ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง

    47 แค่แอบดู

             “ท่านแม่ขอรับ ขอเวลาข้าสักหน่อยเถิด ข้ากับนางเพิ่งพบหน้ากันวันแต่งงาน ตั้งแต่รับพวกนางเข้ามา ข้าก็ต้องยุ่งกับการตามจับคนของเผ่าหมาป่าที่ลักลอบเข้ามาในเมืองอีก ในเมื่อพวกนางเป็นชายาของข้าแล้ว อย่างไรก็คงหนีกันไม่พ้น”

             หยางไท่เฟยถอนหายใจยาว “แม่ก็แค่ร้อนใจ อยากจะให้เจ้ามีทายาทสืบสกุลเร็วๆ จวนอ๋องจะได้ครึกครื้นขึ้นมาหน่อย”

             “หากท่านแม่ใส่ใจเรื่องทายาทก็เมียงมองหาสตรีที่เหมาะสมให้กับชิงจือเถิดขอรับ เขาอายุสิบหกแล้ว”

             หยางไท่เฟยได้ยินสิ่งที่บุตรชายทักก็ดวงตาเบิกกว้างขึ้น “จริงด้วย แม่ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดของเขามาไม่กี่วันนี่เอง เช่นนั้นต้องเรียกชายารองหลิ่วมาคุยกันเสียหน่อย”

             หยางหลีเหว่ยยิ้มน้อยๆ เขานึกโล่งใจที่ปัดเรื่องยุ่งยากออกไปพ้นตัวได้สำเร็จ หยางชิงจือน้องชายต่างมารดาของเขาไปเข้าร่วมกองทัพเมืองจู๋หลิงได้นานพอควรแล้ว หากว่ามารดาของเขาไปใส่ใจเลือกภรรยาให้กับหยางชิงจือก็จะเลิกมาเซ้าซี้เขาให้เข้าห้องหอ....แผนนี้นับว่าดียิ่ง

     

             เฉาเฟิงเดินทางไปถึงตำบลเฟิ่งฝูก็ประหลาดใจที่ได้เห็นโรงน้ำชาจาเรอสาขาที่สองมาตั้งอยู่ใกล้ลานจอดรถม้าที่เขาเคยมาแวะเข้าสุขาในคราก่อน

             ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้าน ต่อแถวซื้ออาหารเสร็จก็ถือถาดไปนั่งที่ริมระเบียง ไม่นานนักก็มีเด็กหนุ่มสองคนถือถาดอาหารเดินเข้ามานั่งถัดไปจากกุนซือหนุ่ม  

             “ดีจริงมีโรงน้ำชาจาเรอมาเปิดที่นี่ด้วย ได้ยินคนลือกันมามากแล้วว่าอาหารอร่อยและราคาถูก ข้าอยากลองชิมอาหารร้านนี้มานานแล้ว แต่ข้าไม่มีโอกาสเข้าไปเมืองเฉินม่ายเพราะมากับคาราวานใหญ่” เด็กหนุ่มคนแรกยิ้มกว้างจากนั้นก็ยกเอาถ้วยน้ำเต้าหู้ขึ้นจรดริมฝีปาก

             “นั่นน่ะสิ พี่ชายของข้าเคยไปโรงน้ำชาจาเรออยู่คราหนึ่ง กลับมาก็เอาแต่เอ่ยชมไม่ขาดปาก ข้าเองก็รบเร้าท่านพ่อให้พาเข้าไปในเมือง แต่ท่านพ่อยังไม่ว่างสักที พอเห็นโรงน้ำชาจาเรอสาขาสองมาเปิดที่นี่ ข้าดีใจมาก” เด็กหนุ่มคนที่สองยิ้มพลางหยิบเอาซาลาเปาไส้เนื้อใส่ปากแล้วเคี้ยวหยับๆ

             หูของเฉาเฟิงยังทำหน้าที่สืบข่าวจากสองสามีภรรยาที่นั่งโต๊ะใกล้ๆ พวกเขาคุยกันเรื่องโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่งที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน

             “ที่พักราคาถูก ซ้ำยังน่านอนเช่นนี้ ท่านพี่ พวกเราพักที่นี่อีกสักคืนเถิดเจ้าค่ะ วันนี้ไปทำธุระในเฉินม่ายให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้เดินทางกลับสะดวก”

             “ก็ดีนะ ข้าเองก็ชอบโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่ง น่าเสียดายไม่มีอีกสักสาขาในเฉินม่าย”

             “จริงด้วยเจ้าค่ะ ที่พักในเมืองหลวงล้วนราคาแพง ไปพักหนึ่งคืนก็เท่ากับพักที่เจี๋ยเชิ่งถึงสองคืน”

             เฉาเฟิงหวนนึกถึงตอนที่ตนติดตามอ๋องหยางมาตรวจโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางถนนแห่งนี้ จำได้ว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่ราคาถูกและน่าพัก คืนนี้เขาก็ใคร่ลองพักสักคืน

             เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้ว กุนซือหนุ่มก็จูงม้าไปจองห้องพัก เขาฝากม้าเอาไว้แล้วก็เดินลัดเลาะเพื่อมุ่งไปยังบ้านเก่าของสกุลหยาง

     

             แดดร่มลมตก รถม้าของหลี่หยวนหยวนก็มาจอดยังซุ้มประตู เฉาเฟิงมององครักษ์ร่างโปร่งผู้สวมหน้ากากฉลุลายสีขาวไม่วางตา

             องครักษ์หนุ่มยื่นมือไปรองรับแขนของอดีตพระชายาขณะที่นางกำลังจะลงจากรถม้า ท่าทางนั้นดูนุ่มนวลชวนขัดตา เฉาเฟิงหรี่ตาลง เขาส่งคนไปสืบประวัติขององครักษ์ข้างกายหลี่หยวนหยวนแล้ว แต่กลับคว้าน้ำเหลว

             ‘หากว่าคนผู้นี้มีจุดประสงค์จะเข้ามาตีสนิทอดีตพระชายา เห็นทีจะไม่ดีต่อจวนอ๋อง ข้าคงต้องลอบสังเกตคนผู้นี้ให้ชัดเจน’

             เฉาเฟิงเคยมาบ้านเก่าสกุลหยางอยู่หลายคราว เขาสำรวจทุกซอกทุกมุมเสียจนทั่ว ดังนั้นเมื่อเห็นองครักษ์ชิวเดินไปเรือนด้านหลังก็รู้ในทันทีว่าคนผู้นั้นพักที่ใด    

             กุนซือหนุ่มกระโจนขึ้นไปบนหลังคาเรือนหลังเล็ก ดึงเอาแผ่นกระเบื้องดินเผาออกมองลอดลงไป พลันเห็นบ่าวรับใช้ช่วยกันหิ้วน้ำร้อนมาวางข้างถัง จากนั้นสาวใช้สองคนก็เข้ามาช่วยกันผสมน้ำอุ่น

             “พวกเจ้าออกไปเถิด เดี๋ยวข้าทำเอง” น้ำเสียงขององครักษ์หนุ่มราบเรียบ

             “เจ้าค่ะ” สาวใช้สองคนยอบกายจากไป

             องครักษ์ชิวจึงได้ถอดหน้ากากออกวางที่โต๊ะ เมื่อถอดเสื้อคลุมและเสื้อตัวในออก ก็ค่อยๆ ถึงผ้าแถบที่พันหน้าอก

             เฉาเฟิงมองจากบนหลังคา เขาเอียงคอมองบุรุษข้างล่างด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มรีบเลื่อนแผ่นกระเบื้องดินเผาเลื่อนปิด จากนั้นก็กระโจนลงจากหลังคาย่องไปที่หน้าต่าง ใช้ปลายนิ้วแตะน้ำลายแล้วเจาะหน้าต่างเป็นรูเล็กๆ

             ผ้าแถบรัดหน้าอกถูกดึงออกจนหมด ร่างระหงนั้นก็ปล่อยผมที่รัดสูงให้สยายลงแล้วหมุนกายมามองอ่างน้ำ

             เฉาเฟิงที่ได้เห็นเรือนร่างด้านหน้าขององครักษ์ชิวเต็มสองตาถึงกับตาเหลือก ปากอ้าค้าง น้ำลายไหลออกมาเล็กน้อย

             ‘นางเป็นสตรี....นี่...เอื๊อก!’

             ใบหน้างดงามและเรือนร่างที่เย้ายวนขององครักษ์ผู้สวมหน้ากากทำให้เฉาเฟิงกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

             จ๋อม! จ๋อม!

             นางค่อยๆ เยื้องย่างก้าวขาลงไปในอ่าง ท่วงท่าที่คล้ายกับกวางขาวตัวงามทำเอาเฉาเฟิงใจเต้นระส่ำ ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นกุมหน้าอก

             “เบาๆ หน่อย เจ้าพบหญิงงามมามากมายมิใช่หรือ สตรีเปลื้องผ้านางเดียว เหตุใดจึงได้ทำตัวตื่นตูมเช่นนี้” เฉาเฟิงขยับปากเบาๆ คล้ายจะข่มตนเอง

             หลังกลับจากเรือนเก่าสกุลหยาง เฉาเฟิงก็เดินคล้ายคนใจลอยขึ้นไปยังห้องนอนในโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่ง เสี่ยวเอ้อร์เห็นอาการของเขาก็ไม่สบายใจจนต้องคอยเดินตาม พอเห็นว่าแขกคลานขึ้นเตียงนอนด้วยท่าทางเหม่อก็เอ่ยถาม

             “คุณชาย ท่านไม่สบายหรือเปล่าขอรับ”

             “ไม่...”

             “แต่ผิวหน้าของท่านแดงราวกับถ่านไฟเลยนะขอรับ ท่านรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวและปวดศีรษะหรือไม่” สายตาของเสี่ยวเอ้อร์ยังคงมองสำรวจเนื้อตัวของแขกหนุ่มอย่างเอาใจใส่ “หากท่านทนไม่ไหวบอกข้าน้อยนะขอรับ”

             “ไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าออกไปเถิด ปิดประตูให้ข้าด้วย”

             “ได้ ขอรับ”​

             เสี่ยวเอ้อร์ยังคงกังวลใจ เขาถูกอบรมให้เอาใจใส่แขกทุกคนที่มาพัก ดังนั้นจึงกลับลงไปแจ้งหลงจู๊ที่นั่งเฝ้าโต๊ะบัญชีด้านล่าง เพราะกลัวว่าคุณชายเฉาผู้นั้นอาจจะป่วยหนักขึ้นมากะทันหัน

             ส่วนกุนซือหนุ่มก็เอาแต่แขนขึ้นก่ายหน้าผาก ในหัวของเขามีภาพสตรีสยายผมเปลือยกายกำลังเยื้องย่างลงไปในอ่างน้ำ ภาพนั้นเย้ายวนจนเขาสำลักขึ้นคราหนึ่ง

             “แค่ก!” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง พลันปลายนิ้วที่ยกขึ้นมือจมูกก็รู้สึกถึงความข้นหนืด เมื่อมองลงไปเขาถึงกับตาถลน

             “เลือด! นี่นางทำข้าเลือดตกยางออกเลยเชียวหรือ”

             กุนซือหนุ่มคาดไม่ถึงว่าตนเองจะตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยร่วมอภิรมย์กับสตรี หญิงงามอันดับหนึ่งในหอนางโลมทั้งเมืองหลวง เมืองจู๋หลิงและเมืองเฉินม่ายเขาก็เคยเชยชมมาแล้วทั้งนั้น มีเพียงองครักษ์หญิงผู้นี้ที่ทำให้เขาคล้ายจะหายใจไม่ออก

             ‘ชิวต้าซาน กระทั่งชื่อของเจ้าก็ยังฟังดูเป็นบุรุษ ต้าซาน ภูเขาใหญ่ ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะเป็นสตรี’

             เฉาเฟิงเปิดประตูออกไปกำลังจะอ้าปากเรียกเสี่ยวเอ้อร์ เด็กหนุ่มคนนั้นก็โผล่พรวดขึ้นมา

             “คุณชาย ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” สายตาของเสี่ยวเอ้อร์เห็นเลือดที่เปรอะอยู่บนใบหน้าและคอเสื้อของเฉาเฟิงก็ถึงกับตกตะลึง “นี่ท่าน...ท่านถึงกับเลือดทะลักเลยหรือขอรับ ไม่ได้การแล้ว ให้ข้าเรียกท่านหมอจะดีกว่า”

             เฉาเฟิงรีบกระชากแขนของเสี่ยวเอ้อร์เอาไว้ “ไม่ต้องๆ นี่แค่เลือดกำเดา เจ้าไปเตรียมน้ำเย็นๆ มาให้ข้าอาบจะดีกว่า”

             “คุณชาย ท่านไม่สบายอยู่นะขอรับ เหตุใดจึงต้องการแช่น้ำเย็นเล่า”


    **********************



    คล้ายกับเรื่องฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง ที่คุณอ่าน