“คนอย่างเจ้าหน่ะมันไม่มีวันเข้าใจเลยสักนิด...” โดมันกล่าวตัดพ้อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยว พลางฟาดฟันใส่เซย์เมย์อย่างไม้ยั้งด้วยความรวดเร็วและบ้าคลั่งในเวลาเดียวกัน
“ว่าการที่จะต้องอยู่ในท่ามกลางความอัปยศอดสูหน่ะมันเป็นยังไง”
แต่ในขณะเดียวกัน เซย์เมย์ก็ใช้คมกระบี่แสงจากพลังเวทย์รับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกันนั้น เซย์เมย์ก็รู้สึกได้ถึงความหนักหน่วงในการฟาดฟันด้วยคมกระบี่แสงจากมนต์ดำของโดมัน สักพัก ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาเพื่อตั้งหลัก จากนั้น ภาพก็ได้ตัดมายังช่วงเหตุการณ์ในอดีตของเซย์เมย์ทันที
ในยุคสมัยเฮย์อัน ในท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงจันทรา สภาพเมืองเกียวโตที่มีเปลวไฟลุกไหม้แทบจะทั้งเมืองราวกับทะเลเพลิง ชาวบ้านต่างก็พากันหนีตาย กองทัพโอนิโยไคที่นำโดยอิบารากิ-โดจิต่างก็พากันอาละวาดเข่นฆ่าชาวบ้านเป็นจำนวนมาก
องค์จักรพรรดิโทบะทรงมีราชโองการมอบหมายให้อาเบะ โนะ เซย์เมย์ กับศิษย์เอกทั้งสองของเขาอย่างมินาโมโตะ โยริมิทสึ กับวาตานาเบะ สึนะ และศิษย์รองอย่างซากาตะ คินโทกิ หรือคินทาโร่ ลูกน้องของโยริมิทสึกับสึนะ นำกองทัพเหล่าองเมียวจิเข้าไปปราบอิบารากิ-โดจิ และเหล่ากองทัพโอนิโยไค
อาชิยะ โดมันพยายามขอร้องให้พระองค์ทรงมอบหมายให้ตนร่วมศึกปราบเหล่าโอนิโยไคในครั้งนี้ด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา โดมันไม่พอใจมากที่เซย์เมย์ได้รับการยอมรับ และความไว้เนื้อเชื่อใจจากราชสำนักและชาวบ้านมากกว่าตน จึงเดินออกมาจากพระราชวังเกียวโตด้วยความรู้สึกผูกใจเจ็บ
ในขณะที่กำลังจะเดินออกมานอกวังนั้น โดมันก็ได้ยินเสียงเอ่ยเรียกของใครบางคนดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เมื่อเขาลองหันไปมองที่ต้นตอของเสียงเอ่ยเรียกนั่น เขาก็ได้พบกับขุนนางในราชสำนักแห่งตระกูลฟูจิวาระทั้งสองคนที่ค่อยๆ เดินเข้ามาโดมันด้วยตัวของพวกเขาเอง
ตระกูลฟูจิวาระนั้น เป็นตระกูลขุนนางที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนักดอกเบญจมาศมาอย่างยาวนานมาตั้งแต่ยุคสมัยนาระจนมาถึงยุคสมัยเฮย์อัน ในช่วงก่อนที่จะเสื่อมอำนาจลงในยุคสมัยคามากุระ หลังจากที่ระบอบการปกครองแบบโชกุน หรือระบอบศักดินานั้นได้เข้ามาแทนที่ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
คนหนึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของอาชิยะ โดมันที่เป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในตำแหน่งคัมปากุ ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นน้าของโดมันที่เป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในตำแหน่งเซ็สโช ขุนนางทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นทายาทในสายเลือดผู้สืบสกุลแห่งตระกูลฟูจิวาระทั้งสิ้น จึงทำให้ตัวของโดมันนั้นมีศักดิ์เป็นทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลฟูจิวาระไปโดยปริยาย
ในขณะเดียวกัน หนึ่งในขุนนางแห่งตระกูลฟูจิวาระที่มีศักดิ์เป็นน้าของโดมัน ซึ่งกำลังดำรงในตำแหน่งเซ็สโชอยู่นั้นก็ได้มีลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งหล่อนได้เป็นถึงองค์หญิงในราชสำนัก จากการที่หล่อนนั้นได้ทำการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายรัชทายาทที่เป็นถึงพระราชโอรสแห่งองค์จักรพรรดิโทบะ
“เจ้าคือบุตรชายของข้า เป็นทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลฟูจิวาระ เจ้าควรที่จะได้รับการยอมรับจากพระองค์ในฐานะที่เป็นองเมียวจิแห่งราชสำนัก และพวกข้าเองก็อยากจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอาเบะ โนะ เซย์เมย์นั้นเป็นบุตรชายเลือดผสมครึ่งเทพ...”
“เพียงแค่ว่าเจ้าอาเบะ โนะ เซย์เมย์นั่นเป็นบุตรชายของนางพญาจิ้งจอกขาวที่เป็นร่างจำแลงของเทพีอินารินั่นหน่ะหรือ” โดมันเอ่ยถามแทรกออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาที่ขุ่นเคืองอย่างสุดๆ ทางด้านขุนนางผู้เป็นพ่อนั้นก็พลางถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขานั้นจะพูดกับโดมันด้วยรู้สึกความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อผู้เป็นบุตรชายของตนต่อไปว่า
“เจ้าก็ต้องเข้าใจนะว่าที่บ้านเมืองของเรานับถือบูชาเทพเจ้ามาอย่างช้านาน”
“เพียงแค่ว่าเจ้าเซย์เมย์เป็นบุตรชายเลือดผสมครึ่งเทพอะไรนั่น พระองค์ก็ถึงกับให้การยอมรับในตัวเขาว่าเป็นองเมียวจิแห่งราชสำนัก และก็ให้ความไว้วางใจในตัวเขาแบบง่ายๆ เนี่ยหน่ะหรือ โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”
โดมันกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองที่อยู่ภายในใจ
“ทั้งๆ ที่ข้า...ก็มีทักษะทางด้านพลังเวทย์ไม่ด้อยไปว่าเจ้าเซย์เมย์นั่นเลย แล้วข้าก็เป็นทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลฟูจิวาระที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนัก แต่ทำไม...ทำไมองเมียวจิที่ได้รับการยอมรับ และความไว้เนื้อเชื่อใจจากพระองค์นั้นถึงกลับเป็นเจ้าหมอนั้น ไม่ใช่ข้า...”
“ทำไมพระองค์ถึงได้เลือกเจ้าเซย์เมย์ที่เป็นทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลมินาโมโตะนั่นขึ้นมาเป็นองเมียวจิในราชสำนัก แทนที่จะเลือกข้าที่เป็นทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลฟูจิวาระที่ทรงอิทธิพลกว่า”
โดมันกล่าวตัดพ้อด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และรู้สึกขุ่นเคืองในเวลาเดียวกัน
“นั่นคงจะเป็นเพราะว่าโชคชะตาได้กำหนดไว้เช่นนั้นแล้ว”
ขุนนางผู้เป็นน้าของโดมันนั้นกล่าวพลางถอนหายใจออกมาเพียงเล็กน้อย และทันใดนั้น ก็ได้มีขุนนางแห่งตระกูลฟูจิวาระอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาหาโดมันด้วยความเร่งรีบ
“โดมัน พระองค์ทรงเรียกให้มาเฝ้าเข้าด่วน เห็นว่าพระองค์ทรงมีเรื่องสำคัญจะมาบอกให้เจ้าฟัง”
ขุนนางแห่งตระกูลฟูจิวาระคนนี้เป็นพี่ชายของโดมัน ซึ่งเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีที่ดำรงในตำแหน่งไดโจ-ไดจิน เขานั้นรีบเดินมาตามผู้เป็นน้องชายให้ไปเข้าเฝ้าพระองค์ที่ตำหนักท้องพระโรงอย่างเร่งด่วน
เมื่อได้เข้ามาในตำหนักพระโรงแล้ว โดมันก็รีบโค้งคำนับให้เป็นการแสดงความเคารพให้กับพระองค์ ก่อนที่ตัวเขานั้นจะรีบลงไปนั่งบนพื้นทันที ส่วนทางด้านขุนนางผู้เป็นพี่ชายของโดมันนั้นก็รีบเดินออกมาจากตำหนักพระโรงทันที
“เดี๋ยววันพรุ่งนี้ ข้าจะจัดงานประลองเวทย์ขึ้นที่ลานหน้าตำหนักพระโรง และในวันนั้น หากเจ้าสามารถเอาชนะเซย์เมย์ได้ ข้าจะยอมรับในตัวเจ้าทันที” โดมันรีบตอบตกลงเพื่อรับข้อเสนอจากองค์จักรพรรดิโทบะ ก่อนที่เขานั้นจะรีบโค้งคำนับให้กับพระองค์เป็นการแสดงความเคารพอย่างพอเป็นพิธี แล้วเดินออกไปจากตำหนักพระโรง และรีบเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลฟูจิวาระโดยทันที
ส่วนทางด้านพวกเซย์เมย์นั้นก็รีบนำเหล่ากองทัพองเมียวจิเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าบรรดาโอนิโยไค ซึ่งอยู่ในท่ามกลางทะเลเพลิงอันร้อนระอุดั่งไฟนรกอเวจีที่ลุกไหม้แทบจะทั้งเมือง จนกระทั่งได้มาเจอกับอิบารากิ-โดจิที่บริเวณหน้าประตูราโชม่อน ซึ่งตอนนี้ได้มีคมดาบมารแห่งอสูรงอกเงยออกมาจากแขนข้างที่เคยถูกเฉือนเข้าอย่างจังจนขาดด้วยคลื่นดาบธาตุน้ำแข็ง คมดาบมารของมันนั้นสามารถตัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาดออกจากกันได้อย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้
“ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกจนได้ แต่คราวนี้แหละ ข้าจะเอาคืนในสิ่งที่พวกเจ้าเคยทำไว้กับข้า และข้าก็จะล้างแค้นให้กับท่านชูเท็นโดจิที่ได้ถูกพวกเจ้าสังหารอย่างสาสม”
มันต้องการจะล้างแค้นให้กับชูเท็นโดจิ จอมทัพแห่งอสูรผู้เป็นหัวหน้าคนสนิทของมันที่ได้ถูกพวกเซย์เมย์ และศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามของเขานั้นจัดการลง ด้วยทักษะในด้านพลังเวทย์อันเก่งกาจของเซย์เมย์ และศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามอย่างโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่นั้น จึงทำให้อิบารากิ-โดจิถูกเขาจัดการลงได้อย่างง่ายดาย