ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง

    ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง_21_สร้างพัดลมไฟฟ้า ความสงสัยของหลี่ยวน!

    “ครืด! ครืด!”


    หลี่เฉิงเฟิงเลื่อยไม้ด้วยอารมณ์ที่บูดบึ้ง


    แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานตนเองจะมีพัดลมใช้คลายร้อน หลี่เฉิงเฟิงก็มีความสุขขึ้นทันตาเห็น


    หวูกงกงคอยยืนเฝ้านายน้อยของตนเองอยู่ทางด้านข้าง


    เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย “องค์ชายแปดกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”


    “เรากำลังเลื่อยแผ่นไม้!”


    “หืม? ให้บ่าวช่วยเลื่อยไหมพ่ะย่ะค่ะ?”


    “ไม่ต้อง เจ้าเลื่อยไม่ได้หรอก ถ้าเกิดทำแผ่นไม้ของเราพัง เราจะเสียทั้งเวลา เสียทั้งไม้!”


    “เอ๋? พ่ะย่ะค่ะ! อย่างนั้นองค์ชายแปดมีสิ่งใดให้บ่าวช่วยได้บ้าง?”


    “ไม่ต้องทำอะไรหรอกน่า แค่ยืนพัดคลายร้อนให้เราก็พอแล้ว!”


    “พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”


    ด้วยเหตุนี้ หวูกงกงจึงยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เฉิงเฟิงอย่างสงบเสงี่ยม เฝ้ามองหลี่เฉิงเฟิงใช้ใบมีดเล็ก ๆ เลื่อยแผ่นไม้ออกมา


    ในสายตาของหวูกงกง สิ่งที่หลี่เฉิงเฟิงทำเป็นแค่การกระทำของเด็กน้อยไร้เดียงสาเพียงเท่านั้น


    องค์ชายแปดกำลังเลื่อยแผ่นไม้เล่นอยู่สินะ?


    อย่างไรก็ตามหวูกงกงไม่รู้ว่าความจริงแล้ว หลี่เฉิงเฟิงกำลังจะนำแผ่นไม้เหล่านี้ไปทำเป็นใบพัดของพัดลมไฟฟ้า


    …….


    “ครืด ครืด...”


    ขณะที่หลี่เฉิงเฟิงกำลังเลื่อยไม้ ที่หน้าจวนเจิ้นอ๋องชายชราท่านหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมา


    ชายชราเครายาวท่านนี้ ใช้สองมือไพล่หลังเดินโยกซ้ายเซขวาเข้าไปหาหลี่เฉิงเฟิงที่กำลังเลื่อยไม้อยู่


    เมื่อหวูกงกงเห็นชายชราปรากฏตัว ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด


    หวูกงกงรีบผละออกจากห้องโถง ตรงไปทักทายชายชราท่านนั้น


    “คารวะไท่ซ่างหวง ยินดีต้อนรับสู่จวนเจิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”


    “จุ๊ ๆ! หวูกงกง อย่าเรียกข้าว่าไท่ซ่างหวงต่อหน้าองค์ชายแปด วันหลังเรียกข้าว่าท่านผู้เฒ่าก็พอ! ตอนนี้ข้ายังไม่อยากเปิดเผยตัวตนต่อหลานชาย ว่าข้าคือไท่ซ่างหวงหลี่ยวน เจ้าเข้าใจหรือไม่?”


    “เรื่องนั้น... พ่ะย่ะค่ะไท่ซ่างหวง!”


    “เอ๋? เจ้าพูดใหม่อีกรอบซิ?” หลี่ยวนถลึงตาใส่ขันทีผู้รับใช้


    “ขอรับ... ขอรับท่านผู้เฒ่า!” หวูกงกงเปลี่ยนศัพท์นามในทันที


    ได้ยินเช่นนั้นหลี่ยวนจึงพยักหน้าอย่างพอพระทัย


    เมื่อมาในฐานะผู้เฒ่าธรรมดา ๆ คนหนึ่งเช่นนี้ หลี่ยวนรู้สึกว่าตนเองสามารถเข้ากันได้ดีกับองค์ชายแปด ไม่มีความรู้สึกห่างเหินระหว่างกันเกิดขึ้น


    พระองค์ไม่อยากให้องค์ชายแปดเป็นเช่นหลานคนอื่น ๆ ที่เมื่อเห็นพระองค์ก็รีบคุกเข่า และกล่าวคารวะดังลั่นว่า ‘เสด็จปู่’ ทำให้พระองค์ไม่สามารถสนิทสนมกับหลาน ๆ ได้


    เพราะหลาน ๆ เกรงอกเกรงใจพระองค์มากเกินไป


    มีเพียงองค์ชายแปดเท่านั้นที่สามารถอยู่ข้างพระองค์และพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ความไม่รู้ขององค์ชายแปดทำให้พระองค์พอใจเป็นอย่างมาก


    ต้องไม่ห่างเหินกันเช่นนี้ต่างหาก จึงจะเรียกว่าเป็นปู่และหลานกันได้อย่างเต็มปาก!


    “ครืด ครืด....”


    หลี่เฉิงเฟิงยังคงเลื่อยไม้ต่อไป


    หลี่ยวนหันไปถามหวูกงกง “หวูกงกง องค์ชายแปดกำลังทำอะไรอยู่?”


    “เขา... เขากำลังเลื่อยแผ่นไม้พ่ะย่ะค่ะ!”


    “หืม? เลื่อยแผ่นไม้? หรือเขาเบื่อที่ตัวเองไม่มีอะไรทำ?”


    ด้วยเหตุนี้หลี่ยวนจึงเดินเข้าไปในห้องโถงของจวนเจิ้นอ๋อง เพื่อตามหาหลี่เฉิงเฟิง


    อันที่จริงหวูกงกงรู้อยู่แล้วว่า องค์ชายแปดทราบตัวตนของ ‘ท่านผู้เฒ่า’ คนนี้ตั้งแต่แรกพบ ว่าเขาคือไท่ซ่างหวงหลี่ยวน


    แต่หลี่ยวนกลับไม่รู้อะไรเลย


    ทั้งยังคิดว่าตนเองปกปิดตัวตนได้เก่งมาก สามารถพูดคุยกับองค์ชายแปดได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกัน


    เวลานี้ความคิดของหลี่ยวนอยู่เพียงชั้นที่สอง แต่ความคิดของหลี่เฉิงเฟิงคิดไปถึงชั้นที่ห้าเรียบร้อยแล้ว


    “โอ้! องค์ชายแปดอากาศร้อนถึงเพียงนี้จะมัวมานั่งเลื่อยไม้อยู่ทำไมกัน? มันสนุกสนานนักหรืออย่างไร?”


    หลี่ยวนหรี่ตามองเด็กชายตัวน้อยพร้อมรอยยิ้ม


    หลี่เฉิงเฟิงเงยหน้าไปมอง เขายิ้มคืน “โอ้! ท่านผู้เฒ่ามาแล้วหรือ?”


    “ใช่แล้ว กระหม่อมแวะมาหาองค์ชายแปดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! วันนี้กระหม่อมมีเวลาว่าง จึงแวะมาหาองค์ชายแปดเพื่อเล่นหมากรุกด้วยกัน!”


    หลี่ยวนลูบเครา


    หวูกงกงยกเก้าอี้เข้ามาให้หลี่ยวนนั่ง


    หลี่ยวนกล่าว “มาเถอะองค์ชายแปด! รับเงินจากกระหม่อมไปแล้วหนึ่งหมื่นเหรียญ ได้เวลาที่องค์ชายต้องทำตามสัญญา! พวกเรามาเล่นหมากรุกด้วยกันตอนนี้เลยเป็นอย่างไร? กระหม่อมอยากเรียนกลวิธี ‘ตัวม้าหลังปืนใหญ่’ อยู่พอดี วันนี้องค์ชายสอนกระหม่อมด้วยเถอะ! ฮ่า ๆ ๆ...”


    หลี่ยวนหัวเราะด้วยความเริงร่า


    แต่ขณะนี้คิ้วเล็ก ๆ ของหลี่เฉิงเฟิงกำลังขมวดเข้าหากัน เขากล่าว “ขอโทษด้วยท่านผู้เฒ่า เกรงว่าวันนี้เราจะไม่ว่างสอนท่านเดินหมาก!”


    “หืม? เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? องค์ชายรับเงินจากกระหม่อมไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการสอนกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ!”


    “ไม่ใช่อย่างนั้น เราสอนท่านเดินหมากรุกแน่นอน แต่ตอนนี้เราไม่ว่าง ท่านไม่เห็นหรือ ตอนนี้เรากำลังทำงานอยู่นะ?”


    “ครืด ครืด....”


    กล่าวจบ หลี่เฉิงเฟิงกลับไปนั่งที่ ก้มหน้าก้มตาเลื่อยไม้กระดานอีกครั้ง โดยไม่ไว้หน้าไท่ซ่างหวงหลี่ยวนเลยแม้แต่น้อย


    หลี่เฉิงเฟิงคิดในใจ ท่านปู่หนอท่านปู่ ก็จงใจแกล้งเป็นคนอื่นไม่อยากให้เรารู้จักเอง ในเมื่อไม่เปิดปากเรียกเราว่าหลานชาย ก็อย่าหวังว่าหลานชายผู้นี้จะไว้หน้าท่านปู่!


    หลี่ยวนได้แต่ยิ้ม พระองค์ไม่ถือสาหาความองค์ชายน้อย


    เมื่อมองเข้าไปใกล้ ๆ หลี่ยวนพบว่าบนแผ่นไม้กระดานมีเส้นสีดำจาง ๆ ขีดเอาไว้


    เส้นร่างเหล่านั้นถูกขีดเป็นเส้นโค้ง รูปร่างคล้ายใบมีด


    หลี่ยวนย่นคิ้วถามหลานชาย “องค์ชายแปด ท่านกำลังเลื่อยดาบอยู่หรือ? ถ้าองค์ชายอยากได้ดาบเล่มใหญ่ ๆ มาเล่น กระหม่อมจะไปหาดาบดี ๆ มาให้สักสองสามเล่ม ไม่จำเป็นเลยที่องค์ชายจะต้องเหนื่อยเลื่อยไม้เอง”


    “อะไรกัน? เราไม่ได้กำลังเลื่อยดาบเสียหน่อย! เรากำลังเลื่อยใบพัดพัดลมไฟฟ้าต่างหากล่ะ”


    “ใบพัดพัดลมไฟฟ้า? สิ่งใดกันองค์ชาย?”


    “เรื่องนี้มันยากเกินจะอธิบายให้ท่านผู้เฒ่าฟัง! และต่อให้เราจะอธิบาย ท่านผู้เฒ่าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี!”


    หลี่เฉิงเฟิงส่ายหน้า และหันไปจดจ่อกับการเลื่อยไม้อีกครั้ง


    ได้ยินเช่นนั้นหลี่ยวนถึงกับหูผึ่งเพราะความสนใจ


    ใบพัดของพัดลมไฟฟ้า? เป็นคำที่แปลกใหม่ พระองค์ไม่เคยได้ยินภาษาเช่นนี้มาก่อน


    ด้วยเหตุนี้ไท่ซ่างหวงหลี่ยวนจึงเอาแต่มององค์ชายน้อยหลี่เฉิงเฟิงเลื่อยไม้กระดาน ด้วยความสงสัยที่ไม่สามารถสกัดกั้นได้


    พระองค์ตรัสถามอีกว่า “องค์ชายแปด สิ่งที่เรียกว่าใบพัดพัดลมไฟฟ้ามีประโยชน์อย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”


    หลี่เฉิงเฟิงอธิบาย: “ใบพัดของพัดลมไฟฟ้า คือเครื่องมือที่ใช้ไฟฟ้าสร้างให้เกิดพลังงานหมุนวน เมื่อพลังงานทำให้พัดลมไฟฟ้าหมุน ใบพัดก็จะหมุนไปด้วย! และเมื่อใบพัดหมุน ใบพัดจะสร้างลมเย็น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง! เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็ไม่ต้องกลัวร้อนกันอีกต่อไป! ขอเพียงไฟฟ้ายังทำงาน พัดลมของเราก็จะไม่หยุดหมุน ดังนั้นเราจะสามารถใช้ชีวิตในช่วงฤดูร้อนนี้ได้อย่างเย็นสบาย!”


    “อะไรกัน? องค์ชายกล่าวถึงสิ่งใด ไฟฟ้า? พัดลมไฟฟ้า? ลมเย็นที่พัดอย่างต่อเนื่อง?”


    เมื่อหลี่เฉิงเฟิงพูดจบ หลี่ยวนอ้าปากค้าง รู้สึกราวกับตนเองทำสมองหล่นหาย


    ทุกคำที่หลี่เฉิงเฟิงกล่าว หลี่ยวนเข้าใจความหมายของมันทุกคำ


    แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อนำทุกคำมารวมกันเป็นประโยค หลี่ยวนรู้สึกราวกับหลานชายของตนเองกำลังพูดถึงคัมภีร์สวรรค์อยู่ มันช่างยากจะเข้าใจเสียเหลือเกิน


    หลี่ยวนไม่เข้าใจความหมายของมันเลยแม้แต่ประโยคเดียว ที่เขาพอจะฟังออกคือ หลี่เฉิงเฟิงกำลังสร้างของบางอย่างออกมา และของสิ่งนี้สามารถสร้างลมที่พัดออกมาอย่างต่อเนื่องได้!


    แต่สิ่งที่อยู่ในมือหลานชายกลับเป็นเพียงแผ่นไม้เก่า ๆ จากต้นหลิว? ไม้จากต้นหลิวจะสร้างลมได้อย่างนั้นหรือ?


    อดีตฮ่องเต้หลี่ยวนมิอาจเก็บความสงสัยของพระองค์ได้!


    หลี่เฉิงเฟิงอธิบายต่อไปว่า “แต่ว่าท่านผู้เฒ่า การจะสร้างพัดลมไฟฟ้าขึ้นมาสักหนึ่งอัน หนทางนั้นยังอีกยาวไกล! ไม่ต้องถามเลยว่าเราจะสร้างพัดลมไฟฟ้าได้สำเร็จหรือไม่ ต้องถามก่อนว่าเราจะไปหาแหล่งจ่ายพลังงานมาจากที่ไหน แค่คิดเรื่องนี้เราก็ปวดหัวแล้ว! แต่ใช่ว่าเราจะสิ้นไร้หนทาง ฮี่ ๆ ๆ!”


    หลี่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่หลี่ยวนกำลังลูบคลำเครา มองไม้กระดานในมือของหลี่เฉิงเฟิงด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจัง


    พระองค์กำลังคิดว่า ของแค่นี้น่ะหรือจะสร้างลมออกมาได้?


    อยู่มาจนแก่พระองค์ไม่เคยเห็นอะไรเช่นนั้นเลยสักครั้ง


    ดังนั้นหลี่ยวนจึงไม่อาจถอนสายตาจากไม้กระดานในมือหลี่เฉิงเฟิงได้ เขาเอาแต่จ้องมันอยู่อย่างนั้นขณะใช้ความคิด


    พระองค์จ้องมันไปเรื่อย ๆ เพื่อรอดูว่า หลี่เฉิงเฟิงจะสามารถทำให้ไม้เก่า ๆ เหล่านั้นเป่าลมออกมาได้เมื่อไหร่!