มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 15 ภารกิจที่แท้จริง (1)

    “อานนท์น่าจะอยู่ข้างหน้าไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรครับ” เทพไทรายงานขณะจ้องไปยังเครื่องติดตามรูปหยดน้ำ



    ปลายของหยดน้ำชี้ไปทิศทางข้างหน้า ตอนนี้แสงสีแดงที่เคยกะพริบอย่างริบหรี่ ตอนนี้มันกะพริบอย่างแข็งขันขึ้น แสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยู่ใกล้กับเป้าหมายมากขึ้น



    “ระวังด้วยอย่าให้เข้าไปใกล้เกินไป เดี๋ยวเป้าหมายจะรู้ตัว” ธัญญ่าเตือนลูกน้องของเธอ



    เทพไทตอบกลับอย่างแข็งขัน “รับทราบ”



    ในขณะที่เทพไทกำลังตอบรับคำเตือนจากหัวหน้าของเขา เป็๲เวลาเดียวกันที่ดารินก็พูดแทรกขึ้นมา “ไม่จำเป็๲แล้ว”



    ทุกคนรวมถึงปลายฝนและดิเรกหันไปมองดารินด้วยความไม่เข้าใจ ดารินชี้ไปข้างหน้าเยื้องขวาเล็กน้อย



    เหนือยอดไม้มี๺ูเ๳าลูกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล หากมองดี ๆ จะเห็นตรงปลายยอดไม้จะเห็นหน้าผาที่เรียบราวกับถูกใครตัดออก แม้จะอยู่ไกลแต่ก็มองเห็นว่าใต้หน้าผาที่เรียบนั้นมีสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนอารามวัดขนาดใหญ่ มีแสงสว่างบ่งบอกให้รู้ว่าเป็๲สถานที่สำคัญที่ได้รับการดูแลจากทางการ



    “วิหารพฤษภ” เทพไทตาเบิกกว้างมองไปยังวิหารขนาดใหญ่ใต้หน้าผา



    ดารินตอบเสียงเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เ๱ื่๵๹น่า๻๠ใ๽อะไร “ดูแล้วภารกิจของพวกเราทั้งสองอาจจะมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่จะไปนำไปถึงวิหารพฤษภจริง ๆ หรือเปล่า”



    “จะเอายังไงกันต่อดีคะ? อาจารย์” ธัญญ่าหันไปถามดาริน “จะไปตามผู้กองเกรียงเดชต่อหรือจะตรงไปที่วิหารพฤษภเลย”



    ในขณะที่ดารินกำลังใช้ความคิดเพื่อตัดสินใจ เทพไทก็พูดออกมาอย่างเร่งรีบ “อาจารย์ ดูเหมือนอานนท์จะหยุดอยู่กับที่แล้ว”



    “หรือว่าผู้กองเกรียงเดชเข้าไปในวิหารพฤษภแล้ว อานนท์จึงต้องหยุดเพราะตามเข้าไปต่อไม่ได้?” ดารินพยายามจ้องไปทางที่เธอคิดว่าอานนท์อยู่ แต่ท้องฟ้ามันค่อนข้างมืดบวกกันพวกเธอยังอยู่ในเขตป่าจึงทำให้มองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด พวกเธอไม่กล้าใช้เวทมนตร์เพิ่มแสงสว่างท่ามกลางความคืนแบบนี้ เพราะมันอาจจะทำให้เป้าหมายไหวตัวทันได้ง่าย ๆ



    ในวินาทีต่อมา เทพไทร้องเสียงดังออกมา “อาจารย์!” ทันใดนั้นธัญญ่ารีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเอามือปิดปากเทพไททันทีขณะทำเสียงดัง “นายจะบ้าเหรอ! ร้องเสียงดังทำไม? เดี๋ยวเป้าหมายก็ไหวตัวทันหรอก”



    “เครื่องส่งสัญญาณมันหยุดไปแล้ว” เทพไทหน้าตาตื่นตระหนกขณะแบบมือให้เห็นว่าเครื่องติดตามรูปหยดน้ำจากที่เคยมีสีแดงกะพริบอยู่ตลอด ตอนนี้มันนิ่งสนิทไม่มีแสงใดออกมาอีกแล้ว



    “พลังงานมันหมดหรือเปล่าคะ?” ปลายฝนถาม



    เทพไทส่ายหัว “ไม่น่าจะเป็๞ไปได้ ผมตรวจเช็กดีแล้วนะก่อนใช้งานมัน มันควรจะหมดภายในอีกสองถึงสามวันต่อให้มันถูกเปิดใช้งานตลอด”



    “หรือไม่ก็ไอ้ห่วยแตกนั่นทำพลาด โดนผู้กองเกรียงเดชจับได้ว่าถูกหมอนั่นสะกดรอยตาม เขาก็เลยทำลายเครื่องนั้นทิ้งไปแล้ว” ธัญญาพูดอย่างอารมณ์เสีย



    “รีบไปดูกันเถอะ จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ดารินออกคำสั่ง




    “ว่าไงมีอะไรงั้นหรือ?” เสียงนุ่มละมุนดังขึ้นถามคนที่เข้ามา



    “ดูเหมือนจอมเวทอัจฉริยะกับลูกทีมกำลังมุ่งมาทางนี้ครับ” เสียงจากชายที่เข้ามารายงาน



    เสียงนุ่มละมุนพูดอีกครั้ง “ดาริน ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันบอกไปสินะ”



    “...”




    “อาจารย์อานนท์อยู่ข้างนี้ครับ แต่...” เทพไทกลับมาจากสอดแนม เขาดูลังเลที่จะพูดต่อ



    “มีอะไรงั้นเหรอ? หรือผู้กองเกรียงเดชจับตัวอานนท์ไว้” ดารินวิตกกังวล



    “ผมว่า ไปดูกันเองดีกว่า” เทพไทยิ้มบิดเบี้ยวออกมาพร้อมกับชี้บอกทางแล้วออกเดินนำ



    ทุกคนขมวดคิ้วสงสัยขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่มีใครซักถามอะไรเพิ่มเติม พวกเขาต่างไปตามทางที่เทพไทนำไป



    เมื่อทุกคนมาถึงจุดที่เทพไทยืนรออยู่ เขาได้ชี้ไปยังเป้าหมายที่เขาอยากให้ทุกคนเห็น ทุกคนต่างมีปฏิกิริยาเหมือนกันกับเมื่อตอนที่เทพไทมาเห็นครั้งแรก ทุกคนต่างตกตะลึง สับสน และมึนงงกับฉากที่เห็นในตอนนี้



    มันไม่มีฉากที่อานนท์กำลังหลบซ่อนจากอีกฝ่ายที่รู้ตัว หรือฉากที่อานนท์ถูกจับกุมตัว หรือแม้แต่ฉากที่อานนท์กำลังนอนสลบหรือนอน๢า๨เ๯็๢๻้๪๫๷า๹ความช่วยเหลือ แต่ฉากที่ทุกคนกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้มันกลับตาลปัตรจากที่คิดอย่างสิ้นเชิง



    อานนท์กำลังยืนพูดคุยอยู่กับผู้กองเกรียงเดชราวกับคนที่สนิทสนมกัน มีเสียงหัวเราะคิกคักออกมาบ้างบางจังหวะ ดูแล้วเหมือนไม่ใช่คนกำลังตกอยู่ในอันตรายใด ๆ



    “นี่มันยังไงกันแน่?” มันอดไม่ได้ที่ธัญญ่าจะถามออกมา ทุกคนต่างก็อยากถามเหมือนกับเธอเช่นกัน