เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    บทพิเศษ: คัมภีร์ลับเทพแมงดาว่าด้วยระบบพลังและพรสวรรค์

    บทพิเศษ: คัมภีร์ลับเทพแมงดาว่าด้วยระบบพลังและพรสวรรค์สวรรค์ลิขิต


    [ระบบแจ้งเตือนกริ่งสีชมพูกลางดวงวิญญาณดังขึ้น...]

    [ระบบตรวจสอบพบความสับสนในดวงจิตของมวลมนุษยชาติและนักอ่านทุกท่าน]

    [ระบบทำการปลดล็อกภารกิจพิเศษชั่วคราว: ‘สรุปโครงสร้างพลังลมปราณและระดับพรสวรรค์เพื่อความกระจ่างแจ้ง’]

    [คำเตือนจากระบบ: บทเรียนพิเศษฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยระเบียบลมปราณสวรรค์และปัญญาประดิษฐ์จากระบบเทพแมงดา โฮสต์หลีเฮงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำใด ๆ เนื่องจากความรู้เชิงวิชาการเหล่านี้สูงเกินขีดจำกัดความจำของเขาสมองของเขาที่เป็นขยะระดับความสามารถดี]

    [กรุณาอ่านและทำความเข้าใจเพื่อผลประโยชน์ในการติดตามเส้นทางทรชนของยอดชายผู้หลบหลังสตรีในบทถัดไป!]


    ---


    ในแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งสหพันธ์ต้าฮวาและการฝึกตนในโลกยุคใหม่นั้น วิถียุทธ์และอำนาจเหนือธรรมชาติไม่ได้ถูกตัดสินจากจำนวนทรัพย์สินในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว (แม้ว่าเงินตราจะซื้อยาน้ำยาปราณขั้นสูงได้ก็ตาม) หากแต่ถูกควบคุมโดยสองเสาหลักที่ถือกำเนิดขึ้นมาควบคู่กัน เสาหลักแรกคือ "ระดับพรสวรรค์ที่เกิดมาพร้อมกายา" และเสาหลักที่สองคือ "ระดับลมปราณที่เกิดจากการบำเพ็ญเพียร"


    หากพวกท่านเปรียบเทียบผู้ฝึกยุทธ์ในแผ่นดินนี้เป็น ‘รถสปอร์ตคันหรู’...

    ‘ระดับพรสวรรค์’ ก็คือขนาดของเครื่องยนต์กลไกและแรงม้าสูงสุดที่โรงงานสวรรค์ใส่มาให้ในร่างกายตั้งแต่แรกเกิด

    ส่วน ‘ระดับลมปราณ’ ก็คือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะทางที่วิ่งได้ และความเร็วสูงสุดที่คนขับสามารถเหยียบกระชากเพื่อดึงขีดจำกัดของเครื่องยนต์คันนั้นออกมาใช้งานจริง


    ต่อไปนี้คือคำอธิบายของทั้งสองเสาหลักอย่างละเอียดโดย ‘ระบบหยินหยางเย้ยสวรรค์’ (หรือที่โฮสต์ของข้าเรียกแบบไร้เกียรติว่าระบบเทพแมงดา)


    ---


    เสาหลักที่หนึ่ง: ระดับพรสวรรค์ (Talent Ranks) - ขนาดเครื่องยนต์จากสรวงสวรรค์


    ระดับพรสวรรค์นั้นคือสิ่งสวรรค์ลิขิตมาให้แก่เด็กมนุษย์ทุกคน และจะเปิดเผยให้โลกประจักษ์ใน ‘พิธีตื่นรู้ชะตา’ เมื่ออายุครบกำหนด พรสวรรค์จะเป็นตัวชี้วัดความหนาแน่นของชีพจรลมปราณ ความรวดเร็วในการดูดซับแกนอสูรหรือโอสถวิเศษ รวมถึงระดับความรุนแรงของทักษะประจำตัว (Unique Skills)


    ระดับพรสวรรค์ของมนุษย์ในแผ่นดินแบ่งออกเป็นระดับหลัก ๆ ดังนี้:


    1. พรสวรรค์ระดับสามัญชนไร้ค่า - ระดับ F (ขยะประจำแดนดิน)

    เป็นระดับพรสวรรค์ที่พบเจอได้ทั่วไปในประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละแปดสิบของแผ่นดิน ผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ชีพจรลมปราณจะตีบตัน อัตราการดูดซับลมปราณในธรรมชาติช้าดุจหอยทากคลาน ทักษะที่ได้ตื่นขึ้นมักเป็นทักษะใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น ทักษะทำความสะอาดที่รวดเร็วขึ้น ทักษะการพรวนดิน หรือในกรณีของโฮสต์หลีเฮงของข้า... ทักษะ ‘สัมผัสผ่อนคลาย ระดับ F’ ซึ่งเป็นทักษะหมอนวดผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีพลังโจมตีเลยแม้แต่หยดเดียวในสายตาคนทั่วไป


    2. พรสวรรค์ระดับปานกลาง - ระดับ D ถึง B (ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปและชนชั้นแรงงานสายต่อสู้)

    เป็นระดับพรสวรรค์ที่เริ่มมีคุณค่าในสถาบันยุทธ์ระดับท้องถิ่น ผู้ฝึกตนระดับนี้จะสามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาต่อสู้เบื้องต้น เข้าเป็นทหารประจำการ หรือทำงานคุ้มกันภัยในสมาคมนักล่าได้ ข่าวดีก็คือ โฮสต์หลีเฮงผู้มีใจกล้าบ้าบิ่น (บวกกับความลามกที่สวรรค์ต้องส่ายหน้า) ได้รับการช่วยเหลือจากค่ายกลบำเพ็ญคู่ร่วมกับสตรีระดับเอสเอสเอส ทะลวงพรสวรรค์จนเลื่อนขั้นจากขยะระดับ F ขึ้นสู่ระดับ D สำเร็จ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ระดับพรสวรรค์กำเนิดเกิดการยกระดับขึ้นได้!


    3. พรสวรรค์ระดับอัจฉริยะ - ระดับ A (ยอดฝีมือประจำแคว้น)

    เป็นพรสวรรค์ที่ร้อยคนจะมีสักหนึ่งคน ผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้จะมีสัมผัสปราณที่ว่องไว สามารถควบคุมค่ายกลระดับสูงและวิชาโจมตีกายภาพได้อย่างเฉียบคม เมื่อเติบใหญ่ขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นแม่ทัพ นายกอง หรือหัวหน้ากลุ่มอิทธิพลย่อยในนครหลวง


    4. พรสวรรค์ระดับตำนานแผ่นดิน - ระดับ S ถึง SS (อัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ)

    ตัวตนระดับนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศหรือราชวงศ์ หนึ่งแสนคนอาจพบพานเพียงไม่กี่คน พวกเขามีความเร็วในการฝึกลมปราณเหนือนักสู้ทั่วไปหลายสิบเท่า พลังปราณที่โคจรในร่างบริสุทธิ์ดุจสายวารีวิเศษ สามารถใช้วิชาเฉพาะทางระดับเทพยุทธ์ได้ตั้งแต่เยาว์วัย เช่น

    - จ้าวฉินซวง (ระดับ SS - เพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ): พยัคฆ์สาวตระกูลจ้าวผู้มีเปลวไฟสีดำกลืนกินวิญญาณ คลั่งรักปนเจ็บปวดหลังจากโดนอุ้งมือมารบีบนวดจนพลังปราณขัดข้อง

    - เฮยเยว่ (ระดับ SS - เงาจันทร์เก้าชั้น): ผู้คุ้มกันหน้านิ่งผู้ควบคุมวิถีแห่งเงา มีความสามารถลอบเร้นและสังหารที่เงียบเชียบดั่งเงาใต้คืนจันทร์ฉาย


    5. พรสวรรค์ระดับภัยพิบัติทำลายล้าง - ระดับ SSS (สตรีระดับเทพในตำนาน)

    นี่คือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารสวรรค์ ในรอบร้อยปีของทวีปอาจจะถือกำเนิดขึ้นมาเพียงสองหรือสามคนเท่านั้น ร่างกายของพวกนางเปรียบเหมือนคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์เดินได้ พลังยุทธ์แกร่งกล้าผิดธรรมชาติจนต่อสู้ข้ามระดับพลังได้อย่างโหดเหี้ยม ทว่า... ด้วยพรสวรรค์ที่สูงส่งเกินไปนี้ ร่างกายเนื้อหนังของมนุษย์ย่อมไม่อาจแบกรับพลังปราณที่รุนแรงและมหาศาลขนาดนี้ได้ไหว พวกนางจึงมักประสบปัญหา ‘พลังย้อนกลับสะท้อนชีพจร’ (Backlash) อยู่เป็นประจำ เช่น

    - หลินเสวี่ยเหยา (ระดับ SSS - จักรพรรดินีเหมันต์): สาวน้อยน้ำแข็งใสผู้กอบกู้หน้าตาของห้อง S พลังปราณไอเย็นของนางสามารถแช่แข็งอสูรระดับภัยพิบัติได้ในพริบตา ทว่ากลับต้องเผชิญกับพิษเหมันต์ตีกลับขั้วหัวใจจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากไม่ได้อุ้งมือและร่างกายอันอบอุ่นของหลีเฮงบำบัดผ่านการร่วมบำเพ็ญหยินหยาง

    - เยี่ยหลัวอิน (ระดับ SSS - มารรัตติกาลกลืนแสง): ราชินีแห่งความมืดผู้ครอบครองปราณสีดำเข้มข้นที่ละเลงทำลายวิญญาณศัตรู แข็งแกร่งจนทุกคนหวาดกลัว แต่เมื่อยามพลังมารย้อนกลับ นางก็แทบจะขาดใจเจ็บปวดทรมานจนต้องครวญครางขอให้หลีเฮงนวดกดจุดผ่อนคลายชีพจรด้วยร่างกายของเขา


    ---


    เสาหลักที่สอง: ระดับลมปราณ - ปริมาณน้ำมันบนเส้นทางยุทธ์


    หากพรสวรรค์คือเครื่องยนต์ ระดับปราณก็คือสิ่งบ่งชี้ว่าเจ้าได้ขัดเกลาและขยายถังน้ำมันของเจ้าไปไกลถึงเพียงใดผ่านการฝึกลมปราณ การสะสมพละกำลัง และการทะลวงผ่านคอขวดต่าง ๆ


    ระบบลมปราณในแผ่นดินนี้แบ่งออกเป็น 9 ขั้นใหญ่ของขอบเขตมนุษย์ทั่วไป โดยจัดเรียงจากระดับล่างสุดไปสู่ระดับสูงสุดได้ดังนี้:


    ปราณฝึกหัด -> ปราณแท้จริง -> ปราณนักสู้ -> ปราณยุทธ์ -> ปราณจอมยุทธ์ -> ปราณยอดยุทธ์ -> ปราณเหนือยุทธ์ -> ปราณราชันยุทธ์ -> ปราณจักรพรรดิยุทธ์


    โดยในแต่ละช่วงชั้นขั้นใหญ่ จะมีระดับย่อยคอยชี้วัดความหนาแน่นลมปราณแบ่งออกเป็นอีก 4 ขั้นย่อย คือ ขั้นต่ำ, ขั้นกลาง, ขั้นสูง, และ ขั้นสูงสุด


    ต่อไปนี้คือรายชื่อผู้ฝึกตนและระดับลมปราณของตัวละครสำคัญยามนี้:


    1. ปราณฝึกหัด

    ระดับเริ่มต้นของผู้ฝึกตนชั้นผู้น้อย เป็นก้าวแรกในการชักนำไอพลังธรรมชาติเข้าสู่จุดตันเถียน

    - หลีเฮง: ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ ปราณฝึกหัด ขั้นกลาง แม้จะทะลวงร่างกายด้วยยาชำระชีพจรและพลังบำเพ็ญคู่มาระยะหนึ่ง แต่ระดับความบริสุทธิ์ของปราณส่วนตัวของเขาก็ยังอยู่ขอบเขตล่างสุดของแผ่นดิน เป็นตัวประกอบสายซัพพอร์ตโดยแท้จริง

    - ซูเมิ่ง: อยู่ในระดับ ปราณฝึกหัด ขั้นต่ำ (เพื่อนร่วมห้องผู้ฝึกฝนสายพฤกษา)

    - ลี่อวี่: อยู่ในระดับ ปราณฝึกหัด ขั้นสูง (เพื่อนสาวร่วมประลองฝีมือวิถีเพลิง)

    (หมายเหตุ: สำหรับสาวใช้คนสนิทเช่น เหมยฮัว นั้นถือเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีลมปราณ)


    2. ปราณแท้จริง

    ขอบเขตของผู้ฝึกยุทธ์สายตรงในสำนักใหญ่ ปราณในร่างแปรสภาพจากไออากาศบางเบาเป็นของเหลวหมุนเวียนในเส้นชีพจร

    - หลินเสวี่ยเหยา และ เยี่ยหลัวอิน: ปัจจุบันทั้งคู่มีระดับอยู่ที่ ปราณแท้จริง ขั้นสูงสุด เนื่องจากพวกนางยังอายุน้อย แต่เพราะระดับพรสวรรค์ระดับเอสเอสเอสอันเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ พลังฝีมือที่แท้จริงของพวกนางจึงน่ากลัวและเข้มข้นจนเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับที่สูงกว่า

    - เฮยเยว่: ยอดเงาผู้คุ้มกันประจำตัว ปัจจุบันมีระดับอยู่ที่ ปราณแท้จริง ขั้นสูง แฝงกายเคลื่อนไหวอย่างลึกลับคอยปกป้องหลีเฮงยามจำเป็น


    3. ปราณนักสู้

    ขอบเขตแห่งยอดฝีมือที่แท้จริง ปราณเริ่มหมุนเวียนเข้มข้นจนเกิดเป็นรัศมีคุ้มกายสีคราม สามารถใช้วิชาปราณพุ่งทะยานจู่โจมระยะไกลได้รุนแรงระดับป่นหินผา

    - จ้าวฉินซวง: อยู่ในระดับ ปราณนักสู้ ขั้นกลาง ผสานเข้ากับพลังเปลวไฟสีดำของเพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ

    - สามยอดฝีมือตระกูลหลิน: ทุกคนมีระดับพลังอยู่ที่ ปราณนักสู้ ขั้นสูง ซึ่งเป็นระดับขุมกำลังพิทักษ์ภัยชั้นสูงของคฤหาสน์ตระกูลหลิน


    4. ปราณยุทธ์

    ระดับผู้ยิ่งใหญ่ประจำเมืองหลวงหรือหัวหน้าตระกูลสาขา สามารถสร้างอาณาเขตปราณข่มขวัญผู้มีพลังต่ำชั้นกว่าจนไม่อาจขยับตัวได้

    - ประมุขตระกูลจ้าว (จ้าวฉงหรง): พ่อของจ้าวฉินซวง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ ปราณยุทธ์ ขั้นสูง แผ่รังสีสังหารดุร้ายเหี้ยมโหด


    5. ปราณจอมยุทธ์

    ระดับผู้นำตระกูลใหญ่และผู้มีอิทธิพลสูงสุดระดับนครหลวง

    - หลินเทียนหรง (ประมุขตระกูลหลิน) และ ประมุขตระกูลฉู่: ทั้งสองยอดฝีมือแห่งยุคปัจจุบันต่างบรรลุถึงขอบเขต ปราณจอมยุทธ์ อันน่าเกรงขาม ทรงพลังจนสามารถขยับเมฆหมอกและควบคุมขุมพลังของนครหลวงได้อย่างเบ็ดเสร็จ


    6. ปราณยอดยุทธ์

    ตัวตนระดับปรมาจารย์ที่สามารถสถาปนาสำนักของตนเอง หรือมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของสหพันธ์ได้


    7. ปราณเหนือยุทธ์

    ยอดฝีมือผู้หลุดพ้นขีดจำกัดโลกีย์ มีชีวิตยืนยาวกว่าหลายร้อยปี ปราณแปรสภาพเป็นสายพลังงานวิเศษ


    8. ปราณราชันยุทธ์

    ขอบเขตราชันยุทธ์ผู้มีอำนาจปกครองแคว้นหรือมณฑลใหญ่ ปราณขยับครั้งเดียวฟ้าถล่มดินทลาย


    9. ปราณจักรพรรดิยุทธ์

    จุดสูงสุดของขอบเขตมนุษย์เดินดิน ขีดจำกัดพลังพลังปราณรุนแรงสูงสุดที่ร่างกายเนื้อของมนุษย์ธรรมดาจะแบกรับไว้ได้ เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของแผ่นดิน


    และถัดขึ้นไปจากนี้... ยังมีระดับพลังวิญญาณของสิ่งมีชีวิตโบราณและอสูรระดับภัยพิบัติเทวะที่เหนือมนุษย์ขึ้นไปอีก ซึ่งระบบจะขอปิดข้อมูลส่วนนี้ไว้เนื่องจากกลัวโฮสต์หลีเฮงจะตื่นตระหนกจนไม่เป็นอันทำภารกิจ


    ---


    ความลับแห่งวิถีต่อสู้: พรสวรรค์ประชันลมปราณ 


    หลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดหลินเสวี่ยเหยาที่อยู่เพียงระดับ ปราณแท้จริง ขั้นสูงสุด จึงสามารถต่อสู้จู่โจมเอาชนะนักฆ่าระดับ ปราณนักสู้ ได้อย่างไม่ยากเย็น?


    คำตอบอยู่ในกฎสวรรค์ข้อนี้นี่เอง!

    ผู้มีพรสวรรค์สูงส่ง (ตั้งแต่ระดับเอสขึ้นไป) ลมปราณของพวกเขาจะมีความหนาแน่นและความบริสุทธิ์ของเม็ดพลังงานลมปราณที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลายร้อยเท่า ทำให้พวกเขากันเองสามารถสำแดงเดชโจมตีข้ามขีดจำกัดของระดับลมปราณปัจจุบันของตนเองได้ เรียกว่า ‘การต่อสู้ข้ามขั้นลมปราณ’


    ทว่า... กฎสวรรค์นี้ยังคงมีข้อจำกัดที่เข้มงวด:

    "กฎการต่อสู้ข้ามระดับ: ผู้ฝึกตนที่มีพรสวรรค์สูงสามารถสำแดงพลังต่อสู้เอาชนะผู้ที่มีระดับลมปราณสูงกว่าตนเองได้ ทว่า... ขอบเขตความต่างในการเอาชนะนี้ จะต้องห่างกันไม่เกิน 1 ขั้นใหญ่เด็ดขาด!"


    นั่นหมายความว่า:

    - หลินเสวี่ยเหยา (ระดับ SSS  - ปราณแท้จริง) สามารถปะทะเอาชนะยอดฝีมือระดับ ปราณนักสู้ ทั่วไปได้ (ข้ามไป 1 ขั้นใหญ่) ทว่าหากนางต้องประจันหน้ากับยอดฝีมือระดับ ปราณยุทธ์ (ห่างกัน 2 ขั้นใหญ่) ความต่างของปริมาณลมปราณที่มหาศาลเกินไปจะกดทับทำให้นางพ่ายแพ้ทันที

    - หลีเฮง (ระดับ D - ปราณฝึกหัด ขั้นกลาง) หากต้องลงมือสู้ด้วยพลังส่วนตัว เขาย่อมไม่มีวันเอาชนะยอดฝีมือระดับ ปราณนักสู้ หรือแม้แต่ ปราณแท้จริง ได้เลยเนื่องจากพรสวรรค์ระดับต่ำเกินไปและปราณต่ำต้อย


    ---


    จุดบั๊กของแผ่นดิน: บาเรียป้องกันภัยเทพแมงดา (The Cheat System)


    แต่เหตุใดหลีเฮงถึงยังลอยหน้าลอยตา ท้าทายฝ่ามือของยอดฝีมือระดับปราณนักสู้ได้โดยไม่สะทกสะท้าน?


    นั่นเป็นเพราะความขี้โกงของทักษะประจำตัวที่ระบบมอบให้อย่าง ‘หลบหลังสตรี’ และ ‘เกราะคุ้มกันปราณเมียรัก’!

    ทักษะนี้ไม่ได้ดึงพลังปราณอันกะจิดริดของหลีเฮงมาสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง หากแต่เป็นการ ‘ขอยืมระบบไหลเวียนลมปราณและระดับพรสวรรค์ของคู่พันธะระดับเอสเอสเอสที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ มาสร้างเกราะป้องกัน’!


    เมื่อหลินเสวี่ยเหยา และ เยี่ยหลัวอิน (ระดับ SSS - ปราณแท้จริง ขั้นสูงสุด) ยืนอยู่ในระยะรัศมีทำการ 10 เมตร เกราะคุ้มกัน X2 ของหลีเฮงจะเปิดใช้งานโดยดึงความแข็งแกร่งระดับเอสเอสเอสของนางมาเคลือบทับร่างของเขา ส่งผลให้เขากลายเป็น ‘ก้อนหินเหล็กไหลระดับ SSS’ ที่แข็งแกร่ง ต้องคอยดูว่ายอดฝีมือระดับปราณนักสู้ ขั้นสูง สามคนจะอัดเขาให้กระอักเลือดได้ในไม่กี่กระบวนท่าได้หรือไม่! ด้วยความต่างของระดับปราณนั่นเอง


    ทว่า... เกราะปราณคุ้มกันเมียรักนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่แข็งแกร่งค้ำฟ้าเป็นอมตะแต่อย่างใด หากหลีเฮงต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่มีระดับลมปราณสูงล้ำกว่าระดับของคู่พันธะอย่างท่วมท้น เช่น ผู้บรรลุระดับปราณยุทธ์ขั้นสูงหรือปราณจอมยุทธ์ เกราะปราณย่อยระดับปราณแท้จริงนี้ก็มีโอกาสที่จะสั่นคลอนและแตกสลายลงได้ในพริบตา ดังนั้นความซวยจะมาเยือนทันทีหากเขาทะนงตัวไปยืนรับหมัดของพวกยอดฝีมือแถวหน้าของนครหลวง!


    ระบบยังไม่รู้ แต่เจ้าหลีเฮงดัน "มั่นมาก" นี่จึงเป็นสาเหตุที่ไอ้เจ้าลูกผู้ชาย (จอมกะล่อน) ของเรา พยายามเค้นเสียงบอกคุณหนูหลินอย่างมั่นอกมั่นใจว่า:


    “ขอเพียงเจ้ายืนอยู่ใกล้ ๆ ข้า... ข้าสัญญาว่าข้าปลอดภัย 100% แน่นอน!”


    ใช่แล้ว... ลูกผู้ชายตัวจริงคือคนที่มีเกราะป้องกันหนาที่สุด และเกราะป้องกันที่ดีที่สุดก็คือสตรีระดับ SSS ที่ยืนเฝ้ามองเขาอยู่นั่นเอง!


    [ระบบสรุปภารกิจพิเศษเสร็จสิ้น]

    [แจ้งเตือนโฮสต์: ตอนนี้ฝ่ามือระดับปราณนักสู้ ขั้นสูง ของยอดฝีมือทั้งสามห่างจากอกและหลังของโฮสต์เหลือเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น...]

    [กรุณาเตรียมตัวเปิดใช้งานเกราะพลังเมียรัก และร่วมติดตามความวินาศสันตะโรของบทประลองในบทถัดไปได้เลย!]


    ---

    - จบบทพิเศษสรุประบบพลัง -


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน