี่ตาลง พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรกันแน่ แต่คนที่จะคิดแบบนั้น...ถ้าไม่ต้องการเป็นศัตรูกับเธอก็คงจะหาได้ยากแล้ว
จากเดิมที่รู้สึกว่าหัวหน้าหน่วยย่อยพลธนูอี้ฉางคนนี้ไม่ชอบเธอ ทั้งยังตั้งกลุ่มให้เธออย่างผิดปกติ ได้เห็นการแสดงออกเช่นนี้ก็มั่นใจแล้วว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง.....
……..………………