ภายในห้องโถงโอฬารขนาดใหญ่ ที่ถูกปูด้วยหินระดับสูง ความคงทนและความแข็งแรงมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว หลังจากที่กองโจรเงาทมิฬได้มาหาเรื่องกับชางอวิ๋นในครั้งที่แล้ว หลินเฟยก็จัดแจ้งให้ผู้สร้างระดับสูงมาซ่อมแซมห้องโถงนี้
นี้คือห้องเดิมกับตระกูลเดิมที่มีเรื่องกันเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ภายในสถานที่แห่งนี้กลับมีบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ทั้ง 9 กำลังยืนเรียงดาหน้า หาเรื่องหลินเจียฉี (ภรรยาของหลินเฟย)
"ถ้าคุณหนูยอมพวกเราแต่โดยดี เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอกนะ ท่านหลินเจียฉี" 1 ในผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลฟางกำลังพยายามพ่นลม เพื่อให้สถานะของพวกมันดูดีในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างนี้
"ตูมมมมมม" !! เสียงดังสนั่น ประตูกระเด็นผ่านหน้าเหล่าจอมยุทธทั้ง 9 ด้วยความเร็วสูงทะลุออกนอกกำแพงไปอย่างรุนแรง
เพียงชั่วพริบตาที่ทุกคนนั้นพยายามที่เบี่ยงตัวหลบประตูบานใหญ่ สายตาทั้งหมดรีบหันกลับไปมองที่หน้าประตู กลับไม่มีผู้ใดอยู่เลย มีเพียงบุคคลลึกลับที่ตระกูลฟางเชิญมาเท่านั้น ที่สามารถมองตามความเร็วของชางอวิ๋นได้ทัน
ฟุบ !!
ชางอวิ๋นทะยานเข้าประชิดถึงตัว 2 แม่ลูกทันที ซึ่งระยะห่างระหว่างพวกเขากับคนของตระกูลฟางห่างกันเพียงแค่ 20 หลาเท่านั้น (18.22เมตร)
ชางอวิ๋นรีบตรวจสอบหลินหลิงทันที พบว่าอวัยวะภายในของเธอสาหัสอย่างรุนแรง ลมหายใจแผ่วเบา ลมปราณปั่นป่วนขั้นรุนแรง
เขารีบโคจรรักษา โดยการใช้โอสถที่ทรงพลังที่สุด และใช้พลังของลูกแก้วมังกรฟ้าช่วยเร่งขึ้นอีกทางนึงด้วย
จอมยุทธทั้งหมดตกอยู่ในอาการตะลึง ความเร็วของเด็กหนุ่มคนนี้ มันเกินกว่าพลังปราณที่พวกเขาตรวจสอบได้
แต่ก็หาได้ทำลายความมั่นใจของพวกเขาที่เป็นจอมยุทธระดับสูงลงได้ ความมั่นใจนั้นทำให้ยังไม่มีการโจมตีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทุกคนคอยสังเกตดูว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทำอะไรต่อไป
แต่เพียงแค่ 20 ลมหายใจ หลินหลิงกระอักเลือดสีดำออกมาคำใหญ่ แต่นางก็ยังไม่รู้สึกตัวอยู่ดี
ทุกคนตกใจอย่างมาก ! ด้วยวิชาปราณที่อัดกระแทกเข้าไปที่อกของเธอนั้น ต่อให้มีพลังปราณห้วงมิติฟ้า (ออร่าสีฟ้า) ก็ไม่อาจจะทนอาการบาดเจ็บสาหัสนี้ได้ถึง 100 ลมหายใจ
แต่นี่ผ่านไปเพียงแค่ 20 ลมหายใจ นางกลับมีปฏิกริยาตอบสนอง จนทำให้ทุกคนคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือผู้รักษาระดับสูงของตระกูลหลินเป็นแน่
'ไม่น่าเป็นไปได้ อาการของนางทำไมถึงฟื้นมาได้เพียงแค่นี้ มันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่ที่ไหนซักแห่งในร่างของเธออย่างแน่นอน'
ผู้คนต่างกันตกใจถึงอาการที่หลินหลิงตอบสนองออกมา แต่ผิดกับชางอวิ๋นเพราะเขาได้ทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อใช้ในการรักษา อาการของหลินหลิงกลับดีขึ้นเพียงนิดเดียว
อย่าว่าแต่ระดับห้วงมิติพิภพ (ระดับ4) ของหลินหลิงเลย แม้แต่ห้วงมิติระดับราชันย์ เขาก็ยังสามารถรักษาได้อย่างสบาย
ใคร !!
"มันตัวไหนตัวไหนที่กล้าทำร้ายผู้หญิงของข้า"
ชางอวิ๋นระเบิดโทสะพร้อมกับชี้นิ้วไปทางฟางซินซึ่งอยู่ตรงกลางของกลุ่ม สายตาของเขามีความกระหายเยี่ยงสัตว์ป่า ให้ความหมายว่าถ้ามันผู้นั้นได้ทำร้ายหลินหลิง และยังยืนอยู่บนโลกนี้ร่วมกับเขา เขาคงจะนอนตายไม่หลับอย่างเป็นแน่
!!!!
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้ตัวกระจอกอย่างเจ้าเนี่ยนะ กล้ามาพูดอะไรพล่อยๆกับพวกของข้า เจ้าจงแหกตาประเมินระดับตัวเองให้ดีดี ต่อให้มีบิดาของเจ้าถึง 100 คน ก็คงไม่คณามือ คณาตี..พวกของข้าได้แม้แต่น้อย ไอ้ลูกเต่า" !!
ฟางตงซือนายน้อยลำดับที่ 1 ของตระกูลฟาง ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะชางอวิ๋น ที่ทุกคนร่วมกันตรวจสอบแล้วพบว่า เด็กหนุ่มผู้นี้มีพลังปราณอยู่ในห้วงมิติระดับกำเนิดเท่านั้นเอง (พลังปราณระดับ2)
"ของของข้า จะไม่มีผู้ใดได้ครอบครองยกเว้นข้าเพียงคนเดียว ! . . . แต่ถ้าข้าไม่ได้ ใครหน้าไหนมันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ ข้าจะทำลายมันทิ้งด้วยตัวของข้าเอง จงจำ...."
ทันทีที่ฟางตงซือกำลังจะพูดประโยชน์สุดท้ายจบ
"อ๊ากกกกก" เสียงร้องของฟางตงซือระเบิดดังขึ้นกลางวงสนทนา พร้อมกับคุกเขาลงบนพื้น ผู้คนแปลกใจอย่างมากที่อยู่ดีดีนายน้อยของตระกูลฟางก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
"ควับ" เสียงสะบัดตัวของบุคคลลึกลับหันกลับไปด้านหลังของเขา
ทุกคนที่เหลือก็รีบหันไปมองด้านหลังของตน ซึ่งพวกเขาก็แปลกใจกันว่า ทำไมท่านผู้นี้ถึงหันตัวกลับ มันมีอะไรอยู่ด้านหลัง !!
เมื่อทุกคนมองตามทันก็พบกับภาพที่น่าสยดสยอง
"จ-จ-เจ้า !!" บางคนก็เผลออุทานออกมา
ทุกคนเหมือนอยู่ในมนต์สะกด ไม่มีใครกล้าขยับเลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะได้เห็นภาพ ที่เด็กหนุ่มกำลังถือแขนของใครบางคนพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด
"ข้ามาอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว พวกเจ้าเพิ่งจะรู้ตัวอย่างนั้นรึ ! ไอ้พวกหมาลอบกัด"
ชางอวิ๋นโยนแขนของนายน้อยลำดับ 1 ของตระกูลฟาง ระหว่างทางที่แขนของนายน้อยกำลังจะถึงมือผู้เป็นพ่อฟางซิน ชางอวิ๋นใช้หมัดอัดลมปราณเกิดแรงอัดอากาศขึ้น
"บูมมมมม" เสียงระเบิดดังขึ้น พร้อมกับแขนของลูกชายอันเป็นที่รัก สลายไม่เหลือแม้แต่ซาก
"เจ้ากับข้า ชาตินี้คงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีกแล้วหละ !! ไอ้ลูกหมา"
จุดประสงค์ที่แท้จริงของฟางซินที่ยกกันมาทั้งตระกูล จะหวังจะมากดดันให้หลินเฟยยอมส่งตัวชางอวิ๋นและหลินหลิงมาให้กับเขา
เขาเสียจอมยุทธระดับสูงและผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ไป ถ้าเขาฆ่าไอ้หนุ่มนี้ไม่ได้ ตระกูลของเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนบนยุทธภพแห่งนี้
แต่พอมาถึงกลับไม่พบทั้งหลินเฟยและเด็กหนุ่มในใบสั่ง จึงคิดที่จะทำลายล้างตระกูลหลินทันที
. . . .
. . . .
จอมยุทธระดับสูงทั้ง 6 คนของตระกูลฟาง จึงรีบใช้วิชาประจำตระกูล ผันลมปราณคลั่ง ส่งพลังปราณไปที่ฟางซินเพียงคนเดียว
ฟางซินโคจรระเบิดลมปราณขั้นสูงสุดออกมาภายในพริบตา หวังกะจะจบเรื่องอันหน้าอับอายนี้ให้เร็วที่สุด
"หย๊ากกกกก" ออร่าพุ่งไปเป็นสีส้ม
"ซูมมมมมมม" พลังปราณทะยานขึ้นไปเป็นสีฟ้า
"บูมมมมมมม" . . . . .
หลินเฟยตามเข้ามาในห้องโถงพอดี
"น-น-นี้ มันสามารถมีพลังปราณข้ามขั้นไปถึงห้วงมิติระดับเซียนได้แล้วอย่างนั้นรึ"
พลังออร่าสีทองสว่างไสว อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันมหาศาล แรงลมอันรุนแรงมากมายพัดเข้ามาเหมือนก่อเป็นพายุ แต่ชางอวิ๋นก็ยังยืนนิ่งสงบอยู่
'มันไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะทนการโจมตีของห้วงมิติระดับเซียนของฟางซินได้ซักกี่น้ำ'
ชายลึกลับยืนสังเกตสถานการณ์ และแปลกใจอย่างมากที่คนอย่างชางอวิ๋นทำได้ถึงขนาดนี้
'เหอะ !! มันคงมีอุปกรณ์วิเศษบางอย่างที่สามารถปกปิดพลังปราณที่แท้จริงได้ แต่อย่างมากระดับของมันก็คงไม่มากไปกว่าข้าอย่างแน่นอน'