บทที่ 93 ท้าพนัน
ชิงหว่านเงยหน้าขึ้นอย่างเซื่องซึมเธอไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะกลายมาเป็นแบบนี้
ที่ครั้งนี้เธอรวบรวมความกล้ามาหาเย่จื่อเฉิน เพราะอยากให้เขาเห็นถึงความตั้งใจของเธอและชวนเขาเข้าร่วมทีม
แต่เขาไม่ให้แม้แต่เซี่ยเขอเข่อเข้าร่วมทีม
“เขอเข่อมีความคิดเป็นของตัวเอง นายมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินใจแทน”
ชิงหว่านกัดริมฝีปากเบาๆ อารมณ์โกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อรับผิดชอบต่อทีมของเธอและก็เพื่อเซี่ยเขอเข่อด้วย เขาไม่เหมาะกับงานนี้จริงๆ ถ้าในทีมของพวกเธอมียัยนั่นอยู่แม้แต่การแข่งในรอบแรกก็อาจจะไม่ผ่าน”
คำพูดตรงไปตรงมาที่ฟังแล้วแสลงหู แต่คำพูดนี้ก็มีน้ำหนักจริงๆ
ก็เหมือนกับเย่จื่อเฉินในตอนนี้ สิ่งที่เขาพูดกับชิงหว่านล้วนแต่เป็นคำพูดที่หวังดีกับเธอแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอในตอนนี้ยังไม่สามารถรับความจริงได้
ชิงหว่านกัดริมฝีปาก แววตาวาวโรจน์ ผ่านไปไม่นาน เธอถึงได้เงยหน้าขึ้นเหมือนว่าได้ตัดสินใจแล้วก่อนจะพูดขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น
“ไปที่ฐานกับฉันหน่อย”
ในตอนที่ได้เห็นฐานที่ตั้งทีมของชิงหว่านคิ้วของเย่จื่อเฉินก็ยกขึ้นทันที
จนถึงตอนนี้ เย่จื่อเฉินถึงได้รู้สึกถึงความตั้งใจของชิงหว่านที่คิดจะตั้งทีมขึ้นมาจริงๆ
ถ้าพูดกันเรื่องของฐานที่ตั้งทีม เย่จื่อเฉินคิดว่าแค่ห้องชุดก็นับว่าไม่เลวแต่ชิงหว่านกลับจัดการซื้อบ้านมาเลย
ที่ทำให้เขาหมดคำพูดยิ่งกว่านั้นก็คือ บ้านหลังนี้…
มันอยู่ตรงข้ามกับบ้านของเขา!
เวลาหันหน้าเข้าหาประตูบ้าน เขากลัวเหลือเกินว่าอีกเดี๋ยวเสี่ยวไป๋มันจะตามกลิ่นมา
“เป็นไง สถานที่ไม่เลวเลยใช่ไหม”
ชิงหว่านเชิดปลายคางสวยขึ้นด้วยความภูมิใจ เย่จื่อเฉินยิ้มรับไม่ตอบอะไรแต่ปากกลับขมุบขมิบไม่หยุด
“รีบเข้าไปข้างในเถอะ”
“หึ โอเค”
ความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนแก้มสวยของชิงหว่านจางๆเธอคิดว่าฐานที่เธอเลือกสามารถทำให้เย่จื่อเฉินตกใจได้
‘ทุกครั้งนายทำหน้าบูดใส่ฉันตลอด หลังจากที่เข้าไปนายต้องตกใจมากกว่านี้แน่’
ชิงหว่านคิดกับตัวเองในใจ
“เขอเข่อ เธอยังจำที่พูดเมื่อกี้นี้ได้ไหม?”
ตำแหน่งข้างกายเซี่ยเขอเข่อมีเด็กหนุ่มผมยาวใส่แว่นตานั่งอยู่ดูไปแล้วเด็กหนุ่มน่าจะอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดความสดใสและความอ่อนเยาว์บนใบหน้ายังคงไม่จางหายไป
“ฉันไม่รู้ว่าเมื่อกี้ฉันพูดอะไรกับนายไป”
เซี่ยเขอเข่อดันคีย์บอร์ดเข้าข้างใน แล้วลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปทางโซฟาที่ห้องนั่งเล่น
เด็กหนุ่มรีบตามไปคว้าแขนของเซี่ยเขอเข่อเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น
“เขอเข่อ เธอจะมาซี้ซั้วพูดไม่ได้นะ เมื่อกี้เธอพูดว่าชอบคนที่เล่นเกมเก่งกว่าเธอไม่ใช่เหรอ? ที่แข่งโซโลเมื่อกี้ ห้าเกมฉันชนะไปสามแล้ว”
“ตี๋ซินเผิง ฉันแค่บอกว่าชอบ ไม่ได้บอกว่าถ้านายชนะแล้วจะชอบนายนะ”
“แล้วทำไมเธอถึงมาแข่งกับฉัน”
“เวลาคนอื่นมาขอแข่งตัวต่อตัวกับฉัน ฉันไม่เคยปฏิเสธ”
เซี่ยเขอเข่อเม้มริมฝีปากอิ่มอมชมพูเมื่อครู่นี้เธอก็แค่พลั้งปากพูดออกไป บวกกับอีกฝ่ายมาท้าด้วยนิสัยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของเธอแน่นอนว่าต้องตอบตกลงอยู่แล้ว
แต่ไม่คิดว่า แค่ประโยคที่เธอพลั้งปากพูดออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตี๋ซินเผิงมีปฏิกิริยาขนาดนี้
“ฉัน…เธอ…”
อารมณ์โกรธฉายขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์ของตี๋ซินเผิงเขายกมือขึ้นชี้นิ้วค้างไว้อย่างพูดอะไรไม่ออก
เซี่ยเขอเข่อกระตุกยิ้มมุมปาก ค่อยๆ ขยับลุกออกจากโซฟา เดินไปยังประตูบ้าน
“ฉันขอบอกนายเอาไว้เลยนะ นายอย่าคิดที่จะทำอะไรฉันเด็ดขาดฉันมีแฟนแล้ว ถ้านายกล้าทำอะไรฉัน เขาไม่ปล่อยนายไว้แน่”
เซี่ยเขอเข่อขยับไปใกล้ประตู แล้วพยายามกล่อมให้อารมณ์ของเขาสงบลงด้วย
ปึก
เซี่ยเขอเข่อถอยหลังไปชนตัวเย่จื่อเฉินที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับชิงหว่านพอดี
“อ๊ะ ใครเนี่ย”
เซี่ยเขอเข่อขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองด้านหลังเมื่อเห็นเย่จื่อเฉินที่ทำหน้าระอาใจอยู่ เธอก็พุ่งเข้าไปหาทันที
“นายมาได้ยังไง”
สัมผัสได้ถึงความดีใจที่ปิดไม่มิดในน้ำเสียงของเซี่ยเขอเข่อเย่จื่อเฉินยีหัว แต่กลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่เป็นมิตรที่ส่งมาไม่ไกลจากตัวนัก
“นายเหรอที่เป็นแฟนเซี่ยเขอเข่อ?”
ตี๋ซินเผิงเม้มปาก ประกายไฟรุนแรงฉายวาบขึ้นในดวงตา
เย่จื่อเฉินอึ้งไปนิด แต่เซี่ยเขอเข่อที่อยู่ในอ้อมกอดกลับเชิดหน้าพูดขึ้น
“ใช่ เขานี่แหละแฟนฉัน เล่นเกมเก่งกว่านายหมื่นเท่า”
“งั้นเราก็มาแข่งกันสิ”
“แข่งก็แข่งสิ”
ไม่มีใครถามความเห็นเย่จื่อเฉินเลยสองคนนี้ประจันหน้ากันด้วยประกายไฟที่ลุกโชน
เย่จื่อเฉินมองทั้งสองคนที่สบตากันอยู่ด้วยสีหน้ามึนงงก่อนจะพูดขึ้น
“อะไรกันเนี่ย”
จากนั้นเซี่ยเขอเข่อก็เล่าที่มาที่ไปของเรื่องให้เย่จื่อเฉินฟังหนึ่งรอบ
สิ้นเสียง เย่จื่อเฉินก็ไม่ได้รับคำท้า และไม่ได้ไปสอบถามเอาความอะไรกับความเป็นเด็กของสองคนนี้แต่หันไปหาชิงหว่านที่อยู่ข้างๆ แทน
“เห็นหรือยัง นี่ก็เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งเซี่ยเขอเข่อเข้าร่วมทีมเธอไม่ได้แน่นอน ฉันว่าเธอหาตัวเลือกใหม่ดีกว่า”
ชิงหว่านก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน เธอไม่อยู่แค่แป็บเดียวก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“นี่ นายมีสิทธิ์อะไรไม่ให้เซี่ยเขอเข่อเข้าร่วมทีม”
ชิงหว่านยังไม่ได้พูดอะไร ตี๋ซินเผิงก็ไม่พอใจก่อนแล้ว
“นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง มีคนเดาอารมณ์ไม่ได้อย่างนายอยู่ในทีมฉันจะปล่อยให้แฟนฉันมาเสี่ยงอันตรายอยู่ในทีมนี้ได้ยังไง?”
เย่จื่อเฉินกลอกตาด้วยสีหน้าหมดคำจะพูดเซี่ยเขอเข่อที่ได้ยินเขายอมรับว่าตัวเธอเป็นแฟน ใบหน้าเล็กก็แดงขึ้นมา
ติ๊ง!
ระดับความรู้สึกดีของคุณกับเซี่ยเขอเข่อเพิ่มขึ้น 50 ระดับความรู้สึกดีปัจจุบันอยู่ที่ 220
ตี๋ซินเผิงถึงกับใบ้กินทันทีกับคำพูดของเย่จื่อเฉินเขาสนใจเซี่ยเขอเข่อจริงๆ หรือจะพูดให้ถูกก็คือรักตั้งแต่แรกพบ
ตอนที่เขาเห็นเซี่ยเขอเข่อครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนว่าโดนขโมยหัวใจไป
อันที่จริง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือแต่ละวันเจ้าเด็กคนนี้เอาแต่หมกมุ่นเล่นเกมมากเกินไป ไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงสวยๆอย่างเซี่ยเขอเข่อ
จะรู้สึกหวั่นไหวบ้างมันก็เป็นเรื่องปกติ
ในใจยังไม่ยอมแพ้ ตี้ซินเผิงกัดฟันพูด “นายเป็นแฟนเซี่ยเขอเข่อได้ก็น่าจะเล่นเกมเก่งมากใช่ไหมล่ะ งั้นเราสองคนมาแข่งกัน ห้าเกมชนะสามถ้าฉันชนะนายต้องถอยให้ ถ้านายชนะฉันจะถอยให้ ว่าไง”
เด็กก็คือเด็ก
เย่จื่อเฉินยิ้มหลังจากที่ได้ยินคำพูดของตี๋ซินเผิง
“นายฝันหวานอะไรอยู่?” เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้นยกมือขึ้นโอบเอวเซี่ยเขอเข่อ แล้วพูดขึ้น “นี่ผู้หญิงของฉันเกี่ยวอะไรกับนาย นายยังจะหน้าไม่อายมาบอกให้ฉันถอยอีกมันไม่เกี่ยวอะไรกับนายเลยด้วยซ้ำ”
ติ๊ง!
ระดับความรู้สึกดีของคุณกับเซี่ยเขอเข่อเพิ่มขึ้น 50 ระดับความรู้สึกดีปัจจุบันอยู่ที่ 270
“แล้วนายจะเอายังไง?” ตี๋ซินเผิงโดนเย่จื่อเฉินว่าให้จนหน้าตาบึ้งตึง
“ก็ไม่เอายังไง ฉันไม่อยากแข่งกับนายนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันเลยด้วยซ้ำ”
“เย่จื่อเฉิน นายแข่งกับเขาเลย” เซี่ยเขอเข่อโพล่งออกมาทันทีแล้วเหยียดปากพูด “ฉันแข่งกับเขาแล้วแพ้นายช่วยฉันเอาชัยชนะกลับมาหน่อยสิ”
“...”
ความทะเยอทะยานของเซี่ยเขอเข่อ เย่จื่อเฉินไม่อยากพูดเยอะเลยจริงๆ
เขามองไปที่ชิงหว่านอย่างมีความนัย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆราวกับกำลังพูดว่า…
เห็นหรือยัง นี่แหละเซี่ยเขอเข่อ เธอยังจะให้ร่วมทีมอีกเหรอ?
ในทันใดนั้น ตี๋ซินเผิงที่ไม่คิดจะยอมแพ้ก็เอ่ยท้าทันที
“ใช่ ถ้านายเป็นแฟนเซี่ยเขอเข่อ ก็ช่วยเธอเอาชัยชนะกลับมาสิ เป็นผู้ชายถ้าปกป้องผู้หญิงของตัวเองไม่ได้ยังจะถือว่าเป็นผู้ชายอยู่อีกเหรอ”
“...”
เย่จื่อเฉินหมดคำจะพูดไปอีกครั้ง
พูดจาเด็กชะมัด
เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “น้องชาย นายยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือเปล่า?”
ตี๋ซินเผิงหน้าแดงขึ้นมา แล้วพูดเสียงห้วน “เดี๋ยวฉันก็บรรลุนิติภาวะแล้ว นายอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง แข่งไม่แข่ง”
มองดูท่าทางที่ไม่ยอมแพ้ของตี๋ซินเผิง แถมยังมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเซี่ยเขอเข่ออีก
เย่จื่อเฉินจึงผายมือออกพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนใจ
“งั้นก็แข่งกันดู แต่เราต้องมาเปลี่ยนข้อตกลงกันหน่อย”