“ห้ะ?..มีปัญหาอะไรล่ะ...แค่แขนฉันข้างเดียวยังไงก็สู้ไหวหรอกนะ..ไม่ได้เป็นตัวถ่วงสักหน่อย” เซเลน่ากล่าว
“ป่าวหรอก..ฉันไม่ได้จะสื่อแบบนั้น..พวกเธอลองคิดดูสิว่าเมื่อกี้นี้ตอนที่พวกเราสู้กับเซนทอร์..พวกนั้นมีเลเวลเท่าไหร่..แล้วพวกเรามีเลเวลเท่าไหร่”
เรเวลกล่าวในเชิงถามให้คิด..ซึ่งคราวนี้เซซิเลียเป็นคนตอบแทน
“จากข้อมูลอาร์ติเฟกซ์ของฉันบอกว่าเซนทอร์อยู่ที่เลเวล52เท่ากับสกูร์ชิพค่ะ ส่วนพวกเรามีเลเวลอยู่ที่47 แต่เมื่อรวมกับบัพเลเวลบูสต์เข้าไปทำให้ตอนต่อสู้เมื่อกี้นี้พวกเรามีเลเวลอยู่ที่57…อ๊ะ!?"
ตอนนั้นเองเด็กสาวฉุกคิดขึ้นมาได้..นั่นทำให้เด็กหนุ่มพยักหน้าขึ้นมาทันที
“ใช่แล้วล่ะ เลเวล57 นั่นหมายความว่าพวกเรามากกว่าเซนทอร์ถึง5เลเวลเลยนะ ถ้างั้นทำไมการต่อสู้เมื่อกี้พวกเราถึงสู้ได้ลำบากขนาดนั้นล่ะ?”
“!”
“นั่นสินะครับ”
“ก่อนหน้านี้สู้ลำบากมากเลยค่ะ..ทั้งที่พวกเราเลเวลเหนือกว่าแท้ๆ..แม้จะไม่มากก็เถอะ”
“เหอะ..ไร้สาระ..คิดไปก็เปล่าประโยชน์..สุดท้ายพวกเราก็ต้องออกจากดันเจี้ยนเส็งเคร็งนี่อยู่ดีไม่ใช่หรอ…แค่มีบัพสัตว์เทพอยู่พวกเราก็ปั๊มเวลไปเรื่อยๆก็พอแล้วไม่ใช่รึไง..จะคิดอะไรมากล่ะ”
เซเลน่ากล่าวออกมาแบบกำปั้นทุบดิน..นั่นทำให้เรเวลถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“เห้ออ…ก็ถ้าการอัพเลเวลมันง่ายอย่างที่เธอพูด..ป่านนี้คนถือครองอาร์ติเฟกซ์ที่เลเวล50-60คงเดินกันเกลื่อนเมืองแล้วล่ะ…อีกอย่างขนาดมีบัพสัตว์เทพช่วยการโค่นสัตว์ปีศาจไปเกือบ10ตัวเมื่อกี้นี้ยังขึ้นแค่3เลเวลเองนะ แสดงให้เห็นว่าการยกระดับมันทำได้ยากขึ้น และตอนนี้พวกเราก็มีเลเวลใกล้เคียงกับสัตว์ปีศาจแล้วด้วย..หลังจากนี้คงไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ..”
“นั่นคือปัญหาที่นายจะพูดงั้นรึ?” เซเลน่ากล่าว
“ป่าวหรอก..ปัญหาที่ฉันจะพูดก็คือ ถ้าเกิดเลเวลของพวกเราหลังจากนี้ไปได้ไม่เกิน lv55 และบัพสัตว์เทพหมดขึ้นมา ฉันเกรงว่าเราอาจจะออกไปจากที่แห่งนี้ไม่ได้ง่ายๆน่ะสิ..”
ทุกคนเงียบแล้วก้มหน้านิ่ง..เมื่อคำนึงถึงการต่อสู้อันค่อนข้างหนักหน่วงเมื่อกี้นี้
ถ้าหากเจอสัตว์ปีศาจแบบเซนทอร์ยกพวกมาเป็นฝูงหลักร้อยตัวเหมือนมอนสเตอร์ชั้นบนๆ ชะตากรรมของพวกเธอคงจะไม่จบสวยแบบนี้แน่ๆ และนี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ขัดกับสามัญสำนึกทั่วๆไป ทั้งที่เลเวลมากกว่าแต่ทำไมการเอาชนะกลับทำไม่ได้ง่ายๆ แถมสัตว์ปีศาจที่เลเวลเท่ากัน ความสามารถบางตัวหรือบางเผ่าพันธ์ุกลับต่างกันเกินไปจนถึงขั้นผิดปกติทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
“ฉะนั้นฉันจะขอปรับแผนนิดหน่อย…โดยหลังจากนี้พวกเราจะอาศัยสเตตัสระดับ lv60 ชั่วคราวนี่บุกฝ่าไปรวดเดียวจนถึงทางออกแบบไม่พักเลย…แน่นอนว่าอาจจะต้องมีอดนอนหรืออดข้าวกันบ้าง แต่ฉันคิดว่าความอึดระดับเลเวล60นี้ไม่ว่าด้านไหนก็คงเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปอยู่แล้ว แถมตอนนี้ปัญหาเรื่องพลังเวทหรือมานามีไม่พอก็หมดปัญหาไปแล้วด้วย ฉันจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร”
คำพูดของเรเวลอาจฟังดูเป็นแผนตรงๆที่ค่อนข้างจะบ้าบิน แต่คงไม่มีใครค้านได้ เพราะในสถานที่แห่งความตายนี้ซึ่งฝังทั้งนักสำรวจและนักพจญภัยมานับไม่ถ้วน ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นการออกไปจากที่แห่งนี้ยิ่งเร็วที่สุดย่อมยิ่งดี
“ความหมายของคุณคือพวกเราจะมุ่งหน้าไปชั้นลึกขึ้นแล้วสู้ไปเรื่อยๆตราบใดที่บัพเลเวลบูสต์อันนี้ยังอยู่หรอคะ?" เซซิเลียถามเพื่อทวนแนวทางนี้อีกครั้ง
“อ่าใช่แล้วล่ะ…ส่วนเส้นทางคงไม่ต้องอ้อมอะไรแล้วล่ะไปตามแผนที่ในหัวเลย เพราะพวกเราก้าวผ่านระดับเลเวล5Xมาแล้ว..ฉะนั้นพลังระดับเลเวล 6X คงสร้างความแตกต่างได้บ้างแม้จะชั่วคราวก็เถอะ..การออกไปจากที่แห่งนี้ยิ่งเร็วยิ่งดี…มีใครจะเสนออะไรไหม?”
ตอนนี้เรเวลหันมาใช้คำพูด 5X แทน 50-59 และ 6X แทน 60-69 เพราะรู้สึกเลขหลักหน่วยซึ่งต่างกันเล็กน้อยจะไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่แล้วตอนนี้ เลยมาสนที่เลขหลักสิบซะมากกว่า
“เอ่อคือว่า..ถ้าระหว่างทางบัพสัตว์เทพมันหมดเวลาก่อน..แล้วเลเวลของพวกเรากลับมาที่ประมาณ5Xเหมือนเดิม จะทำยังไงหรอครับ?” รูอันถามขึ้นมา
“ตอนนี้บัพสัตว์เทพเหลือแค่ 49 ชม. 36 นาที ถ้าหากเหลือแค่ไม่เกิน10 ชม.แล้วยังออกจากที่แห่งนี้ไม่ได้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที”
“เข้าใจแล้วครับ”
“แล้วก็ทุกคนอย่าลืมตรวจสอบสกิลที่ปลดล็อคมาใหม่เมื่อกี้นี้ด้วยล่ะ..อ่านรายละเอียดกับเงื่อนไขมันให้ดีๆเพราะสกิลก็เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราพลิกสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น…เวลาว่างตอนนี้เป็นโอกาสเพราะยังไม่มีตัวอะไรโผล่มาฉะนั้นรีบดูซะ"
เมื่อเรเวลกล่าวจบแล้วก็เปิดหน้าต่างสเตตัสของตนเองขึ้นมา แน่นอนว่าคนอื่นๆก็ทำเช่นกัน
‘เอาล่ะ..ขอดูหน่อยเถอะ..สกิลใหม่ของเราตอนนี้’
------------------------------
<แอคเซลเลอเรชั่นไดร์ฟ lv1>
-เข้าสู่สถานะ<แอคเซลเลอเรชั่นโหมด>ปรับสเตตัสความเร็วเพิ่มขึ้น + 40 LV
-ปรับสเตตัสด้านอื่นให้สอดคล้องขณะใช้งาน
-ระยะเวลาคงอยู่ 10 วินาที
- หลัง<แอคเซลเลอเรชั่นโหมด>สิ้นสุดลง ต้องรออีก30วินาทีถึงจะสามารถใช้งาน <แอคเซลเลอเรชั่นไดร์ฟ>ได้อีกครั้ง
-ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสกิลไดร์ฟประเภทอื่นได้ และเอนชานต์ด้วยสกิล <หอกแห่งปาฎิหารย์> ไม่ได้
-ใช้พลังเวท 1000
------------------------------
<เอ็นเนอร์เจติคไดร์ฟ lv1>
-เข้าสู่สถานะ<เอ็นเนอร์เจติคโหมด>ปรับสเตตัสกำลังเพิ่มขึ้น + 40 LV
-ปรับสเตตัสด้านอื่นให้สอดคล้องขณะใช้งาน
-ระยะเวลาคงอยู่ 10 วินาที
- หลัง<เอ็นเนอร์เจติคโหมด>สิ้นสุดลง ต้องรออีก30วินาทีถึงจะสามารถใช้งาน<เอ็นเนอร์เจติคโหมด>ได้อีกครั้ง
-ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสกิลไดร์ฟประเภทอื่นได้ และเอนชานต์ด้วยสกิล <หอกแห่งปาฎิหารย์> ไม่ได้
-ใช้พลังเวท 1000
------------------------------
ดูเหมือนสกิลใหม่จะไม่ได้เขียนเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์นะ..แต่โดยผลลัพธ์แล้วถือว่าไม่ธรรมดาเลยเพราะเป็นสกิลที่บวกความสามารถเฉพาะส่วนซึ่งไม่ได้เพิ่มเป็น%เหมือนสกิลปกติทั่วไปแต่เพิ่มกันเป็นหลักเลเวลกันเลยทีเดียว..แถมยังมีความสามารถ[ปรับสเตตัสด้านอื่นให้สอดคล้อง]ด้วย แสดงว่าไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบทางร่างกายจากการที่สเตตัสด้านใดด้านหนึ่งเพิ่มขึ้นแบบไม่สมดุลสินะ
+สเตตัสด้านกำลัง 40lv กับ +ด้านความเร็ว 40lv น่าเสียดายที่ใช้พร้อมกันไม่ได้ แม้จะแค่10วินาที แต่เสียแค่พลังเวทอย่างเดียวได้ผลลัพธ์ขนาดนี้นับว่าคุ้มสุดๆ ถ้าหากตัวเราในสถานะปกติที่เลเวล50 นั่นเท่ากับว่าสเตตัสกำลัง/ความเร็วของเราจะพอๆกับlv90เลยนะ แถมถ้าเป็นตอนนี้ที่มีเลเวลบูสต์ละก็จะพอๆกับlv100พอดี แม้จะแค่สเตตัสด้านเดียวก็เถอะ แต่มันก็เป็นสเตตัสที่มีผลต่อการต่อสู้โดยตรง คงสามารถชิงความได้เปรียบมหาศาลได้ หากหาจังหวะการใช้ดีๆบางทีอาจบุกฝ่าทะลวงได้ง่ายกว่าที่คิด
เรเวลมีสีหน้าดีขึ้นทันตาหลังจากอ่านรายละเอียด2สกิลก่อนหน้านี้ที่เพิ่งปลดล็อคใหม่..นอกจากนี้
‘โอ๊ะ..ยังมีอีกสกิลนี่นา’
------------------------------
<Wield Cross lv1>
-เป็นสกิล Passive จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อทำการหมุนหรือควงหอก
-สามารถหักเหหรือสะท้อนการโจมตีของศัตรูได้
-อัตราการหักเห 30%
-อัตราการสะท้อน 5%
-หากหักเหหรือสะท้อนไม่สำเร็จตัวหอกจะดูดซับพลังโจมตีบางส่วน แล้วเกิดฟังก์ชันพิเศษของสกิล:
→สามารถใช้ [Cross Magic Cutter] ได้ในตอนสุดท้าย
-Physical Attack 2000%
-Magic Attack 25,000%
-ใช้พลังเวท 500
-หากสละ Block Couter 1 เกจ จะสามารถลัดขั้นตอนมาใช้ [Cross Magic Cutter] ได้ แต่ความเสียหายจะลดลง 3 เท่า และจะเพิ่มความสามารถในการผ่ามิติแทน นอกจากนี้ยังสาารถใช้โจมตีระยะไกลได้ด้วย โดยต้องร่ายคำว่า ‘FireMagic + Cross Magic Cutter' เป็นเงื่อนไขสำหรับใช้สกิลฟังก์ชันพิเศษนี้
------------------------------
“เห้อ..เอาเหอะ..ปลดล็อคหลายสกิลในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้อ่านแล้วก็ปวดหัวแหะ…”
เรเวลถอนหายใจออกมาแล้วปิดหน้าต่างสเตตัสลง โดยหารู้ไม่ว่านี่จะเป็นสกิลสุดท้ายของเขาแล้ว เพราะหลังจากนี้เลเวลของพวกเขาจะไม่สามารถข้ามผ่านระดับ50ไปได้ยังไงล่ะ
“เอาล่ะ..ลุยกันต่อเถอะ”
***
เกือบ40ชั่วโมงผ่านไปนับจากเหตุการณ์ในชั้นที่10 ในตอนนี้พวกลูน่ามาถึงขอบเขตของชั้นลึกแล้ว
ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความมืด ทั้งกำแพง ผนัง และพื้นเต็มไปด้วยสีดำสนิท เสียงร้องโหยหวย และเสียงคำรามดังระงม แม้กระทั่งสีผิวหรือเกล็ดของสัตว์ปีศาจในชั้นนี้ก็ล้วนเป็นสีดำ
ท่ามกลางสิ่งนั้นมีหญิงสาว3คนอายุแตกต่างกันกระโดดผ่านฝูงตัวประหลาดแบบสบายๆแล้วหายเข้าไปในประตูมิติสีขาว
“หมายความว่ายังไงหรอคะ..ที่เลเวลของพวกหนูจะไม่ขึ้นอีกแล้ว”
ลูน่ากล่าวถามเอเรนขณะทั้งคู่โผล่พ้นจากประตูมิติอันเดิมแล้ว
บนหลังของลูน่าแบกชีน่าซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาเอาไว้ด้วย..เนื่องจากเธอวิ่งช้าแม้จะเลเวลเท่ากันก็ตาม
พวกเธอทั้งคู่ตอนนี้เลเวล50กันหมดแล้ว ตลอดทางที่ผ่านมาพวกเธอร่วมปาตี้กับอาจารย์ที่ปรึกษาและผ่านการโค่นสัตว์ปีศาจมากมายเกินกว่า2000ตัวด้วยซ้ำ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้แม้จะใช้ประตูมิติเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหลายครั้งก็ตาม แต่ก็ต้องรับศึกหนักอยู่ดี แน่นอนว่าหากไม่มีเอเรนคอยช่วยทั้ง2คนนี้ก็ไม่รอดแน่นอน..ยกเว้นตอนนี้ล่ะนะ
สัตว์ปีศาจตัวหนึ่งรูปร่างคล้ายโครงกระดูกมนุษย์ถือดาบฟันเข้ามา ลูน่าสไลด์หลบแบบสบายๆแล้วสร้างประตูมิติใหม่อีกครั้ง จากนั้นวิ่งเข้าไปท่ามกลางน้องสาวที่หลับตากอดคอแน่นอยู่บนแผ่นหลังเพราะความกลัว เนื่องจากสัตว์ปีศาจในชั้นนี้ส่วนใหญ่เป็นเผ่าอันเดธจึงหน้าตาคล้ายผีในงานเทศกาลฮาโลวีนประจำอาณาจักรซึ่งเป็นงานเทศกาลที่เธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
หน้าที่ของชีน่าตอนนี้มีแค่บอกทาง ,ร่ายเวทรักษา และฟื้นพลังเวทให้ลูน่าเท่านั้น แน่นอนว่าสกิลฟื้นพลังเวทของเธอดีกว่าและสะดวกกว่าของรูอันหลายเท่าแถมมีเยอะกว่าด้วย
ส่วนเอเรนน่ะหรอ..เธอแทบไม่ต้องใช้พลังเวทเลยและยังไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อยตั้งสู้จนมาถึงชั้นนี้
“ที่ระดับของพวกเธอไม่ขึ้น เพราะเลเวล50ได้ถูกขนานนามว่า[ขอบเขตของผู้ถูกเลือก]ยังไงล่ะ..หมายความว่าต่อให้พวกเธอโค่นสัตว์ปีศาจที่เลเวลสูงกว่านี้มากแค่ไหนเลเวลของเธอก็จะไม่สามารถเกิน50ไปได้”
แม้กระทั่งในหน่วยอัศวินเวทมนตร์เองก็มีหลายคนที่ค้างอยู่เลเวล50ไปจนแก่ตายเหมือนกัน และสำหรับลูน่ากับชีน่าที่มาถึงเลเวล50ได้ในเวลาสั้นๆแบบนี้ก็นับว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว(แม้จะไม่สั้นเท่าพวกเรเวลก็เถอะ) เพราะกว่าจะถึงระดับนี้ได้ต้องฆ่าสัตว์ปีศาจไปจำนวนมาก และป่าปีศาจก็เป็นแหล่งเดียวซึ่งนั่นอาจทำให้ป่าปีศาจซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญล่มสลายไปได้เลย
จึงได้มีกฎหมายคุ้มครองป่าปีศาจระหว่างอาณาจักรโดยเฉพาะซึ่งห้ามสมาชิกหน่วยอัศวินเวทมนตร์สำรวจป่าปีศาจโดยพละการหากไม่ได้รับอนุญาต ส่วนคนธรรมดาหรือนักพจญภัยทั่วไปก็ไม่มีใครห้ามอยู่แล้วเพราะถ้าเผลอเข้าไปในป่าปีศาจก็ไม่มีใครรอดกลับมาอยู่ดี จึงไม่มีใครอยากเอาชีวิตไปทิ้งฟรีๆ
หนึ่งในหน้าที่ของหน่วยอัศวินเวทมนตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับป่าปีศาจจึงมีแค่กำจัดสัตว์ปีศาจเมื่อมันเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนมีแนวโน้มจะเป็นภัยคุกคามเฉยๆ โอกาสเก็บเลเวลสำหรับสมาชิกน้องใหม่จึงมีอยู่แค่นั้น
แต่สำหรับดันเจี้ยนแห่งนี้ที่ให้กำเนิดทั้งมอนสเตอร์และสัตว์ปีศาจออกมาได้ไม่มีที่สิ้นสุดนับว่าเป็นเหตุการณ์ผิดปกติมากๆและแน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ได้ตกอยู่ในกฎเกณฑ์ข้างต้นเช่นกัน ฉะนั้นพวกลูน่าถึงได้ลาภลอยเสมือนมีเอเรนพาเก็บเลเวลให้ฟรีๆไงล่ะ แม้ตอนนี้เด็กสาวทั้งสองจะมาถึงทางตันใน [ขอบเขตของผู้ถูกเลือก] แล้วก็เถอะ
เอเรนกล่าวขณะใช้ดาบคาตะนะสีดำผ่าร่างของศัตรูซึ่งขวางทางอยู่ออกเป็น2ท่อนแบบง่ายดายราวกับผ่าเต้าหูในฉับเดียว จากนั้นถีบพื้นกระโดดเข้าไปในประตูมิติต่อ เมื่อโผล่ออกมาก็เจอฝูงสัตว์ปีศาจจำนวนมากหว่านล้อมเอาไว้ แต่เอเรนก็สามารถชนะได้ง่ายดายแทบไม่ต้องใช้สกิลด้วยซ้ำแสดงให้เห็นถึงความต่างของค่าสเตตัสอันยากจะหยั่งถึง
เลเวลของเอเรนตอนนี้ คือ lv64 นับว่าสูงที่สุดในอาณาจักรเบลฟาร์สแล้ว หากไม่นับอัศวินศักดิ์สิทธิ์
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะก้าวข้ามเลเวล50ไปได้หรอคะ?” ลูน่าถาม
“เงื่อนไขเพียงหนึ่งเดียวสำหรับจะก้าวข้ามเลเวล50ไปได้ คือการโค่นสัตว์ประหลาดระดับอสูรกายเท่านั้น”
“อสูรกาย?”
ลูน่าตกใจต่อคำที่เพิ่งเคยได้ยิน แม้กระทั่งชีน่าซึ่งขี่หลังพี่สาวอยู่ยังเผลอเปิดตาข้างหนึ่ง เธอในตอนนี้ตัวสั่นกอดคอลูน่าพร้อมกับสวดมนต์ไล่ผี(อันเดธ)รอบๆอยู่ในใจ
“อืม..ใช่แล้ว…สิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติที่ทำให้อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งล่มสลายได้เลยยังไงล่ะ..หากเผชิญหน้ากับมันก็แทบจะไม่มีใครสู้มันได้”
“พวกมันคือสัตว์ปีศาจหรอคะ?”
“ป่าวหรอก..ในตอนนี้เธออาจจะยังไม่รู้เพราะอยู่แค่ปี1..แต่ว่าสัตว์ปีศาจนั้นมีเกณฑ์วัดระดับแค่ lv40-lv99 เท่านั้น และสำหรับ lv100 ขึ้นไปจะถูกจัดเป็นอสูรกาย”
///คุยกับไรท์(คนเขียน) : ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากนักอ่านทุกท่านในตอนที่แล้วนะครับ…วันนี้อัพช้ามากๆคงต้องขออภัยครับ พอดีชาร์จพลังนานไปหน่อย55 เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอัพต่อแน่นอนครับไม่ต้องห่วง////