ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 138 พบเจอกันแล้ว

    ส่วนทางด้านอาวุโสเตียวที่เห็นว่าทั้งสองคนจากไปแล้ว ก็หันมาทางอวิ๋นต้าโหวก่อนจะเอ่ยปากออกมาอย่างหวาดกลัวในความผิด


    "ท่านประมุข! เรื่องนี้ท่านต้องช่วยข้านะ!


    อวิ๋นต้าโหวหันมามองทางอาวุโสเตียวก่อนถอนหายใจออกมาอย่างแรง จากนั้นจึงหันหลังกลับไปโดยปล่อยให้อาวุโสเตียวยืนเหม่ออยู่ตรงนั้น ไม่ได้ออกความเห็นอะไรแม้แต่น้อย


    ผ่านไปอีกสองวัน หยางชิงเว่ยกับอวิ๋นจ้างยี่ก็ได้มาถึงยังหน้าผาแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่เองเป็นตำแหน่งที่เทียนฉินได้กระโดดลงไป ทั้งสองไม่รอช้ารีบส่งกระแสจิตแผ่ขยายลงไปในหุบเหวอย่างเร่งรีบ แต่กลับพบว่าหุบเหวด้านล่างนี้นั้น ล้วนกว้างขวางและลึกลับเกินกว่าที่กระแสจิตของทั้งสองคนจะหยั่งไปจนสุดได้


    "เป็นที่นี่อย่างนั้นรึอาวุโสอวิ๋น!"หยางชิงเว่ยถอนกระแสจิตของเขากลับมา พลางหันมาถามอวิ๋นจ้างยี่เพื่อยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง


    "ใช่แล้วล่ะ! จากที่ข้าสอบถามอาวุโสที่ติดตามเจ้าหนุ่มนั้นมา ก็เป็นหุบเหวตรงนี้แหละที่ศิษย์ของประมุขหยางได้กระโดดลงไป!"อวิ๋นจ้างยี่ตอบกลับมาอย่างหนักแน่น


    "ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบลงไปด้านล่างกันเถอะ!"หยางชิงเว่ยเอ่ยปากออกมาอย่างร้อนลน เพราะเขากังวลว่าหากเทียนฉินกระโดดลงไปทั้งที่ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ละก็ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะต้องการความช่วยเหลืออยู่เป็นแน่


    "อืม!"


    อวิ๋นจ้างยี่ตอบรับมาเพียงสั้นๆ จากนั้นจึงกระโดดลงไปด้านล่างอย่างไม่ลังเลใจ หยางชิงเว่ยที่เห็นว่าอวิ๋นจ้างยี่ลงไปด้านล่างแล้ว เขาก็รีบกระโดดตามไปทันที


    ส่วนด้านล่างของหุบเหว เทียนฉินที่นั่งหลับตาอนุมานเคล็ดวิชาที่เขาได้มาใหม่อยู่นั้น ก็พลันสัมผัสได้ถึงพลังของคนทั้งสองที่กระโดดลงมาได้ จึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปทางตาเฒ่าหม่าทันที


    "อาวุโสหม่า! ข้าว่าพวกเราต้องเตรียมพร้อมรับศึกกันอีกครั้งแล้ว!"


    "หืม! มีคนลงมาด้านล่างอย่างนั้นรึ?"ตาเฒ่าหม่าลืมตาขึ้นมาพลางแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน ตอนนี้เขาได้ฟื้นฟูร่างกายจนหายเป็นปกติเรียบร้อยแล้ว มิหนำซ้ำยังได้รับผลพวงจากการต่อสู้ในครั้งนี้ ทำให้เขาได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง จนมีพลังระดับผันแปรขั้นสูงสุดแล้ว


    เทียนฉินไม่รอช้ารีบหยิบแท่งโลหะออกมาวางตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างค่ายกลลวงตาอำพรางและปกปิดที่อยู่ของพวกเขาไว้ก่อน จากนั้นจึงส่งกระแสจิตออกไปรับรู้การเคลื่อนไหวด้านนอกอย่างใจเย็น


    เพียงไม่นานด้วยพลังระดับหลุดพ้น ทั้งสองคนก็ได้ลงมาจนถึงก้นหุบเหวแล้ว หยางชิงเว่ยก็รีบส่งกระแสจิตออกไปอย่างเร่งด่วน และทันทีที่กระแสจิตทั้งสองสัมผัสกัน หยางชิงเว่ยก็ยิ้มออกมาก่อนตะโกนออกไปเสียงดัง


    "เทียนฉิน! อาจารย์มาช่วยเจ้าแล้ว!"


    "หืม!"


    ทางด้านเทียนฉินที่สัมผัสได้ถึงกระแสจิตของหยางชิงเว่ย อีกทั้งได้ยินเสียงตะโกนเรียกเขาก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ อันที่จริงตั้งแต่ที่เขาส่งสัญญาณไปหาอาจารย์ เขาก็คาดหวังอยู่บ้างแล้วว่าอาจารย์ของเขาจะต้องมาช่วยเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่สิ่งที่เทียนฉินไม่คาดคิดก็คือ อาจารย์ของเขากลับตามลงมาถึงด้านล่างของหุบเหวนี้


    เมื่อมั่นใจได้ว่าเป็นอาจารย์ของเขาจริงๆ เทียนฉินจึงก้าวเดินออกจากมาค่ายกลลวงตา ทันทีที่เขาโผล่ออกมาก็เห็นว่านอกจากอาจารย์ของเขาแล้วยังมีชายชราอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ จึงอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าคนผู้นี้เป็นใครกัน เพราะตอนอยู่ที่นิกายเพลิงอัคคีนั้น เขาไม่เคยเห็นชายชราคนนี้มาก่อนเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกุมมือทำความเคารพออกไปอย่างนอบน้อม


    "ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"


    "ศิษย์คารวะอาวุโส!"


    "ฮ่าๆ! อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้ามากเลยเทียนฉิน ไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวคนเดียว จะก่อคลื่นลมในแคว้นชิงได้มากขนาดนี้!"หยางชิงเว่ยเดินเข้ามาหาเทียนฉิน พลางหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีที่เห็นว่าศิษย์ของตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แต่ทันทีที่ส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจภายในร่างกายของเทียนฉิน ก็ทำให้เขาอดแปลกใจจนต้องร้องถามออกมาไม่ได้


    "หึ! นี่เจ้าบรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นกลางแล้วอย่างนั้นรึ?"


    "ศิษย์บังเอิญได้รับโชควาสนาบางอย่างทำให้สามารถเลื่อนขั้นได้ไวเช่นนี้!"


    "ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นศิษย์ทำไปเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ได้!"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับมาอย่างรู้สึกผิดในใจอยู่บ้าง


    "เอาล่ะ! พวกเรากลับขึ้นไปด้านบนกันก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเจ้าค่อยเล่ามาระหว่างเดินทางก็แล้วกัน!"หยางชิงเว่ยเอ่ยออกมาอย่างดีใจ พร้อมกับจับแขนเทียนฉินเตรียมจะพาเขาเหาะขึ้นไปด้านบน


    "ช้าก่อนท่านอาจารย์! ศิษย์ยังมีผู้ติดตามอยู่อีกคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ด้านใน!"


    เทียนฉินเอ่ยขัดจังหวะหยางชิงเว่ย จากนั้นจึงรีบเดินไปเก็บแกนค่ายกลลวงตาที่เขาได้วางเอาไว้ จึงปรากฎภาพตาเฒ่าหม่าที่กำลังนั่งทำสมาธิอยู่ให้เห็น รวมถึงแท่นศิลาที่ตั้งตระหง่าอยู่ด้านใน


    "หืม! นั่นมันคืออะไรกัน!"หยางชิงเว่ยกับอวิ๋นจ้างยี่อุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้เห็นศิลาที่ตั้งอยู่ จากนั้นทั้งสองก็พุ่งเข้าไปดูใกล้ๆอย่างเก็บอาการไม่อยู่


    "เคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์!"


    หยางชิงเว่ยอุทานออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าอย่างตกตะลึง เพราะเคล็ดวิชานี้ตัวเขาเองก็รู้จักเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเคยฝึกฝนมันด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่ทุกคนในนิกายเพลิงอัคคีรู้กันดีว่าเคล็ดวิชานี้มันไม่สมบูรณ์ ทำให้ฝึกฝนกันจนไปถึงทางตัน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นกลับเป็นเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ แต่แล้วก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันมาทางเทียนฉินพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างภูมิใจในความสามารถของศิษย์คนนี้


    "ประมุขหยางรู้จักเคล็ดวิชานี้ด้วยหรือ?"


    อวิ๋นจ้างยี่ที่อ่านคำจารึกในแผ่นป้ายศิลาจนครบหมดแล้ว พลางหันมาถามหยางชิงเว่ยอย่างควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองไม่ได้ เพราะเคล็ดวิชานี้หากนำไปเผยแพร่ในนิกายของมันแล้ว จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับศิษย์ของพวกมันรวมถึงอาวุโสหลายคนได้อย่างแน่แท้


    "ใช่แล้วอาวุโสอวิ๋น! แต่เดิมเคล็ดวิชานี้ทางนิกายเพลิงอัคคีของข้าก็มีเก็บไว้อยู่ส่วนหนึ่งแล้ว เพียงแต่ส่วนที่ทางนิกายมีนั้นเป็นเพียงแค่สามกระบวนท่าแรกเท่านั้น จึงทำให้ศิษย์ในนิกายส่วนใหญ่ไม่อยากเสียเวลาฝึกฝนมัน จนข้าก็เกือบลืมไปแล้วว่ามีเคล็ดวิชานี้เก็บไว้อยู่ที่นิกาย"


    หยางชิงเว่ยถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบออกไปตามความเป็นจริง 


    "ถ้าอย่างนั้นจะเป็นไปได้ไหมว่าจะให้ข้าได้คัดลอกเคล็ดวิชานี้ เพื่อนำไปให้ศิษย์ในนิกายได้ลองฝึกฝนดู!"


    อวิ๋นจ้างยี่เอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ เพราะเคล็ดวิชานี้เป็นสิ่งที่เทียนฉินได้ค้นพบ ซึ่งมันเป็นธรรมเนียมที่ปฎิบัติกันมาอยู่แล้วว่าไม่อาจจะแย่งชิงกันได้หากมีคนค้นพบไปแล้ว จึงได้เอ่ยถามออกมาอย่างหวังอยู่ในใจลึกๆ


    หยางชิงเว่ยมองหน้าอวิ๋นจ้างยี่ก่อนจะหันไปทางเทียนฉิน เพื่อดูท่าทีว่าจะเอาอย่างไรก็เห็นเทียนฉินพยักหน้าตอบกลับมา จึงได้หันกลับไปเอ่ยกลับอวิ๋นจ้างยี่ทันที


    "เรื่องนี้ท่านสามารถจัดการได้เลย เพราะเคล็ดวิชานี้ที่จริงแล้วก็เป็นเพราะว่าผู้ทิ้งเคล็ดวิชานี้ไว้นั้น คงอยากจะให้มีคนสืบทอดเคล็ดวิชานี้อยู่แล้ว ฉะนั้นจึงถือว่าเป็นโชควาสนาของคนผู้ที่ทำความเข้าใจได้ถ่องแท้ในเคล็ดวิชานี้ก็แล้วกัน!"หยางชิงเว่ยเอ่ยตอบกลับมาอย่างไม่ปิดบังในสิ่งที่เขาคิด


    "อืม! ขอบใจประมุขหยางมาก!"อวิ๋นจ้างยี่ตอบกลับมาเพียงสั้นๆ จากนั้นจึงหยิบผลึกออกมาบันทึกอักษรที่จารึกอยู่บนแผ่นศิลานั้นอย่างใจเย็น


    ส่วนทางด้านหยางชิงเว่ยก็หยิบผลึกออกมาบันทึกอักษรในแผ่นศิลานั้นเหมือนกัน เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักทั้งสี่คนจึงมุ่งเดินทางออกจากหุบเหวนั้น ตลอดการเดินทางเทียนฉินก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หยางชิงเว่ยได้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่ที่เขามีเรื่องกับโหวงจ้ง จนกระทั่งมีอาวุโสของนิกายเมฆอนันต์ต่างออกมาตามล่าเขาตามประกาศจับที่ทางนิกายได้ออกมา


    อวิ๋นจ้างยี่ที่เหาะตามมาได้ยินก็พลันทำสีหน้าเจื่อน เพราะมันรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นคนในนิกายมันเอง ที่คิดว่าตนนั้นยิ่งใหญ่เลยไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่เมื่อได้มาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของเทียนฉิน ก็ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะหันมามองทางเทียนฉิน พลันคิดไปว่าชายหนุ่มคนนี้จะมีอนาคตได้กว้างไกลขนาดไหนกัน เพียงอายุไม่ถึงสา

    มสิบปีก็กลับสามารถต่อสู้กับอาวุโสในนิกายมันอย่างไม่เสียเปรียบได้แล้ว



    จบตอน 138